คืนกำไรให้ชีวิต เพื่อพิชิตไปในโลกกว้าง
space
space
space
<<
กุมภาพันธ์ 2567
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
2526272829 
space
space
21 กุมภาพันธ์ 2567
space
space
space

เมล็ดพันธุ์แห่งความรัก
  เมล็ดพันธุ์แห่งความรัก  

"เมล็ดพันธุ์แห่งความรัก"  เป็นโจทย์ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตร
ที่ 346   ผู้ตั้งโจทย์ คือ คุณ กะว่าก๋า

คำอธิบายโจทย์ (แนวทางการเขียน)
ให้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรักในแง่มุมใดก็ได้ที่ทำให้คุณรู้สึกประทับใจ

"เมล็ดพันธุ์แห่งความรัก" เป็นวลีที่ใช้เพื่อบ่งบอกถึงต้นกำเนิดหรือจุดเริ่มต้นของ
ความรักโดยทั่วไปมีความหมายว่าความรัก
เริ่มต้นจากสิ่งเล็กน้อย หรือเหตุการณ์ที่เล็กน้อยที่น่าสนใจและเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ
จนกลายเป็นความรักที่ใหญ่โตขึ้นได้.
 เมล็ดพันธุ์เปรียบเสมือนตัวเริ่มต้นที่เล็กน้อยที่พร้อมจะเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลง
เช่นเดียวกับความรักที่เริ่มต้นจากความน่าสนใจ
หรือเหตุการณ์ที่เล็กน้อย  แต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่มีความหมาย
และสำคัญในชีวิต ข้อความข้างต้นนี้  เป็นความหมาย หรือ
การตีความ  วลี "เมล็ดพันธุ์แห่งความรัก" ที่ฉัน ค้นคว้ามาจาก อินเทอร์เน็ต  ค่ะ 

"ความรัก"  ไม่ว่าจะเป็นความรักของหนุ่มสาว  ความรักของพ่อแม่  ความรักเพื่อน 
ความรักสัตว์  ตลอดจนความรักที่มีต่อสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรา
ล้วนเริ่มต้นจากความสนใจ  ความประทับใจ ต่อคน ๆ นั้น  ต่อสิ่งนั้น ๆ ก่อน สั่งสมกันมา
เป็นเวลานาน  สิ่งที่ตามมา ก็จะเกิดความศรัทธาในคน ๆ นั้น  
เมื่อศรัทธาเกิดเมื่อไร  ความรัก ก็จะเกิดขึ้น  เป็น "เมล็ดพันธุ์ แห่งความรัก"  ถ้าเป็นการบ่มเพาะ
เมล็ดพันธุ์แห่งความรักของหนุ่มสาว  เมื่อเมล็ดพันธุ์แห่งความรัก
สุกงอมแล้ว  ก็มักจะลงเอยด้วยการแต่งงาน   มีทายาทอันเกิดจากเมล็ดพันธุ์แห่งความรัก
ของพวกเขา  กลายเป็น เมล็ดพันธุ์ที่เกิดจากความรักเป็นผลผลิต
และเป็นหน้าที่ของพ่อแม่  ที่จะต้องกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูเมล็ดพันธุ์ที่เกิดขึ้นใหม่นี้ 
ให้เป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ  อย่าให้เหมือนเด็กยุคใหม่ที่
พ่อแม่มักไม่มีเวลาให้กลายเป็นเด็กยุคใหม่ที่ก้าวร้าว  ถูกล้างสมองได้ง่าย  กลายเป็น
เมล็ดพันธุ์ที่เป็นปัญหาของสังคม  เหมือนอย่างที่เราพบเห็น
มากมายในสังคมปัจจุบัน ที่เราได้ฟังจากสื่อต่าง ๆ ในสังคม  เป็นเรื่องน่าเศร้าจริง ๆ ค่ะ 







จุดมุ่งหมายของโจทย์ครั้งนี้  ต้องการให้ผู้เขียนเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก ใน
แง่มุมใดก็ได้ที่ทำให้ผู้เขียนประทับใจ   สำหรับฉัน
ก็ต้องเล่าเรื่อง ความรักของพ่อและแม่ที่ฉันได้รับในชีวิตและรู้สึกประทับใจมากที่สุด  
          พ่อแม่ของฉัน มีผลผลิตเมล็ดพันธุ์แห่งความรักของท่าน
หลายคน นั่นคือฉันมีพี่น้องหลายคน แต่อายุไม่ยืน ถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังเล็ก ๆ 2-3 คน
พี่สาวของฉันคนหนึ่ง พ่อกับแม่รักมาก  เพราะเธอเป็นคนน่ารัก 
ขยัน ช่วยงานบ้านได้  เป็นพี่สาวที่พ่อรักมาก  แต่น่าเสียดาย  เธอป่วยด้วยไข้ทรพิษ
  ซึ่งสมัยนั้น หายารักษายากมาก  ส่วนใหญ่คนที่เป็น
  มักจะไม่รอด  พี่สาวของฉันคนนี้ถึงแก่กรรมด้วยวัยเพียง 9 ขวบ  เป็นวัยที่กำลังน่ารัก
ช่างพูด ช่างฉอเลาะ  แม่เล่าว่า  การจากไปของพี่สาวคนนี้  ทำให้
พ่อเสียใจมาก  น้ำหนักลดไปหลายกิโล  หลังจากนั้นไม่นาน (หลังสงครามโลกครั้งที่สอง สงบ) 
แม่ก็ตั้งท้องฉัน  เกิดมา ตัวเล็ก ไม่สบายบ่อย เรียกว่าขี้โรค  หาหมอเป็น
ประจำ  แต่ พ่อและแม่ ก็รัก ทะนุถนอมฉัน  พ่อรักฉันมากเป็นพิเศษ พ่อบอกว่า หน้าตาฉัน
คล้ายคลึงกับพี่สาวที่ถึงแก่กรรมไป ประกอบกับพอฉันเกิด
  กิจการค้าโรงงานน้ำหวานของพ่อ ก็ตั้งโรงงานสำเร็จ  กิจการค้าเจริญขึ้นมาก เป็นความเชื่อ
ของคนจีนว่า ฉันเป็นตัวนำโชคมาให้พ่อแม่   เนื่องจากฉัน
เป็นเด็กขึ้โรค  พ่อแม่จะตามใจจนเสียนิสัย เอาแต่ใจ  อะไรที่ไม่ได้ดังใจ ก็โกรธพ่อ โกรธแม่
  งอน ไม่พูดกับพ่อกับแม่บ้าง  ด้วยความรักของแม่  จนแม่
ทนไม่ไหวที่ฉันไม่กินข้าว ต้องยอมพูดกับฉันก่อนเรียกไปกินข้าวกินปลา  จึงหายงอน
   กับพ่อ ก็งอน ไม่ยอมพูดกับพ่อ  ปีนั้น ตรุษจีน ทุกคนได้เต๊ะเอียกันทุกคน
  จนฉันคิดว่า  ปีนี้ ฉันโกรธพ่อ พ่อคงไม่ให้เต๊ะเอียฉันแน่ ๆ แต่สักพัก  พ่อก็ยื่นอังเปาให้ฉัน
  แถมได้เงินมากกว่าคนอื่นด้วย นะเนี่ย  ฉันดีใจมาก หายงอนพ่อเลย
  นิสัยเหล่านี้  ฉันว่า มันไม่ดีเลย  จากความรักของพ่อแม่ ที่ไม่โกรธฉัน เข้าใจฉัน ทำให้นิสัยเอาแต่ใจ
  ขี้งอนของฉัน  ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไป  เพราะประทับใจในความรัก
ของพ่อและแม่ที่มีต่อฉัน   เข้าใจความรักของพ่อแม่ มากขึ้น เมล็ดพันธุ์แห่งความรัก ที่เกิดจากท่าน
ได้บ่มเพาะฉันให้เป็นคนดี ไม่เป็นปัญหาของสังคม
  มีอาชีพที่ดี หาเลี้ยงชีพได้จนถึงปัจจุบันนี้ ค่ะ 

 ตะพาบ "เมล็ดพันธุ์แห่งความรัก"  ที่ฉันประทับใจมากที่สุดในชีวิต  ก็คือ พ่อแม่ของฉัน ค่ะ 





     



Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2567
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2567 20:55:53 น. 30 comments
Counter : 505 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสองแผ่นดิน, คุณtoor36, คุณmultiple, คุณหอมกร, คุณกะว่าก๋า, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณSweet_pills, คุณปัญญา Dh, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณชีริว, คุณ**mp5**, คุณtanjira, คุณร่มไม้เย็น, คุณkae+aoe, คุณhaiku, คุณดอยสะเก็ด, คุณThe Kop Civil


 
สวัสดีครับ อาจารย์สุ
เมล็ดพันธุ์แห่งความรักได้มาจากพ่อแม่ที่มีความรักซึ่งให้เมล็ดพันธุ์แห่งความรักด้วยความรักความห่วงใย พ่อแม่ก็ได้แต่หวังให้ลูกเป็นคนดี


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:23:07:07 น.  

 

"เมล็ดพันธุ์แห่งความรัก"

ต้องรดด้วยความรัก ทะถุถนอม ดูแลห่วงใย นะครับ
เมล็ดพันธุ์ ถึงจะเจริญเติบโตงดงามขึ้นมาได้

ที่แท้ อาจารย์ต้องเรียกว่า เป็นลูกหัวแก้วหัวแหวนเลยนะครับนี่
เพราะนำโชคลาภมาให้ บิดามารดา กิจการเจริญรุ่งเรือง

แล้วก็ เมล็ดพันธุ์ จะดีได้ พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ก็ต้องดีมาก่อน
การอบรมเลี้ยงดู การกระทำตัวอย่างดีๆให้ลูกเห็น เป็นสิ่งสำคัญ

ส่วนเรื่อง ขี้งอนขี้น้อยใจ นี่เด็กๆเป็นกันทุกคนเลยนะครับ

อ.เต๊ะ สมัยเด็กๆ ก็เอาแต่ใจมาก
ตอนเด็กๆ ไปตลาดกับแม่ อยากได้ ของเล่น
ถ้าแม่ไม่ซื้อให้ ก็ ลงนอนดิ้น ไม่ยอม แรกๆแม่ก็ซื้อให้
พอตอนหลัง แม่รู้ทัน ดัดนิสัย บอก ถ้าดื้อแบบนี้อีก
แม่จะเอาไปปล่อยวัดนะ คุยกับหลวงพ่อไว้แล้ว

ตั้งแต่นั้นมา อ.เต๊ะ ก็เป็นเด็กดี
แม่พูดอะไร รีบลนลานทำทันที กลัวโดนเอาไปปล่อยวัดครับ 555



โดย: multiple วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:5:17:49 น.  

 
มันเป็นปัญหาสังคมจริงๆ ครับ พ่อแม่ต้องหาเงินเพื่อเลี้ยงลูก ขนาดช่วยกันหาขนาดนี้ยังไม่ค่อยจะพอเลยครับ ทุกอย่างแพงหมด ยกเว้นค่าแรง ผมประหยัดจนไม่รู้จะประหยัดยังไงแล้วรายจ่ายยังสูงเลย ถ้าจะให้ประหยัดมากกว่านี้คงต้องเดินไปทำงานแล้ว (ใช้เวลาน่าจะ 3 ชั่วโมง)


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:9:17:16 น.  

 
รูปครอบครัวเป็ดน่ารักดีค่ะ
ว่าแต่ทำไมไม่มีตัวพ่อคะอาจารย์



โดย: หอมกร วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:18:15:57 น.  

 
โอ้ อ.เต๊ะ พึ่งจะรู้จัก วันจ๊อขี่ ที่แท้ คือวันครบรอบวันตายนะครับ

ของ อ.เต๊ะก็ทำบุญให้พ่อไปแล้วครับ แต่เป็นแบบไทย
ทำที่วัด ทางวัดเค้าจัดหาให้หมด เรามีหน้าที่ควักเงินอย่างเดียว
เพราะทำเองก็ไม่ไหวเหมือนกันครับ

แล้วก็ผลเลือด อาจารย์ออกมาดีทุกตัว นี่ปล่อยเอาไว้ไม่ได้นะครับ
มันต้องฉลองกันยกใหญ่ เอ้า ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ 555

อ.สุ บอก ขืนข้าเชื่อเอ็ง คราวหน้าหมอตีข้าตายแน่ 555

ของ อ.เต๊ะ ค่าเลือดก็ดีขึ้น แต่หมอ อ.เต๊ะ ดุมาก
ไม่เคยชมครับ แกไม่ด่าก็บุญแล้วละครับ555
คราวหน้า นัด 6เดือนครับ ช่วงนี้ก็ต้องกลับมาอดอยากปากแห้งเหมือนเดิมละครับ 555



โดย: multiple วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:19:56:13 น.  

 
อ่านแล้วนึกถึงพ่อแม่คนจีนสมัยก่อน
แม้จะดุและเข้มงวดเพียงใด
ส่วนใหญ่ก็รักลูกมากๆ ทำงานหนักก็เพื่อครอบครัว
บ้านผมก็เป็นแบบนี้เลยครับ

ผมเห็นด้วยกับอาจารย์เลยครับ
ว่าความรักของพ่อแม่นั้น
เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์แห่งความรักได้จริงๆ





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:22:11:47 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์

อาจารย์เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความรัก
จากความรักที่ยิ่งใหญ่ของพ่อแม่
เป็นเมล็ดพันธุ์ที่น่าภาคภูมิใจที่สุดด้วยค่ะ

อาจารย์นอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ
ขอบคุณอาจารย์สำหรับกำลังใจค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:0:06:04 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:5:47:15 น.  

 
โลกเปลี่ยนไปค่านิยมของสังคมก็เปลี่ยน อะไรที่พ่อแม่เคยยึดถือ เมื่อสิ่งนั้นเสื่อมความสำคัญในยุคปัจจุบันเด็กๆ ก็หันไปยึดเหนี่ยวอย่างอื่นแทนครับ อย่างยุคก่อนที่ถูกปั่นให้กลัวคอมมิวนิสต์ ถูกยุให้ฆ่านักศึกษา ฯลฯ ก็คงไม่ใช่ค่านิยมที่เด็กยุคนี้ชื่นชมเหมือนกัน

สมัยก่อนอัตราการตายของเด็กสูงมาก ดีที่สาธารณสุขเจริญขึ้นมาก ต้องขอบคุณคนที่เปิดรับวิทยาการจากภายนอกเข้ามายกระดับสังคม
อาจารย์ได้รับความรักจากพ่อแม่ในวัยเด็กอย่างเต็มที่เลย ยุคนั้นน้อยบ้านจะครับที่จะมีลูกไม่มาก แถมเป็นลูกสาวด้วย รุ่นอาจารย์หลายบ้านโดยเฉพาะครอบครัวคนจีน รุ่นเบบี้บูมเป็นรุ่นที่ญาติที่น้องเยอะมากๆ เพราะต้องมีทายาททำงานฟื้นฟูบ้านเมืองจากภาวะสงคราม ผมไปเชงเม้งบ้านพ่อทีมาเป็นครอบครัวใหญ่เลยครับ แต่ก็เริ่มทยอยจากกันไปตามวัย วิถีชีวิตรุ่นหลังจากนี้ที่ไม่ได้ผูกพันกับสกุลคงเปลี่ยนจากแต่ก่อนเยอะเลย


โดย: ชีริว วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:12:51:20 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ถ้าเราเห็นความเป็นคนอื่นในตัวเรา
เห็นความเป็นเราในตัวผู้อื่น
เราจะเมตตาคนมากขึ้น
แล้วก็จะเกลียดชังกันน้อยลงด้วยนะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:20:31:08 น.  

 
สวัสดีครับอาจารย์

ขอบคุณที่แวะไปที่บล็อกนะครับ


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:20:32:01 น.  

 
สวัสดีครับอาจารย์

เห็นด้วยครับว่าความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเป็นความรักที่สวยงามที่สุดแล้ว เป็นความรักที่มีแต่ให้ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน
ผมเพิ่งมาเข้าใจก็ตอนที่มีหลาน พี่สาวรักหลานมากๆ เปลี่ยนตัวเองได้ทุกอย่างเพื่อหลาน ผมเองก็รักหลานมากครับ เพราะตามดูแลให้ตั้งแต่อยู่ในท้อง เกิดมา 3 เดือนแรกผมก็ช่วยเลี้ยงมาทุกวัน เป็นคนพูดภาษาอังกฤษหลัก ๆ ให้เค้า สอนเค้าหลานอย่าง ถึงตอนนี้ก็ดูแลกันตลอด คือผมก็รักเค้าแบบรักจริงๆ อะไรก็ได้เพื่อเค้าทำได้หมด ถ้าวันนึงผมเป็นพ่อคนจริงๆ ก็คงรักแบบนี้ละมั้งครับ

คุณพ่อคุณแม่ของอาจารย์ท่านก็มีรักบริสุทธิ์ให้กับลูก ๆ ทุกคน
และสร้างตัวตนที่ดีให้กับลูกของท่านครับ เด็กที่หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก เค้าจะสามารถแบ่งปันความรักให้ล้นไปสู่คนรอบข้ามได้ เหมือนกับที่อาจารย์มอบให้กับลูกศิษย์ทุกคน จนอาจารย์เป็นที่รักของลูกศิษย์มาก ๆ เช่นกันครับ ^^

เด็กสมัยนี้ที่มีความคิดแปลกๆ ผมว่าเป็นเพราะเด็กสมัยนี้เข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น เค้าเลยคิดว่าเค้ารู้เรื่องหมดทุกอย่าง แถมรู้และเข้าใจมากกว่าผู้ใหญ่ แต่ด้วยขาดวุฒิภาวะ การไตร่ตรง ยับยั้งช่างใจ หรือการเคารพในกฎ เคารพในสิทธิ์ของผู้อื่นมันเลยไม่มีอ่ะครับ
ผมเองก็ยอมรับว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่คิดต่างจากคนอีกรุ่นเหมือนกัน แต่ผมก็ยังเคารพกฎ เคารพสังคม ต้องการสิทธิ์ของตัวเองแต่ก็เคารพสิทธิ์ของผู้อื่นครับ


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:22:50:43 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:6:27:29 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:9:21:21 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ร่างกายเราคือพิพิธภัณฑ์
เก็บเรื่องราวต่างๆเอาไว้มากมาย
ถึงเวลาเรื่องราวเหล่านั้น
ก็อาจหลายเป็นอดีต
เอาไว้ให้คนศึกษาด้วยก็เป็นได้นะครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:10:53:16 น.  

 
สวัสดีค่ะอาจารย์

เมล็ดพันธุ์แห่งความรัก ของอาจารย์เป็นเรื่องความรักในครอบครัว
เป็นความรักของพ่อกับแม่ ที่รักลูกนะคะ แบบมีงอนพ่องอนแม่ ตามประสาของเรานะคะ
หนูว่าเป็นเรื่องปกติในครอบครัวค่ะ อารมณ์แบบนี้ ยังไงพ่อแม่ก็ง้อลูกค่ะ

หนูหายไปเลยเพราะโดนแมวกัดรอบสองค่ะอาจารย์
เข้าบล็อกได้วันละบล็อก 2 บล็อกเองค่ะ

ขอให้อาจารย์มีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ



โดย: tanjira วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:16:02:52 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:5:11:22 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

งานชุดนี้ผมเคยลงไว้ในเฟซบุ๊กครับ
นำมาลงเก็บไว้ในบล็อกอีกครั้ง
พร้อมภาพประกอบ

อย่างบล็อกรีวิวหนังสือ
ส่วนใหญ่ผมก็ลงให้อ่านที่เฟซก่อนเลยครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:13:48:30 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปติดตาม RedLife ด้วยกันครับอาจารย์
ปีนี้คงคล้ายๆ ปีที่แล้วครับ น่าจะอัพบล็อกได้เดือนละ 1-2 เอ็นทรี่
อ.เต๊ะ บอกจะแซงนี่ผมดีใจเลย ปีนี้จะได้อ่านบล็๋อกของ อ.เต๊ะ เยอะๆ อิอิ

แวะไปเที่ยวชมจอร์แดนมาเรียบร้อยครับ เป็นอีกประเทศที่อยากไปเลย


โดย: ชีริว วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:23:56:52 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:5:58:19 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ธรรมะเป็นเรื่องปัจจัตตังจริงๆครับ
ทำไป รู้ไป ทำเอง รู้เอง
ไม่มีใครรู้แทนใครได้ ไม่มีใครทำแทนใครได้จริงๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:20:38:56 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:4:57:29 น.  

 
ความรักของพ่อแม่ยิ่งใหญ่มากที่สุดจริง ๆ ครับ


โดย: The Kop Civil วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:10:25:11 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ธรรมชาติสอนใจเราได้จริงๆครับ
ต้นไม้ ใบไม้ ขุนเขา ป่าเขา
เวลาเราเดินเข้าไปหาธรรมชาติเหล่านี้
ผมรู้สึกถึงความชุ่มเย็น สบายตา สบายใจครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:12:51:10 น.  

 
แวะมาชวนอาจารย์ไปทบทวนภาษาจีนครับ


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา:21:23:50 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 มีนาคม 2567 เวลา:5:02:44 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

บางครั้งผมเขียนงานชิ้นนึง
โดยใช้วิธี
ตัดคำออกไปเรื่อยๆให้ได้มากที่สุด
จนเหลือคำเท่าที่จำเป็น
อ่านแล้วรู้เรื่องผมถึงจะหยุดการตัดคำออกครับ 555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 มีนาคม 2567 เวลา:13:43:16 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 มีนาคม 2567 เวลา:4:55:58 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับอาจารย์

ผมก็รู้สึกแบบที่อาจารย์เม้นท์ไว้เลยครับ
เวลาไหว้พระ
ผมจึงน้อมจิตเข้าหาธรรมที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้
โดยมิได้หวังความศักดิ์สิทธิ์หรือปาฏิหาริย์ใดใดเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 2 มีนาคม 2567 เวลา:10:58:09 น.  

 
❤ ประโยชน์บางประการของศาสนาอิสลาม 💙

💙 ประตูสู่สรวงสวรรค์ชั่วนิจนิรันดร

❤ การช่วยให้พ้นจากขุมนรก

💙 ความเกษมสำราญและความสันติภายในอย่างแท้จริง

❤ การให้อภัยต่อบาปที่ผ่านมาทั้งปวง

💙 สิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมในศาสนาอิสลาม

❤ านภาพของสตรีในศาสนาอิสลามเป็นอย่างไร?

💙 ครอบครัวในศาสนาอิสลาม

❤ ชาวมุสลิมปฏิบัติต่อผู้สูงอายุอย่างไร?

💙 ชาวมุสลิมมีความเชื่อเกี่ยวกับพระเยซูอย่างไร?


https://justpaste.it/b790p


โดย: 이슬람교 IP: 51.81.85.242 วันที่: 3 มีนาคม 2567 เวลา:16:06:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

อาจารย์สุวิมล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]




เป็นครูสอนภาษาไทยที่เกษียณอายุราชการแล้ว สนใจเรื่องการเขียนหนังสือให้ความรู้ ชอบการท่องเที่ยว หากท่านที่เข้ามาชมและอ่านแล้ว มีความสนใจและต้องการสอบถามเรื่องความรู้ด้านภาษาไทย ถ้ามีความสามารถจะให้ความรู้ได้ ก็ยินดีค่ะ

http://i697.photobucket.com/albums/vv337/dd6728/color_line17.gif
space
space
space
space
[Add อาจารย์สุวิมล's blog to your web]
space
space
space
space
space