ยูโทเพียไทย
เศรษฐศาสตร์
เพื่อความเป็นธรรม

 
เรื่องย่อหนังสือความยากจนที่ไม่เป็นธรรม (ฉบับเต็มอ่านฟรีบนเว็บ)

(ฉบับเต็มอ่านได้ที่ //utopiathai.webs.com/UnjustPoverty.html)

ลัทธิที่ดินนิยมคือกาฝากร้ายของทุนนิยม การที่ฝ่ายทุนนิยมล้มเหลวไม่สามารถขจัดความยากจนได้ การที่วัฏจักรเศรษฐกิจเหวี่ยงตัวขึ้นลงรุนแรงก่อความเสียหายใหญ่หลวง ธุรกิจล้มละลาย ผู้คนสิ้นเนื้อประดาตัว ก็เพราะที่ดินนิยมเป็นสาเหตุหลักให้เกิดการเก็งกำไรที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีที่ดินเป็นส่วนสำคัญ ถ้าเราสามารถขจัดลัทธิที่ดินนิยมออกไปจากลัทธิทุนนิยม ทุนนิยมก็จะเป็นทั้งแรงงานนิยมไปด้วยอีกอย่างหนึ่งคู่กันไป เพราะที่ดินนิยมคือสิ่งขวางกั้นมหึมาต่อมือที่มองไม่เห็นของแอดัม สมิธ อันเป็นหัวใจของทุนนิยมหรือลัทธิเสรีวิสาหกิจ

ที่ดินคือเงื่อนไขแห่งชีวิต การปล่อยให้เอกชนมีกรรมสิทธิ์แทบจะเต็มที่ในที่ดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติ มิได้มีมนุษย์ผู้ใดลงทุนลงแรงสร้างขึ้นมา การไม่เก็บภาษีที่ดินสูง ๆ ทำให้เกิดการเก็งกำไรเก็บกักที่ดิน ทำให้แผ่นดินของประเทศชาติไม่ได้รับการทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ ความไม่เท่าเทียมกันในกรรมสิทธิ์ที่ดินเนื่องจากความยากจนทำให้คนจำนวนมากต้องยอมจ่ายค่าตอบแทนโดยเช่าที่ดินจากผู้อื่น การเก็บภาษีทั้งหลายแหล่ยกเว้นภาษีที่ดิน ได้ก่อผลร้าย เช่น ทำให้ของแพงและค่าแรงต่ำ ถ่วงความร่วมมือในการผลิต ทั้งภายในประเทศด้วยกัน และกับต่างประเทศ ทำให้ผลผลิตลดลง และการว่างงานรุนแรงขึ้น

การที่รัฐบาลออกกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งกลายเป็นการส่งเสริมอภิสิทธิ์อำนาจผูกขาด ทำให้เกิดการกดขี่ขูดรีด ทำให้ราษฎรส่วนใหญ่เดือดร้อน เหล่านี้คือสาเหตุของความยากจนที่เริ่มจากความไม่เป็นธรรม

ภาษีนั้นไม่ควรจะให้เป็นภาระแก่ผู้ลงทุนลงแรงสร้างผลผลิตและบริการ แต่ควรจะเก็บตาม “หลักผลประโยชน์” หรือถือตามหลักความยุติธรรม คือส่วนที่เกิดจากเอกชนแต่ละคนก็ต้องเป็นของเอกชนแต่ละคนนั้น ๆ ส่วนที่เกิดจากสังคมก็จักต้องไม่ยอมให้ตกไปเป็นของเอกชน แต่ต้องใช้วิธีการภาษีหรืออื่น ๆ นำกลับมาเป็นของรัฐหรือสังคมส่วนรวม

การเร่งรัดพัฒนาประเทศ จะทำได้ก็แต่โดยรัฐบาลจะต้องเก็บภาษีให้มากขึ้น ผู้เสียภาษีคือราษฎรทั่วไป ผลร้ายของภาษีคือทำให้ของแพง ถ่วงการผลิต และค่าแรงต่ำ แต่ส่วนผลดีของการพัฒนาประเทศ เช่นการสร้างถนน สะพาน การชลประทาน กลับไปตกอยู่กับเอกชนเจ้าของที่ดินแต่ละคน ผู้เช่าที่ดินซึ่งต้องเสียภาษีต่าง ๆ มากขึ้นอยู่แล้ว ก็กลับต้องเสียค่าเช่าที่ดินเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลของภาษีที่เอาไปพัฒนานั่นเอง นับได้ว่าเป็นการเสีย 2 ต่อ ความอยุติธรรมเช่นนี้ได้ส่งผลพอกพูนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดมาเป็นเวลานานแล้ว ดังนั้น ผลของการพัฒนาประเทศจึงเสมือนลิ่มที่ตอกผ่ากลางระหว่างกลุ่มคนจนกับกลุ่มคนรวย แยกชน 2 กลุ่มนี้ให้เกิดช่องว่างระหว่างกลางมากขึ้น ยกกลุ่มที่ร่ำรวยอยู่แล้วให้ยิ่งร่ำรวยขึ้น และกดกลุ่มที่ยากจนลงให้เกิดความยากแค้นมากยิ่งขึ้น จึงเกิดคำถามกันขึ้นว่า “เราพัฒนาไปเพื่อใคร ?”

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาประเทศเป็นสิ่งที่ดีงาม ควรกระทำต่อไป แต่ประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็ควรจะให้กระจายออกไปทั่วหน้ากัน โดยการพยายามลดหรือยกเลิกภาษีต่าง ๆ แล้วเก็บภาษีมูลค่าที่ดินแทน


Create Date : 28 เมษายน 2551
Last Update : 19 มิถุนายน 2554 7:54:38 น. 4 comments
Counter : 2141 Pageviews.

 
(ต่อครับ)
วิธีแก้ไขความยากจนวิธีต่าง ๆ นั้น ไม่มีวิธีใดที่จะเป็นหลักมูลฐานได้ดีไปกว่าระบบภาษีที่ดิน แต่ทั้งนี้ก็มิได้หมายความว่าเราจะไม่ควรรับใช้วิธีการอื่น ๆ เสียเลย ระบบภาษีที่ดินเป็นแต่เพียงวิธีการสำคัญที่ควรยึดถือไว้เป็นหลัก แต่นอกจากหลักแล้วก็ควรจะมีส่วนประกอบค้ำจุนเพิ่มเติมอีก และวิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าระยะสั้นชั่วครั้งชั่วคราวบางอย่างก็ยังมีความจำเป็น

การใช้ระบบภาษีมูลค่าที่ดินมิใช่จะไม่มีผลร้ายเสียเลย แต่ในเมื่อได้พิจารณาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียแล้วเห็นว่ามีผลดีกว่าวิธีการอื่น ๆ เราก็ควรจะช่วยกันสนับสนุนระบบภาษีที่ดินนี้ การใช้ระบบภาษีที่ดินไม่จำเป็นจะต้องถือเป็น “ภาษีเดี่ยว” ตามที่เฮนรี จอร์จ เสนอ แต่ก็จะทำให้สามารถลดภาษีอื่น ๆ ซึ่งเป็นผลร้ายลงไปได้มาก ส่วนภาษีใดที่เห็นว่ายังมีความสมควรที่จะเก็บต่อไป ก็สามารถจะกระทำได้โดยไม่มีอุปสรรคแต่อย่างใด เพราะแม้แต่ถ้าจะคงเก็บภาษีต่าง ๆ อยู่ตามเดิม แล้วเพิ่มภาษีที่ดินขึ้นอีกอย่างหนึ่ง ชนชั้นแรงงานก็จะไม่เดือดร้อนเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แต่กลับจะได้รับประโยชน์ เพราะการเก็งกำไรเก็บกักที่ดินจะหมดไป เจ้าของที่ดินจะต้องหาทางทำประโยชน์ในที่ดินให้มากขึ้น เพื่อให้คุ้มกับภาษีมูลค่าที่ดินที่ตนจะต้องจ่าย ผลก็คือเป็นการเร่งรัดพัฒนาไปในตัว โดยเอกชน ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องรับภาระ ชนชั้นแรงงานจะมีงานทำมากขึ้น ค่าแรงจะสูงขึ้น ในขณะเดียวกันผลผลิตของประเทศเป็นส่วนรวมก็จะมากขึ้น และมีราคาถูกลงเป็นผลดีแก่คนทั่วหน้ากัน ซ้ำภาษีที่ได้เพิ่มขึ้นก็ทำให้สามารถทำนุบำรุงประเทศได้มากขึ้นด้วย

ยิ่งถ้าภาษีอื่น ๆ ลดลงได้ สิ่งของที่ผลิตภายในประเทศก็จะยิ่งมีราคาต้นทุนต่ำลงอีก สินค้าไทยจะสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ดีขึ้น เป็นการคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศ และแก้ดุลการค้าไปในตัว

อุปสรรคที่สำคัญของการลงทุนซึ่งผู้ประกอบการเคยบ่น คือ ที่ดินมีราคาแพง และภาษีต่าง ๆ สูง เพราะฉะนั้นระบบภาษีที่ดินซึ่งทำให้ที่ดินมีราคาหรือค่าเช่าต่ำลง และทำให้ลดภาษีต่าง ๆ ลงได้ด้วย ก็จะเป็นเครื่องส่งเสริมระดมการลงทุนไปในตัวด้วยอีกประการหนึ่ง

พึงระลึกว่า การที่ค่าแรงสูงขึ้นตามธรรมชาติในระบบภาษีมูลค่าที่ดินนั้นจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เพราะส่วนที่ค่าแรงได้เพิ่มนั้น คือส่วนที่เจ้าของที่ดินต้องยอมเสียไป ซึ่งเจ้าของที่ดินยังต้องยอมเสียอีกส่วนหนึ่งให้แก่เจ้าของทุนอีกด้วย

การรับใช้ระบบภาษีมูลค่าที่ดิน ไม่จำเป็นจะต้องกระทำอย่างฮวบฮาบทันที และไม่จำเป็นจะต้องเก็บภาษีสูงเท่ากับค่าเช่าที่ดินเลยทีเดียว ส่วนจะเก็บเท่าไรก็ควรจะพิจารณาดูจากการทดลองเป็นขั้น ๆ ไป เช่น อาจทำเป็นโครงการ 20 ปี เก็บเพิ่มขึ้นปีละ 3 % ของค่าเช่า แล้วคอยเฝ้าสังเกตดูผลต่อชนทุกชั้น เพื่อปรับแต่งอัตราภาษีให้พอเหมาะ อย่างไรก็ตาม ในขั้นสุดท้าย อัตราภาษีที่ดินควรให้สูงมากพอที่จะทำลายการเก็งกำไรเก็บกักที่ดินไว้โดยไม่ใช้ประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ อันส่งผลพลอยทำให้ทุนและแรงงานไม่ได้ทำงานเต็มที่ไปด้วย นั่นก็คือ ทำให้ทรัพยากรหรือปัจจัยการผลิตทั้ง 3 ปัจจัยของชาติต้องสูญเสียประโยชน์ที่พึงมีพึงได้ไปเปล่า ๆ ทำให้ผลผลิตส่วนรวมของประเทศลดลง และเกิดการว่างงาน ค่าแรงต่ำ เป็นผลร้ายต่อทั้งราษฎรและประเทศชาติ


โดย: สุธน หิญ วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:7:55:35 น.  

 
(ต่อครับ)
แต่การเก็บภาษีมูลค่าที่ดินมิใช่เพียงเพื่อป้องกันการเก็งกำไรเก็บกักที่ดินแต่อย่างเดียว สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือเพื่อความเป็นธรรม และเพื่อขจัดความยากจนเนื่องจากความ อยุติธรรมอันกว้างขวางให้หมดสิ้นไป ระบบเสรีวิสาหกิจปัจจุบันจะมีความเป็นเสรีมากขึ้น แท้จริงขึ้น จะเกิดการเร่งรัดพัฒนาและส่งเสริมให้มีการผลิตมากขึ้น และดีขึ้น และคนเราจะมีความเท่าเทียมกันยิ่งขึ้น บ้านเมืองจะเจริญก้าวหน้า ก่อผลดีแก่ประชาชนทั่วประเทศ

ลูกหลานของเราเองก็จะไม่ต้องเดือดร้อนในการที่จะหาที่อยู่อาศัยในกาลข้างหน้า เพราะในเมืองจะมีบ้านหรือแฟลตให้เช่ามากมาย ส่วนผู้ซึ่งยังอยากมีบ้านมีที่ดินเป็นของตนเอง ก็จะหาซื้อที่ดินชานเมืองได้ง่าย ราคาก็ถูก วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างบ้านก็จะมีราคาต่ำลง

การแก่งแย่งการโกงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ซึ่งในระบบปัจจุบันได้ปรากฏให้เห็นอย่างกว้างขวาง และบางครั้งก็ถึงกับฆ่าฟันกันนั้น จะหมดสิ้นไป

หากเราสามารถขจัดความยากจน ที่ไม่เป็นธรรม ขั้นพื้นฐานยิ่งใหญ่ เสียได้ ความกลัวจนจะลดลง ความโลภซึ่งเกิดมากขึ้นจากความกลัวจนก็จะลดลงด้วย มนุษย์จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น จะมีศีลธรรมดีขึ้น อาชญากรรมจะน้อยลง ผู้ที่อยู่ในโลกนี้ด้วยความหวาด ระแวง เกรงการลักขโมย ปล้นจี้ การหลอกลวง และอื่น ๆ ก็จะสบายใจขึ้นได้มาก โลกมนุษย์จะน่าอยู่ขึ้น

ในการพิจารณาตกลงใจเลือกหนทางปฏิบัติเพื่อสังคมส่วนรวมนั้น เราจะต้องอาศัยข้อพิจารณา 2 ประการที่สำคัญ คือ
1. ผลดี ผลเสีย
2. ความยุติธรรม
ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับระบบเศรษฐกิจอื่น ๆ แล้วจะเห็นได้ว่า ระบบภาษีมูลค่าที่ดินมีผลดีมากกว่า มีผลเสียน้อยกว่า และมีความยุติธรรมดีกว่าระบบอื่น ๆ

หรือหากจะยึดหลักเกณฑ์ “The greatest happiness of the greatest number” เป็นแนวตัดสินตามแบบของ Jeremy Bentham ก็คงจะปรากฏว่าระบบภาษีที่ดินเหนือกว่าระบบเศรษฐกิจอื่น ๆ อยู่ตามเดิม

แต่ถ้าท่านเห็นว่าระบบภาษีที่ดินนี้ไม่ดี ก็ขอจงบอกออกมาว่าวิธีที่ดีนั้นคืออะไร ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาขั้นมูลฐานเกี่ยวกับความทุกข์ยากของมวลชนได้ ?

การจะแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมของสังคม ซึ่งหมายถึงว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงนั้น อาจกล่าวได้ว่าย่อมจะต้องกระทบกระเทือนฐานะหรือผลประโยชน์ดั้งเดิมของคนบางประเภทไปในทางลบ และบางประเภทในทางบวก ถ้าจะไม่ให้กระทบกระเทือนก็จะต้องไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่ายอมปล่อยให้ความไม่เป็นธรรมยังคงมีอยู่ต่อไปอีก และอาจรุนแรงขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่ต้องยากแค้นยิ่งขึ้น ท่านต้องการเช่นนั้นหรือ ?


โดย: สุธน หิญ วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:7:59:39 น.  

 
(ต่อครั้งสุดท้ายครับ)
ระบบภาษีที่ดินเป็นทุนนิยมที่แท้จริงและเป็นแรงงานนิยมที่แท้จริงด้วย เพราะแรงงานและทุนคือสิ่งเดียวกัน ทุนคือแรงงานที่สะสมไว้ในรูปวัตถุ ทุนกับแรงงานถ่ายเททดแทนกันได้ตามกฎอุปทานอุปสงค์ เจ้าของปัจจัยการผลิตทั้งสองมีผลประโยชน์ร่วมกัน และเมื่อทุนและแรงงานเป็นของเอกชน เอกชนก็ควรมีสิทธิเต็มที่ นี่คือลัทธิปัจเจกนิยม (Individualism) แต่ก็เป็นสังคมนิยม (Socialism หรือ Collectivism) ด้วยในขณะเดียวกัน เพราะถือว่าที่ดินอันเป็นปัจจัยการผลิตอีกปัจจัยหนึ่งเป็นทรัพย์สินของส่วนรวมร่วมกัน

ระบบเสรีวิสาหกิจหรือทุนนิยม ตามที่เรียกกันอยู่ในรูปปัจจุบัน ยังมีข้อบกพร่องเป็นจุดอ่อนที่ฝ่ายซ้ายโจมตีเอาได้ และถึงแม้ว่าระบบนี้จะยังคงยืนหยัดอยู่ได้ ประชาชนส่วนใหญ่ก็จะยังคงยากจนเดือดร้อนอยู่ และการต่อสู้เรียกร้องจะยังคงมีอยู่ก่อความเดือดร้อนไม่สงบต่อไป เราจึงควรกำจัดข้อบกพร่องเหล่านี้เสีย ข้อบกพร่องดังกล่าวไม่ใช่เป็นเนื้อหาของระบบทุนนิยม แต่เป็นกาฝากหรือสิ่งแปลกปลอมที่แทรกซ้อนเข้ามา นั่นคือ การรวบอำนาจบงการทางเศรษฐกิจไว้ที่ศูนย์กลางคือรัฐบาล มีการออกกฎข้อบังคับจำกัดสิทธิเสรีภาพในการประกอบกิจการต่าง ๆ ของเอกชนโดยทั่วไป แต่ให้อภิสิทธิ์อำนาจผูกขาดแก่บางกลุ่ม ทำให้คนจำนวนมากต้องถูกกดขี่ขูดรีด และที่สำคัญที่สุดคือการปล่อยให้เอกชนเป็นเจ้าของที่ดินซึ่งเป็นของธรรมชาติโดยไม่ต้องจ่ายผลตอบแทนตามส่วนให้แก่ส่วนรวม ตลอดจนการเก็บภาษีต่าง ๆ ที่มีผลถ่วงการผลิตและทำให้ของแพง

หากกำจัดสิ่งแปลกปลอมแทรกซ้อนเหล่านี้เสียได้ ระบบทุนนิยมจะกลายเป็นทุนนิยมและแรงงานนิยมที่แท้จริง (แรงงาน-ทุนนิยม) ให้เสรีภาพแก่ประชาชนดีขึ้นและปราศจากจุดอ่อนที่ร้ายแรง ประชาชนในสังคมจะหมดความยากจนเดือดร้อน การต่อสู้เรียกร้องขนานใหญ่จะยุติลง ความอยู่ดีกินดีย่อมจะเกิดขึ้นอย่างมิต้องสงสัย

หนังสือนี้เขียนขึ้น เพื่อช่วยเผยแพร่วิธีแก้ไขความยากจน ที่ไม่เป็นธรรม ขั้นมูลฐาน ผู้เขียนก็ได้แต่หวังจะให้ข้อคิดความเห็นนี้แพร่หลายออกไปเป็นที่ทราบดีทั่วกัน ซึ่งในระบอบประชาธิปไตยที่ได้ผล หากประชาชนส่วนใหญ่มีความคิดเห็นมีความต้องการอย่างไร สภาผู้แทนราษฎรอันประกอบด้วยสมาชิกที่เลือกตั้งจากประชาชนก็ย่อมจะเป็นผู้ที่มีความคิดเห็นเช่นเดียวกับประชาชน และย่อมจะลงมติให้เป็นไปตามความคิดเห็นความต้องการของประชาชน

เฮนรี จอร์จ กล่าวไว้ในหนังสือ “Social Problems” ว่า “การปฏิรูปสังคมไม่พึงได้มาด้วยการใช้เสียงอึกทึกและการตะโกน…แต่ด้วยการปลุกความนึกคิด และการก้าวหน้าของความคิดอ่าน หากปราศจากเสียซึ่งความนึกคิดที่ถูกต้องแล้ว การปฏิบัติที่ถูกต้องจะเกิดขึ้นมิได้…”


โดย: สุธน หิญ วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:8:06:16 น.  

 
ฉากและตัวละครมีไหมค่ะ


โดย: ณัฐวรา IP: 202.129.0.158 วันที่: 23 กันยายน 2559 เวลา:14:39:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 
 

สุธน หิญ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แก้ความอยุติธรรมขั้นฐานราก
ตามแนวเฮนรี จอร์จ
http://utopiathai.webs.com
เลิกภาษีการลงแรงลงทุนผลิตและค้า
เลิกภาษีเงินได้ เพิ่มภาษีที่ดิน
ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง ใช้เวลาสัก 30 ปี


เปิดเว็บต่างแดนดูไม่ได้ ให้ google ช่วยหา free anonymous proxy server ของต่างประเทศซึ่งมีอยู่มากเพื่อเปิดให้แทนครับ (ในไทยอาจมีการปิดกั้นเว็บของต่างแดน เว็บย่อยที่คนไทยอาศัยใช้กันก็พลอยถูกปิด)

เว็บหลักของผม ยูโทเพียไทย_1
* หน้ารวมลิงก์ยูโทเพียไทย_1 *

หนังสือดีเด่นแปล Progress and Poverty หนังสือ ความยากจนที่ไม่เป็นธรรม และ บทความ ของผม ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ยินดีให้เผยแพร่ต่อด้วยความขอบคุณ ยกเว้นบทความแปลกรุณาอ่านเงื่อนไขจากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่อ้างไว้ครับ


- ศัพท์เศรษฐศาสตร์ ดร.บุญเสริม
- ภาษีทรัพย์สินสหรัฐฯ
- ภาวะตลาดอสังหาฯ
- ภาวะตลาดที่อยู่อาศัย 2537-51
- ราคาที่ดินทั่วไทยรายแปลง
- สรุปราคาประเมินใน กทม.ปี 2551-54
- การเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินใน กทม.และปริมณฑลปี 2528-50


[Add สุธน หิญ's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com