happy memories
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2557
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
11 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 
ทุ่งกว้างทางลม


69-ทุ่งกว้างทางลม

ชื่อภาพ : “แม่แจ่มในทรงจำ”
สถานที่ : อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
เทคนิค : สีน้ำบนกระดาษ
ขนาด : ๒๔ x ๓๒ เซนติเมตร




ทุ่งกว้างทางลม



คุณที่รัก


ผมวาดภาพแรกอย่างตั้งใจ ผลออกมา เหลวไหลไม่ได้เรื่อง มันเหมือนจริง แข็งกระด้างเพราะความตั้งใจและความคิดจริงจัง


ผมทิ้งความคิดจริงจังไป ผมชอบภาพที่มีอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า ภาพนี้เล็กกว่าภาพแรก และน้ำเยอะกว่าสี ช่างแท่นอาจจะไม่ชอบใจ


แต่ช่างเถอะ เราควรจะฉกฉวยแรงบันดาลใจไว้ แม้มันจะไม่สมบูรณ์แบบ เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งหรอก


และนี่คือทัศนียภาพ 'แม่แจ่ม' ที่แจ่มกระจ่างและหอมหวานในม่านแห่งความทรงจำของผม นี่ต่างหากคือสิ่งที่ผมควรจะแคร์


วันนี้ของครั้งกระโน้น....หรือเมื่อวานของวันนี้....บทกวีของสายลมหนาวอันโหดร้ายยังหวีดหวิวในห้วงใจ ผมไปแม่แจ่มครานั้น ด้วยห่วงใยเพื่อนรัก เขาต้องระเห็จไปดินแดนหลังดอยอินทนนท์นั้น เพื่อยังชีพด้วยการเล่นดนตรีในร้านเหล้า (กวีกับเด็กเสิร์ฟมีรายได้ต่อเดือนไม่แตกต่าง เด็กเสิร์ฟอาจจะมากกว่านิดหน่อย-เพราะค่าทิป)


คุณคงพอเดาทางออก ว่าเขาจะประสบความสำเร็จไหม หรือจะมีใครสักกี่คนชื่นชม, ฟังเพลงกวีของเขาบ้างในร้านรวงที่คนส่วนใหญ่ชอบเพลงสามช่าและตลกคาเฟ่


แต่ก็นั่นแหละ เขาก็โชคดีอยู่บ้าง ที่ร้านนี้ไม่เปิดภาพการแข่งขันฟุตบอลให้ลูกค้าผู้มีเกือกชมขณะนักดนตรีเล่นบนเวที แถมเป็นสถานดื่มกินและเรือนแรมสำหรับคนผ่านทางที่ตกแต่งได้งดงามพอเหมาะพอดี


มันตั้งอยู่ห่างชุมชน แต่ก็เป็นทำเลลาดเชิงเขาที่เหมาะเหม็ง จากระเบียงร้าน สามารถจะเห็นทิวทัศน์ท้องทุ่งในหุบเขาแม่แจ่มชัดแจ่ม และเจ้าของร้านเป็นคนมากน้ำใจ


เขาคะยั้นคะยอให้ผมนอนพักที่นั่น แต่ผมก็ดื้อรั้น ที่จะกางกระโจม ริมแม่น้ำ ตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก


“ทุ่งกว้างทางลม” เจ้าของร้านเตือนด้วยอาทร “เอาหมอนและผ้านวมไปด้วยสิครับ เชื่อผมเถอะ จะแข็งตายเอาได้นะ”


“ผมมีถุงนอน, ผ้าห่มและแจ็คเก็ตหนา” ผมพูดอย่างมั่นใจ เพื่อนใหม่อีกคนที่ร่วมทางมาด้วยหยิบชุดคลุมขนสัตว์แบบชาวเอสกิโมออกมาโชว์


ชายเจ้าของร้านหัวเราะ โบกไม้โบกมือให้เรา “ตามสบายพวกคุณเถอะนะ โชคดี” เขาพูดไล่หลัง


ผมกับเพื่อนใหม่และเพื่อนกวี เดินแถวตอนไปยังริมฝั่งแม่น้ำที่กางกระโจมไว้ ช่วยกันก่อไฟ และตั้งวงเมรัยใต้แสงดาวกันจนดึกดื่น...


กองไฟมอด บทกวีหมด เรื่องเล่าหนึ่งพันทิวาราตรีร่อยหรอ และลมหนาวก็บาดลึกทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โชคดีที่มันยังไม่กระชากจิตวิญญาณอันสั่นหงัก ๆ ของเราไปด้วย แอลกอฮอล์ที่กรอกเข้าไปบำรุงธาตุไฟ เอาไม่อยู่ รวมทั้งเสื้อคลุมขนสัตว์ที่ว่าแน่-แน่ ที่สุดแล้วก็ไม่ช่วยให้เราอบอุ่นได้


คืนอย่างนั้นจะมีกันสักกี่ครั้งในชีวิตคนเรา คืนหนาวที่โหดร้ายที่สุดในชีวิต กลับเป็นคืนเดียวที่งดงามตราตรึงอยู่ในทรงจำ....


ตรงจุดชมวิวบ้านบนนา ผมยืนมอง 'แม่แจ่ม' เต็มตาเต็มใจ ก่อนจะกรอฟิล์มกลับ และโผปีกชีวิตลงไปนั่งริมน้ำแจ่ม ตรงจุดที่เคยตั้งแคมป์ครั้งกระนั้น-ในวันหนึ่งที่เพื่อนรักนักกวี(กรรมกรความคิด)ของผมได้ลาลับไปไกลสุดหล้า


“ไปดีเถิดเพื่อนรัก...” ผมพูดในใจ


“บนสรวงสวรรค์คงยินดีต้อนรับกวี แล้วแกอย่ากลับมาเกิดในประเทศนี้อีกล่ะ”


หมายเหตุ

นักเขียน กวี เขาไม่ถือเป็นอาชีพ เวลาคุณกรอกหนังสือเดินทาง ตรงช่องอาชีพ คุณต้องกรอกว่า-รับจ้าง


เรื่องและภาพ โดย พิบูลศักดิ์ ละครพล
จากคอลัมน์ "ผ่านตามาตรึงใจ" นสพ.กรุงเทพธุรกิจวันอาทิตย์ ๒๘ ก.ย. ๒๕๕๗
เฟซบุคกรุงเทพธุรกิจวันอาทิตย์









คุณพิบูลศักดิ์ลงภาพสีน้ำงาม ๆ และถ้อยคำเพราะ ๆ ใน เฟซบุค
เห็นแล้วชอบมาก ๆ ขออนุญาตเอามารวมกับบล็อกนี้ด้วยกันค่ะ











จะปวดร้าวใจไปไย
ผู้หญิงมีไว้ให้รัก
ไม่ได้มีไว้ให้เข้าใจ
จำไม่ได้หรือที่โก้วเล้งว่าไว้
"มันผู้ใดคิดว่ารู้จักและเข้าใจอิสตรี มันผู้นั้นสมควรตาย"

๓๐/๙/๕๗














ฟ้าหยาด


แดดสีทองก่องประกายบนใบข้าว
แวมวับวาว เพชรน้ำค้าง วางแววหวัง
จะเจ็บร้าว หนาวน้ำตา มากี่ครั้ง
ฟ้าก็ยัง หยาดเพชรงาม ให้น้ำค้าง


๒/๑o/๕๗















ภาพที่วาดไม่เสร็จนั้น
เสมือนหนึ่งความใฝ่ฝัน
ที่รอวันเร่งรุดสู่จุดหมาย


ดอกฝันนั้นหวาน-มิ(เคย)วาย
และงามเท่ากันกับฝันสลาย
ตรึงใจไม่คลอนคลาย
เช่นสายรุ้งรางเรื่อเมื่อฝนลา


ภาพวาดไม่เสร็จจึงมักสวย
เนื่องรักยังไม่โรยจึงโหยหา
เนื่องฝันยังคะนึงติดตรึงตา
รอให้ใจ ไขว่คว้า ทุรนทุราย


ตอบบล็อกกวี"สีน้ำฟ้า"
๓๐ พ.ย. ๕๐
ภาพ เทือกสันสีน้ำเงิน ๒๙/๙/๕๗















(มนต์รัก)แม่ระมิงค์


ฝนต้นฤดูกำลังจะมา
เมฆเทาคลุมฟ้าแสงแดดถอยห่าง
ฝนโปรยละอองบาง
สายลมพรูพร่างกลีบดอกซอมพอ


ฉันเดินกับเธอกลางสายฝนฉ่ำ
กางร่มสีดำอ้อมแขนละไม
ฝนซัดสาดซ่า เฟื่องฟ้าไสว
ห่มความรักให้สองลำแม่ปิง
กลีบดอกไม้เอยเหลือเพียงแต่นี้
หากสายนทีมิซัดตลิ่ง
ดอกไม้แม่ระมิงค์ คงเป็นกว่ายิ่งสิ่งเตือนหัวใจ



เพลงเก่ากลิ่นอบเชย แต่งตอนอยู่เชียงใหม่ สมัยยังเรียนไม่จบ น่าจะก่อนปี ๑๙ นิด ๆ จำได้แค่ที่เห็น น่าจะขาดไปหนึ่งท่อน เพลงนี้นักศึกษาวังเจ็ดรินสมัยนั้นรู้จักกันดี คนที่ชอบเข้าตับ-ร้องได้และร้องดีคือเอกชัย ลวดสูงเนิน เจอหน้าครั้งใดก็ร้องให้ฟังทุกครั้ง เพลงนี้รุ่นเดียวกับเพลง ในเรื่องขอความรักบ้างได้ไหม "แสงเดือนรู้ว่าฉันรักเธออย่างไร "ที่เขียนร่วมกันกับถนอม ไชยวงษ์แก้ว และเพลง หวานใจ ศรีวลักษณีย์ หรือ "เสาวลักษณีย์"ที่มีเนื้อแบบกวีโบราณประมาณ


"วรุณนรีจะจากเดือนฉาย หยุดก่อนสาวขามาซื้อมาลัย ดอกไม้ซอมพอขายเร่ โอ้เสาวลักษณีย์มิซื้อมาลีว้าเหว่ จากไปกับยามโพล้เพล้ ดวงใจขายเร่ค้างคืน ตาดำเธอฉาย ประกายน้ำตาต้องแก้ม แวมวาวเหมือนดาวคืนแรม แย้มยิ้มซึ้งตรึงดวงใจ โอ้เสาวลักษณีย์ วรุณนรีจะจากไปไหน.........ฯลฯ


ภาพสเก๊ตซ์นี้เมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ตอนหน้าน้ำ ข้ามขัวเก่าหน้ากาดหลวงมา เห็นสะพานนวรัฐและโบส์ถคริสต์ เหล่านี้อยู่ในฉากของขอความรักบ้างได้ไหม และชูมาน ลงสะพานมาก็จะเจอกับแยกอุปคุต ตึกโบราณอนุสารแสนคลาสสิค ฯลฯ นึกถึงแล้วก็อยากไปเดินทอดน่องแถบถนนท่าแพ วาดภาพมุมรักอีกสักครั้ง...















อยากให้ฟัง เก็บรักฝากฝันเวอร์ชั่นนี้เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศทึมเทาของเช้านี้
เก็บรักฝากฝัน - พิบูลศักดิ์ ละครพล


หนทางแม้ยังยาวไกล
หัวใจฉันยังโบยบิน
ความหวัง ฉันยังไม่สิ้น
ยังทระนงมั่นคงศรัทธา


ฉันจะไป ไปจนสุดขอบฟ้า
ไปตามหาความรักที่หล่นหาย
บนถนนของความเดียวดาย
ฉันยังไม่สิ้นหวัง
สายธารายังคงไหลริน นกยังบินดอกไม้ยังบาน หัวใจไยจึงร้าวราน
ขับขานบทเพลงนะเจ้า



(ส่วนเนื้อเพลงที่นำลงนี้ ไม่เกี่ยวกับเพลงเก็บรักฝากฝัน หนึ่งในเพลงที่ยืนแต่งข้างถนน ณ กาลครั้งหนึ่ง ขณะเปิดหมวกท่าพระจันทร์จำไม่ได้ว่าบันทึกเสียงใน มาชารี ชุดไหน ข้อดีของการเปิดหมวก คือจะได้แรงดาลใจ ให้ด้นเพลงสด ๆ ที่เกิดจากอารมณ์ปะทะสังสรรค์กับผู้ฟังโดยตรง ขณะนั้น ๆ -ภาพสเก๊ตซ์ นี้สามปีก่อน ค้นพบในกล่องกระดาษรอซาเล้ง)















เจ็บ


จดจำได้ขึ้นใจ แม้ไม่จด
ดื่มเหล้าหมดทั้งร้าน ขานชื่อได้
เจ็บเพื่อจำ จำเพราะเจ็บ เก็บสอนใจ
รักมาก-มาก ก็หมดได้ เมื่อไม่รัก


ปาย พ.ย.๒๕๔๗















ก่อนจะบรรณาธิการ"เธอคือสวนดอกไม้ในความเดียวดายของฉัน"ให้จบ และส่งปิดเล่มในวันนี้
แวะเอางานที่เขียนไว้ในสมุดบันทึกเล่มเก่ามาให้ชม ถามว่าถ้าทำสมุดแนบบทกวี มีเนื้อที่ให้บันทึกอะไร คุณๆที่รักจะสนใจไหม


ส่งงาน ๒๕ ตอน "เธอคือสวนดอกไม้ในความเดียวดายของฉัน" เรียบร้อยแล้ว เอาบทกวีเก่าในสมุดทำมือ มาให้ชมพอชื่น


บทนี้เขียนให้อิสตรี ที่สามีแอบไปมีอะไรกับเพื่อนของเธอ ความแตก(จับได้คาหนังคาเขา)เธอก็ตัดใจ(ฟ้องหย่า)ให้เขาเลือกทางเดินใหม่ ยอมรับนับถือจิตใจอันแข็งแกร่งของเธอ เพราะเรารู้ดีว่าจริงๆแล้ว คนเจ็บปวดที่สุดก็คือเธอนั่นแหละ นอนร้องไห้ผ่ายผอมตรอมตรม จมกองทุกข์อยู่เป็นปีกว่าจะทุเลาเบาบาง


ก้อนสะอื้นตื้นตันจุกอก ฉันเขียนได้แค่สี่บรรทัด















"พอหน่อเตอ"
รักเธอไม่จางเหมือน......................?


ภาพประกอบในชุด เธอคือสวนดอกไม้ในความเดียวดายของฉัน
ที่จุด จุด จุด ให้คุณเติมคำในช่องว่าง
คำใบ้คือ ชื่อดอกไม้พื้นบ้านพื้นเมืองชนิดหนึ่ง)


เล่นไป ไรไป ใครตอบถูกก็ไม่มีรางวัลอะไร
อ้อ ใครตอบถูกเป็นคนแรก มอบการ์ดสีน้ำสวย-สวยสักใบ เอาปะ..







บล็อกนี้อยู่ในหมวดศิลปะค่ะ



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า กรอบจากคุณsomjaidean100

Free TextEditor

`


Create Date : 11 ตุลาคม 2557
Last Update : 11 ตุลาคม 2557 23:33:34 น. 0 comments
Counter : 1262 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 152 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.