รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2563
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
16 มีนาคม 2563
 
All Blogs
 
ความเข้าใจในการปฏิบัติธรรมเรื่อง *ความคิด*

1...ความคิดที่คนธรรมดาเข้าใจกัน และ ความคิดทีเป็นปรมัตถธรรมของนักภาวนา นั้นไม่เหมือนกัน คนธรรมดาจะเข้าใจเรื่องความคิด ก็คือ การไปคิดเรื่องราวต่างๆ  ในหัวสมอง เช่น คิดว่า เย็นนี้ จะไปซื้อกับข้าวอะไรเพื่อไปกินเป็นอาหารเย็น และ เรื่องราวต่างๆ อีกมากมาย  เรื่องในความคิดของคนธรรมดานั้น จะเป็นราวทางโลก เมื่อคิดเรื่องราวทางโลก
**ถ้าเรื่องทีคิดนั้น ทำให้เกิดอาการทีไม่สบายใจ หรือ น่าเบื่อหน่าย ก็จะรู้สีกเป็นทุกข์ 
**ถ้าเรื่องราวทีคิดนั้น ทำให้เกิดอาการสบายใจ หรือ สนุก ก็จะทำให้มีความสุขเกิดขึ้น
*
2..ความคิดทีเป็นปรมัตถธรรมของนักภาวนา  คือ ก้อนพลังงานทีวิ่งขึ้นไปสู่หัวสมอง 
ถ้าก้อนพลังงานนี้วิ่งขึ้นไปสู่ทีหัวสมองเมื่อใด ความคิดก็จะเกิดขึ้น ความคิดของนักภาวนาจะไม่เป็นเรื่องราวแบบคนธรรมดา ไม่มีเรื่องราวอะไรอยู่ในนั้น มีเพียงแต่ก้อนพลังงานที่เคลื่อนทีขึ้นไปสู่สมองเท่านั้น  ถ้าไม่มีความคิด ก้อนพลังงานทีหัวสมองก็จะหายไป
ดังนั้น นักภาวนาทีเห็นความคิดแบบทีเป็นก้อนพลังงานปรากฏขึ้นทีหัวสมองได้ จะไม่มีความทุกข์ใด ๆ ทีมีความคิดเกิดขึ้นเลย
*
3..ในธรรมชาติของคนธรรมดานั้น  จิตตัวรู้ถูกจิตพลังงานครอบงำอยู่  และ ตัณหาในจิตดึงให้จิตทั้งสองทีเกาะติดกันวิ่งไปสนใจสิ่งต่าง ๆ ทางโลก ผ่านทางอายตนะ เช่นการดูทีวี การได้ยินเสียงเพลง และ อื่นๆ  อีกมาก  การที่คนธรรมดาไปสนใจสิ่งต่างๆ ทางโลกแบบนี้ ก้อนจิตพลังงานจะเคลื่อนตัวขึ้นสู่ศรีษะ เพื่อแปลเรื่องราวทีรับรู้เข้ามา  เช่น การเห็นมือถือ ก็รู้ว่า นีคือมือถือ  พอได้ยินเสียงแมวร้อง ก็รู้ว่า นี่คือ เสียงแมว 
*กล่าวโดยสรุปก็คือ ในคนธรรมดานั้น จะมีความคิดเกิดตลอดเวลา แต่คนไม่รู้เองว่า มีความคิดเกิดอยู่   นักภาวนาจำนวนมากพยายามเป็นอย่างมาก ทีจะบังคับจิตไม่ให้มีความคิด ด้วยความเชื่อว่า การไม่มีความคิด จะทำให้ได้พบธรรมะ แต่ในธรรมชาติของคนทั่วไป ไม่อาจทำให้ไม่มีความคิดเกิดขึ้นได้เลย   
*
4..การภาวนานั้น ไม่ใช่ไปบังตับจิตไม่ให้มีความคิด แต่การภาวนานั้น ต้องฝีกจิตตัวรู้ให้รู้ว่า ขณะนั้น ๆ  จิตมีความคิดอยู่หรือไม่ ซี่งการไปรู้ว่า มีความคิดอยู่หรือไม่ ก็คือ การไปรู้ว่า มีก้อนพลังงานอยู่ทีสมองหรือไม่
*ถ้าไม่มีก้อนพลังงานอยู่ ก็ไม่มีความคิด
*ถ้ามีก้อนพลังงานอยู่ ก็มีความคิดอยู่
*
5..การทีภาวนาคนหนี่ง สามารถไปรู้ความคิดทีเขียนไว้ในข้อ 4 ทีเป็นก้อนพลังงานได้นั้น ไม่ใช่เป็นสิ่งทีง่ายนัก
แต่ถ้าได้รับการฝีกฝนสติปัฏฐาน 4 ทีตรงทาง เข้าสู่องค์มรรคได้  นักภาวนาคนนั้น ก็จะสามารถเห็นความคิดแบบทีเขียนไว้ในข้อ 4 ได้
*
6..ในการเห็นความคิดเป็นก้อนพลังงาน ทำให้นักภาวนาเข้าใจได้และมีปัญญาเกิดขึ้นว่า สิ่งต่างๆ ทีคนเราคิดขึ้นมานั้น สาเหตุมาจากก้อนพลังงานวิ่งขึ้นไปที่หัวสมอง ถ้าไม่มีก้อนพลังงานนี้ทีหัวสมอง สิ่งต่างๆ ทีคนเราคิดก็จะหายไป   
การเห็นและเข้าใจได้แบบนี้ เป็นปัญญาของจิต 
*
7..สรุปในแง่การปฏิบัติเกี่ยวกับความคิด
* อย่าไปบังตับจิตไม่ให้มีความคิด แต่ให้ฝีกฝนจิตจนสามารถเห็นปรมัตถธรรมทีเป็นก้อนพลังงานปรากฏขึ้นทีหัวสมองได้  เมื่อเห็นก้อนพลังงานนี้ได้ ก็จะเห็นไตรลักษณ์ของความคิดได้ และ เข้าใจได้ต่อไปว่า สิ่งต่างๆ ทีคนเราคิดนั้น มันถูกสร้างมาจากก้อนพลังงานทีหัวสมองนี้เอง


Create Date : 16 มีนาคม 2563
Last Update : 16 มีนาคม 2563 9:15:25 น. 0 comments
Counter : 181 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.