ยูโทเพียไทย
เศรษฐศาสตร์
เพื่อความเป็นธรรม

 
เฮนรี จอร์จ กับ จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์

เฮนรี จอร์จ กับ จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์
โดย Jack Schwartzman, สุธน หิญ แปล
[สรุปคำบรรยายต่อที่ประชุมโลกว่าด้วยเศรษฐศาสตร์สังคมครั้งที่ 5 University of York, England, 2 August, 1988 ตามที่ปรากฏใน Georgist Journal]
เอกสารนี้กล่าวถึงปรัชญาสังคมที่แตกต่างกันของ Henry George และ George Bernard Shaw
(จาก //www.cooperativeindividualism.org/schwartzman_hgeorge_and_geo_bernard_shaw.html)

จอร์จมีชื่อเสียงระดับโลกใน ค.ศ.1879 หลังจากการเขียนหนังสือ Progress and Poverty โดยยืนกรานว่าความยากจนและความเลวร้ายอื่นๆ ทางสังคมมีสาเหตุจากการปฏิเสธมิให้คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงที่ดินทำเลดีซึ่งเอกชนถือกรรมสิทธิ์ จอร์จเสนอวิธีแก้ไขโดยให้เก็บภาษีเดี่ยวจากมูลค่าที่ดิน (ในรูปแบบการเก็บค่าเช่าที่ดินโดยชุมชน) ซึ่งจะทำให้ผู้ถือครองที่ดินรายใหญ่ต้องปล่อยที่ดินออกมา อันจะนำไปสู่การผลิตที่ไม่มีขีดจำกัดและการแบ่งเศรษฐทรัพย์อย่างเป็นธรรม เขายังสนับสนุนให้เลิกภาษีอื่นๆ ทั้งหมดด้วย

ใน ค.ศ.1882 จอร์จได้เดินทางไปยังอังกฤษ และนำเสนอทฤษฎีของเขาต่อผู้ฟังที่สนใจ หนึ่งในจำนวนนั้นคือหนุ่มชอว์ ผู้ถูกมนต์โวหารของจอร์จจนกลายเป็นผู้เชื่อถือลัทธิจอร์จผู้หนึ่ง แต่ในไม่ช้า หลังจากได้อ่าน Das Kapital ของคาร์ล มาร์กซ์ เขาก็ได้เปลี่ยนไปนับถือลัทธิมาร์กซ์ ต่อมาชอว์ได้ทิ้งความคิดของทั้งจอร์จและมาร์กซ์ และเรียกตนเองว่านักสังคมนิยมแบบเฟเบียน [แบบวิวัฒนาการ - ปฏิเสธแนวคิดการต่อสู้ระหว่างชนชั้น ชอว์กล่าวว่าหนังสือ Progress and Poverty ของเฮนรี จอร์จทำให้เกิดสมาคมเฟเบียนและจอร์จทำให้คนอังกฤษกลายเป็นสังคมนิยมถึง 4 ใน 5 ของผู้นิยมสังคมนิยมอังกฤษทั้งหมด (แม้มิได้เจตนา)] แต่ในที่สุด ชอว์ก็เปลี่ยนความคิดอีก “ตะโกน” อย่างภาคภูมิใจว่าตนเป็นคอมมิวนิสต์ ส่วนจอร์จนั้นมิใช่นักสังคมนิยม (แม้บางคนจะว่าเช่นนั้นก็ตาม)

(จำเป็นต้องกล่าวเสียแต่ต้นนี้ว่าชอว์ไม่เคยได้พบกับจอร์จ และก็ยังไม่แน่ว่าจอร์จรู้หรือไม่เกี่ยวกับชอว์)

เพื่อจะได้เข้าใจทัศนะของจอร์จและชอว์ จะนำเสนอการวิเคราะห์เป็นเรื่องๆ ไป เรื่องแรกคือ ความยากจน นักเขียนทั้งสองท่านต่างประกาศย้ำว่าความยากจนเป็นสิ่งเลวร้ายที่จะต้องกำจัด จอร์จและชอว์มีความขุ่นเคืองมากเหมือนๆ กันที่คนทั่วไปพอใจยอมรับว่าความยากจนเป็นพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า ทั้งคู่ต่างก็เรียกการให้เหตุผลเช่นนี้ว่าเป็นการดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (blasphemy)

แต่จากจุดนี้ไป หลักความเชื่อของจอร์จและชอว์ขัดแย้งกันอย่างมาก

ด้านสาเหตุความยากจน จอร์จพบว่าอยู่ที่การปฏิเสธการเข้าถึงที่ดินอันมีค่า (ดังกล่าวแล้วข้างต้น) วิธีแก้ไขของเขานั้นก็เพื่อปลดปล่อยที่ดินซึ่งถูกผูกขาดออกมาเพื่อการผลิต และการเลิกภาษีอื่นๆ ทั้งสิ้นเพื่อกระตุ้นความเติบโตทางเศรษฐกิจอีกแรงหนึ่ง ทุนซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตปัจจัยหนึ่งจะไม่ถูกเก็บภาษี

แต่ชอว์แย้งข้อเสนอของจอร์จโดยประกาศว่าความยากจนมีสาเหตุจากการผูกขาดร่วมกันของที่ดินและทุน ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาของเขาจึงเป็นการให้รัฐเก็บทั้งค่าเช่าที่ดินและผลตอบแทนต่อทุน (ดอกเบี้ย) ด้วย รัฐจะต้องยึดรายได้ทั้งหมดมาแจกจ่ายใหม่ “ตามความจำเป็น”

ข้อโต้แย้งต่อไปอยู่ที่กฎของริคาร์โดว่าด้วยค่าเช่า แม้ความคิดจะขัดแย้งกันอย่างตรงกันข้าม ทั้งสองฝ่ายต่างก็อ้างว่ามาจากแหล่งเดียวกัน คือ ทฤษฎีของริคาร์โด ซึ่งสาธิตให้เห็นว่าค่าเช่าที่ดินเพิ่มขึ้นโดยเป็นผลเสียต่อทั้งทุนและแรงงาน ในกฎของริคาร์โด จอร์จได้พบสูตรสำเร็จรูป (และการสร้างความชอบธรรมให้แก่วิธีแก้ของเขา) เขาแถลงว่าสิ่งที่จำเป็นต้องทำก็เพียงแต่เปลี่ยนช่องทางไหลของค่าเช่าที่ดินจากเดิมที่ไปสู่เอกชน ให้มาสู่กองทุนของชุมชนเท่านั้น ภาษีอื่นๆ นั้นไม่จำเป็นและไม่เป็นที่ปรารถนา

ชอว์ไม่เห็นด้วย สำหรับเขาแล้ว การให้รัฐหรือชุมชนเก็บค่าเช่าที่ดิน (แม้จะเป็นส่วนสำคัญหรือ keystone ทางเศรษฐศาสตร์ของลัทธิสังคมนิยม) ก็เป็นเพียงขั้นแรกของการไปสู่การยึดรายได้ทั้งหมดโดยรัฐ เขาย้ำว่าจุดประสงค์สำคัญของลัทธิสังคมนิยมคือการให้รัฐเก็บรายได้ทั้งปวงของประชาชนเป็นภาษี และจัดการให้รัฐเป็นรัฐสังคมนิยมซึ่งมีอำนาจเต็มที่

ข้อโต้แย้งอีกข้อหนึ่งคือเรื่องกลุ่ม Physiocrats จอร์จถือว่ากลุ่มนี้เป็นผู้มาก่อนเขาในด้านอุดมการณ์ (ideology) และให้เกียรติกลุ่มนี้ที่ประกาศระบบภาษีเดี่ยว แต่ชอว์เย้ยหยันทั้งกลุ่มฟิสิโอแครตและจอร์จ และยกย่องบูชา Voltaire ที่เขาถือว่าเป็นผู้ “สังหาร” ข้อเสนอให้ใช้ระบบภาษีเดี่ยว (แต่สำหรับผู้เขียนเอกสารนี้กลับเห็นว่าเรื่องของโวลแตร์ดังกล่าว ซึ่งชอว์สนับสนุนแข็งขัน เป็นเรื่องที่กุขึ้นมาและไม่จริง)

เรื่องสำคัญเรื่องสุดท้ายคือการเปรียบเทียบลัทธิเสรีวิสาหกิจกับสังคมนิยม/คอมมิวนิสต์ จอร์จเชิดชูเสรีภาพ คุณค่าของปัจเจกชน การผลิตที่ไม่ถูกขวางกั้น และการปกครองอย่างจำกัด เขาต่อต้านลัทธิสังคมนิยมจนกระทั่งวาระสุดท้ายแห่งชีวิต

ตรงกันข้าม ชอว์เทิดทูนลัทธิซูเปอร์แมน ระบอบเผด็จการ คอมมิวนิสต์ และระบบรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ เขาต่อต้านดูหมิ่นระบอบประชาธิปไตยจนกระทั่งวาระสุดท้ายแห่งชีวิตเช่นกัน

นี่คือการทบทวนอย่างสั้นมากในปรัชญาสองแบบที่ขัดแย้งกัน การโต้เถียงระหว่างสองปรัชญานี้ยังคงรุนแรงมาจนถึงเดี๋ยวนี้ (ค.ศ.1988).


Create Date : 20 มกราคม 2552
Last Update : 20 มกราคม 2552 9:52:41 น. 0 comments
Counter : 551 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 
 

สุธน หิญ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แก้ความอยุติธรรมขั้นฐานราก
ตามแนวเฮนรี จอร์จ
http://utopiathai.webs.com
เลิกภาษีการลงแรงลงทุนผลิตและค้า
เลิกภาษีเงินได้ เพิ่มภาษีที่ดิน
ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง ใช้เวลาสัก 30 ปี


เปิดเว็บต่างแดนดูไม่ได้ ให้ google ช่วยหา free anonymous proxy server ของต่างประเทศซึ่งมีอยู่มากเพื่อเปิดให้แทนครับ (ในไทยอาจมีการปิดกั้นเว็บของต่างแดน เว็บย่อยที่คนไทยอาศัยใช้กันก็พลอยถูกปิด)

เว็บหลักของผม ยูโทเพียไทย_1
* หน้ารวมลิงก์ยูโทเพียไทย_1 *

หนังสือดีเด่นแปล Progress and Poverty หนังสือ ความยากจนที่ไม่เป็นธรรม และ บทความ ของผม ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ยินดีให้เผยแพร่ต่อด้วยความขอบคุณ ยกเว้นบทความแปลกรุณาอ่านเงื่อนไขจากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่อ้างไว้ครับ


- ศัพท์เศรษฐศาสตร์ ดร.บุญเสริม
- ภาษีทรัพย์สินสหรัฐฯ
- ภาวะตลาดอสังหาฯ
- ภาวะตลาดที่อยู่อาศัย 2537-51
- ราคาที่ดินทั่วไทยรายแปลง
- สรุปราคาประเมินใน กทม.ปี 2551-54
- การเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินใน กทม.และปริมณฑลปี 2528-50


[Add สุธน หิญ's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com