รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
4 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
ทำไมภาวนาแล้วนอนไม่หลับ

บทความนี้ลงใน fb เมื่อ 19 พฤษคาคม 2555

ผมจำได้ว่าเคยเขียนเรื่องนี้ไว้แล้ว แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ที่ใด เขียนใหม่น่าจะเร็วกว่าไปค้นหาว่าอยู่ที่ใด ท่านที่ภาวนาแล้วนอนไม่หลับลองอ่านดู แล้วก็ทดลองดูเองก็แล้วกัน

1. ทำไมนอนไม่หลับ
สมัยผมภาวนา ผมก็พบปัญหานี้ คือภาวนาแล้วนอนไม่หลับ ไปถามใครต่อไปใคร เขาก็ว่า จิตมันตื่น นี่ก็จริงแต่จริงไม่หมด มันตื่นแบบนี้ มีข้อเสียต่อร่างกาย ร่างกายต้องการพักผ่อน นักภาวนาต้องนอนเหมือนกัน เดียวจะแย่ไปเปล่า ๆ

เมื่อผมเห็นจิต เห็น มโน ได้แล้ว ผมจึงพบความจริงว่า ทำไมนักภาวนาจึงนอนไม่หลับ

สาเหตุที่นอนไม่หลับนั้น เพราะ จิตไปสร้าง มโน ขึ้นบริเวณใบหน้าครับ
เมื่อภาวนาไป มโน มันยิ่งเด่นชัดจนเป็นก้อนพลังงานค้างอยู่ที่ใบหน้า ก็เลยนอนไม่หลับไปโดยปริยาย เพราะพลังงานจิตมันวิ่งขึ้นไปตำแหน่งสูงแถวใบหน้า

2.วิธีแก้ใข
เมื่อทราบปัญหาของการนอนไม่หลับแล้ว เราก็แก้ให้ตรงจุด ซึ่งจะมี 2 ระดับคือ

2.1 สำหรับนักภาวนามือเก่าที่ชำนาญที่เขาเห็นจิต เห็น มโนได้แล้ว
คนมือเก่าที่ชำนาญเหล่านี้ ต้องใช้วิธีการของหลวงปู่ดูลย์ครับ ที่ท่านว่า พบจิตให้ทำลายจิต พบผู้รู้ให้ทำลายผู้รู้ เมื่อทำลายแล้ว มโน ที่ใบหน้ามันจะว่างเป็นสุญญตา เมื่อก้อนพลังงานของ มโน มันหายไปแล้ว เมื่อคงอยู่ในสถาวะอย่างนี้ได้ ก็สบายไป นอนได้สบายครับ

2.2 สำหรับมือใหม่ ยังไม่เห็นจิต ไม่เห็น มโน
คนมือใหม่ ไม่อาจจะใช้แบบข้อ 2.1 ได้ จึงต้องเลี่ยงไปใช้แบบอื่น
วิธีการก็คือ ก่อนจะนอนสัก 1- 2 ชั่วโมงหรือกำลังนอนแล้วอยู่บนที่นอน ถ้าอยากจะภาวนา ก็ต้องใช้วิธีการของสมถะ คือ ใหไปจับความรูุ้สึกบริเวณต่ำ ๆ กว่าใบหน้า เช่น เวลานอน ให้รู้สึกลงไปที่แผ่นหลังที่สัมผัสกับที่นอน ผ้าห่ม หรือ รู้สึกลงไปทีเท้าที่สัมผัสกับที่นอน วิธีการนี้เป็นสมถะนะครับ แต่ทำได้เพราะเราต้องการแก้ใขเรื่องการนอนไม่หลับ เราก็รู้สึกลงไปต่ำ ๆ แบบนั้น การที่รู้สึกลงไปแบบนั้น พลังงานจิตที่เป็น มโน จะค่อยๆ สลาย ๆ ลงไป ถ้ามันจางลงมาก ก็นอนได้เองครับ

ในบางตำรา บอกว่าให้นับเลข นี่ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะการนับเลขนี้ เป็นการใช้จิตที่ไปสร้าง มโน ขึ้น มโน ยิ่งเด่นมากขึ้น

และบางคนก็ชอบเพ่งลมที่ปลายจมูก นี่ก็ร้ายพอกัน เพราะตำแหน่งจิตวิ่งขึ้นสูงไปปลายจมูกอีก ก็ยิ่งทำให้นอนไม่หลับ

******
ในการภาวนาระดับสูงนั้น การที่ มโน ถูกสร้างขึ้นมาแถวใบหน้านั้น จิตจะว่องไวก็จริงอยู่ เป็นการตื่นขึ้นของจิต แต่นี่เป็นการสร้างฐานสำหรับการสร้างขันธ์ ซึ่งผู้ที่หวังหลุดจากสังสารวัฏ ต้องตื่นแบบทำลาย มโน ทิ้งไปครับ



Create Date : 04 มิถุนายน 2555
Last Update : 7 มิถุนายน 2555 8:31:04 น. 0 comments
Counter : 8517 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13


 
นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 126 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.