ยูโทเพียไทย
เศรษฐศาสตร์
เพื่อความเป็นธรรม

 
มีคนคิดว่าชาติจะพินาศถ้าเก็บภาษีที่ดินเท่าค่าเช่าที่ควรเป็น


ผมจึงตอบไปดังนี้ครับ (ยินดีให้เผยแพร่ต่อด้วยความขอบคุณ)

แผนเพิ่มภาษีที่ดินพร้อมกับลดภาษีเงินได้ ภาษีการผลิตและค้าสินค้าและบริการ ตามแนวของเฮนรี จอร์จนั้น ผมให้ค่อย ๆ ทำ ใช้เวลา 30 ปี ใกล้เคียงกับแผนเลิกทาสของพระบาทสมเด็จพระปิยมหาราช เมื่อถึงกำหนด 30 ปีภาษีที่ดินจะเท่ากับค่าเช่าตามที่ควรเป็น และเลิกภาษีเงินได้และภาษีการผลิตการค้าได้หมด ตามแบบที่ Prof. Gaffney คิดไว้สำหรับสหรัฐฯ (The Hidden Taxable Capacity of Land: Enough and to Spare 3 ก.ค. 2008 //economics.ucr.edu/papers/papers08/08-12old.pdf )

การค่อย ๆ เพิ่มภาษีที่ดินเช่นนี้จะไม่ทำให้ราคาที่ดินลดพรวดพราดเหมือนตอนฟองสบู่แตกในปี 2540 ของไทย และปี 2551-52 ในสหรัฐฯ และลามมาก่อความเสียหายในไทยจนทั้งคนรวยคนจนถูกผลกระทบย่ำแย่ไปตาม ๆ กัน แต่ถ้าจะทำตามแผนของผม รัฐบาลก็ต้องเตรียนรับมือเรื่องราคาที่ดินลดเหมือนกัน แม้จะไม่หนักหนาเท่าปี 2540 ซึ่งยังจะเบาลงอีกด้วยผลดีและความเป็นธรรมที่เกิดขึ้นดังนี้

ผลดีของการการมุ่งเก็บภาษีที่ดินแทนภาษีแรงงานและทุน
(ภาษีทั้งหลายเก็บจากสิ่งใด ก็มีผลทำให้สิ่งนั้นแพงขึ้น แต่ภาษีที่ดินมีผลตรงข้าม)
1. ให้เสรีมากขึ้น ลดการถูกเรียกตรวจสอบจากเจ้าพนักงานภาษีของรัฐ เพราะเหลือแต่ภาษีที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

2. คำว่า “มนุษย์เกิดมาเท่าเทียมกัน” เป็นจริงมากขึ้น เพราะภาษีที่ดินแบบนี้ทำให้ทุกคนดุจเป็นเจ้าของที่ดินเสมอภาคกัน ใครทำงาน ใครลงทุน ได้เท่าไรก็เป็นของเขาทั้งหมด โดยตัดความได้เปรียบเสียเปรียบจากการได้ครอบครองที่ดินมากน้อยดีเลวผิดกัน หรือไม่มีที่ดินเลย ออกไปด้วยภาษีที่ดิน

3. การลด/เลิกภาษีจากแรงงานและทุนเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมาก ซึ่งดีกว่าแบบของสหรัฐฯ ที่ทำมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ทำได้เพียงชั่วคราว มิฉะนั้นรัฐบาลจะเป็นหนี้มหาศาล เพราะไม่ได้เก็บภาษีที่ดินแบบที่ผมเสนอมาชดเชย ซึ่งภาษีที่ดินก็เป็นอีกแรงหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

4. ราคา/ค่าเช่าที่ดินจะลด เพราะที่ดินไม่เสียเปล่ามากมายมหาศาลจากการเก็งกำไรเก็บกักปิดกั้นไว้ (ไปไหน ๆ ก็เห็นแต่ที่ดินมีเจ้าของแล้ว) แต่จะเปิดออกเพื่อหาประโยชน์ให้คุ้มกับที่จะต้องเสียภาษีที่ดิน รวมทั้งให้เช่า หรือทำประโยชน์เอง หรือมิฉะนั้นก็ขายให้แก่ผู้ที่เห็นทางหาประโยชน์ การทำประโยชน์ก็มักต้องหาคนมาทำงานให้ เจ้าของที่ดินต่างคนต่างต้องทำอย่างนี้ ก็เกิดแข่งขันกันเอง การว่างงานจะลด ค่าแรงจะเพิ่ม ผลตอบแทนต่อการใช้ทุนก็เพิ่ม

5. ซ้ำแรงงานและทุนไม่ต้องเสียภาษีทางตรงจำพวกภาษีเงินได้ หรือเสียน้อย จึงมีรายได้สุทธิเพิ่ม

6. สินค้าจะมีราคาถูก เพราะการลด/เลิกภาษีทางอ้อมจำพวกภาษีมูลค่าเพิ่ม อากรสรรพสามิต และอากรขาเข้า ความสามารถแข่งขันกับต่างประเทศจะสูงขึ้นด้วย และต่างชาติจะนิยมมาลงทุนและเที่ยวไทย แบบฮ่องกง สิงคโปร์ (ที่เป็นปัญหาก็คือแรงงานต่างด้าวจะทะลักเข้าไทย ต้องป้องกันให้ได้ผลมากกว่าปัจจุบัน)

7. เกิดความคล่องตัวในการย้ายถิ่นฐาน เพราะทั้งที่ดินและบ้านจะมีราคา/ค่าเช่าถูกลง และหาได้ง่ายขึ้น ที่ดินในเมืองจะได้รับการใช้ประโยชน์มากขึ้น มีบ้าน แฟลต คอนโดให้เช่ามากขึ้น ค่าเช่าต่ำลง ปัญหาการเดินทางเช้าเข้าเมืองเย็นกลับออกนอกเมืองที่ติดขัดอัดแอเสียเวลามากจะบรรเทาลง ปัญหาแหล่งเสื่อมโทรมหรือชุมชนแออัดในเมืองจะบรรเทาลงเช่นเดียวกัน

8. กรณีพิพาทขัดแย้งแย่งกรรมสิทธิ์ที่ดินจะลดลงมากโดยอัตโนมัติ (ถ้าเก็บภาษีที่ดินเท่าค่าเช่าศักย์ ราคาที่ดินจะเป็นศูนย์หรือเกือบศูนย์ คนเราจะเลือกซื้อที่ดินให้เหมาะกับความต้องการได้ง่าย แม้ราคาที่ดินจะเป็นศูนย์ เอาเป็นหลักทรัพย์ค้ำกู้ไม่ได้ แต่การซื้อขายที่ดินเองก็คงไม่ต้องกู้แล้ว และก็จะทำให้คนเรากู้หนี้เพื่อลงทุนอย่างอื่นเกินตัวไม่ได้ ถูกหลักเศรษฐกิจพอเพียง)

การเก็บภาษีที่ดินเพิ่ม และเลิกภาษีอื่น ๆ มีความเป็นธรรม
1. ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ต้องมีที่ดินเพื่ออยู่อาศัยและทำกิน เพราะถ้าไม่มี เขาตาย

2. ไม่มีมนุษย์คนไหนลงแรงหรือลงทุนผลิตหรือสร้างที่ดินขึ้นมา จึงไม่ควรมีใครอ้างว่ามีสิทธิ์ในที่ดินเหนือผู้อื่น

3. มูลค่าของที่ดินส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะที่ดินย่านชุมชนซึ่งมีราคาสูง) เกิดจากกิจกรรมของส่วนรวมที่แยกไม่ออกว่าเป็นของคนไหนเท่าไรและจากภาษีที่เก็บเอาไปสร้างสิ่งสาธารณูปโภค แต่ที่แน่ ๆ คือมูลค่าที่ดินไม่ได้เกิดจากบุคคลในฐานะเจ้าของที่ดิน (ยกเว้นการเก็งกำไรที่ดิน) เจ้าของที่ดินอาจลงแรงลงทุนก่อสร้างดัดแปลงและทำการผลิตหรือค้าในที่ดินของตนเอง แต่ที่ทำเช่นนั้นเขาทำในฐานะผู้ลงแรงและหรือผู้ลงทุน ซึ่งเขาควรได้รับผลตอบแทนจากการลงแรงหรือลงทุนของเขาเต็มที่ ส่วนประโยชน์จากมูลค่าที่ดินควรเป็นของส่วนรวม (แต่ไม่ใช่เอาที่ดินมาแบ่งกันเพราะที่ดินมีมูลค่าแตกต่างกันตามทำเลและสภาพอื่น ๆ ที่แตกต่างกัน ซึ่งให้ผลตอบแทนแก่การลงแรงลงทุนต่างกัน และจะต้องแบ่งกันไม่รู้จบเพราะคนในครอบครัวมีตายมีเกิดทำให้จำนวนเปลี่ยนแปลงเรื่อย ๆ)

4. การซื้อที่ดินมิใช่การลงทุนที่แท้ คือลงทุนผลิตของกินของใช้ (โภคทรัพย์) หรือเครื่องมือช่วยการผลิต (ทุน) แต่เป็นการซื้อสิทธิ์สืบต่อตามกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมเพื่ออำนาจเรียกแบ่งผลตอบแทนจากผู้ทำงานและผู้ลงทุน และการเก็งกำไรกักตุนที่ดินกันไว้มาก ๆ ทำให้ที่ดินแพง ค่าแรงต่ำ หางานทำยาก คนจนก็เดือดร้อนยิ่งขึ้น

5. การเก็บภาษีจากรายได้จากการลงแรงลงทุนผลิต (รวมทั้งจำหน่าย) ไม่ยุติธรรม เพราะเป็นการเอาจากแต่ละคนไปบำรุงส่วนรวม แต่ควรเก็บจากมูลค่าที่ดินเพราะมูลค่าที่ดินเกิดจากกิจกรรมของส่วนรวมและสิ่งอำนวยความสะดวกรวดเร็วทั้งของรัฐและเอกชนที่หวังผลกำไร และภาษีมูลค่าที่ดินจะขจัดความได้เปรียบเสียเปรียบกันเนื่องจากการได้ครอบครองที่ดินมากน้อยดีเลวผิดกันออกไปด้วย

เก็บภาษีที่ดินเท่าค่าเช่าที่ควรจะเป็น ค่าเช่ายังมีอยู่ แต่จะลดลงกว่าเดี๋ยวนี้เพราะไม่มีปัจจัยการเก็งกำไร ส่วนราคาที่ดินจะเป็นศูนย์เพราะเจ้าของจะไม่ได้ค่าเช่า (รัฐเก็บภาษีเท่าค่าเช่าที่ควรเป็น ไม่ว่าเจ้าของจะทำประโยชน์ในที่ดินอย่างไรหรือไม่)

ที่ดินมีราคาศูนย์หรือใกล้ศูนย์ คนเราก็ซื้อขายที่ดินกันได้ง่าย การใช้ที่ดินจะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นใหญ่หลวง ส่วนการกู้หนี้ยืมสินทำได้ยากเพราะไม่มีที่ดินค้ำประกัน ก็คงต้องใช้วิธีสหกรณ์ช่วย หรือเอาอาคาร เครื่องจักรกลค้ำประกันแทน แต่ก็ดีไปอีกอย่างหนึ่ง คือคนจะไม่ต้องหมดตัวเพราะถูกยึดที่ดินอย่างที่เป็นมาเรื่อย ๆ ในระบบคนกินคนเช่นปัจจุบัน

วิธีของผมคือการนำที่ดินกลับมาเป็นผลประโยชน์แก่ทุกคนเท่าเทียมกัน แทนที่จะเป็นความมั่นคงของบางคน

ถ้าไม่แก้ไขให้เกิดผลดีและความเป็นธรรมเช่นนี้ มนุษย์ส่วนหนึ่งก็จะยังต้องยากจนต่อไป และโลกเราก็จะต้องเผชิญความเสียหายทางการเงินมหาศาลเป็นระยะ ๆ อย่างที่เป็นมาแล้ว เพราะการเก็งกำไรที่ดิน ซึ่งในสหรัฐฯ วัฏจักรฟองสบู่อสังหาฯ จะเกิดราวทุก 18 ปี (//foldvary.net/works/geoaus.html )

จาก สุธน หิญ //utopiathai.webs.com



Create Date : 29 มิถุนายน 2553
Last Update : 29 มิถุนายน 2553 22:31:23 น. 1 comments
Counter : 374 Pageviews.

 
//bbznet.pukpik.com/scripts2/view.php?user=tangnamo&board=1&id=375&c=1&order=numtopic


โดย: ohmohm IP: 183.89.185.104 วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:13:03:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 
 

สุธน หิญ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แก้ความอยุติธรรมขั้นฐานราก
ตามแนวเฮนรี จอร์จ
http://utopiathai.webs.com
เลิกภาษีการลงแรงลงทุนผลิตและค้า
เลิกภาษีเงินได้ เพิ่มภาษีที่ดิน
ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง ใช้เวลาสัก 30 ปี


เปิดเว็บต่างแดนดูไม่ได้ ให้ google ช่วยหา free anonymous proxy server ของต่างประเทศซึ่งมีอยู่มากเพื่อเปิดให้แทนครับ (ในไทยอาจมีการปิดกั้นเว็บของต่างแดน เว็บย่อยที่คนไทยอาศัยใช้กันก็พลอยถูกปิด)

เว็บหลักของผม ยูโทเพียไทย_1
* หน้ารวมลิงก์ยูโทเพียไทย_1 *

หนังสือดีเด่นแปล Progress and Poverty หนังสือ ความยากจนที่ไม่เป็นธรรม และ บทความ ของผม ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ยินดีให้เผยแพร่ต่อด้วยความขอบคุณ ยกเว้นบทความแปลกรุณาอ่านเงื่อนไขจากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่อ้างไว้ครับ


- ศัพท์เศรษฐศาสตร์ ดร.บุญเสริม
- ภาษีทรัพย์สินสหรัฐฯ
- ภาวะตลาดอสังหาฯ
- ภาวะตลาดที่อยู่อาศัย 2537-51
- ราคาที่ดินทั่วไทยรายแปลง
- สรุปราคาประเมินใน กทม.ปี 2551-54
- การเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินใน กทม.และปริมณฑลปี 2528-50


[Add สุธน หิญ's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com