ถนนสายนี้มีตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 91 "นิทานปรัมปรา" - เมืองลับแลที่ราชบุรี




ถนนสายนี้มีตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 91 "นิทานปรัมปรา" ของคุณเป็ดสวรรค์
เมืองลับแลที่ราชบุรี



ตอนแรกเห็นโจทย์แล้ว คิดว่าครั้งนี้คงไม่เขียนแล้ว เคยได้ยินนินทานปรัมปรา ตอนเด็กๆ แต่ก็จำไม่ได้แล้ว เอจะเขียนเรื่องอะไรดี? ลองหาที่อาจาร์ย กูเกิลดู
ว่ามีอะไรบ้าง ก็พบว่ามีนิทานมากมาย มีทั้งของเด็กๆ ,นิทานอีสป แต่ที่สดุดใจก็คือบอกว่ามีนิทานประจำจังหวัดต่างๆด้วย

ดีจัง มองหานิทานประจำจังหวัดราชบุรีดูซิมีอะไร ก็มีเรื่องเมืองลับแล ที่เคยสนใจอยู่แล้ว ได้ยินคนพูดถึงเมืองลับแล ว่าอยู่บนโลกเรานี่แหละ เราเดินๆไปอาจจะเข้าไปในเมืองลับแล จะหายไปเลย จะไม่มีคนเห็น อาจจะไม่ได้กลับออกมากด้วย ฟังแล้วน่ากลัวเหมือนกัน พอมาอ่านเรื่องเมืองลับแลที่ราชบุรีแล้ว น่าสนใจมาก ขออนุญาตินำมาให้เพื่อนๆบล็อกอ่านกันค่ะ

(ไม่ทราบว่าจะตรงกับโจทย์ หรือเปล่า แต่ก็ดีใจ ที่โจทย์นี้ทำให้ จขบ.ค้นคว้า
ได้ความรู้เรื่องเมืองลับแล มากขีัน )








ภาพประกอบบทความ : การแต่งกายของชาวลับเเลในอดีต
เป็นภาพที่ถ่ายไว้ปลายสมัยรัชกาลที่ 5
สันนิษฐานว่าจะเป็นฝีพระหัตถ์ของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ภาพนี้ค้นพบในหอสมุดเเห่งชาติ
ที่มาของภาพ :

//www.utdhome.com/board/redirect.php?fid=7&tid=1449&goto=nextnewset


บทความเรื่อง "ตามหาเมืองลับแลที่ราชบุรี" นี้ เป็นตำนานที่เล่าขานสืบต่อๆ กันมา ซึ่งผู้จัดทำได้พยายามค้นหาและนำมาบันทึกรวบรวมไว้ เพื่อจะได้มองเห็นในภาพรวมว่า ในจังหวัดราชบุรีของเรามีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเมืองลับแล อยู่ในพื้นที่ใดบ้าง เผื่อบางทีอาจจะสามารถเชื่อมโยง กับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และถิ่นที่อยู่ของชนชาติพันธ์ต่างๆ ที่เข้ามาอยู่ในจังหวัดราชบุรีเมื่อครั้งในอดีตกาลที่ผ่านมาก็ได้ ลองอ่านดูนะครับ.....

เมืองลับแลเขาวังสะดึง


ในพื้นที่ ต. เขาแร้ง อ. เมือง จ. ราชบุรี เดิมที่เขาวังสะดึงด้านทิศตะวันออกจะมีปากถ้ำ ซึ่งในปัจจุบันจะมีหินแผ่นใหญ่ปิดปากถ้ำซ้อนกันอยู่ ไม่สามารถเข้าไปภายในถ้ำได้

ณ ถ้ำแห่งนี้มีประวัติเล่ากันต่อ ๆ กันมาว่า เป็นที่พักอาศัยของชาวเมืองลับแล ซึ่งชาวเมืองลับแลจะมีรูปร่างสันทัดคล้ายกับคนไทยโดยทั่วไป การแต่งตัวก็เหมือนกับคนไทยโดยทั่วไป แต่มีภาษาพูดที่แตกต่างจากคนไทย




ภาพจำลองประกอบบทความ
ที่มาของภาพ

//www.oknation.net/blog/Kati1789/2008/03/11/entry-


ภายในถ้ำในวันดีคืนดีจะมีเสียงดนตรีไทยประเภทวงปี่พาทย์ดังแผ่ว ๆ มาจากในถ้ำ แต่ไม่สามารถหาแหล่งที่มาของเสียงได้ จากเมืองลับแลนี้ชาวเมืองลับแลจะเป็นกลุ่มคนที่มีความซื่อสัตย์ ขยันทำมาหากิน ซื่อตรง รักเดียวใจเดียว ไม่ลักเล็กขโมยน้อยอยู่กันเป็นกลุ่ม จะพบเห็นคนเมืองลับแลได้ก็ต่อเมื่อเวลาใกล้ค่ำ ชาวลับแลจะออกมาอาบน้ำในสระน้ำด้านหน้าของเขาวังสะดึง เรียกชื่อสระนี้ว่า “สระพัง” หรือบางครั้งชาวลับแลจะลงมาจากเขามาจับจ่ายชื้อเสบียงอาหารที่บริเวณตลาดนัดเชิงเขาในฤดูน้ำหลาก

ภายในถ้ำของชาวเมืองลับแลจะมีข้าวของเครื่องใช้ครบทุกอย่าง โดยเฉพาะพวกถ้วยชาม เครื่องใช้ในครัวเรือน เมื่อชาวไทยในเขตพื้นที่ใกล้เคียงมีงานมงคลต่าง ๆ มักจะมาเอาถ้วยชามภายในถ้ำไปใช้ เมื่อเสร็จงานแล้วก็จะนำกลับมาส่งคืน

จากความซื่อสัตย์ของคนเมืองลับแลนี้เองมักจะถูกเอาเปรียบจากคนในพื้นที่ใกล้เคียงจนมีเรื่องเล่ากันว่า ชาวไทยได้เข้าไปยืมถ้วยชามจากชาวลับแลมาใช้แล้วมักไม่ส่งคืนจนชาวเมืองลับแลเกิดความเบื่อหน่าย การถูกเอารัดเอาเปรียบจึงได้ปิดปากถ้ำไม่ออกมาติดต่อกับคนภายนอกอีกเลย

เรื่องเล่าอีกอย่างหนึ่งก็คือ มีชายไทยเกิดหลงป่าขึ้นไปบนเขาวังสะดึงแล้วเกิดไปพบกับหญิงสาวชาวเมืองลับแล และต่างก็ตกหลุมรักซึ่งกันและกันจึงอยู่กินกันฉันสามีภรรยาภายในถ้ำลับแลจนเกิดพยานรักขึ้น 1 คน โดยสามีจะมีหน้าที่ในการเลี้ยงดูบุตรอยู่ภายในถ้ำ อยู่มาวันหนึ่งในขณะที่สามีเลี้ยงบุตรอยู่นั้นภรรยาก็ออกหาของป่า บุตรเกิดร้องไห้งอแงแล้วสามีมักโกหกว่า "อย่าร้องเดี่ยวแม่มา" จึงทำให้ภรรยาที่เป็นชาวลับแลจับได้ว่าเป็นคนโกหก ชาวเมืองลับแลจึงขับไล่ออกจากถ้ำ

โดยภรรยาก็ได้ให้ห่อขมิ้นห่อใหญ่กับสามีนำติดตัวมาด้วย หลังออกจากถ้ำมาแล้วนึกโกรธภรรยาและคนเมืองลับแลประกอบกับความรำคาญในความหนักของห่อขมิ้นจึงแก้ห่อขมิ้นทิ้งเสีย นำติดตัวมาเพียงชิ้นเดียว เมื่อกลับถึงบ้านชิ้นขมิ้นกลับกลายเป็นทองคำ

เมื่อย้อนหลังกลับไปหาขมิ้นที่ตนทิ้งไปก็หาไม่พบ ในอดีตที่ผ่านมาที่บริเวณเขาวังสะดึง มักจะมีสิ่งลี้ลับหลายอย่างที่ไม่สามารถสืบค้นหาความจริงได้ จนตราบเท่าทุกวันนี้ แต่สิ่งที่ทำให้คนในพื้นที่โดยรอบเขาวังสะดึงเชื่อเรื่องเมืองลับแลก็คือ หลักฐานลูกปัดโบราณที่มีอยู่โดยรอบบริเวณเชิงเขาวังสะดึง ยิ่งในช่วงฤดูฝนเกิดการชะล้างของน้ำฝนจะพบเห็นได้ง่าย จะไหลมารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ มักจะมีผู้คนจากต่างจังหวัดที่ทราบข่าวมาขุดดินบริเวณเชิงเขามาร่อนหาลูกปัดกันจำนวนมาก

คนในพื้นที่รอบเขาวังสะดึงได้อธิฐานไว้ว่าขอให้หาลูกปัดตามพื้นดินให้ได้มาก ๆ พอที่จะจำหน่ายเพื่อปลูกสร้างบ้านได้สักหลังก็ได้สมดังคำอธิฐานมาแล้ว ลักษณะของลูกปัดที่พบเห็นจะมีหลายขนาดด้วยกันโดยมีขนาดเล็กสุดเท่าหัวไม้ขีดจนถึงขนาดใหญ่เท่าปลายนิ้วก้อย มีหลากสีมีรูตรงกลางทุกเม็ด มีความใสคล้ายกับทำจากพลาสติกแต่เมื่อนำมาเผาไฟจะไม่ละลาย ยังคงมีสีและสภาพดังเดิม

จากตำนานเรื่องเมืองลับแลจะเห็นได้ว่า คนเมืองลับแลเป็นคนมีนิสัยรักสงบ มีความซื่อสัตย์ ขยันในการทำมาหากิน จึงทำให้เขาเหล่านั้นมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ควรที่คนทั่วไปน่าจะนำมาเป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิต

เมืองลับแลที่เขางู


จากคำบอกเล่าของคุณณรงค์ คุ้มจิตร์ เล่าว่า "เขางูมีตำนานเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ว่า เขางูเป็นเมืองลับแล เล่ากันว่า ที่ถ้ำแห่งนี้สามารถทะลุผ่านไปยังเมืองลับแลซึ่งมีผู้คนชาวลับแลอาศัยอยู่ แต่ไม่มีผู้ใดสามารถมองเห็นคนพวกนี้ได้ วันดีคืนดีจะมีเสียงปี่พาทย์ดังออกมา

ในสมัยก่อนเมื่อชาวบ้านจะทำบุญเลี้ยงพระ จะไปอธิษฐานขอยืมถ้วยชามรามไหจากคนลับแล ก็จะมีถ้วยชามจัดวางไว้ตามที่ขอยืม ต่อมามีคนขอยืมแล้วไม่นำไปคืน ทำให้คนลับแลไม่ให้ยืมอีกต่อไป ปากถ้ำที่เข้าไปสู่เมืองลับแลจึงปิด ตอนเด็กๆ ได้เคยไป วิ่งเล่นแถวนั้น แล้วมีปู่ ย่า ตา ยาย ชี้ให้ดูประตูปากถ้ำ ซึ่งต่อมาได้ทำกำแพงกั้นไว้ และเมื่อจังหวัดจะมาบูรณะ รถไถจึงไถมาดินมาไว้บริเวณปากถ้ำโดยไม่ทราบที่มา ทำให้ปากถ้ำที่เป็นเสมือนกำแพงสู่ตำนานที่เล่าขานกันมานั้นก็หายไป และนี่คงเป็นที่มาของชื่อถ้ำฝาโถ ซึ่งอยู่ในอาณาบริเวณของเทือกหินเขางู"

เมืองลับแลที่เขากลางตลาดจอมบึง





เขากลางตลาดจอมบึง
ที่มาของภาพ

//www.chombung.com/modules.php?name
=Content&pa=showpage&pid=7


อาจารย์ สุรินทร์ เหลือลมัย ที่ปรึกษาสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ได้เล่าเกี่ยวกับเมืองลับแล ไว้ใน "ตำนานจอมบึง" ตอนหนึ่งว่า

"...จอมบึงยังมีนิทานท้องถิ่นอีกเรื่องหนึ่ง คือ “ถ้ำถ้วยโถโอชามของชาวลับแล”

ผู้สูงอายุต่างเล่าต่อๆ กันมาด้วยถ้อยคำธรรมดา ทำนองมุขปาฐะ คือจากปากต่อปาก ไม่ทราบว่าผู้เล่าดั้งเดิมเป็นใคร มักจะอ้างว่าเป็นของเก่า ฟังจากผู้เล่าที่เป็นบุคคลสำคัญยิ่งในอดีตอีกต่อหนึ่ง ทุกครั้งมักเล่าเป็นเรื่องเดียวกัน ดังนี้

“วันดีคืนดี ชาวบ้านจะได้ยินเสียงมโหรีพิณพาทย์ลาดตะโพนดังแว่วมาจากเพิงผาหน้าถ้ำ อันเป็นดินแดนลี้ลับของเขากลางตลาด ที่นั่นเป็นเขตแดนของชาวเมืองลับแล สมัยก่อนนานมาแล้ว เวลาชาวบ้านจะมีงานเลี้ยงในหมู่บ้าน จะไปขอยืมถ้วยโถโอชามจากชาวเมืองลับแล โดยครั้งแรกจะบนบานไว้ก่อนว่าต้องการยืมของอะไรบ้าง รุ่งขึ้นก็จะมีสิ่งของที่ขอยืมวางไว้ให้พร้อม ชาวบ้านใช้งานเสร็จเมื่อไรก็ทำความสะอาด แล้วนำส่งคืนที่เดิมภายในถ้ำ ทุกรายจะปฏิบัติเช่นนี้เสมอ

แต่แล้วมีรายหนึ่งเล่นไม่ซื่อ เกิดความละโมบโลภมาก อยากได้บางสิ่งไว้ใช้ตลอดไป จึงส่งของคืนไม่ครบจำนวน ชาวลับแลไม่พอใจ ถือว่าทำผิดกติกาอย่างแรง ตั้งแต่นั้นมา แม้ชาวบ้านจะบนบานสักเท่าไร ก็ไม่มีสิ่งของออกมาวางไว้ให้ยืมอีก ปากถ้ำก็เลื่อนลงมาปิดสนิท เหลือเพียงเรื่องเล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน”

นิทานเรื่องนี้เคยแพร่หลายอยู่ในหลายอำเภอของเมืองราชบุรี ตลอดจนจังหวัดอื่นๆ ด้วย เค้าโครงเรื่องหลวมๆ เอื้อให้สามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหารายละเอียดที่ต้องการสื่อความหมายได้ง่าย จึงถ่ายทอดจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งได้

อ.สุรินทร์ ยังเขียนต่อถึงการเล่าขานเกี่ยวกับตำนานเมืองลับแลในราชบุรี ว่ามีอีกหลายแห่ง อาทิ




เขาน้อยเทียมสวรรค์
ที่มาของภาพ




//www.blogger.com/goog_2055091394
2009_01_01_archive.html



เมืองลับแลที่เขาน้อยเทียมสวรรค์


"ที่หมู่บ้านเขาน้อยเทียมสวรรค์ เดิมก็ว่ามีถ้ำอยู่ใต้ฐานเจดีย์ ชาวลับแลทำให้หินงอกปิดปากถ้ำ ทางวัดกลัวเจดีย์จะทรุดลงมาจึงปิดปากถ้ำเสียเลย"


เมืองลับแลที่หินกอง



"ที่หมู่บ้านเขาหินกอง บนยอดเขาที่วัดหินกองมีร่องรอยหินแตกยุบตัวลงไป ก็ว่าเป็นการปิดปากถ้ำของชาวลับแล"

เมืองลับแลที่เขาแง่ม


"และที่หมู่บ้านเขาแง่มก็ว่ามีถ้ำของชาวลับแลเหมือนกัน"

อ.สุรินทร์ ให้ความเห็นในตอนท้ายเกี่ยวกับเมืองลับแลนี้ว่า เจ้าของนิทานที่เล่าเกี่ยวกับเมืองลับแลที่เชิงเขาวังสะดึง เขาหินกอง เป็นคนไทยเชื้อสายลาวเวียงจันทน์ ที่เขาน้อยเทียมสวรรค์เป็นลาวยวน แต่ที่เขากลางตลาดเป็นลาวเวียงและลาวโซ่ง ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า ที่ไหนมีนิทานเรื่องนี้ สามารถทายได้เลยว่าผู้คนกลุ่มนั้นหรือชุมชนนั้นมีเชื้อสายไทย - ลาว


เมืองลับแลที่วัดป่าโป่งกระทิง



"วันหนึ่งเวลาบ่ายจัด ๆ ข้าพเจ้าเดินเที่ยวมองดูวิวทิวทัศน์ไปเรื่อย ๆ คนเดียว ผ่านไปตามทางเดินชายป่า มีต้นไม้ใหญ่คล้าย ๆ ต้นยูคาลิปตัสปลูกอยู่แถวเดียวริมทางเดิน สายตาเหลือบไปเห็นหลุมกว้างหลังต้นไม้ มีเสียงคนดังก้องอยู่ภายในหลุมนั้น จึงเดินเข้าไปดู เห็นเป็นบันใดเป็นขั้น ๆ แน่ใจว่าเป็นทางเดินลงไปข้างล่าง มันเป็นเวลาว่างของข้าพเจ้าพอดีเห็นว่ามีเวลาเหลือจึงเดินลงไปตามขั้นบันใดนั้นประมาณไม่เกิน 10 ขั้นก็ถึงพื้นดิน

มีผู้คนมากมาย เล่นกีฬาออกกำลังกาย การเล่นต่าง ๆ บางคนก็เดินไปทำธุระ บางคนก็เดินไปจับจ่ายสิ่งของ บรรยากาศร่มเย็นไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนข้างบนเลย และก็ไม่หนาวนัก ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส เยือกเย็นสดชื่น ข้าพเจ้าได้มีโอกาสพูดคุยกับคนที่นั่นด้วย ทุกคนให้ความเป็นกันเองไม่ถือตัวหรือมีอาการเย่อหยิ่งให้เห็นเลย ถามอะไรเขาก็ตอบให้เข้าใจหมด ถามถึงร้านขายอาหารว่าอยู่ทางไหน เขาก็ชี้มือบอกด้วยความเต็มใจยิ้มแย้มน่ารักและนำไปส่งจนถึงร้าน

ข้าพเจ้าเดินไปหาร้านอาหาร มีทั้งอาหารคาวหวาน ผลหมากรากไม้มากมาย ครั้นพบของที่อยากรับประทานก็เดินเข้าไปจะซื้อแต่คลำหาสตางค์ในกระเป๋าไม่พบ จึงต้องเสียเวลาเดินกลับขึ้นไปข้างบนอีกเที่ยวหนึ่ง ใช้เวลานานพอสมควรไปถึงรถที่จอดอยู่ห่าง ๆ ได้สตางค์แล้วก็เดินกลับไป ลงตามบันใดไปที่เดิมหวังจะซื้อของอร่อยมารับประทานให้สมอยาก

พลันได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดด้วยเสียงดังว่า ประตูจะปิดแล้วให้รีบกลับ ทันใดนั้นก็มีคนหลายคนเดินนำหน้าข้าพเจ้าขึ้นไปตามบันใดทางขึ้น ข้าพเจ้าก็รีบเดินตามเขาไป พอถึงบันใดขั้นบนสุดคนเหล่านั้นวกกลับลงไปอีก และดันหลังให้ข้าพเจ้าขึ้นไปแต่ผู้เดียว พอขึ้นพ้นออกมาแล้วประตูก็ปิดลงทันที

ข้าพเจ้าเดินออกไปที่ทางเดินหน้าต้นไม้ที่เดิมแล้วเหลียวหลังไปมอง ไม่มีร่องรอยทางลงหรือประตูอะไรทั้งนั้น เป็นพื้นดินราบเรียบแถมยังมีต้นหญ้าขึ้นปกคลุมเสียด้วย ไม่ติดใจอะไรได้แต่เดินกลับมา

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาหลายเดือนจนบัดนี้เดือน พฤษภาคม 2553 ภาพวิวตรงนั้นยังติดตาอยู่ จึงนำมานึกทบทวนว่าตัวเราก็ไปเที่ยวพักผ่อนและเที่ยวธุดงค์มาหลายแห่ง จำได้ว่าสถานที่แบบนั้นอยู่ใกล้วัดป่าลัน เชียงราย หรือวัดป่าโป่งกระทิง ราชบุรีกันแน่นะ แล้วเมืองที่เราลงไปคือเมืองอะไร พลันนึกได้ว่า อ๋อ น่าจะเป็นเมืองลับแลหรือเมืองบังบดนั่นเอง เพราะจนถึงเวลานี้จะไปหาอีกก็ไม่พบ มิน่าเล่า ชาวเมืองเขาจึงไล่เราให้รีบออกจากเมืองเพราะเขาจะปิดประตู และที่สำคัญเราไม่ใช่คนเมืองนั้น เขาอนุญาตให้เราเข้าไปเพราะเราเองเป็นคนมีสัจจะ ไม่พูดโกหกใครและไม่โกหกตัวเอง

ข้าพเจ้านำเรื่องนี้มาเล่าเป็นอุทธาหรว่าถ้าผู้ใดมีศีลมีสัจ ก็จะได้พบอะไรดี ๆ แปลก ๆ" ผู้เล่า สมุท

หากท่านผู้อ่านท่านใดมีเรื่องเล่าหรือตำนานเกี่ยวกับเมืองลับแลในราชบุรี แล้วช่วยเพิ่มข้อมูลไว้ท้ายบทความนี้ด้วยนะครับ เผื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มาค้นคว้าหาความรู้ต่อไปในภายภาคหน้า



ที่มาข้อมูล :

ตำนาน/นิทาน : ราชบุรี.(2553). เมืองลับแลเขาวังสะดึง. [Online]. Available ://kanchanapisek.or.th/oncc-cgi/text.cgi?no=18292 . [2554 ,มกราคม 18 ].

มุขปาฐะ.(2553). เขางู : โครงการพัฒนาองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรม.[Online]. Available ://folklore.culture.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=153:2010-04-04-19-00-36&catid=85:2009-11-21-07-45-58&Itemid=69 . [2554 ,มกราคม 18 ].

Smooth. (2553). ไปเที่ยวเมืองลับแลหรือเมืองบังบด : ห้องนิทานธรรมะ.[Online]. Available ://watpabankor.com/webboard/index.php?topic=224.0. [2554 ,มกราคม 18 ].

สุรินทร์ เหลือลมัย.(2549). ตำนานจอมบึง : สถานีตำรวจภูธรอำเภอจอมบึง. .[Online]. Available ://www.chombung.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=7. [2554 ,มกราคม 18 ].



ข้อมูลจาก
ประวัติ ตำนานเรื่องเล่า ราชบุรี เมืองลับแล




Kevin Kern - A Thousand Mile Away







newyorknurse




Create Date : 17 ตุลาคม 2556
Last Update : 19 ตุลาคม 2556 2:04:21 น. 31 comments
Counter : 13076 Pageviews.

 
ขอบพระคุณพี่น้อยค่ะ ได้ความรู้มากเลยค่ะ เด็กสมัยใหม่จะไม่ค่อย
สนใจใฝ่รู้ประวัติเก่า มีแต่หาความรู้ใหม่ๆเรื่อยไป


โดย: ธูปหอม IP: 110.77.181.150 วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:3:34:34 น.  

 

สวัสดีค่ะน้องธูปหอม

ยินดีค่ะ พี่เองก็มีความรู้เรื่องคนลับแล แบบคนสมัยเก่าๆเล่ามา

พอไปค้นคว้าแล้วถึงจะรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร
เลยพลอยได้ความรู้ไปด้วยค่ะ

newyorknurse




โดย: newyorknurse วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:3:59:02 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่น้อย


บ้านเรามีตำนานและนิทานมากมายที่เกี่ยวข้องกับชื่อเมืองหรือชุมชน
ในเชียงใหม่ก็มีอยู่หลายเรื่องเลยล่ะครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:7:28:04 น.  

 
แวะมาทักทายค่า
ขอบคุณที่แวะเข้าไปเยี่ยมและโหวตให้ทางหลังบ้านนะค่า

ช่วงนี้พริ้วไหวยังไม่สะดวกเปิดบ้านหรอกน๊า
ภารกิจให้ตรึมเจงๆค่า


โดย: พริ้วไหวไปตามลม วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:9:40:38 น.  

 
สวัสดีค่ะ แวะมาเยี่ยมชมค่ะ
ข้อมูลแน่นปึ้กทีเดียวค่ะ ^^


โดย: ugly princess วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:12:59:58 น.  

 
อ่านแล้วได้อาหารสมองไว้ไปคุยกับคนอื่นได้ตรึมเลยค่ะพี่น้อย


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:15:11:46 น.  

 
เป็นนิทานปรำปรา ที่เราๆท่านๆ อยากไปให้ถึง อิ อิ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:15:28:43 น.  

 
สวัสดีครับน้าน้อย

อ่านอย่างตื่นเต้นเลย

ผมเชื่อว่าน่าจะมีจริงนะครับ เพียงแต่สัมผัสไม่ได้


โดย: bayesian วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:16:24:21 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณพี่น้อย..

เขาว่ากันว่า สาวลับแลจะสวยมากๆนะค่ะ

อิอิ..ไม่ได้พิสูจน์หรอกค่ะ..

มีความสุขมากๆนะค่ะ



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:18:34:21 น.  

 
เมืองลับแล ถือศีล 5 เคร่งครัด
ที่เคยอ่านเจอก็ที่่อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์
และที่ คำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี(นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เรื่อง ผีจ้างหนัง

สวัสดีค่ำๆ ครับ พี่น้อย


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:19:31:14 น.  

 

๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
ราตรีสวัสดิ์นะคะพี่น้อย


โดย: เกศสุริยง วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:19:33:58 น.  

 
สวัสดียามค่ำค่ะน้าน้อย . . .

มาอ่านตำนานเมือลับแล . . .น่าสนใจมากเลยค่ะ

ปอมมีไอติมมะพร้าวอ่อน และ มะม่วงมาฝากนะคะ



โดย: กาปอมซ่า วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:19:50:50 น.  

 
สวัสดีวันออกพรรษานะค่ะ

ก่อนอื่นเป็นตะพาบที่สุดยอด
และที่สุดจริงๆ สำหรับความรู้
ชื่นชม และประทับใจมากค่ะ



โดย: Pikake วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:20:05:10 น.  

 
สวัสดีค่า คุณน้อย ^^

ตำนานเมืองลับแลมีหลายแห่งจังนะคะ
นุ่นเพิ่งรู้จากทีอ่านในบล็อคนี้แหละค่ะ
นึกแล้วก็หวาดเสียว
เกิดหลงเข้าไปจะหาทางออกได้มั๊ยนะ แหะๆ

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆค่า



โดย: lovereason วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:21:33:07 น.  

 
สวัสดีครับพี่น้อย ^^

แวะมาชมเมืองลับแลคร่าวๆก่อนนะครับ

เดี๋ยวมาเก็บรายละเอียดอีกทีตาจะปิดแล้ว แหะๆ

ขอบคุณพี่น้อยที่มาเยี่ยมและโหวตให้ด้วยนะครับ

พี่น้อยสบายดีนะครับ ใกล้มาเมืองไทยแล้วแน่ๆเลย

ราตรีสวัสดิ์นะครับ






โดย: วนารักษ์ วันที่: 19 ตุลาคม 2556 เวลา:21:56:46 น.  

 

คุณน้อย มาอ่านนิทานพื้นบ้านเรื่องเมืองลับแลราชบุรี

แล้วได้ความรู้ดีมากค่ะ เคยรู้จักแต่เมืองลับแลอุตรดิตฐ์ค่ะ

รีบมาโหวตให้ก่อนไปเดินยืดเส้นยืดสายค่ะ

newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: พรไม้หอม วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:6:16:42 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่น้อย





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:6:27:35 น.  

 
ได้รู้เรื่องราวของเมืองลับแลมากขึ้นเยอะเลยค่ะ


โดย: NENE77 วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:9:30:49 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่น้อย
มาลงชื่อก่อนนะคะ
เคยได้ยินแต่เมืองลับแลที่อุตรดิตถื
เดี๋ยวขึ้นไปอ่านอย่างละเอียดค่ะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:12:02:04 น.  

 
ขมิ้นกลายเป็นทองคำ แต่ละตำนานน่าสนใจจังค่ะพี่น้อย
เท่าที่อ่าน ชาวลับแลถือเรื่องการโกหกเป็นเรื่องใหญ่นะคะ
เค้าน่าจะมีนิสัยรักสงบ ซื่อสัตย์ และขยันเหมือนที่สรุปไว้จริงๆค่ะ

ขอบคุณพี่น้อยที่เรียบเรียงความรู้ใหม่ๆให้อ่านค่ะ

โหวต และ like ค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
...................


โดย: Sweet_pills วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:17:19:44 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ขุนเพชรขุนราม Science Blog ดู Blog
ลงสะพาน+++เลี้ยวซ้าย2013 Food Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog

ขอโหวตก่อนยังไม่ได้อ่าน


โดย: พี่ชมพร (ชมพร ) วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:18:39:58 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

สวัสดีค่ะพี่น้อย ขออนุญาตเรียกพี่น้อยด้วยเลยนะคะ
วันนี้มาอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองลับแลหลายเรื่องเลยค่ะ
มีตำนานเล่ามาต่างๆ นาๆ สนุกดีค่ะ


โดย: Close To Heaven วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:20:22:41 น.  

 
แหะๆวันนี้มาอ่านเมืองลับแลราชบุรีไม่เสียสัจจะแล้วครับ 555++ ^^

เนื้อเรื่องนี้เคยฟังตอนเด็กๆแล้วก็ได้มาฟังใสเสียงอ่านหนังสือกฏแห่งกรรม แล้วก็ได้มาอ่านในเรื่องที่พี่น้อยคัดมาอีกรอบครับผม

เมืองลับแลเป็นคนมีสัจจะ ไม่เหมือนคนเมืองนะครับเลยไม่อยากติดต่อกับคนเมืองแบบเรา

ขอบคุณพี่น้อยที่นำเรื่องราวดีๆมาให้อ่านกันนะครับผม

ราตรีสวัสดิ์นะครับ ^^






โดย: วนารักษ์ วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:21:34:17 น.  

 
โหวตในหมวดไกลบ้าน พร้อม ชวนน้าน้อยทานไอติมด้วยกันนะคะ



มีความสุขมากๆนะคะ


โดย: กาปอมซ่า วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:22:05:25 น.  

 
เมืองลับแลที่ราชบุรีอ่านสนุกดี

ส่งกำลังใจค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ชมพร About Weblog ดู Blog
ญามี่ Literature Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:22:12:22 น.  

 
ตำนานเมืองลับแลมีหลายที่เลยนะคะ
ที่เขาวังนิคเคยได้ยินค่ะ




บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้า(น)ป่า Music Blog ดู Blog
Sweet_pills Food Blog ดู Blog
ฝากเธอ Craft Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:22:46:25 น.  

 
เรื่องเมืองลับแลเนี่ย มีเล่ากันเยอะนะครับ
ล้วนแต่สนุกดี ชอบฟัง

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ป้าคาล่า Food Blog ดู Blog
ร่มไม้เย็น Dharma Blog ดู Blog
ฝากเธอ Craft Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog



โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:22:55:46 น.  

 
รู้จักเมืองลับแลก็แต่ที่อุตรดิตถ์ค่ะ เพิ่งรู้ว่าที่ราชบุรีก็มีตำนานเมืองนี้ด้วย อ่านบล็อกแล้วได้ความรู้และข้อมูลของเมืองนี้แบบเต็ม ๆ เลย ขอบคุณที่ค้นข้อมูลมาฝากกันนะคะ


โดย: haiku วันที่: 20 ตุลาคม 2556 เวลา:23:16:43 น.  

 
เคยได้ยินเรื่องราวของเมืองลับเลมาบ้างครับ แต่ไม่คิดว่าจะมีเยอะ และหลายที่ขนาดนี้เหมือนกัน


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 21 ตุลาคม 2556 เวลา:0:12:18 น.  

 
greg.txt;1;3


โดย: lzywyDEFLdIW IP: 216.152.249.242 วันที่: 28 มกราคม 2557 เวลา:5:33:13 น.  

 
ถนนสายนี้มีตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 91 "นิทานปรัมปรา" - เมืองลับแลที่ราชบุรี //www.abercrombiecanada.ca/abercrombie-and-fitch-scarf-c-546 //www.abercrombiecanada.ca/abercrombie-and-fitch-scarf-c-546 ถนนสายนี้มีตะพาบประจำหลักกิโลเมตรที่ 91 "นิทานปรัมปรา" - เมืองลับแลที่ราชบุรี


โดย: http://www.abercrombiecanada.ca/abercrombie-and-fitch-scarf-c-546 IP: 157.7.205.214 วันที่: 23 สิงหาคม 2557 เวลา:23:40:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy, a time to spend time with your family and a time to be with your friends – all comes with retirement"

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

***********
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ


BG Popular Award # 14


BG Popular Award # 13


BG Popular Award # 12


BG Popular Award # 11


BG Popular Award # 10


BG Popular Award # 9


BG Popular Award # 8

**********



ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2561
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ


ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2560
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
17 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.