ยูโทเพียไทย
เศรษฐศาสตร์
เพื่อความเป็นธรรม

 
เทคโนโลยีก้าวหน้า ที่ดินก็ลดความสำคัญ ?

เทคโนโลยีก้าวหน้า ที่ดินก็ลดความสำคัญ ?

To spare the earth, let's share her worth.
Tax bads, not goods.
Tax waste, not work.
Pay for what you take, not what you make.

เทคโนโลยีก้าวหน้าไม่ได้ทำให้ที่ดินลดความสำคัญ
ตรงกันข้าม ที่ดิน หรือ แผ่นดิน หรือ โลก ของเรา รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติ กำลังมีไม่พอกับความต้องการ
แหล่งพลังงานที่ปลอดภัยมากหน่อยกำลังลดลง น้ำมันดิบมีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ
มลภาวะรุนแรงขึ้น โลกร้อนขึ้น แผ่นดินถูกผืนน้ำบุกรุก
โลกใบเดียวดูว่าไม่พอรับมนุษย์ในจำนวนปัจจุบัน

ผลผลิตปกติย่อมถูกแบ่งระหว่างเจ้าของปัจจัยการผลิต 3 ปัจจัย – 1. ที่ดิน 2. แรงงาน 3. ทุน
ที่ดินคือ 1. ที่อยู่อาศัย 2. แหล่งวัตถุดิบที่จะผลิตเป็นของกินของใช้ 3. ที่ทำกิน ผลิตของกินของใช้
ดังนั้น ขาดที่ดิน มนุษย์เกิดไม่ได้ ที่มีชีวิตอยู่แล้วก็ต้องตาย
ปกติที่ดินมีราคาสูงขึ้น ๆ ตรงข้าม ค่าแรงกลับต่ำลง ๆ เมื่อเทียบกับค่าครองชีพ

ความก้าวหน้าทั้งหลาย เครื่องมือที่สูงส่งด้วยเทคโนโลยี
ทำให้ใช้แรงงานน้อยลง และใช้ที่ดินน้อยลงได้
แต่ ดังคำของ Henry George ในหนังสือลือลั่น Progress and Poverty ค.ศ. 1879 –
“ ไม่สามารถจะทำให้เราไม่ต้องพึ่งพาที่ดิน
มันทำได้แต่เพียงเพิ่มความสามารถในการผลิตเศรษฐทรัพย์ (wealth) จากที่ดินเท่านั้น
และดังนั้นเมื่อที่ดินถูกผูกขาด ความก้าวหน้าทางวัตถุก็อาจจะไปถึงอนันตภาพ (infinity)
โดยไม่ทำให้ค่าแรงสูงขึ้นหรือทำให้สภาพของผู้ที่มีแต่แรงงานดีขึ้นเลย
มันจะเพียงแต่เพิ่มราคาที่ดินและเพิ่มอำนาจเนื่องจากการได้ครอบครองที่ดินนั้น
ทุกแห่งทุกสมัยในบรรดาประชาชนทุกชาติ การครอบครองที่ดินนับเป็นมูลฐานของอภิชนาธิปไตย (aristocracy)
เป็นรากฐานของมหาโชคลาภ เป็นแหล่งกำเนิดของอำนาจ” [1]

เรื่องแรงงานสมองเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่างที่เดี๋ยวนี้มีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญากัน
มีการไล่จับและลงโทษกันอยู่เรื่อยมา
เทคโนโลยีสารสนเทศก็ทำให้เกิดผลเช่นเดียวกับเครื่องจักรกลทุ่นแรงทั้งหลายด้วย
ไม่ว่าจะเป็นร้อยๆ ปีมาแล้วหรือปัจจุบัน หรืออนาคต
คือที่ดินมีราคาสูงขึ้น ๆ แต่ค่าแรงกลับต่ำลง ๆ
ถ้าไม่ถือเอา “ที่ดิน” เป็นทรัพย์สินของส่วนรวมร่วมกัน โดยวิธีภาษีเดี่ยว (single tax)

ทำไมประเทศที่พัฒนาแล้วก็ยังมีปัญหาความยากจนให้ต้องแก้ไขอยู่
Henry George กล่าวไว้แล้ว -
“ข้อเท็จจริงอันเป็นสากลก็คือในที่ซึ่งที่ดินมีราคาแพงที่สุด
อารยธรรมก็จะแสดงความฟุ่มเฟือยหรูหราอย่างที่สุดเคียงข้างกับความยากไร้อย่างน่าสังเวชที่สุด
ถ้าต้องการจะเห็นมนุษยชาติในสภาพที่เสื่อมทรามที่สุด อนาถาที่สุดและไร้ความหวังที่สุด
ท่านจะต้องไม่ไปยังท้องทุ่งที่ไม่มีรั้วกั้นและกระท่อมที่ทำด้วยซุงในบริเวณซึ่งเพิ่งถากถางใหม่ ๆ ในป่าทึบ
ซึ่งคนเรากำลังเริ่มต่อสู้กับธรรมชาติอย่างโดดเดี่ยวและที่ดินยังไม่มีราคาแต่อย่างใด
แต่จะต้องไปยังเมืองใหญ่ซึ่งการเป็นเจ้าของที่ดินเพียงเล็กน้อยก็นับเป็นโชคลาภมหาศาล” [2]

และ:-
“ในนิคมใหม่ ๆ ซึ่งที่ดินมีราคาถูก ท่านจะไม่ได้เห็นคนขอทาน
และความมีสภาพไม่เท่าเทียมกันก็มีเพียงเล็กน้อย
ตามเมืองใหญ่ ๆ ซึ่งที่ดินมีราคาสูงอย่างยิ่งจนวัดกันเป็นถึงตารางฟุต
ท่านจะได้พบทั้งความยากแค้นอย่างที่สุดและความฟุ่มเฟือยอย่างที่สุด
ความแตกต่างกันในระหว่างสภาพสังคมปลายสุดทั้งสองนี้อาจจะวัดได้ด้วยราคาที่ดินเสมอ” [3]

ในสหรัฐฯ ปัจจุบันมีคนจนมากมาย ดีแต่ว่าเขามีเงินช่วยเหลือเหล่าผู้ว่างงานทั้งหลาย

“ที่ดิน” จากคำอธิบายในหนังสือ “ความยากจนที่ไม่เป็นธรรม” ของผมเอง หน้า 7 :-
“ก. ที่ดิน คือ เอกภพ (Universe) หรือสิ่งทั้งหลายนอกจากตัวมนุษย์และ เศรษฐทรัพย์
“คำว่า ‘ที่ดิน’ นี้นอกจากจะหมายถึงที่ว่าง (Space) แล้ว
ยังหมายความรวมถึงสิ่งทั้งหลายอันมีอยู่ตามธรรมชาติ หรือทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources) ด้วย

“การที่ถือว่าที่ดินเป็นปัจจัยที่ 1 นำหน้าเพื่อน ในบรรดาปัจจัยการผลิตทั้งสาม
ก็เพราะที่ดินเป็นสิ่งที่เกิดมีขึ้นก่อนหน้าปัจจัยอื่นๆ และเป็นสิ่งจำเป็นอันจะขาดเสียมิได้ในการผลิต
กล่าวคือ ที่ดินเป็นแหล่งที่ให้ทรัพยากรธรรมชาติสำหรับเปลี่ยนแปลงให้เป็นเศรษฐทรัพย์
ปัจจัยการผลิตที่ 2-3 คือ แรงงานและทุน จะต้องอาศัยตั้งอยู่บนที่ดิน และทำการผลิตบนที่ดิน
มนุษย์เราจะมีชีวิตอยู่มิได้ถ้าปราศจากเสียซึ่งที่ดิน
. . . . . . . . . . . . . .
. . . . . . . . . . . . . .
“คำว่า ‘ที่ดิน’ นี้หมายเฉพาะถึงบรรดาสิ่งซึ่งมีอยู่ตามธรรมชาติ มิได้ใช้แรงงานของมนุษย์กระทำขึ้น
กล่าวคือ ยังไม่มีเรื่องการใช้แรงงานของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง
(แต่เศรษฐทรัพย์ซึ่งผลิตขึ้นด้วยแรงงานมนุษย์ เมื่อเสื่อมสภาพแล้วจะกลับกลายคืนสู่ความเป็น ‘ที่ดิน’ ดังเดิม)

“สาเหตุที่เราเอา ‘ทรัพยากรธรรมชาติ’ และ ‘ที่ว่าง’ มารวมอยู่ในคำว่า ‘ที่ดิน’
ก็เพราะทรัพยากรธรรมชาตินั้นส่วนมากอยู่บนที่ดินหรือในพื้นดิน
ซึ่งผู้ที่จะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้ก็คือ ผู้มีสิทธิเข้าถึง หรือ คือมีสิทธิครอบครอง
หรือสิทธิใช้ที่ดินในบริเวณนั้น ๆ ซึ่งรวมทั้งที่ว่างเหนือขึ้นไปในอากาศ และต่ำลงไปใต้ดินด้วย
เนื้อดินเองก็เป็นทรัพยากรธรรมชาติอันหนึ่ง ซึ่งเราใช้ประโยชน์ได้ เช่นเพื่อการเพาะปลูก เป็นต้น

“ในชั้นนี้จะไม่พูดถึงปัญหาทะเล หรืออวกาศ ซึ่งรวมอยู่ในคำว่า ‘ที่ดิน’ ด้วย
เพราะจะทำให้เกิดความยุ่งยากซับซ้อนมากเกินไป” [4]

นิยามศัพท์ “ที่ดิน” นี้โปรดสังเกตจาก “คำนำของผู้แปล” ใน Progress and Poverty ด้วย -
“ความแตกต่างระหว่าง ‘ทุน’ ซึ่งมนุษย์สร้างขึ้น กับ ‘ทุนที่เป็นของธรรมชาติ’ (ตามที่ดูว่าจะนิยมเรียกกันมากขึ้นเรื่อยๆ) คือ ‘ที่ดิน’ (ซึ่งนิยามว่ารวมถึงแร่ เชื้อเพลิงจากฟอสซิลหรือซากดึกดำบรรพ์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า วงโคจรดาวเทียม เวลา – เช่นการแบ่งช่วงเวลาลงสู่พื้นท่าอากาศยาน และทรัพยากรอื่น ๆ ที่มีในธรรมชาติ)” [5]

จาก Progress and Poverty หน้า 252-254
(ตอนท้ายของ ภาค 4 บทที่ 3 ผลของความก้าวหน้าทางวิทยาการต่อการวิภาคเศรษฐทรัพย์) :-

“ . . . . สิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการให้เข้าใจกันแจ่มแจ้งก็คือ ถึงแม้จำนวนประชากรจะไม่เพิ่มขึ้น
ความก้าวหน้าในการค้นคิดประดิษฐ์ก็มีแนวโน้มที่จะทำให้เจ้าของที่ดินได้รับผลผลิตไปเป็นสัดส่วนมากขึ้นเสมอ
และทำให้แรงงานและทุนได้รับส่วนแบ่งน้อยลง ๆ

“และโดยที่เราไม่สามารถจะกำหนดขอบเขตจำกัดให้แก่ความก้าวหน้าในการค้นคิดประดิษฐ์ได้
เราก็ไม่สามารถจะกำหนดขอบเขตจำกัดให้แก่การเพิ่มค่าเช่าได้ นอกจากผลผลิตทั้งสิ้น
เพราะว่าถ้าการประหยัดแรงงานดำเนินต่อไปจนกระทั่งถึงจุดที่สมบูรณ์ที่สุด
และไม่จำเป็นจะต้องใช้แรงงานในการผลิตเศรษฐทรัพย์ต่อไปแล้ว
เราก็จะได้รับทุกสิ่งที่โลกจะสามารถให้ได้โดยไม่ต้องใช้แรงงานเลย
และขอบริมแห่งการผลิตจะถูกขยายออกไปถึงระดับที่เป็นศูนย์
ค่าแรงจะเป็นศูนย์ และดอกเบี้ยจะเป็นศูนย์
ในขณะเดียวกันค่าเช่าก็จะได้รับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผลิตขึ้นมา
เพราะว่าเมื่อเจ้าของที่ดินสามารถจะได้รับเศรษฐทรัพย์ทั้งสิ้นเท่าที่จะสามารถหาได้จากธรรมชาติ
โดยไม่ต้องใช้แรงงานแล้ว แรงงานหรือทุนก็จะไม่มีประโยชน์เลย
และไม่มีทางเป็นไปได้ที่ทั้งสองสิ่งนี้จะเรียกร้องเอาส่วนแบ่งจากเศรษฐทรัพย์ที่ผลิตขึ้นมา
และไม่ว่าจำนวนประชากรจะมีน้อยเพียงไร
ถ้ายังคงมีผู้ที่มิใช่เจ้าของที่ดินอยู่แล้ว ก็จะขึ้นอยู่กับอารมณ์หรือความกรุณาของเจ้าของที่ดิน –
บุคคลเหล่านี้จะถูกเลี้ยงไว้เพื่อความหรรษาของเจ้าของที่ดิน หรือไม่ก็ด้วยความโอบเอื้อของเจ้าของที่ดิน
ในฐานะยาจก

“จุดแห่งการทุ่นแรงงานที่สมบูรณ์เช่นนี้อาจจะอยู่ห่างไกลมากหรืออาจจะไม่มีวันไปถึงได้เลย
แต่ก็เป็นจุดที่การค้นคิดประดิษฐ์กำลังมีแนวโน้มเข้าไปหาอยู่ทุกขณะ . . . .
ดูเหมือนว่าเครื่องทุ่นแรงงานเหล่านี้จะเป็นสิ่งเลวร้ายในตัวเอง
และเราจะได้ยินคนพูดกันถึงเรื่องงาน
ราวกับว่าความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อเป็นสิ่งที่น่าปรารถนาในตัวเอง
. . . . . . . . . . . . . .
. . . . . . . . . . . . . .
“. . . . ความเจริญก้าวหน้าซึ่งทำให้ค่าเช่าสูงขึ้นนั้น
มิใช่จะมีแต่ความเจริญก้าวหน้าที่เพิ่มความสามารถในการผลิตโดยตรงเท่านั้น
แต่รวมถึงความเจริญก้าวหน้าในการปกครอง มารยาท และศีลธรรม
ซึ่งเพิ่มความสามารถในการผลิตโดยทางอ้อมด้วย
เมื่อพิจารณาว่าเป็นพลังทางวัตถุ ผลของสิ่งต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ก็คือจะเพิ่มความสามารถในการผลิตขึ้น
และเช่นเดียวกับความเจริญก้าวหน้าในวิทยาการในการผลิต
ผลประโยชน์ของสิ่งเหล่านี้ย่อมจะถูกผู้ครอบครองที่ดินผูกขาดเอาไปในที่สุด . . . . ” [6]

ผลเสียที่ร้ายแรงใหญ่หลวง คือ การเก็งกำไรสะสมเก็บกักที่ดิน
ทำให้มีที่ดินที่ไม่ได้ทำประโยชน์หรือทำประโยชน์น้อยไปกระจายอยู่ทั้งในเมืองและนอกเมือง
และค่าเช่า/ราคาที่ดินยิ่งมีราคาสูง ซึ่งยิ่งลดผลตอบแทนต่อผู้ลงแรงและผู้ลงทุน
และเป็นการเบียดคนจนออกไปจากโอกาสที่จะเป็นเจ้าของที่ดิน
ต้องเช่าที่ดินคนอื่นเป็นที่พักอาศัยและที่ทำกินโดยเสียค่าเช่าแพง
ซ้ำยังต้องเสียภาษีทางอ้อมเมื่อซื้อของกินของใช้และสินค้าทุนสำหรับทำงานหาเลี้ยงชีวิต

การเก็งกำไรสะสมเก็บกักที่ดินยังมีผลถ่วงการผลิตอย่างมากด้วย
คือหาที่ดินทำกินได้ยาก ทำให้แรงงานและทุนหางานทำได้ยากขึ้น
ต้องว่างงาน ค่าแรงต่ำ คนจนยิ่งช่วยเหลือตนเองได้น้อยลงไปอีก
กลายเป็นเหยื่อแก่นายทุนเงินกู้และนายทุนผู้จ้างอีกต่อหนึ่งโดยง่ายดาย
และยังทำให้ต้องสิ้นเปลืองภาษีเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสาธารณูปโภคขยายออกไปนอกเมือง
เพื่อบริการผู้คนที่สู้ราคาที่ดินในเมืองไม่ไหวต้องออกไปหาที่พักอาศัยห่างเมือง

นอกจากนั้นยังทำให้วัฏจักรเศรษฐกิจแกว่งตัวขึ้นลงรุนแรง ก่อความเสียหายใหญ่หลวงทั่วระบบเศรษฐกิจ

ทั้งหมดนั้นแก้ได้โดยทำให้ที่ดินเป็นของส่วนรวมร่วมกันด้วยระบบภาษีเดี่ยวจากมูลค่าที่ดินแบบค่อยเป็นค่อยไป.


เชิงอรรถ
[1] ความก้าวหน้ากับความยากจน – //geocities.com/utopiathai/ProgressAndPoverty หน้า 296
[2] ความก้าวหน้ากับความยากจน หน้า 224
[3] ความก้าวหน้ากับความยากจน หน้า 288
[4] ความยากจนที่ไม่เป็นธรรม – //geocities.com/utopiathai/UnjustPoverty หน้า 7
[5] ความก้าวหน้ากับความยากจน หน้า ix - x (คำนำของผู้แปล)
[6] ความก้าวหน้ากับความยากจน หน้า 252-254



Create Date : 30 กันยายน 2550
Last Update : 1 ตุลาคม 2550 12:52:31 น. 2 comments
Counter : 427 Pageviews.

 
ขอบคุณครับสำหรับบทความดีๆ และ blog ดี รวมทั้ง เวป ยูโทเพียไทย_1 ที่มีประโยชน์กับผมอย่างมาก ยังไงขออนุญาติ add ทั้ง blog และ web ไว้ใน blog ผมนะครับ
ขอบคุรครับ


โดย: Darksingha วันที่: 14 ตุลาคม 2550 เวลา:15:41:19 น.  

 
โปรดตามไปดูที่ //www.pantip.com/cafe/library/topic/K5869681/K5869681.html> ครับ


โดย: สุธน หิญ วันที่: 17 ตุลาคม 2550 เวลา:0:43:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 
 

สุธน หิญ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แก้ความอยุติธรรมขั้นฐานราก
ตามแนวเฮนรี จอร์จ
http://utopiathai.webs.com
เลิกภาษีการลงแรงลงทุนผลิตและค้า
เลิกภาษีเงินได้ เพิ่มภาษีที่ดิน
ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง ใช้เวลาสัก 30 ปี


เปิดเว็บต่างแดนดูไม่ได้ ให้ google ช่วยหา free anonymous proxy server ของต่างประเทศซึ่งมีอยู่มากเพื่อเปิดให้แทนครับ (ในไทยอาจมีการปิดกั้นเว็บของต่างแดน เว็บย่อยที่คนไทยอาศัยใช้กันก็พลอยถูกปิด)

เว็บหลักของผม ยูโทเพียไทย_1
* หน้ารวมลิงก์ยูโทเพียไทย_1 *

หนังสือดีเด่นแปล Progress and Poverty หนังสือ ความยากจนที่ไม่เป็นธรรม และ บทความ ของผม ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ยินดีให้เผยแพร่ต่อด้วยความขอบคุณ ยกเว้นบทความแปลกรุณาอ่านเงื่อนไขจากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่อ้างไว้ครับ


- ศัพท์เศรษฐศาสตร์ ดร.บุญเสริม
- ภาษีทรัพย์สินสหรัฐฯ
- ภาวะตลาดอสังหาฯ
- ภาวะตลาดที่อยู่อาศัย 2537-51
- ราคาที่ดินทั่วไทยรายแปลง
- สรุปราคาประเมินใน กทม.ปี 2551-54
- การเปลี่ยนแปลงราคาที่ดินใน กทม.และปริมณฑลปี 2528-50


[Add สุธน หิญ's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com