รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
18 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
การภาวนานั้นต้องการอะไร.....

การภาวนานั้นต้องการอะไร.....

การภาวนานั้นสิ่งทีต้องการคือ การรู้ว่าธรรมชาติจริงๆ ของตัวเรา เป็นอย่างไร

คำถามต่อมาก็คือ รู้แล้วทำอย่างไรต่อไป

คำตอบก็คือ เมื่อรู้ธรรมชาติแล้ว เมื่อมีอาการผิดธรรมชาติที่เพิ่มเข้ามาอีกให้เขี่ยมันทิ้งไปครับ

ผมจะยกตัวอย่างให้เข้าใจ

ธรรมชาติของคนเรา ถ้าเป็นปรกติ ก็จะหายใจ จะเฉยๆ ไม่อยากได้อะไร ไม่ยินดี ยินร้าย
ไม่เจ็บ ไม่ป่่วย สบาย ๆ ....
ถ้าเปรียบเหมือนน้ำทะเล นี้คือสภาพน้ำทะเลทีราบเรียบ ไม่มีคลื่นเลย น้ำนิ่งสนิท
เมื่อเราฝีกภาวนา ให้เรารู้จักธรรมชาตินี้ให้ได้ ไม่ว่าฝีกอย่างไร ก็ต้องหาธรรมชาตินี้ให้ได้ครับ

ทีนี้ พอมีสิ่งผิดปรกติเข้ามา เช่น มีอารมณ์เครียด มีอารมณ์โกรธ มีความยินดี ยินร้าย
นักภาวนาเมื่อรู้สภาพที่ปรกติแล้ว พอมีสิ่งผิดปรกติหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามาดังตัวอย่างข้างต้น
ซี่งก็คือ ทุกข์ ก็จัดการมันทิ้งซะ แล้วให้ธรรมชาติของเรากลับมาเหมือนเดิมใหม่อีกครั้ง

นักภาวนาที่จัดการให้เหมือนเดิมได้เร็วเท่าไร เขาก็จะทุุกข์น้อยลงเท่านั้น

ปัญหามีอยู่ว่า
1. นักภาวนาไม่สามารถรู้ความผิดปรกติทีเกิดขึ้นได้
2. นักภาวนารู้ความผิดปรกติได้ แต่ไม่สามารถจัดการให้กลับมาเป็นปรกติได้อีกครั้ง

ดังนั้น นักภาวนาจึงต้องฝีกฝน ให้มีความสามารถที่จะจัดการข้อ 1 และ 2 ได้
ก็คือ การฝีกสัมมาสติ สัมมาสมาธิ

เมื่อนักภาวนาฝีกด้วยกฏ 3 ข้อ คือ รู้สึกตัว ผ่อนคลาย สบาย ๆ อย่าอยากรู้อะไร แต่ให้จิตเขารู้เอง นี่คือ การฝีกเพื่อ่ให้นักภาวนารู้จักกับสภาวะปรกติทีไม่มีทุกข์ว่าเป็นอย่างไร
แต่เมื่อฝีก ก็ให้รู้กายที่เป็นดิน ที่เป็นลม ทีรู้สึกได้วูบ ๆ นั่นก็เพื่อให้จิตมีพลังมากขึ้นและมีความสามารถจัดการข้อ 1 และ 2 ได้ การฝีกแบบนี้ ก็คือ การฝีกสัมมาสติ สัมมาสมาธิ

ส่วนปัญญานั้น เมื่อฝีกไปเรื่อยๆ ความสามารถของจิตจะมากขึ้นไปตามลำดับ ทำให้นักภาวนาสามารถที่จะรู้จักความเป็นปรกติที่ละเอียดมากขึ้นและรู้จักทุกข์ที่ละเอียดมากขึ้น ผมจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ทุุกท่านคงเคยเห็นทรายที่เขาทำการก่อสร้าง ทรายนี้ละเอียดกว่าก้อนหิน แต่ถ้าใครไปที่หาดทรายแถวหัวหิน จะพบว่า ทรายที่นั้นจะละเอียดกว่าทรายก่อสร้างอีก เมื่อนักภาวนารู้จักสิ่งทีละเอียดกว่าในความปรกติ พอสิ่งแปลกปลอมที่ผิดปรกติเข้ามา เขาก็จะรู้ได้อีก นี่คือความละเอียดของทุกข์ที่รูุ้จักได้ของนักภาวนา


ความเป็นปรกติของคนนั้น จะมี 2 อย่าง คือ
A. ความป็นปรกติทางกาย ไม่เจ็บ ไม่ทุุกข์ และ *** ไม่เครียด***
B. ความเป็นปรกติทางใจ คือ สภาพารไร้การปรุงแต่งของจิตใจที่เกิดขึ้นใน มโน

หาให้พบครับว่า A และ B เป็นอย่างไร เมื่อพบสิ่งที่ผิดปรกติไปจาก A/B แล้วก็ทำลายมันทิ้งเสียด้วยกำลังสัมมาสติ สัมมาสมาธิ นี่แหละครับ ทางพ้นทุกข์แบบชาวบ้านพูดกัน จะเป็นแบบนี้

นี่คือ สิ่งทีต้องการในการภาวนา ในนักภาวนาที่ชำนาญมากๆ พอเกิดสิ่งผิดปรกติไปจาก A / B แล้ว เขาจะทราบทันทีอย่างรวดเร็ว แล้วก็ทำลายความผิดปรกตินี้อย่างทันทีเช่นกันดังสายฟ้าแลบ

*****
แนะนำอ่าน  ความรวดเร็วในการพลิกใจ  //www.bloggang.com/mainblog.php?id=namasikarn&month=11-10-2012&group=17&gblog=55



Create Date : 18 ตุลาคม 2555
Last Update : 18 ตุลาคม 2555 5:59:36 น. 1 comments
Counter : 1398 Pageviews.

 
ท่านทีต้องการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 25 พ.ย.2555 เวลา 13-16 น. กรุณาลงชื่อได้แล้วครับ

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=namasikarn&month=10-2012&date=17&group=14&gblog=12


โดย: นมสิการ วันที่: 18 ตุลาคม 2555 เวลา:6:00:27 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 130 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.