ยูโทเพียไทย
เศรษฐศาสตร์
เพื่อความเป็นธรรม

 

สาเหตุวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งนี้คือ “ที่ดินนิยม” กาฝากร้ายใน “ทุนนิยม”

สาเหตุวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งนี้คือ “ที่ดินนิยม” กาฝากร้ายใน “ทุนนิยม”
(ยินดีให้เผยแพร่ต่อด้วยความขอบคุณ – สุธน หิญ)

ได้ฟังการกล่าวหาซ้ำซากหลายครั้งหลายหนว่าวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งนี้แสดงถึงความล้มเหลวของลัทธิทุนนิยมเสรีหรือระบบตลาดเสรี - ไม่ใช่หรอกครับ ! โปรดแยกปัจจัยการผลิตทั้งสามออกจากกันให้ชัดเจน – ที่ดิน แรงงาน (กาย+สมอง) และ ทุน (ดูนิยามศัพท์ได้ที่ //geocities.com/utopiathai/UnjustPoverty บทที่ 2)

โปรดทราบว่า ผมใช้คำว่า ที่ดินนิยม ทุนนิยม และ แรงงานนิยม ในความหมายที่ว่า ระบบหรือลัทธิเหล่านี้เอื้อประโยชน์แก่เจ้าของปัจจัยการผลิตกลุ่มไหน

ลัทธิที่ดินนิยมคือกาฝากร้ายของทุนนิยม ที่ดินนิยมคือสิ่งขวางกั้นมหึมาต่อสิ่งที่แอดัม สมิธเรียกว่า มือที่มองไม่เห็น อันเป็นหัวใจของทุนนิยมหรือลัทธิเสรีวิสาหกิจ การที่ฝ่ายทุนนิยมล้มเหลวไม่สามารถขจัดความยากจนได้ในยามปกติ การที่วัฏจักรเศรษฐกิจเหวี่ยงตัวขึ้นลงรุนแรงก่อความเสียหายใหญ่หลวง ธุรกิจล้มละลาย ผู้คนสิ้นเนื้อประดาตัว ก็เพราะที่ดินนิยมเป็นสาเหตุหลักให้เกิดการเก็งกำไรที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีที่ดินเป็นส่วนสำคัญ ไปที่ไหน ๆ ก็เจอแต่ที่ดินที่มีเจ้าของแล้วแทบทั้งนั้น

สาเหตุทางการเงินก็มีอยู่ แต่ถ้าไม่มีต้นเหตุจริงในการเก็งกำไรที่ดินและอาคารแล้ว ก็ไม่ต้องมีการกู้เงินกันมาก ๆ สาเหตุทางการเงินก็ไม่เกิด

ผสมสองทฤษฎีสกัดเศรษฐกิจฟองสบู่ //bbznet.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=46&c=1

ระบบปัจจุบันทำให้เจ้าของที่ดินมีอำนาจผูกขาด คนจนต้องออกไปอยู่ชายขอบ (ซึ่งอยู่ห่างชุมชนออกไปมากเกินควร เพราะที่ดินถูกเก็บกักปล่อยว่างกันไว้มาก) มิฉะนั้นก็ต้องเช่าที่อยู่อาศัยที่ทำกินแพง ๆ จากคนอื่น ขนาดนี้แล้วจะว่าเราเป็น ระบบตลาดเสรี หรือ ทุนนิยมเสรี ได้อย่างไร

เวลาปกติ คนจนก็เดือดร้อนอยู่แล้ว เพราะถูกพรากสิทธิที่จะเข้าถึงที่ดินอย่างเท่าเทียมกัน ถึงเวลาเศรษฐกิจถดถอย คนจนยิ่งลำบากแสนสาหัส

ถ้าเราสามารถขจัดลัทธิที่ดินนิยมออกไปจากลัทธิทุนนิยม ทุนนิยมจะเป็นแรงงานนิยมอีกด้วยคู่กันไป เพราะทุนก็คือแรงงาน แต่สะสมไว้ในรูปของวัตถุ อุปสงค์อุปทานของแรงงานกับทุนจะปรับแต่งตัวเองทำให้ผลตอบแทนของสองปัจจัยนี้มีแนวโน้มที่จะได้ดุลกันอยู่เสมอ เช่น การผลิตสินค้าและบริการสามารถเพิ่มแรงงานแล้วลดทุน (เครื่องมือช่วยผลิต) แทนได้ระดับหนึ่ง หรือกลับกัน คือ เพิ่มเครื่องช่วยผลิตแล้วลดแรงงาน แล้วแต่ต้นทุนอันใดถูกกว่าก็เพิ่มปัจจัยนั้นแล้วลดอีกปัจจัยหนึ่ง

นายทุนกับผู้ใช้แรงงานมีผลประโยชน์ร่วมกัน //geocities.com/utopiathai/UnjustPoverty บทที่ 3 หน้า 31
แก้ปัญหาที่ดินได้ปัญหานายทุนกดค่าแรงจะหมดไปด้วย //www.bbznet.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=4&c=1

ที่ดินคือเงื่อนไขแห่งชีวิต การปล่อยให้เอกชนมีกรรมสิทธิ์แทบจะเต็มที่ในที่ดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติ มิได้มีมนุษย์ผู้ใดลงแรงลงทุนสร้างขึ้นมา การไม่เก็บภาษีที่ดินสูง ๆ ทำให้เกิดการเก็งกำไรเก็บกักที่ดิน ทำให้แผ่นดินของประเทศชาติไม่ได้รับการทำประโยชน์ถึงระดับอันควร และที่ดินมีค่าเช่า/ราคาสูงเกินระดับที่ควร ทำให้ผู้ลงแรงลงทุนต้องเสียส่วนแบ่งผลตอบแทนการผลิตให้แก่เจ้าของที่ดินมากกว่าที่ควร

การเก็บภาษีต่าง ๆ (เว้นภาษีที่ดิน) ยิ่งก่อผลร้าย ทำให้ของแพงและค่าแรงต่ำยิ่งขึ้น ถ่วงความร่วมมือในการผลิต ทั้งภายในประเทศด้วยกัน และกับต่างประเทศ ทำให้ได้ผลผลิตต่ำ และการว่างงานรุนแรง

ดังนั้น จะทำให้ระบบของเราเป็นทุนนิยมเสรี ค่าแรงก็สูง แต่ของกินของใช้ราคาถูก แข่งขันกับต่างประเทศได้ดี ก็ต้องเลิกเก็บภาษีทั้งสิ้นจากการลงแรงลงทุน เก็บแต่ภาษีที่ดินเท่าหรือเกือบเท่าค่าเช่าศักย์ ภาษีสิ่งแวดล้อม ค่าภาคหลวงจากการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้หมดเปลืองไป และค่าเอกสิทธิ์สัมปทานในการประกอบการสาธารณะเพื่อความเป็นระเบียบและประสิทธิภาพ โดยการเพิ่มภาษีที่ดินควรค่อย ๆ เพิ่มเป็นลำดับไป อาจต้องยอมใช้เวลานาน เช่น 30 ปี พร้อมกับการค่อย ๆ ลดหรือเลิกภาษีจากการลงแรงลงทุนให้ชดเชยกันไป.

(จากเว็บเศรษฐศาสตร์เพื่อความเป็นธรรม //geocities.com/utopiathai )




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2551    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2551 0:05:27 น.
Counter : 776 Pageviews.  

วิธีแก้ไขวิกฤตสินเชื่อ

วิธีแก้ไขวิกฤตสินเชื่อ
(เผยแพร่ต่อได้ถ้าระบุว่านำมาจากเรื่อง How to Solve the Credit Crisis ที่ //progress.org/2008/fold580.htm โดย Fred E. Foldvary บรรณาธิการอาวุโสเว็บไซต์ The Progress Report)

ร่างกฎหมายช่วยเหลือสัญญาจำนอง 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผ่านสภาแล้ว แต่กว่าจะมีผลใช้บังคับได้ก็อีกหลายสัปดาห์ ขณะนี้การว่างงานกำลังสูงขึ้น ธุรกิจจำนวนมากยังไม่ได้รับสินเชื่อที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงาน ข้าพเจ้าจึงขอเสนอแผนต่อไปนี้เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ความน่าจะเป็นที่ฝ่ายบริหารจะรับพิจารณาจะแทบเป็นศูนย์ก็ตาม:

1. แจกเงินสดแก่คนสัญชาติสหรัฐฯ คนละ 6,000 ดอลลาร์ รัฐสภาอนุมัติให้กระทรวงการคลังพิมพ์ธนบัตรใบละ 1,000 ดอลลาร์เพื่อแจกให้แก่พลเมืองและผู้อยู่อาศัยเป็นการถาวรในสหรัฐฯ คนละ 6 ใบ ซึ่งจะช่วยให้เกิดสภาพคล่องและบรรเทาความเดือดร้อนที่จำเป็นเร่งด่วน ส่วนผู้ที่ต้องการเงินทันทีก็ให้สามารถกู้ยืมจากกองทุนต่าง ๆ ก่อนได้ โดยให้ธนาคารกลางเพิ่มการสำรองเพื่อการกู้ยืมนี้รายละ 6,000 ดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ แต่เงินเฟ้อจะมีประโยชน์ในการลดมูลค่าที่แท้จริงของหนี้ทั้งสิ้นที่กำหนดเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ผู้ให้กู้จะได้รับเงินคืนคิดเป็นมูลค่าแท้จริงต่ำลง แต่ย่อมดีกว่าที่จะไม่ได้รับคืนเลย

2. เลิกจำกัดโควตาคนเข้าเมือง ให้ทุกคนเข้าสหรัฐฯ ได้ถ้าไม่ใช่อาชญากรหรือผู้ก่อการร้าย และไม่เป็นโรคติดต่อ ผู้ย้ายถิ่นเข้าประเทศใหม่ 2-3 ล้านคนจะเข้าอยู่ในบ้านที่ขณะนี้ว่างอยู่เต็มหมดในเวลาอันรวดเร็ว

3. พักการใช้กฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำไว้ชั่วคราว รวมทั้งข้อจำกัดต่าง ๆ สำหรับกิจการที่ไม่ขัดกับความสงบเรียบร้อยและสุจริต ยอมให้ทุกคนทำงานหรือดำเนินกิจการโดยไม่มีข้อจำกัดถ้าไม่เป็นการคุกคามความปลอดภัยของผู้อื่น ผู้ที่เพิ่งอพยพเข้ามาจะทำงานของตนเองทันที เพราะอุปสงค์ในบางสิ่งย่อมจะมีอยู่เสมอ อุปสงค์เหล่านี้จะเป็นประเภทที่มีประสิทธิผล (คือมีความสามารถซื้อ) เพราะทุกคนจะมีเงินที่จะใช้จ่ายได้อย่างน้อย 6,000 ดอลลาร์

4. ออกมาตรการฉุกเฉินทันทีเพื่อเก็บภาษีมูลค่าที่ดินทุกแห่ง 90 % ของค่าเช่าศักย์รายปี ราคาที่ดินก็จะลดเหลือ 1 ใน 10 ของราคาเดิม นี่จะเป็นการขจัดฟองสบู่ของราคาที่ดิน เจ้าของที่ดินจะได้รับชดใช้ราคาขายส่วนที่ลดลงไปด้วยพันธบัตรของกระทรวงการคลังที่ไม่มีกำหนดไถ่ถอน (perpetual) ข้อนี้จะทำให้หนี้สินของรัฐบาลกลางเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ในทางเศรษฐกิจ พันธบัตรนี้จะแทนที่หนี้สินจากการจำนองที่ดิน และพันธบัตรจะได้รับการหนุนหลังจากการเก็บภาษีมูลค่าที่ดินจากเจ้าของที่ดินทุกคน

ปัญหาการจำนองที่ดินจะหมดไป เพราะจะไม่มีการจำนองที่ดินอีก [สงสัยว่าราคาที่ดินยังเหลือ 1 ใน 10 ของราคาเดิม แล้วเหตุใดจึงจะไม่มีการจำนองที่ดินอีก – ผู้แปล] แต่จะยังมีการจำนองตัวอาคารอยู่ หนี้สินที่เพิ่มขึ้นมาจะทำให้รัฐบาลมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเพียงเล็กน้อย เพราะพันธบัตรกระทรวงการคลังมีดอกเบี้ยต่ำมาก และรัฐบาลจะเก็บภาษีมูลค่าที่ดินได้ถึงปีละสองล้านล้านดอลลาร์ เจ้าของที่ดินจะชำระภาษีด้วยพันธบัตรนี้และเงินสดที่ได้รับแจก 6,000 ดอลลาร์ก็ได้

การที่ราคาที่ดินลดลงถึง 90 % จะทำให้ผู้คนกลับมีความสามารถซื้อบ้านพร้อมที่ดินได้ใหม่ ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะฟื้น เจ้าของที่ดินที่มีหนี้สินน้อยอาจขายพันธบัตรเอาเงินฝากธนาคารเพื่อจะได้ดอกเบี้ยสูงขึ้น ซึ่งก็เป็นการช่วยให้ธนาคารเองมีความสามารถปล่อยกู้สูงขึ้นด้วย จะไม่มีปัญหาในการขายพันธบัตรของกระทรวงการคลัง เพราะขณะนี้ทั่วโลกต้องการพันธบัตรนี้

ทำไมจึงไม่มีผู้อื่นเสนอวิธีแก้เช่นนี้ ? เพราะแทบทุกคนติดอยู่กับความคิดแบบสถานะเดิม (status-quo thinking) โชคไม่ดี ความคิดแบบสถานะเดิมนั้นเป็นการขัดกับระบบตลาดเสรี ทุกแห่งมีแต่การกล่าวหาว่าระบบตลาดเสรีล้มเหลว ทั้งนักการเมือง นักวิจารณ์ และ ผู้อยู่ในวงการการเงิน ต่างสรุปอย่างผิด ๆ ว่าเป็นเพราะขาดกฎระเบียบ แต่ปัญหาคือการมีกฎระเบียบผิด ๆ มิใช่มีกฎระเบียบน้อยไป ปัญหาที่ใหญ่กว่าคือการแทรกแซง ซึ่งนอกจากกฎระเบียบแล้วยังรวมถึงเรื่องภาษีและการอุดหนุนด้วย การอุดหนุน (subsidies) หมายรวมถึงการที่รัฐบาลรับประกันอสังหาริมทรัพย์ สัญญาจำนอง และ บัญชี และรวมถึงการรับประกันของ Freddie (หรือ Freddie Mac = Federal Home Loan Mortgage Corporation ย่อว่า FHLMC) และ Fannie (หรือ Fannie Mae = Federal National Mortgage Association (FNMA) และเหนือสิ่งอื่นใดคือการทำให้ที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้นเนื่องจากบริการของรัฐซึ่งได้จากภาษีจากผู้ลงแรงลงทุน

เมื่อเราลงโทษผู้ลงแรงลงทุนด้วยภาษีและข้อจำกัดต่าง ๆ และให้รางวัลแก่ผู้เก็งกำไรที่ดินด้วยการอุดหนุนทั้งหลาย เราจะคาดหวังอะไรนอกจากการเฟื่องฟูและแฟบฟุบทางเศรษฐกิจเป็นระยะ ๆ กระนั้นผู้คนก็ยังโทษว่าความเดือดร้อนนั้นเป็นเพราะระบบตลาดเสรี ซึ่งหาได้มีอยู่ไม่ ถ้าจะว่ากันถึงที่สุดแล้ว สาเหตุแห่งปัญหาเศรษฐกิจที่ฝังรากลงลึกก็คือ ผู้คนไม่เข้าใจแนวคิดหรือมโนทัศน์ (concept) ของระบบตลาดเสรี.

(จากเว็บเศรษฐศาสตร์เพื่อความเป็นธรรม //geocities.com/utopiathai )




 

Create Date : 17 ตุลาคม 2551    
Last Update : 17 ตุลาคม 2551 0:05:48 น.
Counter : 499 Pageviews.  

จุดมุ่ง:_ยกเลิกความยากจนที่ไม่เป็นธรรมขั้นพื้นฐาน

จุดมุ่ง:_ยกเลิกความยากจนที่ไม่เป็นธรรมขั้นพื้นฐาน
(ยินดีให้เผยแพร่ต่อด้วยความขอบคุณ
แปลจาก What We Stand For คำปราศรัยของ Henry George นิวยอร์ก พฤศจิกายน ค.ศ. 1887 //www.grundskyld.dk/1-What-we-stand-for.html )

. . . ยกเลิกภาษีทั้งปวงที่บัดนี้เก็บจากแรงงานและผลผลิต
แห่งแรงงาน และหันมาเก็บภาษีจากมูลค่าซึ่งเข้าไปเกาะ
ติดอยู่กับที่ดินด้วยเหตุที่ชุมชนนั้นเจริญเติบโตขึ้น
. . .



จุดมุ่งของพวกเราคือการยกเลิกความยากจน
เราเสนอจะบรรลุจุดมุ่งนี้ด้วยการยกเลิกความไม่เป็นธรรม
และจุดมุ่งโดยเฉพาะของเราคือการยกเลิกความไม่เป็นธรรมขั้นพื้นฐาน
ซึ่งพรากสิทธิโดยธรรมชาติในที่ดินไปจากสัตว์มนุษย์จำนวนมาก
ที่ดินซึ่งพระเป็นเจ้าประทานแก่พวกเขา
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับดาวเคราะห์ที่เขาเข้ามาอยู่อาศัยเป็นเรื่องขั้นพื้นฐาน
และบรรดากฎที่มีผลกระทบต่อสิทธิถือครองที่ดิน ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับที่ดินที่ทุกคนต้องอาศัยอยู่ ย่อมมีความสำคัญสูงสุดในบรรดากฎทั้งปวง

เรามิได้หมายจะกล่าวว่าไม่มีความอยุติธรรมอีกมากที่จะต้องแก้ไขหรือไม่มีอีกมากสิ่งที่จะต้องทำ
แต่เรากล่าวว่าความอยุติธรรมขั้นพื้นฐานซึ่งทำให้มนุษย์สูญเสียสิทธิโดยธรรมชาติของเขาในสิ่งซึ่งทุกคนต้องใช้เป็นที่อยู่อาศัยและทำกินเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและเป็นเรื่องที่เราควรจะเริ่มต้นแก้ไข
ถ้าเรายังไม่ขจัดความอยุติธรรมนั้นเราจะไม่สามารถยกเลิกความไม่เป็นธรรมขนาดเล็กหรือปรับปรุงเรื่องเล็ก ๆ ให้เกิดผลดีเป็นการถาวรได้
เราไม่กล่าวว่านี่เป็นสิ่งเดียวที่จะต้องทำ
แต่เรากล่าวว่านี่คือสิ่งแรกที่จะต้องทำ

เราเสนอจะสถาปนาความเท่าเทียมกันระหว่างมนุษย์ด้วยกันในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งซึ่งเขาต้องใช้เป็นที่อยู่อาศัยและทำกิน
มิใช่โดยแบ่งที่ดินให้เท่า ๆ กัน
มิใช่โดยยึดที่ดินมาเป็นสมบัติอย่างเป็นทางการของรัฐและจัดให้เช่า
มิใช่โดยเอาที่ดินผืนใดจากผู้ใดที่เขามีอยู่ขณะนี้
แต่โดยเพียงเปลี่ยนแปลงระบบภาษีของเราเพื่อยกเลิกภาษีทั้งปวงที่บัดนี้เก็บจากแรงงานและผลผลิตแห่งแรงงาน
และหันมาเก็บภาษีเพื่อใช้ในกิจการสาธารณะจากมูลค่าซึ่งเข้าไปเกาะติดอยู่กับที่ดินด้วยเหตุที่ชุมชนนั้นเจริญเติบโตขึ้น

เราไม่เสนอให้มีการแทรกสอดในสิทธิในทรัพย์สิน
ตรงกันข้าม เราคือพวกยืนกรานในเรื่องสิทธิในทรัพย์สิน
สิ่งที่มนุษย์ใช้ความพยายามของตนทำขึ้น ไม่ว่าด้วยมือหรือสมอง
เราถือว่าสิ่งนั้นย่อมเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ผู้อื่นทั้งสิ้นในโลกไม่มีสิทธิ
ถ้าผู้หนึ่งไถนาและปลูกพืช เราจะบอกว่าเขาเท่านั้นที่มีสิทธิจะเก็บเกี่ยว
ถ้าผู้หนึ่งสร้างบ้าน เขาก็ควรจะเป็นเจ้าของบ้านนั้นทั้งหลัง
และเราจะกล่าวว่าเป็นการไม่ยุติธรรมและเป็นการละเมิดต่อสิทธิอันศักดิ์สิทธิ์ในทรัพย์สินเมื่อเจ้าพนักงานภาษีเข้ามาแจ้งแก่ผู้หนึ่งว่าเพราะเขาได้เพาะปลูกบนที่ดินของเขา เพราะเขาสร้างบ้าน เพราะเขาผลิตหรือสะสมทรัพย์สมบัติ ดังนั้นรัฐจึงจะเรียกเอาส่วนหนึ่งของสิ่งเหล่านั้นจากเขา
เราจะกล่าวว่าระบบเช่นนั้นไม่ยุติธรรมและไม่ควรจะเอาแม้แต่เพนนีเดียวจากผู้หนึ่งผู้ใดโดยเหตุที่ว่าเขามีความอุตสาหะและมัธยัสถ์

เราเสนอให้ปล่อยให้แรงงานได้รับผลผลิตของตนไปทั้งหมด
แต่เราเสนอให้เก็บเอามูลค่าที่ผู้ผลิตมิใช่เอกชนแต่ละคน
มูลค่าซึ่งเข้าไปเกาะติดอยู่กับที่ดิน มิใช่เพราะการกระทำของเจ้าของที่ดิน
แต่เพราะการเติบโตและการปรับปรุงดีขึ้นของทั้งชุมชน
มูลค่าเช่นนี้ควรเก็บมาเพื่อใช้เป็นประโยชน์แก่ชุมชน
เราจะกล่าวว่านั่นคือความยุติธรรม
นั่นจะเป็นการเอาสิ่งที่เป็นของชุมชนมาให้แก่ชุมชน
และปล่อยให้แต่ละคนได้รับส่วนที่เป็นของเขาโดยชอบไปทั้งหมด
และเมื่อเป็นความยุติธรรม เราก็จะกล่าวว่านั่นคือความฉลาด

เราจะกล่าวว่าเป็นนโยบายที่เลวที่จะเก็บภาษีจากผู้คนเพราะสิ่งที่เขาเพิ่มให้แก่มูลภัณฑ์ของส่วนรวม
ผู้ที่ทำให้เกิดใบหญ้าสองใบในที่ซึ่งเคยมีใบหญ้าใบเดียวคือผู้ทำความดี
ผู้สร้างบ้านเป็นผู้ทำบางสิ่งมิใช่เพียงเพื่อตัวเขา แต่เพื่อทั้งชุมชน
และเป็นการโง่เขลาที่จะเก็บภาษีจากคนเพราะเขาสร้างบ้าน หรือเพาะปลูก หรือตั้งโรงงาน หรือต่อเรือ หรือทำสิ่งใด ๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มให้แก่มูลภัณฑ์ของส่วนรวม
รัฐควรส่งเสริมอุตสาหกรรม มิใช่ถ่วงรั้งมัน
ไม่ควรเก็บภาษีจากความอุตสาหะที่ผลิตสิ่งของหรือจากความมัธยัสถ์ที่สะสมทรัพย์สิน

ในกองทุนอันใหญ่โตนี้ซึ่งมิได้มาจากสิ่งที่แต่ละคนกระทำ
มีวิธีการที่เจาะจงไว้อันเหมาะสมสำหรับสนองความต้องการทั้งปวงของส่วนรวม
เราเสนอให้เอากองทุนนั้นมาใช้ด้วยการยกเลิกภาษีทั้งหลายในปัจจุบัน
และเก็บภาษีอย่างเดียวจากมูลค่าที่ดินโดยไม่รวมมูลค่าสิ่งปรับปรุง
โดยให้เพิ่มขึ้นมากที่สุดและเร็วที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้จนกระทั่งเกือบเท่ากับมูลค่ารายปีของที่ดิน
[พวกสนับสนุนจอร์จรุ่นหลัง ๆ เห็นว่าควรยอมให้เวลานานหน่อย ค่อย ๆ เพิ่มภาษีมูลค่าที่ดิน เพื่อจะได้การยอมรับมากขึ้น - ผู้แปล]

ขอให้ท่านมองไปทางใดก็ได้และดูว่าจะเกิดผลประโยชน์อะไรขึ้นบ้างจากการเปลี่ยนแปลงง่าย ๆ นี้
มันจะช่วยป้องกันการฉ้อฉลได้มากเท่าไร จะหลีกเลี่ยงความยั่วใจด้านสินบนและการฉ้อราษฎร์บังหลวงได้เท่าไร …
ข้อดีมหาศาลของระบบภาษีที่เราเสนอคือจะสามารถประเมินภาษีได้แน่นอน จัดเก็บได้ง่าย
การฉ้อฉลส่วนมากที่ทำกันอยู่ขณะนี้จะไม่มีโอกาสเกิดขึ้น และจะไม่เกิดแรงจูงใจให้เลี่ยงภาษีเช่นที่กำลังเป็นอยู่

ที่ดินวิ่งหนีไปไม่ได้ ไม่มีใครสามารถซ่อนที่ดินได้ ที่ดินแบหราอยู่กลางแจ้ง
เราสามารถประเมินมูลค่าที่ดินได้แน่นอนกว่ามูลค่าของสิ่งอื่นใด
และเมื่อเราเก็บภาษีทั้งหมดจากสิ่งเดียวนั้นก็จะลดเจ้าหน้าที่ลงไปได้เป็นจำนวนมาก
จะไม่ต้องมีการบังคับให้ประชาชนทุกทั่วสารทิศสาบานตนอย่างในขณะนี้
จะไม่มีแรงจูงใจให้เบิกความเท็จดังที่ทำกันในกฎหมายภาษีปัจจุบัน
และเราจะมีรายได้โดยไม่เป็นการจำกัดหรือทำให้การผลิตลดลงแต่ประการใด
ตรงกันข้าม การเก็บภาษีเช่นนี้จะช่วยป้องกันการผูกขาดโอกาสโดยธรรมชาติ (นั่นคือที่ดิน)
ซึ่งกำลังจำกัดการผลิตอยู่ทุกหนแห่งและกำลังทำให้เกิดคนเร่ร่อนและคนอนาถาขึ้นมาในประเทศที่กว้างขวางและร่ำรวยนี้
การผูกขาดโอกาสโดยธรรมชาติซึ่งในท่ามกลางความอุดมสมบูรณ์ล้นเหลือกลับทำให้เรานึกว่างานเป็นสิ่งที่ดีในตัวเอง
ซึ่งแม้ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดกลับทำให้เราเห็นคนนับหมื่นนับแสนคนผู้ปรารถนาจะทำงาน กระหายงาน แต่ไม่สามารถหาโอกาสที่จะได้ทำงานเลย

นั่นเราถือว่าคือสาเหตุความยุ่งยากทั้งสิ้นด้านแรงงาน
นั่นเราเชื่อว่าคือสาเหตุความยากจน
มิใช่ความผิดพลาดของพระผู้ทรงมหิทธยานุภาพที่มีการดิ้นรนเอาตัวรอดอย่างน่าสะพรึงกลัวและขมขื่น
อันเป็นเคราะห์กรรมของคนหลายหมื่นในทุกวันนี้
ความเลวร้ายนี้มิใช่เพราะความตระหนี่ถี่เหนียวแห่งพระผู้สร้าง
พระองค์ได้ประทานไว้อย่างเพียงพอ รวมทั้งสำรองไว้สำหรับพวกเราทุกคนที่นี่
ที่เราจะต้องทำก็มีเพียงป้องกันการผูกขาด และจัดให้ทุกคนได้รับสิทธิโดยธรรมชาติของเขา

แผนง่าย ๆ ของเราจะหยุดการผูกขาดที่ดินอย่างสิ้นเชิงโดยทำให้มันไม่มีกำไร
อะไรเป็นเครื่องล่อใจให้เกิดการผูกขาดที่ดิน ?
ท่านเทศมนตรี Sparks ได้เขียนรายงานฉบับล่าสุดของท่านบรรยายให้เห็นอย่างแจ่มชัดถึงลักษณะที่นักเก็งกำไรและนักฉวยโอกาสเข้ายึดครองที่ดินสาธารณะโดยการขอยืดเวลาอนุญาต โดยการยื่นรายการไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยการเข้าครอบครองที่ดินตัดหน้าผู้ตั้งถิ่นฐานทุกหนแห่ง
ทำไมหรือ ? ก็เพื่อหากำไรจากมูลค่าซึ่งจะเริ่มเข้าเกาะติดกับที่ดินในทันทีที่เกิดความหวังกันว่าจะมีการตั้งถิ่นฐานกันที่นั่น

ในทันทีที่ทำให้เป็นที่แน่ใจกันได้ว่าเมื่อไรก็ตามที่มูลค่าจะเริ่มเข้าเกาะติดกับที่ดิน (โดยไม่เกี่ยวกับมูลค่าที่แรงงานก่อขึ้นบนที่ดินนั้น) มูลค่าเช่นนั้นจะถูกนำไปเป็นประโยชน์แก่ชุมชน
ความยั่วใจให้เกิดการยึดครองที่ดินก็จะหายไปโดยสิ้นเชิง
ไม่ใช่เพียงความยั่วใจให้เข้ายึดครองที่ดินในอนาคตจะถูกทำลายไปเท่านั้น
ที่ดินทุกแห่งที่ถูกครอบครองไว้แล้วในอดีตก็จะถูกปล่อยออกมาด้วย
ถ้ามีการเก็บภาษีนักเก็งกำไรผู้ถือครองที่ดินเกษตร 160 เอเคอร์ที่ปล่อยว่างไว้ให้หนักพอ ๆ กับที่เก็บจากชาวนาผู้ได้ไถที่ดินของเขา ทำการเพาะปลูก และสร้างสิ่งปรับปรุง
ถ้ามีการเก็บภาษีจากผู้ถือครองที่ดินที่ว่างในย่านอาคารที่อยู่อาศัยราคาแพงให้มากพอ ๆ กับแปลงที่มีคุณภาพเหมือน ๆ กันซึ่งมีบ้านหลังงามตั้งอยู่
ถ้าทำให้เป็นที่แน่ใจกันว่าเมื่อมูลค่าที่ดินสูงขึ้น ภาษีจากที่ดินนั้นก็จะสูงขึ้นเช่นเดียวกัน
ผู้ผูกขาดที่ดินซึ่งถือครองที่ดินที่ปล่อยว่างไว้ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นที่ดินในเมือง ที่ดินเกษตร หรือเหมืองแร่ ทั้ง ๆ ที่มีผู้ยินดีจะใช้ที่ดินเหล่านั้น จะถูกบังคับให้ปล่อยที่ดินออกไป

ขอให้ดูว่าระบบภาษีใหม่จะทำงานอย่างไรในนครนิวยอร์กนี่
ประชากรอันมากมายของเราเข้ามาอยู่รวมกัน ถึงกระนั้นก็ยังมีพื้นที่ครึ่งหนึ่งของนครที่ไม่ได้สร้างอาคาร!
ทำไมหรือ ? มิใช่เพราะไม่มีความต้องการบ้านมากขึ้น
มิใช่เพราะไม่มีสถานที่มากพอที่จะสร้างบ้าน
แต่เป็นเพราะสถานที่จะก่อสร้างนั้นถูกถือครองอยู่โดยผู้ซึ่งจะไม่ใช้หรือไม่สามารถใช้ที่ดินนั้น ๆ ด้วยตนเอง และจะไม่ยอมให้ผู้ที่ต้องการใช้ได้เข้าใช้เว้นแต่จะจ่ายเงินจำนวนมหาศาลก่อน
ผลลัพธ์ง่าย ๆ ของการเปลี่ยนแปลงภาษีที่เราเสนอคือจะบังคับให้คนเหล่านี้ทำการสร้างบ้านบนสถานที่นี้เอง หรือไม่ก็ต้องขายที่ดินให้แก่ผู้อื่นที่ต้องการสร้างบ้าน
ในทันทีที่ผู้ซึ่งถือครองที่ดินอยู่โดยไม่ใช้ที่ดินนั้นจำใจต้องใช้ที่ดินหรือปล่อยที่ดินไป จะมีที่ดินเหลือเฟือสำหรับทุกคนที่ต้องการใช้ที่ดิน
ข้าพเจ้ามิได้หมายความว่าในสถานการณ์เช่นนั้นทุกคนจะไปสร้างบ้านของตนเอง หรือทุกคนที่ไม่มีงานทำทั่วประเทศจะเข้าซื้อไร่นาและเหมืองแร่
แต่ข้าพเจ้าหมายความว่าจะมีผู้สามารถและเข้าทำประโยชน์จากโอกาสโดยธรรมชาติเหล่านี้ ในจำนวนที่มากพอจะบรรเทาส่วนเกินในตลาดแรงงาน
การนำตนเองออกมาพ้นจากการแข่งขันหาค่าแรงอย่างดุเดือดจากนายจ้างเช่นนี้ มิใช่ว่าเขาจะเพียงจ้างตนเองเท่านั้น แต่ยังผลิตเศรษฐทรัพย์บางอย่างซึ่งจะก่ออุปสงค์ต่อแรงงานของผู้อื่นเพื่อการผลิตต่อไปอีก
โดยวิธีนี้จะเป็นไปได้ที่ผู้ใดก็ตามที่ต้องการทำงานจะมีโอกาสมากที่จะได้งานทำ
การทำให้ผู้ว่างงานจำนวนมากได้ทำงานผลิตจะก่ออุปสงค์ในโภคภัณฑ์ซึ่งจะทำให้เกิดความคึกคักขึ้นใหม่ในธุรกิจทุกสาขา

ที่กล่าวมาแล้วอย่างสั้นมากเหล่านี้คือหลักการต่าง ๆ อันเป็นจุดมุ่งของพวกเรา.

(จากเว็บเศรษฐศาสตร์เพื่อความเป็นธรรม
//geocities.com/utopiathai )




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2551    
Last Update : 4 ธันวาคม 2551 22:13:20 น.
Counter : 392 Pageviews.  

กู้วิกฤตวัฏจักร: รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังช่วยใคร ?

กู้วิกฤตวัฏจักร: รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังช่วยใคร ?
(เผยแพร่ต่อได้เมื่อระบุว่านำมาจากเรื่อง Landowners Indulged with Trillion-Dollar Subsidy โดย Fred E. Foldvary บรรณาธิการอาวุโสเว็บไซต์ The Progress Report ที่ //www.progress.org/2008/fold578.htm)

ถ้ายังมีข้อสงสัยอยู่ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับการจัดตั้งขึ้นโดยเจ้าของที่ดินเพื่อเจ้าของที่ดินและเป็นของเจ้าของที่ดินหรือไม่ เงินอุดหนุนขนาดล้านล้าน (trillion) ดอลลาร์ที่กำลังจัดให้เจ้าของที่ดินก็จะเป็นสิ่งยืนยันได้ มันควรจะแสดงสิ่งนี้ แต่ไม่ใช่ ผู้คนไม่เรียนรู้จากประวัติศาสตร์ ถ้าเขาเรียนรู้ เขาก็รู้บทเรียนผิด ๆ

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ใช้เงินหลายแสนล้านดอลลาร์แล้วเพื่อช่วยเหลือบริษัทเช่น AIG และเพื่อลดความสูญเสียของบรรดาเจ้าของที่ดิน และกำลังจะใช้เงินอีกเจ็ดแสนล้านเพื่อซื้อสัญญาจำนองที่ค้างชำระ เพื่อช่วยผู้ให้กู้ และช่วยผู้กู้บางราย บทเรียนที่นักการเมือง คนสำคัญของทางการ และแม้แต่นักเศรษฐศาสตร์กำลังเรียนรู้อย่างผิด ๆ ก็คือการมีกฎระเบียบไม่เพียงพอ เราได้ยินผู้แทนราษฎรและบุคคลชั้นนำในสภากล่าวว่าตลาดเสรีล้มเหลว และว่าการขาดกฎระเบียบทำให้ตลาดแกว่งแรง

ความคิดนี้ผิดเพราะคำศัพท์ทำให้เข้าใจผิด ประเด็นสำคัญมิใช่กฎระเบียบ แต่เป็นการแทรกแซง ความสับสนทางภาษานี้เป็นสิ่งที่จงใจให้มีขึ้น เราจะไม่ได้ยินนักการเมืองพูดว่ามีการแทรกแซงจากรัฐบาลน้อยเกินไป

การแทรกแซงหมายรวมถึง การเก็บภาษี การให้เงินอุดหนุน และการควบคุมจำกัดการกระทำอันสันติและสุจริตของมนุษย์ นักการเมืองที่ร้องว่าไม่มีกฎระเบียบคงจะลืมนึกถึงองค์การต่าง ๆ จำพวก คณะกรรมาธิการตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารกลางสหรัฐฯ กระทรวงการคลัง กระทรวงการเคหสงเคราะห์ และส่วนราชการของรัฐต่าง ๆ ที่กำกับดูแลบริษัทประกันภัย

การแทรกแซงที่สำคัญคือการเก็บภาษีที่ดูเหมือนเป็นการลงโทษและการอุดหนุนแบบให้เปล่า ภาษีที่เก็บจากแรงงาน วิสาหกิจ และสินค้า ทำให้เกิดการสูญเปล่าทางสังคมที่เรียกว่า ภาระส่วนเกิน (excess burden) หรือ การสูญเปล่าจากภาระตายตัว (deadweight loss) การให้เงินอุดหนุนก็ทำให้เกิดการสูญเปล่าจากภาระตายตัวด้วย เพราะต้นทุนของภาษีจะมากเกินกว่าผลดีที่ได้รับด้านการกินดีอยู่ดีเสมอ โดยที่เงินอุดหนุนไปช่วยลดต้นทุนของสินค้า ทำให้ราคาสินค้าต่ำกว่าปกติ จึงทำให้ผู้คนซื้อสินค้านั้น ซึ่งในราคาปกติเขาจะไม่ซื้อ จึงเป็นการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่ดี ทำให้มีการใช้ไปในทางที่ได้ประโยชน์น้อยลง

ในระดับทั่วโลก การแทรกแซงของรัฐบาลที่ใหญ่โตที่สุดคือที่มูลค่าที่ดิน ซึ่งส่วนใหญ่ทีเดียวเป็นการอุดหนุนโดยปริยายในรูปสินค้าและบริการสาธารณะซึ่งทำให้ที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้น ภาษีปัจจุบันส่วนใหญ่ในขั้นสุดท้ายจะไปลงที่ค่าแรง ผู้ใช้แรงงานต้องจ่ายภาษีการขาย (sales tax) คนงานที่เช่าบ้านที่ดินของผู้อื่นต้องจ่ายสองต่อ คือ ภาษี และ ค่าเช่าที่สูงขึ้น ส่วนเจ้าของที่ดินได้รับการอุดหนุน

วัฏจักรธุรกิจนั้นเกิดจากวัฏจักรอสังหาริมทรัพย์ ระยะที่ที่ดินเฟื่องฟูจากการเก็งกำไร ราคาที่ดินสูงขึ้น ทำให้การลงทุนก่อสร้างและผลิตสินค้าคงทนชะงัก เกิดการว่างงานและเศรษฐกิจถดถอย หนทางเดียวที่จะขจัดวัฏจักรอสังหาริมทรัพย์และวัฏจักรธุรกิจคือต้องขจัดการอุดหนุนมูลค่าที่ดิน ซึ่งทำได้โดยเก็บภาษีจากมูลค่าหรือค่าเช่าที่ดินรายปีเกือบทั้งหมดมาเป็นรายได้แผ่นดินแทนภาษีที่เป็นเสมือนการลงโทษในปัจจุบัน

แต่เราจะไม่ค่อยได้เห็นบทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารขนาดใหญ่หรือแม้แต่บทความใด ๆ ในวารสารวิชาการ (นอกจาก American Journal of Economics and Sociology) อธิบายลักษณะอาการที่การอุดหนุนที่ดินก่อให้เกิดความตื่นตระหนกทางการเงินและเศรษฐกิจถดถอย สิ่งพิมพ์ที่สนับสนุนตลาดเสรี (นอกจากฝ่ายนิยมจอร์จ) ก็ไม่ลงพิมพ์บทความเช่นนี้เพราะไม่ต้องการก่อความขัดเคืองให้แก่ผู้อุปถัมภ์ที่เป็นเจ้าของที่ดิน ในสื่อมวลชนและแม้แต่ในกลุ่มนักวิชาการมีความไม่ซื่อสัตย์ทางพุทธิปัญญาและการละเลยโดยเจตนาต่อบทบาทของที่ดินในระบบเศรษฐกิจ

ศาสตราจารย์ Mason Gaffney ได้ตีแผ่สาเหตุของการไม่ยอมรับความสำคัญของปัญหาที่ดินในเรื่อง “Neo-classical Economics as a Stratagem against Henry George” ในหนังสือ The Corruption of Economics (//homepage.ntlworld.com/janusg/coe/!index.htm) การฉ้อฉลความคิดทางเศรษฐศาสตร์นี้รุนแรงถึงกับไม่มีตำราเศรษฐศาสตร์เล่มใดกล่าวถึงการที่ทรัพย์สินที่สร้างเพื่อส่วนรวมไปเพิ่มราคาให้แก่ที่ดินของเอกชน ไม่มีการใส่ใจในการจะเก็บภาษีจากค่าเช่าหรือมูลค่าที่ดิน และถ้ามีใครกล่าวถึงก็จะถูกวิจารณ์เสมอว่าไม่สามารถปฏิบัติได้และจะได้ภาษีน้อยเกินไป บทบาทของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ในวัฏจักรธุรกิจไม่มีใครพูดถึง

ดังนั้น มิใช่เพียงคนทั่วไปและนักการเมืองเท่านั้น แต่รวมถึงนักวิชาการด้วย ที่จะไม่ได้เรียนรู้บทเรียนว่า การอุดหนุนมูลค่าที่ดิน ร่วมกับการฉ้อฉลทางการเงินของผู้มีอำนาจหน้าที่ ก่อให้เกิดวัฏจักรเฟื่องฟูและแฟบฟุบ การกู้วิกฤตสัญญาจำนอง 7 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มเติมจากเงินอีกหลายแสนล้านที่ใช้ช่วยเหลือวงการการเงินและอสังหาริมทรัพย์ไปแล้วนั้น เนื้อแท้ก็คือการให้เงินอุดหนุนอีกทางหนึ่งแก่เจ้าของที่ดินนั่นเอง พวกเขากู้ยืมเงินอย่างหนักเพื่อซื้อที่ดิน โดยหวังว่าราคาที่ดินจะสูงขึ้นยังความร่ำรวยแก่พวกเขา แต่บัดนี้ราคาที่ดินกลับลดลง ผู้จ่ายภาษีก็จะต้องรับความสูญเสียแทน

เศรษฐกิจจะฟื้นตัวและราคาที่ดินจะสูงขึ้นอีก เช่นเดียวกับที่ได้เป็นมาเสมอหลังเศรษฐกิจฟุบทุกครั้ง วัฏจักรระยะ 18 ปีจะดำเนินต่อไป และน้ำตกทางการเงินครั้งหน้าจะเกิดในปี 2026 ข้อแตกต่างคือก่อนปี 2020 หนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ จะสูงมากจนแม้กระทั่ง T-bills (Treasure bills ตั๋วเงินระยะไม่เกิน 1 ปีของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ถือกันว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำสุด) ก็มิใช่ว่าจะปลอดภัยเต็มที่ และในปี 2026 จะมีความตื่นตระหนกทางการเงิน รัฐบาลจะหยุดจ่ายดอกเบี้ยสำหรับหนี้ของตน

การอุดหนุนปริมาณมหาศาลแก่อสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นเพราะถือว่ารัฐบาลมีกำลังกู้ยืมไม่จำกัด เมื่อกำลังในการกู้ยืมหายไป ในที่สุดเจ้าของที่ดินก็จะประสบความหายนะ แต่เจ้าของที่ดินรุ่นก่อนจะได้จัดงานเลี้ยงใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

บทความที่เกี่ยวข้อง
The house price crash starts in 2008
//www.progress.org/2008/predict.htm
Farmers got it rough; farm owners got it easy, thanks to taxpayers
//www.progress.org/2007/agsb0710.htm
Digging Into Land Ownership
//www.progress.org/archive/ttoland2.htm

(จากเว็บเศรษฐศาสตร์เพื่อความเป็นธรรม //geocities.com/utopiathai)




 

Create Date : 27 กันยายน 2551    
Last Update : 12 ตุลาคม 2551 10:16:23 น.
Counter : 524 Pageviews.  

เก็งกำไรที่ดินต้นเหตุวิกฤตซับไพรม์สหรัฐฯ ลามครึ่งโลก

เก็งกำไรที่ดินต้นเหตุวิกฤตซับไพรม์สหรัฐฯ ลามครึ่งโลก

อสังหาริมทรัพย์ในความหมายทั่วไปก็คือ บ้านและที่ดิน หรือ ที่ดินและอาคารเรือนโรง สำหรับบ้านอาคารเรือนโรงนั้นปกติไม่ค่อยมีคนเก็งกำไรระยะยาว จะมีก็แต่ระยะสั้น เพราะมีแต่จะผุพังเสื่อมค่าลงไป ไม่เหมือนกับที่ดินที่ยิ่งนานไปยิ่งราคาสูง แต่คนเราก็จะต้องมีบ้าน รวมบ้านและที่ดินจะทำกำไรงามแก่ผู้ประกอบการด้านนี้ แต่ก็อาจขาดทุนย่อยยับถ้าไม่รู้ระยะเวลาของวัฏจักรธุรกิจ อย่างที่กำลังเกิดเป็นวิกฤตของสหรัฐฯ ที่เขาว่ากันว่าคงจะลามไปถึงครึ่งโลก สิ่งที่ซ้ำเติมการเก็งกำไรธุรกิจนี้คือเมื่ออยู่ในช่วงขาขึ้น ที่ดินก็มีราคาสูงขึ้น ธนาคารและบริษัทเงินทุนก็ขยายวงเงินกู้ให้แก่ผู้ประกอบการ ดอกเบี้ยก็งามสำหรับผู้ให้กู้ มีความสุขกันไปทั้งนั้น รวมทั้งผู้ใฝ่หาบ้านที่เกรงตกกระบวน ยิ่งบ้านและที่ดินแพงขึ้น ยิ่งต้องรีบซื้อ

แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง คงบอกลำบากเหมือนกันว่าตรงไหน จะเกิดความรู้สึกว่าราคามันแพงไปแล้ว คนทั่วไปก็เลิกซื้อบ้านและที่ดิน อาจถึงกับขายเอากำไร ผู้ประกอบการก็หยุดสร้างเพราะบ้านชักขายไม่ค่อยออก ค่าแรงสูง อุปกรณ์ก่อสร้างก็ราคาสูง พอบ้านที่ดินราคาตก อ้าว ! วงเงินกู้ก็ต้องลด มิฉะนั้นต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันมาเพิ่ม ตอนนี้ละ ปั่นป่วนรวนเรเสียกระบวนกันไปทั้งผู้ซื้อบ้านที่ดินระยะหลัง ๆ ผู้ประกอบการที่รู้ตัวสายไป และแม้กระทั่งธนาคารและบริษัทเงินทุนที่ยังหลงชื่นชมดอกเบี้ยงาม ๆ อยู่ ลองนึกถึงภาพของไทยเราตอนประสบสถานการณ์ต้มยำกุ้งปี 2540 ดูก็แล้วกัน

การเก็งกำไรที่ดินซึ่งมีอาคารบ้านเรือนเป็นส่วนควบเช่นนี้ทำให้เกิดปัญหา subprime (สินเชื่อต่ำกว่ามาตรฐาน) ฉุดเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ดังบทความของ ดร. ศุภวุฒิ สายเชื้อ เรื่อง ปัญหาที่ลามออกไปเรื่อย ๆ ที่
//www.nidambe11.net/ekonomiz/2008q3/2008august18p4.htm
วัฏจักรของมันเฉลี่ย 18 ปี และ ดร. Foldvary ได้ทำนายไว้ตั้งแต่ปี 1999 ในบทความเรื่อง The Business Cycle: A Geo-Austrian Synthesis ที่ //foldvary.net/works/geoaus.html
สำหรับรายละเอียดของวัฏจักรดูได้ที่บทความเรื่อง ผสมสองทฤษฎีสกัดเศรษฐกิจฟองสบู่ ที่ //www.bbznet.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=46&c=1&order=numtopic
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องคือ
- เก็งกำไรที่ดินสาเหตุสำคัญเศรษฐกิจถดถอย
//www.bbznet.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=129&c=1&order=numtopic

- เก็งกำไรที่ดินผลเสียร้ายแรง //www.bbznet.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=219&c=1&order=numtopic

- The Great Crash of 2008 //www.masongaffney.org/essays/Great_Crash_of_2008.pdf (ภาษาอังกฤษ 13 หน้า 17 ส.ค. 2008)




 

Create Date : 07 กันยายน 2551    
Last Update : 27 กันยายน 2551 23:32:40 น.
Counter : 579 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  
 
 

สุธน หิญ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แก้ความอยุติธรรมขั้นฐานราก
ตามแนวเฮนรี จอร์จ
http://utopiathai.webs.com
เลิกภาษีการลงแรงลงทุนผลิตและค้า
เลิกภาษีเงินได้ เพิ่มภาษีที่ดิน
ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง ใช้เวลาสัก 30 ปี


เปิดเว็บต่างแดนดูไม่ได้ ให้ google ช่วยหา free anonymous proxy server ของต่างประเทศซึ่งมีอยู่มากเพื่อเปิดให้แทนครับ (ในไทยอาจมีการปิดกั้นเว็บของต่างแดน เว็บย่อยที่คนไทยอาศัยใช้กันก็พลอยถูกปิด)

เว็บหลักของผม ยูโทเพียไทย_1
* หน้ารวมลิงก์ยูโทเพียไทย_1 *

หนังสือดีเด่นแปล Progress and Poverty หนังสือ ความยากจนที่ไม่เป็นธรรม และ บทความ ของผม ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ยินดีให้เผยแพร่ต่อด้วยความขอบคุณ ยกเว้นบทความแปลกรุณาอ่านเงื่อนไขจากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่อ้างไว้ครับ


- ศัพท์เศรษฐศาสตร์ ดร.บุญเสริม
- ภาษีทรัพย์สินสหรัฐฯ
- ภาวะตลาดอสังหาฯ
- ภาวะตลาดที่อยู่อาศัย 2537-51
- ราคาที่ดินทั่วไทยรายแปลง
- สรุปราคาประเมินใน กทม.ปี 2551-54
- การเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินใน กทม.และปริมณฑลปี 2528-50


[Add สุธน หิญ's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com