รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ **กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผม ทาง e-wallet ครับ** **ผมขอสงวนสิทธิการเป็นเจ้าบ้านของ blog ลบข้อเขียนใดๆ ก็ได้ใน blog นี้ตามที่ผมเห็นสมควร**
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2563
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
30 มีนาคม 2563
 
All Blogs
 

จิตนี้ผุดผ่อง แต่ว่าจิตนั้นแล เศร้าหมอง ด้วยอุปกิเลสที่จรมา ฯ

1...พระไตรปิฏกเถรวาท ได้เขียนไว้ว่า
[๕๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตนี้ผุดผ่อง แต่ว่าจิตนั้นแล เศร้าหมองด้วยอุปกิเลสที่จรมา ฯ
[๕๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตนี้ผุดผ่อง และจิตนั้นแล พ้นวิเศษแล้วจากอุปกิเลสที่จรมา ฯ
อ้างถึง
https://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=20&A=205&Z=209&pagebreak
*
2..เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะไปออกเดินทางเพื่อแสวงหาโมกขธรรม
เมื่อพระองค์ทรงค้นพบแล้ว พระองค์ได้ทรงอุทานออกมาว่า
บัดนี้ พระองค์ได้ทรงพบนายช่างตัณหาผู้สร้างเรือนแล้ว
นายช่างตัณหาจะมาสร้างเรือนอีกไม่ได้แล้ว
*
นักภาวนาทีปฏิบัติฝึกฝนตามแนวทางแห่งมรรคมาด้วยดีอยู่เสมอจนเป็นนิสัย
จิตมีกำลังของสัมมาสติ สัมมาสมาธิพอสมควร
จะเห็นการปรุงแต่งของจิตปรุงแต่งเกิดดับเป็นไตรลักษณ์ได้
สถานทีเกิดการปรุงแต่งของจิตปรุงแต่งนั่นแหละคือ *เรือน* ทีเกิดขึ้นเพราะ ตัณหา
*
เมื่อการปรุงแต่งเกิดขึ้นทีเรือน ถ้านักภาวนามี ญาณปัญญา มากพอ
ก็จะเห็นได้ว่าที เรือน นี้ มีอาการของการขุ่นมัว หรือ
มีอาการทีเศร้าหมองเกิดขึ้นเมื่อมีการปรุงแต่งเกิดขึ้น
*
ถ้านักภาวนา มีกำลังของ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ปัญญาญาณ มากพอ
จะพบได้อีกว่าเมื่อใดที่
**อาณาปานสติ ขาดหายไป จะเกิดการขุ่นมัวที่ เรือน เสมอ
ในทำนองกลับกัน
**ถ้าตราบใดทีอาณาปานสติ คงอยู่ ที เรือน นี้ จะผ่องใส
*
นี่เป็นเหตุผล ทีพระพุทธองค์ ทรงยกย่อง อาณาปานสติ ว่าเป็นยอดของกรรมฐานทั้งปวง
*
เมื่อใด ทีนักปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา มีสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ปัญญาณ
ทีมากพอเห็นกลไกของจิตเศร้าหมองได้ทันที่เกิดขึ้น และ เห็นกลไกของ
จิตประภัสสรผ่องใสได้ทันที่เกิดขึ้นได้
*
นักปฏิบัติธรรมนั้น จะรู้วิธีการ *วางจิต* หรือ *การตั้งจิต* ว่าจะวางจิต หรือ ตั้งจิตอย่างไร จึงจะ
2.1 สามารถเห็นอาการทีจิตเศร้าหมองเกิดขึ้นทันที ถ้าอาณาปานสติขาดลงด้วยเหตุใดก็ตาม
2.2 สามารถวางจิตได้ตรง ทีจะให้มีอาณาปานสติเจริญได้อยู่เสมอเอง
ไม่ว่าจะอยู่ในกิจการงานใดในชีวิต
**
ผลแห่งการ วางจิต หรือ ตั้งจิต ทีตรง ทีถูกต้อง ธรรมชาติแท้การไม่มีตัวตน หรือ สุญญตาสภาวะ
ก็เกิดขึ้นด้วย
*
3..การเข้าถึงในข้อ 2 นั้น ไม่มีทางอื่น นอกจาก การเจริญ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ปัญญาญาณ
ให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ จนวันหนี่ง ทีกำลังจิตเหล่านี้ มีมากพอ และเกิดเห็นทันการเกิดขึ้น
อาการของจิตเศร้าหมอง และ เห็นทันอาการทีเกิดขึ้นของอาการจิตประภัสสร
ได้ ก็จะสามารถ รู้การวางจิต หรือ การตั้งจิตได้
อาการเห็นได้ทันนี้ ไม่มีใครสามารถบอกให้ได้ว่า
ตั้งจิตตรงไหน อย่างไร นอกจากจะพบได้เองเท่านั้น
*
ถ้าท่านเป็นนักเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ ท่านจะพบว่า การเล่นเกมส์นั้น
เมื่อผ่านมาถึงจุดหนี่ง ก็จะแพ้ หรือ ตาย แล้วก็ลงมือเล่นเกมส์รอบใหม่
การแพ้ในรอบทีแล้ว ท่านจะรู้ว่า เกมส์นี้ มีจุดทีต้องพบด่านทีใด เมื่อถึงจุดนี้
ท่านก็ต้องระวังเป็นพิเศษ อาศัยประสบการณ์ทีผ่านมาจากการแพ้ในเกมส์
แต่เล่นรอบใหม่ ก็จะสามารถผ่านจุดนี้ไปได้
ในการปฏิบัติธรรมก็เช่นกัน
ถ้าไม่ให้ปล่อยให้จิตไปพบทุกข์เองตามวิถึทางของธรรมชาติ
จิตจะไม่มีประสบการณ์การพ่ายแพ้ เมื่อจิตมีประสบการณ์มากพอ
ประสบการณ์นี่แหละ วันหนี่ง จะทำให้ท่านพบกับ การตั้งจิต หรือ การวางจิต ได้เอง
*




 

Create Date : 30 มีนาคม 2563
1 comments
Last Update : 30 มีนาคม 2563 8:59:43 น.
Counter : 162 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

บทความเรื่อง การทดสอบ จิตประภัสสร
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=namasikarn&month=02-2019&date=11&group=6&gblog=57

 

โดย: นมสิการ 30 มีนาคม 2563 9:03:09 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


นมสิการ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 140 คน [?]




หลักปฏิบัติ ...รู้สึกตัว ผ่อนคลาย เฉย ๆ สบาย ๆ

มากกว่า 20 ปีที่ไปหลงทำสมถภาวนาแบบสมาธิแบบฤาษีโดยที่ไม่รู้จักกับคำว่า อะไรคือสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ผลที่ได้คือความสงบขณะกำลังนั่งสมาธิจนตัวนิ่งแข็งเป็นก้อนหิน แต่ผลข้างเคียงตามมาก็คือการเป็นคนเจ้าโทสะอย่างรุนแรงขณะเวลาไม่ได้นั่งสมาธิ และ ที่อยู่ในชีวิตประจำวัน....

จนได้พบกัลยณมิตรแดนไกล ที่ได้ชักนำให้มารู้จักวิธีปฏิบัติแบบหลวงพ่อเทียน จนได้พบกับพระอาจารย์ในสายหลวงพ่อเทียน ที่ผมได้เรียนการปฏิบัติจากท่าน จนเข้าใจว่า สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คืออะไร แล้วลงมือฝึกฝน การปฏิบัติก็รุดหน้าและได้ลิ้มรสสิ่งบริสุทธิในจิตใจอันเป็นผลจากการปฏิบัติด้วยเวลาเพียง 5 ปี

ธรรมปฏิบัติจากฆราวาสเขียนเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยากในสังคมไทย ผมรู้ได้จากที่เขียนใน blog ผมได้พบกับการก่อกวนใน blog การเขียนเหน็บแนม กระแหนะกระแหน ตำหนิการการปฏิบัติที่ผมเขียนใน blog ว่าผิดทาง เขียนแบบคาดเดาเอา ไม่รู้จริง ให้ผมหยุดเขียนแนวนี้ได้แล้ว และไปโมทนาสาธุแนะนำการปฏิบัติสมาธิแบบฤาษีให้กับผมอีกว่านี่คือทางที่ถูกต้อง ...

บทความใน blog จึงเกิดขึ้นมา เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ในการภาวนา
แก่ผู้อื่นที่กำลังเดินทางในสายแห่งอริยมรรคนี้

เมื่อท่านได้เข้ามาอ่านข้อเขียนใน blog กรุณาอย่าได้เชื่อผมจนกว่า ท่านได้ทดลองปฏิบัติแล้วและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเอง

**กรุณา .อย่า.ได้บริจาคเงินให้ blog ผมทาง e-wallet ครับ **

******
บทความต่าง ๆ ใน blog นี้
ขอสงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

****
Friends' blogs
[Add นมสิการ's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.