Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2563
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
10 กรกฏาคม 2563
 
All Blogs
 
ลาวใต้ - อุบลราชธานี ~~~ วัดพระธาตุหนองบัว

ทริปลาวใต้ - อุบลราชธานี 27 พฤศจิกายน - 4 ธันวาคม 2562

ตอนที่ 12  เที่ยววัดเมืองอุบล

11 โมง วันที่ 2 ธันวาคม 2562 ออกจากวัดสุปัฎนาราม เดินวน ๆ แถวนี้ตั้งหลักก่อน



เปิด map ในมือไปด้วย





เห็นแล้ว...ตามป้ายไปเลยค่ะ



พิพิธภัณฑ์ เปิด-ปิด เหมือนกันทั่วประเทศค่ะ



เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 09.00 - 16.00 น. // วันนี้ปิด


 
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ประจำจังหวัดแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2532 เพื่อให้เป็นสถาบันด้านการอนุรักษ์ จัดแสดงและเผยแพร่มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น

อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี เดิมเป็นศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2461 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว บนที่ดินซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สำเร็จราชการมณฑลลาวกาว ทรงขอมาจากหม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา เพื่อใช้เป็นที่สาธารณประโยชน์สำหรับก่อสร้างเป็นสถานที่ราชการ

ภายหลังเมื่อมีส่วนราชการเพิ่มมากขึ้น จังหวัดอุบลราชธานีจึงจัดสร้างศาลากลางหลังใหม่ขึ้นบริเวณ ทิศตะวันตกของทุ่งศรีเมือง เมื่อปี พ.ศ. 2511 จากนั้นจึงย้ายหน่วยงานราชการต่าง ๆ ออกไปอยู่ที่ศาลากลางหลังใหม่ ส่วนอาคารศาลากลางหลังเดิมถูกใช้งานเป็นที่ว่าการอำเภอเมืองอุบลราชธานีและหน่วยงานราชการขนาดเล็กมาโดยตลอด

ในปี พ.ศ. 2526 จังหวัดอุบลราชธานีได้มอบอาคารศาลากลางหลังนี้ให้กรมศิลปากรทำการซ่อมแซมบูรณะเพื่อใช้จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประจำจังหวัด กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 103 ตอนที่ 204 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2529 ประกาศให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หลังจากบูรณะซ่อมแซมและจัดแสดงนิทรรศการแล้วเสร็จ กรมศิลปากรได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2532



อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี เป็นอาคารชั้นเดียว ก่ออิฐถือปูนยกพื้นสูง หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องว่าว แผนผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หันหน้าไปทางทิศเหนือ ช่องว่างระหว่างเสา ใต้กรอบหน้าต่างประดับด้วยลายปูนปั้นรูปดอกบัว ภายในอาคารประกอบด้วยห้องโถงใหญ่อยู่ตรงกลาง มีห้องขนาดเล็กและระเบียงทางเดินอยู่โดยรอบ เหนือกรอบประตูและหัวเสารับชายคาที่ระเบียงประดับด้วยไม้ฉลุลายพันธุ์พฤกษา ด้านบนของมุขทำเป็นหน้าบัน ตรงกลางมีชื่อ "ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี" ส่วนบนสุดมีครุฑขนาดใหญ่เป็นสัญลักษณ์ของศาลากลางจังหวัดในสมัยนั้น

อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ถือเป็นอาคารที่มีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมและเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี ได้รับรางวัลอาคารอนุรักษ์ศิลปกรรมดีเด่นในปี พ.ศ. 2532 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมถ์ และกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2544



สะพาน เห็นแต่ป้ายค่ะ ถมไปหมดแล้ว





กำลังเดิน ๆ ถ่ายรูปอยู่ พี่ตำรวจมาทักทาย ถามเรามาจากไหน จะไปไหน...บอกแกว่าจะไปวัดพระธาตุหนองบัว แกอาสาจะไปส่ง

เพื่อความสบายใจเลยบอกพี่ตำรวจว่า ขอถามน้องที่ทำงานที่นี่หน่อยนะคะ คือบอกแกอ้อม ๆ ว่า เรามีคนรู้จักที่นี่ด้วย ประมาณนั้นค่ะ



....ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย แกจะรอ อยากพาไปวัดอีกหลายที่ (เห็นเราถ่ายรูป) เลยรีบบอกขอบคุณ เราเดินนาน เกรงใจ แล้วขอถ่ายรูปแกเป็นที่ระลึก

แกให้เบอร์โทร. ไว้แล้วบอก โทร. หาแกได้ ถ้าไปไหนไม่ถูก // ขอบคุณมากค่ะ 



ประวัติวัดพระธาตุหนองบัว ตามนี้นะคะ 













พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นี้  เดิมมีความกว้างด้านละ 6 เมตร องค์พระธาตุทั้ง 4 ด้านแกะสลักพระประจำวันเกิด และกลีบบัวประดับ ฐานล่างแกะรูปพระพุทธเจ้าปางประสูติ ตรัสรู้ปฐมเทศนา และปรินิพพาน

ต่อมาสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานยังองค์พระบรมธาตุ และได้ทำการก่อสร้างพระธาตุองค์ใหญ่ครอบพระธาตุองค์เล็กไว้ โดยมีฐานรูปสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 17 เมตร ส่วนยอดฉัตร 4 ชั้น ลงรักปิดทอง ที่ยอดฉัตรเป็นรูปดอกบัวตูม ทำด้วยทองคำหนัก 31 บาท
 

ฐานตอนล่างสุดเป็นรูปมารยกฐานไว้ ถัดขึ้นไปเป็นรูปพระสงฆ์สาวกยืนในซุ้มด้านละ 8 องค์รวม 32 องค์ ถัดขึ้นไปเป็นภาพปูนปั้นเล่าเรื่องพระเจ้าสิบชาติสลักเป็นช่อง ๆ 1 ช่อง ต่อ 1 เรื่อง รวมทั้งหมด 10 ช่องและเหมือนกันทั้ง 4 ด้าน ถัดขึ้นไปอีกเป็นลายรัดประคตรูปเทพนั่งบนแท่นสลับกับลายกนก ถัดขึ้นไปอีกประดับลายปูนปั้นเป็นรูปพระพุทธเจ้าในปางต่าง ๆ สูงจนถึงยอดเจดีย์ ที่มุมฐานทั้งสี่ที่อยู่ด้านล่างเป็นรูปครุฑแบก เหนือขึ้นมาเป็นนาค 7 เศียร









ภายในองค์พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ หรือพระธาตุหนองบัว เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุซึ่งบรรจุไว้ในสถูปลงรักปิดทองศิลปะอินเดียแบบปาละ คือ เป็นสถูปทรงสี่เหลี่ยมสลักลายเรื่องพระเจ้า 500 ชาติ อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมเรียงเป็นแถวคั่นแถวด้วยลายกลีบบัว

































รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว ซึ่งทั้ง 4 มุมของกำแพงแก้วประดิษฐานพระเจดีย์ธาตุขนาดเล็กอีก 4 องค์ เป็นเจดีย์ทรงเหลี่ยมประดับลายรูปเทพพนมและลายกนก ที่ฐานปั้นเป็นรูปเทวดาประทับนั่งในซุ้มภายในองค์ประธาตุมีประตูทางเข้า 4 ด้าน สร้างเสร็จในปี พ.ศ.​ 2512











ด้านหลังของพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ มีอุโบสถศาลาซึ่งสร้างเลียนแบบรูปทรงมาจากปรินิพพานวิหารเมืองกุสินาราย รัฐอุตร ประเทศประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นที่เสด็จดับขันธปรินิพพานของพระพุทธเจ้า





อุโบสถศาลาที่วัดพระธาตุหนองบัว สร้างเป็นอาคารตรีมุข คือ มีหลังคายื่นออกไปเป็นสามด้าน หลังคารูปร่างโค้งมน มีระเบียงพาไลโดยรอบตกแต่งด้วยลวดลายวิจิตรงดงาม





ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ซึ่งเป็นพระประธานในซุ้มตรีมุข เพดานโค้งด้านบนเขียนรูปเทวดาดั้นเมฆพนมมือบนพื้นสีแดง ตรงกลางเป็นรูปดาว ส่วนล่างเขียนจิตรกรรมเรื่องพุทธประวัติ ส่วนเสา พื้น และผนังบุหินแกรนิต



















รูปปั้นลอยตัวก่ออิฐถือปูนขบวนต้นเทียนพรรษาของวัดพระธาตุหนองบัว ตั้งอยู่ด้านหน้าทั้งสองข้างของอุโบสถศาลา วัดพระธาตุหนองบัว









เดี๋ยวไปแล้วค่ะ ...











12.34 น. มื้อกลางวันของเรา ก๋วยจั๊บญวน กินทุกวัน เปลี่ยนเจ้าไปเรื่อย อร่อยทุกวัน



13.09 น. จะเดินกลับเข้าไปในเมือง แถวที่พัก ลองปักหมุด ไกลเอาเรื่อง แต่อยากลองเดินดูก่อน



ถามทางมาเรื่อย ๆ ใคร ๆ ก็บอกว่าไกลมาก เรียกแท็กซี่ดีกว่า...



ร้อนเอาเรื่อง แต่ไม่รีบค่ะ 



ลุงจอดถาม จะไปไหน นั่งสามล้อมั้ย...ไม่ไปค่ะ 121





13.53 น. ใกล้เคียงแล้ว นะ จะเท่าไหร่กันเชียว เดินชมนกชมไม้ไปแป๊บ ๆ เอง



แวะพักเหนื่อย พักร้อนค่ะ 





เส้นทางเดินจากวัดพระธาตุหนองบัว


 

 ความเดิม 

ปราสาทวัดพู
น้ำตกตาดฟาน น้ำตกตาดเยือง
ปากซองไฮแลนด์ สวนดอกไม้มนตรา
น้ำตกคอนพะเพ็ง
ตะวันขึ้นที่ผาแต้ม
ภาพเขียนสีผาแต้ม
ทุ่งดอกไม้ป่าสร้อยสวรรค์
หาดสลึง สามพันโบก
ทุ่งดอกไม้ป่าวนอุทยานน้ำตกผาหลวง
วัดทุ่งศรีเมือง วัดมณีวนาราม วัดมหาวนาราม
อาสนวิหารแม่พระนิรมล วัดสุปัฏนารามวรวิหาร




Create Date : 10 กรกฎาคม 2563
Last Update : 12 กรกฎาคม 2563 15:16:07 น. 0 comments
Counter : 848 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณSleepless Sea, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณhaiku, คุณหอมกร, คุณสองแผ่นดิน, คุณKavanich96, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณTui Laksi, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณnonnoiGiwGiw, คุณkae+aoe, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณnewyorknurse, คุณauau_py, คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร, คุณตะลีกีปัส, คุณชีริว, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณเริงฤดีนะ, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณblue_medsai, คุณธนูคือลุงแอ็ด, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณวลีลักษณา, คุณkatoy, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณmcayenne94, คุณMDG, คุณALDI


สายหมอกและก้อนเมฆ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




เป็นคุณแม่ของ 1 ลูกสาว และ 1 ลูกชายค่ะ
อาชีพ ขสมก. (แปลว่า...ขอสามีกิน อ่านเจอที่ไหนไม่รู้ ชอบค่ะ เลยยืมมาใช้หน่อย)

เป็นแม่บ้านฟูลทาม
ไม่รับอาชีพเสริมใด ๆ ทั้งสิ้น...

เมื่อไหร่ที่พอจะจัดสรรเวลาได้...
จะไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัวเสมอค่ะ...

โลกนี้แสนกว้างใหญ่ มีอะไรให้เราเรียนรู้อีกมากมาย พบเจออะไรดี ๆ ที่พอจะมีประโยชน์กับคนอื่นบ้าง ไม่มากก็น้อย เลยเอามาแบ่งปันกัน

ลิขสิทธิ์...เป็นของบุคคลที่อยู่ในภาพ
ขอบคุณค่ะ

Friends' blogs
[Add สายหมอกและก้อนเมฆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.