รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
20 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
รู้ซื้อ ๆ รู้ที่ไม่มีความคิด

รู้ซื้อ ๆ รู้ที่ไม่มีความคิด

หลวงพ่อเทียนสอนว่า รู้ซื่อ ๆ หรือ รู้ที่ไม่มีความคิด อาการอย่างนี้สามารถแปลได้เป็น 2 ระดับครับ

ระดับที่ 1 คือ ระดับที่คนยังทำลายอวิชชาไม่ได้ หรือ ระดับในคนที่กำลังฝีกฝนอยู่
อาการรู้นั้น ขอให้เข้าใจว่า รู้ได้โดยไม่้ต้อง **ตั้งใจไปแปลความหมาย** เช่น พอลมหายใจเข้า ก็แปลว่า ตอนนี้ลมกำลังเข้า พอลมหายใจออก ก็ไปแปลว่า ตอนนี้ลมกำลังออก ตัวอย่างนี้ คือ การตั้งใจไปแปลความหมายแล้ว ไม่่ต้องไปทำอย่างนั้นครับ

แต่ท่านอาจสงสัยว่า ทำไมมีการสอนในอาณาปานสติว่า ลมหายใจเข้า ก็รู้ว่า ลมหายใจเข้า
นี่ไม่เป็นการขัดแย้งกับคำสอนละหรือ เรื่องนี้ ผมขออนุญาตไม่ตอบครับ ผมเพียงบอกได้ว่า อย่าไปทำอย่างนั้นจะดีกว่า ดังที่ผมพูดในกิจกรรมว่า การรู้ลมหายใจ ก็เพียงรู้อาการกระเพื่อม ๆ ไหว ก็พอ ไม่ต้องไปรู้อย่างอื่นทีมากกว่านี้เลยว่า ไหวที่ไหน ก็ไม่ต้องไปรู้ นี่ลมเข้าหรือออก ก็ไม่ต้องไปรู้เลยครับ

ทีนี้ อาจจะมีบางคน ผมก็เคยเป็นอาการนี้ คือ จิตมันจะพากษ์เองในหัว มีเสียงพากษ์ในหัว
ถ้าเป็นอย่างนี้ จิตมันพากษ์เอง ไม่เป็นไรครับ เพราะเราไม่ได้ตั้งใจพากษ์

เสียงพากษ์ในหัว บางคนอาจรำคาญใจ ไม่อยากให้มี ถ้าไม่อยากให้มี มันก็เป็นวิภาวะตัณหาอีก
ถ้ามีเสียงพากษ์ในหัว ให้เพียงเฉย ๆ รู้่ว่ามีเสียงพากษ์ แต่อย่าไปใส่ใจว่า พากษ์อะไร ให้ทำตัวเหมือนเราได้ยินเสียงลูกข้างบ้านเขาร้องงอแง เราก็เฉย ๆ ไม่ต้องไปใส่ใจกับเสียงร้องงอแงนั้น

ในการภาวนานั้น ปรกติจะเป็นว่า ตามองเห็น หูได้ยิน จมูกได้กลิ่น กายรู้สัมผัส นี่เป็นภาวะปรกติของคน แต่ถ้าใครมีเสียงพากษ์ในหัวเพิ่มอีกอย่าง ถือว่า เขาได้พบกับการทบสอบการฝีกที่ยากกว่าปรกติ เพราะมีเสียงพากษ์เพิ่มขึ้นมา

การรับรู้อาการต่าง ๆ ทางกาย พร้อมกับเสียงพากษ์ได้ ถ้าทำได้ ยิ่งทำให้จิตตั้งมั่นได้ดีขึ้น เพราะได้แบบฝีกหัดที่ยากกว่าธรรมดา แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าจะทำได้ ลองดูครับ สำหรับคนที่มีเสียงพากษ์ในหัวเพิ่มขึ้นมา

ในการฝีกฝนนั้น ถ้าใครฝีกได้ดีพอในระดับหนี่ง เขาจะได้ยินวี๊ดเบาๆ ได้ยินตลอดเวลา
ถึงแม้แต่อยู่ในที่เสียงดัง ก็ยังได้ยิน เสียงวี๊ดเบา ๆ นี้ จะคล้าย ๆ กับอากาารที่คนได้ยินเวลา อยูุ่ในที่เงียบสงัด

ระดับที่ 2 คือ ระดับที่คนทำลายอวิชชาได้แล้ว

ในคนระดับนี้ เขาจะเห็นสุญญตาของตัวจิตผู้รู้ และ มโน การรู้ของคนในระดับนี้ เขาจะควบคุมจิตได้จริงๆ ที่ว่า รู้โดยไม่มีความคิด เพราะเขาจะเห็นได้เองว่า เขารู้แล้วมีความคิดหรือไม่ ซี่งปรกติ คนในระดับนี้ จะสามารถคุมได้ว่า จะให้รู้แบบมีความคิดก็ได้ หรือ แบบไม่มีความคิดก็ได้

แต่ถ้าเขารู้แบบไร้ความคิด ก็จะเข้าสุ่สภาวสุญญตาไป
แต่ถ้าเขารู้แบบมีความคิด เขาก็ใชความคิดในทางโลกไป ซี่งตอนนั้นไม่ใช่สุญญตา

แต่ในคนทั่ว ๆ ไป หรือคนที่กำลังฝนฝนที่ทำลายอวิชชายังไม่ได้ ผมว่า แทบเป็นไปไม่ได้เลยครับ ที่คนรู้สิ่งใดจะไม่มีความคิด เพราะม่่านหมอกแห่่งอวิชชาที่มันหมอง ๆ ใน มโน นั้นก็คือความคิดแล้วครับ แต่เนื่องจากคนยังมองไม่เห็นเอง ก็เลยไม่เข้าใจในสิ่งนี้ว่า คือความคิด

ในปฏิจสมุปบาทสายเกิด อวิชชาเป็นปัจจัยให้เกิดสังขาร... ตำราก็บอกไว้ชัดแล้วครับ

****
fb 19 Sept 2012


Create Date : 20 กันยายน 2555
Last Update : 20 กันยายน 2555 14:27:30 น. 0 comments
Counter : 1217 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 128 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.