รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
มกราคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
26 มกราคม 2556
 
All Blogs
 
การภาวนาเพื่อให้รู้จักกับทุกข์ว่า ทุกข์ นั้นเป็นอย่างไร

การภาวนาเพื่อให้รู้จักกับทุกข์ว่า ทุกข์ นั้นเป็นอย่างไร

แทบไม่น่าเชื่อ แต่เป็นไปแล้ว คนแทบทุกคน ไม่รู้จักกับทุกข์
คนมักบอกว่า เขารู้จักทุกข์ แต่ทีแท้จริง เขาไม่รู้จักมันอย่างท่องแท้

ถ้ามีคนถามว่า ท่านรู้จักดาราดังชื่อนั้น ชื่อนี่ไหม เกือบทุกคนจะบอกว่า รู้จัก
แต่ถ้าวิเคราะห็ให้ดี ๆ จะเห็นว่า คำตอบว่า รู้จัก นั้นที่แท้รู้จักเพียงชื่อ หน้าตา
รู้จักเพียงผิวเผิน และที่รู้จักเพราะมีการโฆษณาให้ดัง คนเลยได้เห็น ได้ยิน

การรู้จักดาราชื่อดังแบบผิวเผินอย่างนี้ ก็เหมือนคนที่บอกว่า เขารู้จักทุกข์ นั่นแหละ

เป็นการรู้จักแบบผิวเผิน แต่ที่แท้ แทบไม่รู้จักเลยด้วยซ้าไป

ในอริยสัจจ์ 4 พระพุทธองค์ทรงสอนว่า ทุกข์ให้รู้ (อริยสัจจ์ 4 ข้อที่ 1)
ทำไมพระพุทธองค์จีงทรงสอนแบบนี้..
ทั้งนี้ เพราะคนไม่รู้จักทุกข์ นั่นเอง
เมื่อ่คนไม่รู้จักทุกข์ ก็เลยไปหลง ไปยีดกับทุกข์ แล้วก็เป็นทุกข์ขึ้นมา

แล้วถ้าถ้ามต่อว่า ทำไมพระพุทธองค์จึงทรงสอนโดยเริ่มว่า ให้รู้จักทุกข์ละ
คำตอบก็คือว่า เมื่อคนรู้จักทุกข์แล้ว ก็จะได้ไม่ไปยีด ไปจับ ทุกขนะซิครับ
(นี่เป็นอริยสัจจ์ ข้อที่ 2 ที่พระพุทธองค์ทรงสอนว่า ตัณหา คือ เหตุแห่งทุกข์ ให้ละเสีย )
เมื่อไม่ไปยีด ไปจับ เข้า ทุกข์นั้นจะสลายไปเองเป็นไตรลักษณ์ ถ้าหมดเหตุปัจจัยทีทำให้ทุกข์นั้นเกิดไปแล้ว เพราะธรรมชาติของทุกข์จะเป็นแบบนี้เอง

เมื่อผมเขียนถีงตรงนี้ ก็อาจจะมีคนมาแย้งว่า ถ้าเกิดปวดฟันขึ้นมา ก็รู้ว่าเป็นทุกข์ แล้วทำไมจึงยังปวดฟันอยู่อีกละ การปวดฟันไม่เห็นสลายไปเลย .....
ถ้าท่านเข้าใจอย่างนี้ เป็นเพราะว่า ท่านไม่เคยสัมผัสกับการรู้จักทุกข์ แล้วได้ไปยีดติดทุกข์นั้นแล้วด้วยตัณหา

ถ้าท่านปวดฟัน ทุกข์เกิดแล้วก็จริง แต่ถ้าท่านไม่ยีดติดในทุกข์ ทุกข์ยังคงมีอยู่ เพราะเหตุและปัจจัยทีทำให้ปวดฟันไม่หมดไป แต่ท่านจะไม่ทุกข์เลย ถ้าท่านไม่เข้าไปยีดอาการปวดฟันนั้น..... ท่านต้องไม่เชื่อเป็นแน่ แต่ผมท้าให้พิสูจน์ครับ

ในการภาวนาตามอริยมรรคมีองค์ 8 นั้น ถ้าท่านฝีกฝนถูกต้อง คือ หัดฝีกไปด้วยการรู้ทุกข์ ที่ไม่เข้าไปยีดติดในทุกข์ใด ๆ จิตท่านจะมีการพัฒนาทีมีกำลังแห่งสัมมาสติ สัมมาสมาธิ แล้วเมื่อสัมมาสมาธิตั้งมั่น จิตท่านจะไม่เข้าไปยีดมั่นทุกข์ใด ๆ อีกเลย

แต่ท่านสมควรย้อนกลับมาดูตัวเองบ่อยๆ ครับว่า ท่านกำลังเดินทางในอริยมรรคที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ หรือว่า กำลังเดินผิดทางที่ฝีกฝนด้วยการหัดให้ยีดติดอยู่กับทุกข์ โดยเข้าใจว่า สิ่งทีท่านกำลังทำอยู่นั่นคือ สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้

ไม่มีใครที่จะช่วยท่านได้ในขั้นนี้ ถ้าท่านไม่มีปัญญาพอที่จะพิจารณาเองด้วยปัญญากับคำสอนของพระพุทธองค์กับสิ่งทีท่านกำลังทำอยู่ว่า มันเป็นสิ่งเดียวกันหรือเป็นสิ่งที่กลายไปจากคำสอนแล้ว

เคร็ดการภาวนามีอยู่แค่นี้เองครับ คือ ศีกษาอริยสัจจ์ 4 ให้เข้าใจก่อน แล้วลงมือฝีกฝนด้วยความเพียรตามที่กล่าวในอริยสัจจ์ 4 อันเป็นการเดินตามคำสอนที่พระพุทธองค์ทรงสอน ด้วยการหัดรู้จักทุกข์ที่ไม่ยีดติดด้วยตัณหา แล้วรอผลให้เกิดกำลังจิตทีมีสัมมาสติทีว่องไว และ สัมมาสมาธิทีตั้งมั่น เมื่อผลแห่งกำลีงจิตเกิดแล้ว ท่านจึงจะสามารถพิสูจน์คำสอนของพระพุทธองค์ได้เป็นอย่างดี แล้วท่านจะน้อมรับพระพุทธองค์อย่างเต็มใจไม่เคลือบแคลงอีกต่อไป

ท่านอาจถามผมว่า สิ่งที่ผมเขียนนี้ ไม่ได้บอกอะไรให้แจ้งชัดเลยในการปฏิบัติ แต่ถ้าท่านอ่านดี ๆ พิจารณาด้วยปัญญา ผมบอกท่านในแก่นที่เป็นคำสอนของพระพุทธองค์ ส่วนอุบายการปฏิบัติ ท่านจะทำอย่างไรก็ได้ ไม่ใช่สิ่งสำคัญแล้ว ถ้าอุบายของท่านนั้นสอดคล้องกับคำสอนของพระพุทธองค์ตามหลักของอริยสัจจ์ 4

2600 ปีหลังการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ คำสอนได้กลายไปมากในยุคปัจจุบัน ท่่านที่มีปัญญาควรใคร่ครวญให้ดีกับคำสอนแท้ทีมาจากพระพุทธองค์ จีงจะสามารถเข้าสู่การดับทุกข์ได้จริง




Create Date : 26 มกราคม 2556
Last Update : 26 มกราคม 2556 6:02:18 น. 0 comments
Counter : 1289 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 132 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.