ถนนสายนี้มีตะพาบ กม.ที่ 82 ..." โดดเดี่ยว "









วันนี้เป็นครั้งแรกที่จะร่วมงานเขียนตะพาบ น้องอ้อมแอ้มเป็นคนต้ังเรื่อง "โดดเดี่ยว" ไม่เคยเป็นนักเขียน และไม่แน่ใจว่าจะเขียนภาษาไทยได้ถุกต้องหรือเปล่า เพราะไม่ใด้ใช้ภาษาไทย แบบเขียนมาหลายสิบปี วันนี้ก็ขอเขียนดูแล้วกันนะคะ และก็ไม่รู้ว่าจะเขียนอย่างไร ขอเล่าเรื่องโดดเดี่ยวในชีวิตมาให้ฟังแล้วกันนะคะ






โดดเดี่ยว แต่ไม่เดียวดาย



ตั้งแต่อายุ 5 ปี ก็ไปเรียนโรงเรียนเด็กเล็ก โรงเรียนก็ชื่อดีด้วย "โรงเรียนนกกระจอก" ตอนนั้นก็คงเป็นความโดดเดี่ยว จำความจริงๆไม่ได้ แต่จำได้ว่าร้องไห้ทุกเช้าที่ไปโรงเรียน ทางไปโรงเรียนต้องไปทางเรือ พี่ชายต้องพายเรือไปโรงเรียน จขบ.นั่งเรือไปด้วย ส่งจขบ.ที่บ้านน้าสาวซึ่งมีลูกสาวไปเรียนก่อนแล้ว ก็เรียกว่ามีเพื่อนเดินทางไปเรียน จำไม่ได้ด้วยว่าเราเรียนห้องเดียวกันหรือเปล่า และมีความสุขอยากไปเรียนหรือเปล่า แต่ก็ไปโรงเรียนทุกวัน นั่งเรือที่พี่ชายพายผ่านบ้านชาวบ้าน จะลงมาล้างชามที่คลอง ทุกเช้าก็จะผ่านทุกบ้าน ก็จะมีคนทักว่า อ้าว ร้องไห้อีกแล้ว นานๆไม่ร้องไห้ก็จะถูกทักอีกว่า วันนี้ไม่ร้องไห้หรือ จำได้ว่าพี่ชายรำคาญมาก ที่ร้องไห้ได้ทุกวัน
คงเป็นเพราะไปโรงเรียนที่ เดียวดาย ไม่มีเพื่อน

พอเรียนจบหนี่งปีเข้า ป. 1 ก็ย้ายมาเรียนโรงเรียนที่ไม่ไกลบ้าน ก็เรียนไปเช้ากลับเย็น เริ่มมีเพื่อน แต่เพื่อนที่เรียนด้วยกัน จนเดี๋ยวนี้ก็ไม่รู้ไปอยู่ไหนกันแล้ว เรียนจบ ป.4 ก็ต้องไปเรียน มัธยมปีที่ 1

ปีนี้อายุ 9-10 ขวบ เดียวดายอีก เพราะแม่พาไปเรียนที่โรงเรียนนารีวิทยา อยู่ที่ต้วจังหวัด ต้องเป็นนักเรียนประจำ ไม่ได้กลับบ้านจนกว่าจะปิดเทอม ( สามเดือน)





โรงเรียนนารีวิทยา ที่จังหวัดราชบุรี สมัยก่อนมีแค่ตีกเดียว และมีสนามกีฬา ไม่ใหญ่งดงามอย่างนี้ และการเป็นอยู่ก็ต่างกว่าสมัยก่อนมาก นักเรียนต้องกลับบ้านทุกอาทิตย์นอกจากจำเป็น สมัยที่จขบ.มาเรืยน ไม่มีการกลับบ้านเลยจนจะปิดเทอม

วันแรกที่เข้ามาที่โรงเรียน จะมีแม่ชีมาพูดคุย เป็นวันที่นักเรียนเข้ากัน ก็เลยดูว่ามีคนเยอะ เสียงร้องไห้กันระงม เพราะคนที่พ่อแม่อยู่ไกล มาส่งแล้วก็กลับ มีตั้งแต่เด็กเล็กห้าขวบ จนโตถึง 16 จขบ. รู้สีกว่าเราถูกปล่อยไว้ที่นี้ต้้งสามเดือน ไม่รู้จักใครเลย และต้องอยู่คนเดียวด้วย ... จะร้องไห้ก็ไม่กล้าร้องเพราะอายุตอนนั้น 11 ปี เราโตแล้ว มีน้องๆเล็กๆ อีกหลายคนร้องไห้กัน กลายเป็นว่าเราต้องไปให้กำลังใจน้องๆอีก ขอเล่ากิจกรรมนักเรียนประจำให้อ่านกันเผื่อสนใจจะไปเป็นนักเรียนประจำ แต่เดี๋ยวนี้คงเปลี่ยนไปหลายอย่างแล้วนะคะ

ความเดียวดายครั้งนี้ จขบ.ก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายเป็นรากฐานของชีวิตเลยก็แทบจะว่าได้ ระเบียบของโรงเรียน มีทุกอย่างตามเวลา เช้าตื่นมาก็เข้าห้องเรียนพิเศษอ่านหนังสือหรือทำการบ้าน คนที่นับถือศาสนาคริสต์ก็เข้าโบสถ์ เวลา 7 โมงเช้า แม่ชีออกจากโบสถ์

พวกเด็กนักเรียนประจำรุ่นใหญ่ จะมีหน้าที่เป็นเวรกัน เป็นกลุ่ม กลุ่มละห้าคนก็ไปจัดโต๊ะอาหาร โดยโต๊ะอาหารมีลิ้นชัก เปิดลิ้นชักจะมีช้อนซ่อมและแก้ว ก็ไปจัดขีันมาไว้บนโต๊ะ ทานเสร็จแต่ละคนล้างช้อนแก้วเก็บไว้ที่เดิมเอง

อีกกลุ่มก็จะไปทำความสะอาดบนห้องนอน เป็นเตียงเดี่ยว ห้องหนี่งประมาณสี่สิบคน ตอนนั้นมีห้องเดียว มีแม่ชีนอนอยู่หนี่งท่าน จะนอนที่มุมห้องท่านมีม่านกันเป็นห้อง กลางคืนจะเดินตรวจว่าทุกคนอยู่ที่เตียงตัวเอง หกโมงเช้าแม่ชีจะปลุกให้ทุกคนตื่นนอน ก็ทำที่นอนเก็บให้เรียบร้อย มุ้งจะเป็นแบบมีหูลากมาไว้ที่หัวแต่งมีผ้ารัด ในระดับเดียวกันทุกเตียง จากนั้นก็ไปล้างหน้าเข้าห้องเรียนทำการบ้าน เด็กที่นับถือศาสนาคาทอลิคก็ไปเข้าโบสถ์

เจ็ดโมงเช้า นักเรียนที่มีหน้าที่ทำห้องนอนก็จะไปทำความสะอาดห้องนอน กวาดและถูจนขีันเงา ดูผ้าคลุมเตียงให้ตึงสวยงาม ผ้าที่รัดมุ้งก็อยู่ระดับเดียวกัน เวลามองจะเป็นสีขาวสวยสะอาด

อีกกลุ่มหนี่งมีเวรทำความสะอาดห้องน้ำ ต้องล้างขัดโถห้องน้ำ สมัยน้ันไม่ได้ใชัถุงมือ มาตอนนี้ยังนีกเลยว่าพวกเราต้องทำได้ไง

อีกกลุ่มหนี่งมีหน้าที่ล้างจ้าง การล้างจานจะมีสามอ่าง อ่างแรกเป็นน้ำสะบู่ล้างจาน อ่างที่สองล้างน้ำสบู่ แล้วล้างน้ำอุ่นสะอาดอ่างทีสามล้างอีกคร้้ง จากนั้นก็เช็ดจานเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยทุกมื้อ

เวรจะผลัดเปลี่ยนกันหน้าที่ละอาทิตย์ ทุกคนต้องทำหน้าที่เหล่านี้ไม่มียกเว้นไม่ว่าลูกหลานใครที่มาโรงเรียนนี้ต้องทำได้ทุกอย่าง (นอกจากเด็กเล็กๆ)

การเรียน พอหลังจากอาหารเช้า ก็แต่งตัวไปโรงเรียน เข้าเรียนตามชั้นต้วเอง เที่ยงก็กลับมาทานข้าวที่ห้องอาหาร คนมีเวรล้างจานก็ทำไป และเล่นจนบ่ายโมงไปเข้าเรียนอีก จบจากเรียนก็กลับมาที่พักของพวกเรา ก็จะมีของหวานให้ทานกัน เป็นพวกเต้าส่วน ขนมไทยๆ พักนิดหน่อยไปอาบน้ำ แล้วเข้าห้องเรียนพิเศษทำการบ้าน มีแม่ชีนั่งหน้าห้อง ทุกคนอยู่ห้องเดียวกันหมดไม่ว่าเล็กหรือโต ทำการบ้านกันถึงหกโมงเย็นก็ทานอาหารเย็น แล้วก็เล่นกัน ก่อนเข้านอนจะเข้าแถวกัน แม่ชีจะอบรมสอนต่างๆก่อนนอนแล้วก็ไปนอนกัน ห้ามคุยในห้องนอน

การอยู่มีระเบียบ ทุกวันอาทิตย์จะมีการประการคะแนนมารยาททั้งอาทิตย์ เช่นถ้าคุยในห้องนอนก็ถูกตัดคะแนน คะแนนเต็ม 10 จะมีการประกาศว่าใครได้คะแนนเท่าไร มีผลคือ คุณพ่อ คุณแม่จะฝากเงินไว้กับแม่ชี บางอาทิตย์จะพานอกสถานที่ แล้วแวะซื้ออาหารอร่อยๆมาทานกัน เช่นก๋วยเตี่ยวบะหมี่ ก๋วยเตียวผัด และขนมหวานทุกอย่าง

ถ้าถูกหักคะแนน เงินที่เบิกก็ได้น้อยลง ถ้าถูกตัดหนี่งคะแนน เงินค่าขนมก็เหลือเก้าบาท จขบ. โดนหักคะแนนบ่อยมาก เพราะแม่ชีชอบทำอาหารด้วยเนี้อ ไม่เคยทาน พอทานแล้วก็ไม่ชอบ เช่นเนื้อเค็มต้มกะทิ สตูเนื้อใส่มันฝรั่ง (แม่ชีใหญ่เป็นคนอิตาลี) เลยให้พวกเราทานอาหารฝรั่งบ้าง ทานสลัดบ้าง ไม่เคยกิน อะไรกัน เนื้อต้มกับมันใส่มะเขือเทศด้วย เวลาทานข้าว โต๊ะหนี่งมีสิบคน นั่งรวมกัน เด็กเล็กด้วย เพื่อจะได้เป็นพีเลีัยงเด็กๆด้วย จะแบ่งเป็นสองวง และมีหัวหน้าวง เวลาจะทาน พี่ห้วหน้าก็จะแบ่งกับข้าวใส่จานทุกคนเท่าๆกัน มีกับข้าวสามอย่างทุกมื้อ ที่อร่อยที่สุดคือวันศุกร์ เป็นน้ำพริกปลาทู ข้าวเติมจนหมดหม้อ ทุกคนชอบมาก น้ำปลาทิพย์รส เป็นของพิเศษของเด็กนักเรียนประจำ กับน้ำพริกเผา ถ้าอาหารไม่อร่อยก็ใช้สองอย่างนี้ จะมีตู้ให้เก็บของ เขียนชื่อไว้ด้วยกัน

เรื่องเสื้อผ้าไม่ต้องซัก ทางโรงเรียนจะซักรีดให้ เสื้อผ้าทุกชิ้นของเรามีเลขเบอร์หมด จะได้รู้ว่าเป็นของใคร ตอนนั้นทางโรงเรียนซักให้หมดแม้แต่ชั้นใน
นอกจากเด็กโตที่มีรอบเดือนก็ซักเอง


ความเดียวดาย ที่นี้ก็เป็นตอนแรกๆ พออยู่ไปได้สักพัก มีเพื่อนก็เริ่มสนุก เรียนก็สนุก มีแม่ชีคอยดูแลแนะนำด้วยความกรุณาปรานี ชีวิตก็อบอุ่นเหมือนกัน ถึงจะไม่ได้อยู่บ้าน จำได้ว่าทุกวันเสาร์อาทิตย์ก็จะรอกันว่าพ่อแม่จะมาเยี่ยมหรือเปล่า พอเสียงรถสามล้อเหยียบเบรคดังเอียด นักเรียนในห้องก็รอว่าแม่ชีจะมาตามใคร... จขบ.ก็รอคนทางบ้านมา ถ้าหลังเที่ยงก็ไม่คิดรอแล้วแสดงว่าไม่มาแล้ว ไม่มีโทรศัพท์เหมือนสมัยนี้ พอเสาร์อาทิตย์ก็ตั้งตารอว่าจะมีใครแวะมาเยี่ยมหรือเปล่า






เรียนที่นี่จนจบม.6 ความเดียวดาย ก็มาประสพกับชีวิตอีกคือต้องเข้ากรุงเทพเรียนต่อ แต่ทางโรงเรียนก็ส่งให้เข้าไปอยู่หอพักเอาซีลีอุม อยู่ซอยศาลาแดง
มีโรงเรียนสหพาณิชย์ ไม่รู้ว่าจะเข้าเรียนอะไรดี ไม่รู้จะไปเรียนที่ไหน ไม่มีคนปรึกษา ต้องช่วยตัวเองตลอด มีรุ่นพี่เขาเข้ากรุงเทพมาสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมที่ทุกคนใฝ่ฝัน เราก็ไม่คิดว่าจะได้ แต่เราจะไปสมัครที่ไหนล่ะ ไม่รู้จักใคร ไม่มีที่ปรึกษา อ้าวไปสอบก็ไปสอบ วันที่เดียวดายที่สุดก็คือวันที่ไปฟ้งผลการสอบรร.เตรียม ไม่ติด แล้วนั่งรถเมล์กลับหอพัก ใจมันวุ่นไปหมดว่าทำไงต่อ จะไปเรียน หรือกลับไปอยู่บ้าน ถ้าเรียนจะไปเรียนไหนล่ะ ไม่รู้จักโรงเรียนอะไรเลย มันรู้สีกว่าเราอยู่คนเดียวในโลก ทั้งๆที่มีคนรอบข้างเลยแต่เราก็เหมือนอยู่คนเดียวในโลก กลับหอด้วยความหดหู่จริงๆ ...เดียวดายแท้


ความเดียวดายอีกครั้ง ก็เมื่อเรียนจบ ม.ศ. 5 เวลาอยู่หอกับแม่ชี ก็มีแต่เพื่อนในหอ ที่เราก็ไม่ค่อยได้คุยกัน แม่ชีก็ไม่ให้ไปไหนเลย อยู่ใจกลางกรุงเทพรู้จักแต่ทางไปกลับโรงเรียน อยู่สองปีไม่มีความรู้เกี่ยวกับกรุงเทพเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทีอยู่ไม่ห่างจากบางรักเลย เวลาจะไปดูหนังก็ต้องขออนุญาติ แม่ชีจะถามว่าดูเรื่องอะไร และกะเวลาให้ออกจากหอกี่โมงและกลับกี่โมง แม้แต่เพื่อน ก็ไม่กล้าชวนให้คุยที่หอพัก จม.ที่เขียนมาก็จะผ่านการอ่านของแม่ชีก่อน เลยไม่รู้อีกว่าเรียนจบ ม.ศ.5 แล้วจะเรียนที่ไหนดี รู้ว่าอยากเป็นครู ต้องเรียนคุรุศาสตร์ ไม่รู้จะไปสมัครที่ไหนด้วย พอดีมีรุ่นพี่แวะมาที่หอพักและคุยว่ารพ.ศิริราชกำลังรับสมัครนักเรียนพยาบาล ก็เลยไปสมัครด้วย ตกลงก็เลยเรียนพยาบาล และได้ทำงานพยาบาลจนเกษียณ


ความเดียวดายอีกครั้ง เกิดขีันตอนมาอยู่อเมริกาวันแรก พอทำงานพยาบาล สมัยนั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ หรือทำตามๆกันเลยก็ว่าได้ ว่าต้องเรียนภาษาอังกฤษและเตรียมตัวไปอเมริกา ไปทำงาน รุ่นพี่ๆเขาไปกัน ก็เลยอยากไปบ้าง





วันที่ 30 มิถุนายน 2515 จขบ.ก็เดินทางมาอเมริกากับคุณสามี (เราแต่งงานกันก่อนเดินทางหนี่งเดือน) นั่งเครื่องบินคร้้งแรกก็กลัว มาลงที่ประเทศอังกฤษสองคืน แต่มีคนไทยมารอรับ ตอนนั้นซื้อตั่วเครื่องบินกับคนไทยไปขายตั่วในหอพยาบาล พอถึงอเมริกาที่สนามบิน JFK นิวยอร์ก โอ มันใหญ่โต ไม่เคยเห็น แถมคนเดินกันเต็มไปหมด ตั้งใจจะไปพักกับเพื่อนของคุณสามี ซี่งติดต่อกันไว้แล้ว คิดว่าจะนั่งแทกซี่ ไปกันเอง ตอนนั้นไม่คิดว่าจะยากอะไรมากันสองคน นั่งแทกซี่ก็คงไม่เป็นไร เพื่อนที่จะมาพักด้วย เขาก็ไม่อยู่จะฝากกุญแจห้องกับเพื่อนบ้าน บอกว่ามาถึงก็ไปกดออดจะมีคนเอากุญแจให้ ฟังดูไม่ยาก




ถึงสนามบินก็ต้องผ่าน Immigration(แผนกตรวจคนเข้าเมือง) พูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง และก็ไม่แน่ใจว่าเอกสารที่เรามีจะครบหรือเปล่า เกิดไม่ครบเขาจะส่งเรากลับหรือเปล่า รอกันสองคน ใจคอไม่ดี และก็ไม่รู้ว่าไปที่พักจะเป็นอย่างไรอีก เพราะไม่มีคนมารับ ต้องไปกันเอง รอนานพอสมควร กว่าจะรู้ว่าเราได้ Green Card




จากสนามบินกว่าจะผ่าน Immigration (แผนกตรวจคนเข้าเมือง)ก็ดึกแล้ว ออกมาเรียกรถแท็กซี่ จำได้ว่าฝนก็ตก คนขับแท็กซี่ก็บอกว่าต้องจ่ายค่าทางด่วนด้วยนะ เราก็คิดว่าคงไม่เท่าไร ไม่รู้ว่าที่พัก ห่างจากสนามบินเท่าไร ฝนก็ตก อากาศเย็นๆ พอถึงที่พัก ค่าแท็กซี่ 75 เหรียญ ( 1500 บาท สมัยนั้น แพงพอดู) ถึงอาพาร์ทเม้นท์เพื่อน ก็มีคนเอากุญแจให้

เพื่อนพักที่ตึกนี้ เข้าไปในห้องก็มีห้องน้อง ห้องคร้ว ห้องรับแขก แต่อยู่กันแค่สองคน นั่งพักที่ห้องรับแขก ไม่ง่วงนอนทั้งๆที่ตีหนี่งกว่าแล้ว มันช่างเดียวดาย วังเวง อากาศก็เย็น ดีที่มีที่พัก แต่จิตใจก็หดหู่มาก ไม่มีใครที่รู้จัก
น้่งมองฝาห้อง ไม่รู้ว่าวันรุ่งขีันจะเป็นอย่างไร

เราสองคนมาอยู่ที่ไม่มีใครที่เรารู้จักเลย น้่งสักพักก็ร้องไห้กันโฮเลย มันเดียวดายจริงๆ พอดีเพื่อนมีโทรศัพท์ มันเหมือนคนเห็นแก่ตัวจริงๆตอนน้้นเราไม่ได้คิดอย่างนี้เลย ตีสองแล้วโทรหาเพื่อนที่เดินทางมาก่อน เขามากับสามีหมอ อยู่ห่างกับที่เราพักเป็นชั่วโมง เพื่อนก็แสนดี บอกว่าจะให้สามีมารับไปอยู่ด้วย สามีหมอเขามาหาที่พัก จะรับเราสองคนไปอยู่ด้วย ซี่งเขาเองก็อาศัยพีสาวอยู่ ถ้าเราไปก็จะแออัด เพื่อนมาคุยสักพัก เช้าเขาต้องไปทำงานอีก ตกลงเราตัดสินใจว่าไม่ไปอยู่กับเขา เพื่อนและสามีก็กลับไป

เช้าโทรหาเพื่อนอีกคน กลายเป็นว่าเขาอยู่ไม่ไกลกับที่เราพัก เดินถึงกันได้ ก็แวะมาแล้วพาไปเที่ยวเป็นวันแรกเลย ไปเที่ยว Liberty และเพื่อนบอกว่า
มานี่ต้องกิน Hot Dog ถ้าไม่กิน เรียกว่ายังไม่ถึงนิวยอร์ก ก็เป็นครั้งแรกที่เรากิน Hot Dog กัน





เพื่อนพาขีันรถไฟใต้ดินเป็นครั้งแรก ตื่นตา ตื่นใจมาก คนมาก เพื่อนสอนให้ดูแผนที่และหาซื้อหนังสือพิมพ์ที่ประกาศหางาน พักได้สองสามวันเราสองคนก็เดินทางหางานกัน เป็นงานของคุณสามีก่อน เราหัดนั่งขีันรถไฟใต้ดินกันเอง เพื่อนบอกว่า สถานี Times square จะเป็นศูนย์ของรถไฟหลายสาย เวลาหลงที่ไหนก็มาตั้งหลักที่นี่





วันนี้ก็เป็นอีกวันหนี่งที่เราออกไปหางาน และมาแถวๆ Times square เดินจนทั่วจะหาทางกลับบ้านได้ ถามคนหลายคน แต่ละคนที่เดินไปมา ก็เดินกับอย่างรีบเร่ง ใจไม่ดีเลย กว่าจะกลับบ้านได้ก็เหนื่อยและใจไม่ดีเลย





หางานมาประมาณสามเดือน ก็ได้งานแห่งแรกที่รพ. Metropolitan แห่งนี้ ดีใจ ก็ดีใจ แต่ก็กลัว เราจะเข้าใจเขาพูดหรือเปล่า ฟ้งรู้เรื่องหรือเปล่า ดีหน่อยตอนแรกก็เป็นการไปปฐมนิเทศ ให้รู้จักโรงพยาบาล กฎระเบียบของรพ. ก็พบแต่คนเข้ามาใหม่ อาจจะมีประสพการณ์จากที่อื่นมาแล้ว ก็พอจะมีเพื่อนคุย

แต่พอวันแรกไปทำงานกับคนไข้นี่ซี เรื่องงานไม่กลัว เพราะผ่านการดูแลคนไข้มามากแล้ว แต่กลัวหมอ หรือคนเขามาพูดด้วยจะไม่เข้าใจนี่ซี งานอ่าน เขียน ทำพอได้ แต่จะให้พูด รับโทรศัพท์ กลัวมาก ระยะแรกๆ เป็นชีวิตที่เดียวดายจริงๆ ไม่มีใครช่วยเราได้ พยายามไม่อยู่ใกล้หมอ กลัวหมอจะสั่งแล้วฟ้งไม่ออก ถ้าไม่เจอเขาก็เขียนที่สมุดสั่ง อ่านเอาเข้าใจได้ และไม่อยากอยู่แถวห้องพยาบาล เพราะไม่อยากรับโทรศัพท์ เป็นเวลาที่เครียดและลำบากใจมาก กับการทำงานครั้งแรกในอเมริกา เรื่องงานก็ไม่มีปัญหา ทำได้ทุกอย่าง แต่ปัญหาการติดต่อกับคนเมืองนี้ กลัวมากๆ แต่ที่จริงพอเราหลบไม่ทัน ก็ต้องพูดบ้าง เริ่มใจชี้นขีัน เพราะคนที่พูดคุยด้วย เขาพยายามเข้าใจเรา เราพูด เขาไม่เข้าใจ เขาก็ให้เราค่อยๆพูด และเขาก็พยายามเข้าใจ เลยทำให้มีกำลังใจ กล้าพูดมากขีัน ก่อนกลัวว่าพูดผิด แล้วเขาจะดุ หรือห้วเราะ ก็มีเหมือนกัน หมอบางท่านก็บอกพูดไม่รู้เรื่องจะทำงานได้ไง เพื่อนที่ได้ยินก็บอกก็ต้องให้โอกาสเขา เขาเพิ่งมา

เขียนเสียยาวเลย เป็นประสพการณ์ " เดียวดาย" ส่วนหนี่งในชีวิต มาเล่าให้อ่านกัน ไม่ทราบตรงกับโจทย์หรือเปล่า เป็นการเขียนครั้งแรก อ่านเป็นเรื่องจริงเล่าสู่กันฟังแล้วกันค่ะ







Peace and Love









newyorknurse





Create Date : 09 มิถุนายน 2556
Last Update : 9 มิถุนายน 2556 21:57:34 น. 20 comments
Counter : 3387 Pageviews.

 
สวัสดียามเช้าครับพี่น้อย

เป็นครั้งแรกที่พี่น้อยเขียนงานตะพาบเลย

อ่านแล้วชอบครับ
ชีวิตจริงมีเรื่องราวมากมาย

โหวตบล็อกไดอาริสต์ให้นะครับพี่










โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 มิถุนายน 2556 เวลา:6:34:19 น.  

 
ขอบคุณมากครับพี่น้อยสำหรับคำอวยพรให้หมิงหมิงครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 มิถุนายน 2556 เวลา:8:22:52 น.  

 
มาอ่านเรื่องพี่น้อยครับ ^^

อ่านจนจบเลย ลุ้นตอนไปอเมริกานะครับ น่ากลัวนะครับผมไปที่ๆเราไม่รู้จัก พูดก็ไม่ได้ด้วย ครับ

พี่น้อยเก่งมากๆครับผม ไม่มีอะไรง่ายเลยนะครับชีวิตเรานี่

เหมือนชะตาลิขิตให้พี่น้อยได้เป็นพยาบาล แล้วก็ได้ไปทำงานที่เมืองนอกนะครับ

พี่น้อยเขียนได้ดีมากๆ ตะพาบนี้ของพี่น้อยผมให้ 100 + เลยครับผม อิอิ

คราวหน้าอยากอ่านงานตะพาบของพี่น้อยอีกครับผม ^^

ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจที่บล็อกด้วยนะครับ








โดย: วนารักษ์ วันที่: 10 มิถุนายน 2556 เวลา:11:49:23 น.  

 
ชอบงานตะพาบของน้าน้อยมากเลยค่ะ . . .

ค่อยๆอ่าน . . . ค่อยๆ คิดภาพตาม . . .

ตอนที่ปอมต้องขึ้นรถไฟใต้ดินครั้งแรกใน London ก็มึนค่ะ

กลัวว่าขึ้นผิดสาย . . กลัวว่าจะนั่งเลย . .

กลัวว่าจะหลง . . . เพราะมันขวักไข่วไปหมด . . . .


มีขนมมาฝากน้าน้อยเช่นเคยค่ะ



โดย: กาปอมซ่า วันที่: 10 มิถุนายน 2556 เวลา:16:21:30 น.  

 
อ่านเพลินคุณน้อยก็สู้น่าดู

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog


โดย: พี่ชมพร (ชมพร ) วันที่: 10 มิถุนายน 2556 เวลา:22:42:54 น.  

 



มาส่งพี่น้อยค่ะ
ขอให้เดินทางไปกลับโดยปลอดภัยนะคะ
เที่ยวให้สนุก จะรอชมภาพค่ะ


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:1:26:45 น.  

 
เป็น โดดเดี่ยว..เดียวดาย ที่เหมือนจะเป็นบททดสอบจากฟ้า

ว่าจะไปซ้าย หรือขวา

ว่าจะเดินหน้า หรือถอย

สุดท้ายเรือก็เทียบท่าสวยงาม

เป็นเรื่องจริงที่ให้กำลังใจคนที่กำลังโดดเดี่ยวได้ดีค่ะ

ไลค์เอ็นทรี่นี้ แล้วจะไปอีกเอ็นทรี่ค่ะ


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:12:30:15 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่น้อย

ได้เห็นพี่น้อย ลงงานตะพาบ ต้องสนุกแน่ ๆ มาทิ้งร่อยรอยไว้ค่ะ เพราะ อีกเดียวต้องไปธุระเสียแล้วอ่านไม่ทันจบแน่นอน

เรียบร้อยแล้วจะเข้ามาอ่านค่ะ


โดย: ตาลเหลือง วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:15:18:33 น.  

 
อ่านเรื่องโรงเรียนนารีวิทยาแล้ว ช่วงนั้น ดินสอ ยางลบ หายบ้างไหม?
หลานชายผม ณ วันนี้ เพิ่งจะเข้าเรียน ป.1
หมวกยูนิฟอร์มที่สวมบนหัว ตอนนี้ซื้อใบที่สามแล้ว สองใบแรกหาย

เขียนดีครับ ชอบเดียวดายตอนเริ่มต้นไปนิวยอร์ก
เดาว่าคนอื่นที่นั่งเครื่องบินมาเรียนหรือมาทำงาน ก็คงจะเป็นแบบนี้
โหวตให้ในสาขา ไกลบ้าน ครับ


โดย: yyswim วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:15:20:32 น.  

 
คุณสิน yyswim

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ
ตอนเป็นเด็กนักเรียนประจำ ของไม่หายหรอกค่ะ ห้องเรียนพิเศษเราเปิดได้ ทุกคนมีของครบ เพราะวันแรกมาเรียนจะไปเบิกพวกสมุดดินสอ แม่ชีจัดการให้ทุกคนมีหมด แต่คนอื่นอาจจะหายหรือเปล่าไม่ทราบนะคะ ของทุกอย่างมีเบอร์ น้อยเบอร์ 14 ก็เขียนเบอร์เราไว้ ทีเสือผ้า ของใช้ แม่ชีปักษ์เบอร์ให้เลย

เดินทางวันน้ันมีคนไทยสิบกว่าคน จำได้อยู่สองคน คนหนี่งเป็นน้องชื่ออ้อย เขาเป็นพยาบาลเชียงใหม่ มีสามีอยู่นิวยอร์คแล้ว พักที่ตึกไทยคู่ฟ้า (คนที่มานิวยอร์กจะรู้ตึกไทยคู่ฟ้า) เดินทางคนเดียว ตั่วเครื่องบินที่เราซื้อด้วย เขาจัดการเสร็จบอกต้องพักที่อังกฤษสองคืน มีฝรั้งผู้หญิงพูดไทยได้ มารับที่สนามบิน พาไปโรงแรม

เป็นครั้งแรกไปลงประเทศอังกฤษ ตื่นเต้นมาก แต่แปลก คงเป็นเราถึงกลางคืน ต้องเอาผ้าปูมาปูเตียงเอง แถมห้องน้ำก็ไม่มีกระดาษให้ใช้ (ผิดความฝันเลย คิดว่าประเทศอังกฤษคงจะดีมาก เขาคงพาไปพักที่ไม่แพง) แต่เช้าๆเราเดินไปหาอะไรทานกัน ต่างคนต่างไป น้องอ้อยไปกับเราด้วย
แปลกอีกไม่มีน้ำให้ พอขอเขาบอกต้องซื้อ ..

พอถึงนิวยอร์กน้องอ้อยก็ไปพบสามีแล้วกลับไปตีกไทยคุ่ฟ้า ถนน 110 - Broadway , น้อยไปพัก 112 Amsterdam
ก็ไม่รู้ว่าไม่ไกลกัน เดินแค่สามถนน . เช้าเพื่อนพี่ลีเขาพักที่
110 - Broadway ตึกไทยคุ๋ฟ้า คนไทยอยู่หลายสิบ ห้องนอนเช่าแล้วแชร์กัน บางห้องนอนเป็นสิบคน ผลัดกันนอนกลางวันมานอน ทำงานกลางคืน เจ้าของก็ใจดี ไม่ว่า ชอบคนไทยด้วย ก็เป็นที่อยู่สำหรับนักเรียนไทยที่มาทำงานสมัยนั้น

อ้อน้องคนไทยอีกคน เขาขอไปกับน้องอ้อย เพราะสามีบอกตึกนั้นพอมีที่พัก จำชือไม่ได้ แต่ได้ข่าวว่ามา ไม่ถึงสิบวันก็กลับ เพราะมีเพื่อนพาไปทำงานแต่ได้งานที่เขาต้องอยู่แผนกฆ่าไก่ (เชือดคอ) เขาลาออก และกลับเมืองไทยเลย
เขาบอกว่าทำไม่ได้ หมดกำลังใจ ไม่ได้หางานใหม่

ส่วนน้องอ้อย ย้งพบกันจนเดี่ยวนี้ ตอนนี้น้องเขาก็เกษียณมีลูกสองคน ลูกสาวและลูกชาย และมีหลานๆแล้ว

ตอนมานิวยอร์ก น้อยหางานจนจะกลับเมืองไทยแล้ว สามเดือนกว่าจะได้งาน ดูถนนก็ในแผนที่คิดว่าไม่ไกล เดินไปหางานกับเพื่อน เดินตั้งนานก็ไม่ถึงสักที่ น้อยอยู่ ถนน 112 ต้ดกับ Amsterdam จะไปสมัครงานที่รพ. Mt. Sinai
อยู่ถนน 105 ตัดกับถนน Fifth Ave คิดว่าไม่ไกล กลายเป็นว่าต้องเดินผ่าน Central Park อยู่คนละฝั่งเลย พอคิดว่าจะเรียก taxi ก็ไม่มีด้วย เพราะทางผ่าน Central Park รถจอดไม่ได้ โอ เข็ดเลย แถมไปถึงรพ.คงโทรมเลย เขาไม่รับหรอกค่ะ เหนือยเกือบตาย ..

ต้องหางานต่ออีกเป็นเดือน แต่ละแห่งก็บอกอยากให้มีประสพการณ์ทำงานที่อเมริกา ..

newyorknurse




โดย: newyorknurse วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:18:59:24 น.  

 
มากดติดตามคนที่ 1 ครับ


โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:20:15:43 น.  

 

คุณน้อย มาอ่านโดดเดี่ยวแต่ไม่เดียวดายเขียนได้ดีมากค่ะชีวิตประสบความสำเร็จทุกขั้นตอน แม้ตอนไปอเมริกาใหม่ๆต้องต่อสู้ปรับตัวก็ผ่านความยากลำบากมาด้วยดีเพราะมีคู่คิดและกำลังใจที่ดีจากพี่ลี ยิ่งตอนนี้ชีวิตยิ่งมั่งคั่งมั่นคงอบอุ่นมีลูกชายเป็นหมอถึงสองคนมีลูกสะไภ้ทั้งหมอและเภสัช มีหลานที่น่ารักอีกสองคน สุขภาพก็ดี ช่างเป็นชีวิตงามจริงๆ ชีวิตที่เหลือมีแต่กำไร พรุ่งนี้ไปเที่ยวสเปนใช่ไหมขอให้เที่ยวให้สนุกเดินทางปลอดภัยนะ วันนี้ไล้ค์และโหวตค่ะ
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: พรไม้หอม วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:21:19:14 น.  

 
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog


คุณน้อยขา เขียนได้ดีมากเลยค่ะ อ่านสนุกเห็นภาพเลย น่าจะเขียนนิยายมาให้อ่านกันบ้างนะคะ


โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 11 มิถุนายน 2556 เวลา:22:33:12 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่น้อย









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 มิถุนายน 2556 เวลา:6:37:42 น.  

 
รับทราบครับพี่น้อย
เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับพี่




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 มิถุนายน 2556 เวลา:8:17:28 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
newyorknurse Literature Blog ดู Blog

กดโหวตแล้วแต่อาจไม่ตรงสาขาค่ะ แหะแหะ



อ่านแล้วสนุกค่ะพี่น้อย ช่วงที่เรียนโรงเรียนคริสต์ นึกถึง หนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งผู้แต่งก็เรียน รร.คริสต์ เช่นกันแต่จำชื่อไม่ได้ แต่ชีวิตประจำวันจะคล้าย ๆ อย่างที่พี่น้อยเล่าเลยค่ะ

ความโดดเดี่ยวตาลเหลืองคิดว่าทุกคน คงต้องประสบ กับตัวเองบ้างสักเหตุการณ์หนึ่งในชีวิต นะคะ

ภาษาอังกฤษ์ สำหรังเด็กไทย ในรุ่นพี่น้อย-รุ่นตาลเหลือง จะมีปัญหาเรื่องความอายไม่กล้าพูด และ เรื่องสำเนียง ที่ฟังชาวต่างชาติไม่ออก แต่ถ้าเขียน ก็จะเข้าใจง่ายนะคะ

วันหลังพี่น้อยเขียนประสบการณ์ชีวิต แบบนี้อีกสิค่ะ สนุกดี ได้รู้เรื่องราวในมุมต่างจากของตัวเองค่ะ

แต่แอบขำ อมยิ้ม กับเด็กหญิงตัวน้อยค่ะ ที่ร้องไห้ทุกวันเวลาไปโรงเรียน


โดย: ตาลเหลือง วันที่: 12 มิถุนายน 2556 เวลา:10:38:58 น.  

 
ไม่เดียวดายแล้วครับพี่น้อย เล่าเรื่องราวแต่หนหลังได้ดี และยินดีต้อนรับเข้าร่วมเป็นเพื่อนตะพาบครั้งต่อๆไปเลยครับพี่

เข้ามาแล้ว ห้ามถอนตัว อิ อิ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 12 มิถุนายน 2556 เวลา:15:52:09 น.  

 

สวัสดีค่า นุ่นพลาดไม่ได้อ่านได้ยังไงเนี่ย
ประสบการณ์เดียวดายครั้งหนึ่งในชีวิต ที่สุดท้ายก็ไม่โดดเดี่ยวนะคะ ดีใจจังได้อ่าน อิอิ



มาลาไปต่างจังหวัดค่ะ กลับมาแล้วจะรีบมาทักทายนะคะ ^^




โดย: lovereason วันที่: 12 มิถุนายน 2556 เวลา:23:00:55 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณพี่น้อย..

ต้องตามอ่านตะพาบของพี่น้อย..ตามที่อ้อมแอ้มชวนค่ะ

โอโฮ..พี่น้อยเขียนได้ละเอียดมากๆค่ะ..

อ้อมแอ้มยังจำในวัยเด็กๆไม่ค่อยได้เลยค่ะ..เก่งจริงๆ

เผลอแป๊ป..เกษีรยณอายุแล้ว..ดีจัง!

ขออ้อมแอ้มยังอีกหลายปีค่ะ

คราวหน้า งานตะพาบเรื่อง "โชคดี"นะค่ะ

หวังว่าจะได้อ่านตะพาบของพี่น้อยอีกค่ะ



โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) วันที่: 13 มิถุนายน 2556 เวลา:14:13:12 น.  

 

กด Like ให้เป็นคนที่ 9
เป็นการโดดเดี่ยวเดียวดายมากเลยค่ะพี่น้อย
พี่น้อยพรรณนาได้ดีมากๆ
สัมผัสถึงความโดดเดี่ยวได้เลยค่ะ



โดย: อุ้มสี วันที่: 16 มิถุนายน 2556 เวลา:22:54:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
newyorknurse
Location :
ราชบุรี .. New York ... United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 146 คน [?]






เริ่มเขียนBlog
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553

ยินดีต้อนรับค่ะ

จขบ.บันทึกประสบการณ์ต่างๆ
ระยะเวลาทำงานและระยะเกษียณ
เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ

จขบ.พยายามใช้ชีวิตเกษียณให้มีคุณค่า
รักษาสุขภาพใจและกาย ท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ
ทำสวนดอกไม้ ออกกำลังกาย
สมัครเป็นสมาชิก 24 Hrs Fitness
เพื่อให้ชีวิตที่เหลืออยู่มีคุณภาพ
จะได้ไม่เป็นภาระกับคนที่รักและห่วงใย

จขบ.เพิ่มบล็อกสุขภาพ
เพื่อจะได้นำสาระที่มีประโยชน์
เกี่ยวกับสุขภาพทั่วๆไป

จขบ.หวังว่าข้อมูลต่างๆช่วยให้
ทุกท่านที่มาอ่าน รักษาสุขภาพ
ไปตรวจเพื่อเป็นการป้องกัน
และได้รับการรักษาเนิ่นๆ เพื่อ
ชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพ

"A time to enjoy, a time to spend time with your family and a time to be with your friends – all comes with retirement"

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ

***********
ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวด
ทุกๆคะแนนค่ะ


BG Popular Award # 14


BG Popular Award # 13


BG Popular Award # 12


BG Popular Award # 11


BG Popular Award # 10


BG Popular Award # 9


BG Popular Award # 8

**********



ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2561
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ


ขอบคุณทุกหัวใจวาเลนไทน์ 2560
ที่เพื่อนๆมอบให้ค่ะ
Flag Counter
New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
9 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add newyorknurse's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.