รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2559
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
9 ตุลาคม 2559
 
All Blogs
 
กลไกแห่งสติปัฏฐานและกิเลส

ขอให้ดูภาพประกอบนี้ แล้วจะอธิบายต่อไป




1..เส้นแนวตั้ง ทีมีเครื่องหมาย บวก และ ลบ
เส้นแนวตั้งนี้แทน สภาวะของกิเลส ในภาพจะใช้สีชมพูแทนสภาวะของกิเลส
เมื่อ กิเลส เกิดและทำงาน สภาวะของกิเลสจะอยู่ด้านบวก
ส่วนสภาวะด้านลบ กิเลสจะเกิดไม่ได้เลย

2..ทีนี้ให้ดูสภาวะทีกิเลสเป็นลบคือกิเลสไม่เกิดขึ้น ซี่งมีช่องสีฟ้าทีเขียนว่า
ตั้งใจมากในสติปัฏฐาน ตรงนี้หมายความว่า เมื่อนักภาวนาทำการฝีกฝน
สติปัฏฐานอยู่ในขณะนั้น กิเลสจะเกิดไม่ได้เลย เพราะพลังแห่งสติปัฏฐาน
พร้อมกับความตั้งใจทีเกิดในจิตเพื่อจะฝีกฝนในขณะนั้น
จะเป็นตัวต้านการเกิดของกิเลสขึ้นมา

ซึ่งในธรรมชาตินั้น สภาวะแบบนี้ จะกดกิเลสไว้ไม่ให้เกิดขึ้นมา จิตจะนิ่งสงบ
ทำให้นักภาวนาจำนวนมากต่างก็เข้าใจผิดกันว่า ทำแบบนี้ไม่มีกิเลส ช่างดีแท้
แต่ในความเป็นจริง ยังเป็นขั้นสมถะ ทีไปกดกิเลสไว้ เมื่อนักภาวนาอยู่แต่ในสภาวะแบบนี้
ผลก็คือ ปัญญาในการดับทุกข์ไม่อาจเกิดขึ้นได้

3..สำหรับสี่เหลื่ยมสีเหลือง ทีอยู่กลางเส้นนอน และ อยู่ทั้งแนวด้านบวกและด้านลบ
ตรงนี้จะเป็น สติปัฏฐานธรรมชาติ ซึ่งตรงนี้ นักภาวนาอยู่ในสภาวะแห่งสติปัฏฐาน
ล้วน ๆ ไม่มีการกดไว้แบบข้อ 2 ซึ่งถ้านักภาวนาอยู่ในสภาวะแบบนี้ได้
และใช้ชิวิตปกติทางโลก นักภาวนาจะพบกับการเปลี่ยนแปลงไปมาระหว่าง
การมีสติปัฏฐานและกิเลส เกิดดับสลับไปมาเป็นไตรลักษณ์ ซึ่งสภาวะแบบนี้คือวิปัสสนา

การอยู่ในสภาวะแบบในข้อ 3 นี้ ไม่ใช่ของง่ายสำหรับนักภาวนามือใหม่
ในนักภาวนามือใหม่ มักจะเริ่มจาก การตั้งใจมากไปของสติปัฏฐาน ทำให้จิตนิ่งสงบ
หรือ จิตไม่มีสติปัฏฐานเลย ทำให้กิเลสเกิดขึ้นแล้วเข้าครอบงำจิต


คำถามมีว่า แล้วจะทำอย่างไร จึงจะอยู่ในสภาวะแบบข้อ 3 นี้ได้
เพื่อจะได้เจริญวิปัสสนาได้
ซึ่งเรื่องนี้ ผมขอแนะนำว่า ให้เริ่มจากตั้งใจฝีกสติปัฏฐานเป็นสมถะก่อนในข้อ 2
ฝีกไปประมาณ 20 ถีง 30 นาที แล้วให้หยุดฝีก แล้วมาใช้ชีวิตปกติต่อไป
เมื่อหยุดฝีกใหม่ๆ กำลังสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ยังคงอยู่บ้าง
ซึ่งถ้าคงอยู่บ้าง ก็สามารถพบกับไตรลักษณ์ของกิเลสได้บ้าง
อาจแพ้กิเลสบ้างในระยะแรก ๆ ได้ง่าย
แต่ถ้าถีงแพ้กิเลส ก็กลับมาฝีกใหม่อีก ทำแบบนี้ไปบ่อย ๆ
จะทำให้สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ค่อย ๆ แข็งแรงขึ้นไปตามลำดับ
แล้วสามารถคงอยู่ในสภาวะข้อ 3 นี้ได้นานขึ้นไปเรื่อย ๆ

การพ่ายแพ้ต่อกิเลส ถีงทำให้เกิดทุกข์ แต่ประสบการณ์นี้
จะเป็นตัวพัฒนากำลังสติ และ สมาธิในสติปัฏฐานต่อไปเรื่อย ๆ
จนวันหนี่งจะทำให้นักภาวนามีพลังจิตทีแข็งแกร่ง ทีสามารถต่อสู้กับกิเลส
ได้ในทีสุด

ในทางกลับกัน การไม่หัดเจริญวิปัสสนา แต่มุ่งทีจะกดจิตให้นิ่งสงบ
นักภาวนาจะไม่มีประสบการณ์เรื่องกิเลส และจะไม่สามารถพ้นทุกข์ได้
ตามคำสอนแห่งพุทธศาสนา

4. สำหรับบทความนี้ สามารถอธิบายได้ถีงเหตุผล ทีผมสอนให้ฝีกฝน
สติปัฏฐานและการดูทีวีไปด้วย ว่าการทำอย่างนี้ จะทำให้เกิดปัญญาเห็นไตรลักษณ์
ได้อย่างไร
การต่อสู้กับกิเลสนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย แต่ถ้ารู้หลักการแห่งสติปัฏฐาน
และเข้าใจเทคนิคการฝีกฝน และมีความขยันแล้ว หมั่นฝีกฝนไป
ก็จะค่อย ๆ สุ้กับกิเลสได้ถีงทีสุดเอง





Create Date : 09 ตุลาคม 2559
Last Update : 26 มีนาคม 2560 14:25:45 น. 0 comments
Counter : 529 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 125 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.