รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 มีนาคม 2557
 
All Blogs
 
พบธรรมได้อย่างไร

บทความนี้ เป็นความเข้าใจส่วนตัวล้วน ๆ ผู้เขียนไม่รับประกันความถูกต้อง
แต่เมื่อมีผู้ถามมา จึงเขียนขี้นแล้วนำมาแบ่งปันต่อท่านผู้อื่น
*********************************************

1...ธรรม คือ อะไร
ผมจะไม่พูดแบบเหวี่ยงแหที่คนมักพูด ๆ กันมา
แต่จะชี้ให้ตรงจุดเลยว่า พบธรรมอะไรจึงจะพ้นทุกข์ได้

1.1 สังขตธรรม ทีพบแล้วจะพ้นทุกข์ได้ คือ จิตปรุงแต่ง
1.2 อสังขตธรรม ทีพบแล้วจะพ้นทุกได้ คือ การหมดไปกับการรู้สีกว่ามีตัวตน


2..จะพบธรรมได้อย่างไร

2.1 พบสังขตธรรม คือ พบจิตปรุงแต่งทีเป็นไตรลักษณ์
จะพบจิตปรุงแต่งได้ อันดับแรกจะต้องเผลอก่อน พอเผลอแล้วมีการปรุงแต่งเกิดขึ้น
แต่นักภาวนาได้ฝีกฝน สัมมาสติ สัมมาสมาธิได้ดีในระดับหนี่ง ด้วยกำลังแห่งสัมมาสติ สัมมาสมาธินี่แหละ จะไปพบจิตปรุงแต่งทีเกิดขึ้น พอพบได้แล้ว จะเกิดการ --เห็น--ขี้น
พอเห็นแล้ว จิตปรุงแต่งจะดับลงไปเป็นไตรลักษณ์

จะเห็นว่า มูลเหตุทีทำให้พบกับจิตปรุงแต่งทีเป็นไตรลักษณ์ได้ จะเป็นว่า

2.1.1 นักภาวนาได้ฝีกฝน สัมมาสติ สัมมาสมาธิ จนได้ผลในระดับหนี่งแล้ว
2.1.2 นักภาวนาได้มีสัมผัสเข้ามาทางอายตนะ แล้วเกิดเผลอขึ้น พอเผลอ จิตปรุงแต่งจะเกิดขึ้น แล้วกำลังสัมมาสติ สัมมาสมาธิทีฝีกไว้ดีในระดับหนี่งในข้อ 2.1.1 จะทำให้มีการ เห็น จิตปรุงแต่งนั้นได้ แล้วจิตปรุงแต่งจะสลายไปเป็นไตรลักษณ์ทันที

2.2 พบ อสังขตธรรม คือ การพบการหมดไปของความรู้สีกว่าเป็นตัวตน
ในตำรา และ คำสอนทีมีอยู่ในปัจจุบัน มักกล่าวว่า อสังขตธรรม หรือ นิพพาน คือ ความว่างเปล่า คำสอนนี้ไม่ผิดครับ แต่ทีผิดก็คือ คนไม่สามารถพบกับความว่างเปล่าทีแท้จริงได้เลย แต่มีสิ่งหนี่งทีบอกไม่ได้ว่า นี่คือความว่างเปล่า หรือ นีคือเป็นอะไร แต่ถ้าใครพบสิ่งนี้ได้แล้ว จะพบว่า ความรู้สีกความมีตัวตนได้ขาดสูญลงไป

การจะพบ อสังขตธรรมได้อย่างไร
ในการพบ อสังขตธรรม มีได้ 2 วิธี คือ
วิธีที 1 เข้าทางสติปัฏฐาน ในหมวดกาย หรือ หมวดเวทนา
วิธีที 2 เจริญสัมมาสมาธิจนได้ญาณปัญญา เกิดแสงสว่างจ้าปรากฏขึ้นในดวงจิตก่อน แล้วจะเกิดปัญญา แล้วสิ้นไปกับความรู้สีกว่ามีตัวตน

วิธีที 1 การเข้าทางสติปัฏฐาน

*****เข้าทางหมวดกาย....นักภาวนาจะต้องเจริญสติปัฏฐาน จนเกิดปรากฏการขึ้นว่า ความเผลอแทบไม่ปรากฏอีกในชีวิตประจำวันและเป็นการไม่เผลอทีเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ไปทำอะไรขึ้นมาเพื่อให้ไม่เผลอ จากนั้น ให้ใช้กายทำงานจนเหนื่อยล้า พอกายเหนื่อล้า จิตจะมาจับทีอาการเหนื่อยล้าทางกายแทน พอจิตมาจับทีอาการเหนื่อยล้าแล้ว พอมีการขยับตัวทีเป็นธรรมชาติ ทีไม่ได้แกล้งทำขึ้นมา จิตจะไปพบกับ อสังขตธรรม ทันที

วิธีนี้ เป็นวิธีทีพระอานนท์ท่านใช้ ตอนพบกับ อสังขตธรรม ก่อนวันทำปฐมสังขยานา

นี่เป็นอุบายเพื่อได้พบกับ อสังขตธรรม ในครั้งแรก แต่เมื่อนักภาวนาได้พบแล้ว
รู้จักแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำแบบเดิมอีก เพียงแต่มีชีวิตไปตามปกติธรรมดา จะพบได้เองว่า อสังขตธรรมมีเกิดขึ้นอยู่เสมอในขณะทีกำลังขยับตัว หรือ เปลี่ยนอิริยาบท

****เข้าทางหมวดเวทนา

การเข้าทางหมวดเวทนา จะไม่ชัดแบบหมวดกาย แต่ผู้มีปัญญาพอควร จึงจะพบได้
วิธีการก็คือ ให้รักษาอาการสบายๆ ไว้ให้ได้นาน ๆ ก่อน พอมีการรักษาความสบายไปนาน ๆ ผลทีตามมาก็คือ ความเครียดจะเกิดขึ้น อาการสบายๆ จะหมดไป กลายเป็นความไม่สบายไปทันที พอเกิดอาการเครียดไม่สบายขึ้นมาทันที ให้หยุดการรักษาความสบายทีทำตอนแรก การเปลี่ยนแปลงนี้ จะทำให้จิตเห็นการเคลื่อนตัวของการจงใจกระทำ เป็นการไม่มีการจงใจกระทำ แล้วจะพบกับ อสังขตธรรมได้

วิธีที 2 การเจริญสัมมาสมาธิจนจิตมีประการสว่างจ้าปรากฏในดวงจิต
ความสว่างนี้จะทำลาย อวิชชา แล้ว อสังขตธรรม จะปรากฏขึ้นเอง
เทคนิคการเจริญสัมมาสมาธิแบบนี้ จะไม่ขอกล่าวถีง
เนื่องจากเป็นเทคนิคเฉพาะตน



Create Date : 08 มีนาคม 2557
Last Update : 8 มีนาคม 2559 10:51:24 น. 0 comments
Counter : 214 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 128 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.