รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
เมษายน 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
24 เมษายน 2557
 
All Blogs
 
ความแตกต่างระหว่าง ตัณหา และ ฉันทะ

เมื่อแปลบาลีเป็นไทย ทั้ง ตัณหา และ ฉันทะ ก็แปลว่า ความอยาก เหมือนกัน
แต่ในเนื้อแท้แล้วสภาวะธรรมทั้ง 2 นั้นต่างกัน

ตัณหา มีกล่าวไว้ใน อริยสัจจ์ 4 ข้อที 2 ว่า เหตุแห่งทุกข์ คือ ตัณหา
ถ้าต้องการละทุกข์ ให้ละตัณหาเสีย

ตัณหา คือ ความทะยานอยากในอริยสัจจ์ 4 ข้อที 2 เมื่อตัณหาเกิดในจิต ผลก็คือ
จิตทีธรรมชาติสดใส นั้นจะเศร้าหมองมืดมัวลงไป ยิ่งตัณหาเข้าครอบงำจิตมากเท่าใด
จิตทีผ่องใส ก็ยิ่งมืดมัวลงไปจนมืดมิด

เมื่อเกิดเป็นคน ต้องทำโน่นทำนี่ เช่น ตื่นเช้า ก็ต้องอาบน้ำ แปรงฟัน นี่ก็เป็นความอยากเช่นกัน แต่ถ้า การอาบน้ำ และแปรงฟัน ไม่ได้ทำให้จิตทีผ่องใส มัวลงไป นี่คือ ฉันทะ

สรุป ก็คือ ความแตกต่างระหว่าง ตัณหา และ ฉันทะ คือ ความอยากใดทำให้จิตมืดมัวลง นั้นเป็น ตัณหา ความอยากใด ที่ทำให้จิตผ่องใสเหมือนเดิม ไม่มืดมัวลงไปกว่าเดิม นั้นคือ ฉันทะ

คำถามมีว่า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า สิ่งทีตนเองกำลังทำอยู่นั้น จิตมืดมัวลงไปหรือไม่

สำหรับคนทั่วไป ยากทีจะรู้ได้ แต่ถ้าใครทีสามารถเห็นจิตตัวเองได้ จะรู้ในสภาวะนี้ว่า
เป็นตัณหา หรือ ฉันทะ

แต่จะมีหลักการพอทีจะใช้แทนได้ ก็คือ ถ้าการกระทำสิ่งใด ความรุ้สีกตัวลดน้อยลงไป นั้นแสดงว่า ตัณหากำลังเกิดขึ้นในจิตครับ




Create Date : 24 เมษายน 2557
Last Update : 24 เมษายน 2557 5:35:05 น. 1 comments
Counter : 1084 Pageviews.

 
ฺBlog ที่เขียนในวันนี้อีกเรื่องหนี่ง คือ

สมถะยานิก วิปัสสนายานิก
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=namasikarn&month=04-2014&date=24&group=17&gblog=106


โดย: นมสิการ วันที่: 24 เมษายน 2557 เวลา:9:19:30 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 131 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.