สิงหาคม 2569

 
 
 
 
 
 
1
2
3
6
7
8
9
10
13
15
17
18
19
20
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
25 สิงหาคม 2569
All Blog
Her (2013) รักดังฟังชัด


''ชีวิตแต่งงานคุณเป็นยังไง''

''ก็ยากแหละ แต่...รู้สึกดีที่ได้ร่วมชีวิตกับใครสักคน''

''ร่วมชีวิตยังไง''

''เราเติบโตด้วยกัน ผมอ่านงานเธอ ทั้ง ป.โท ป.เอก เธอก็อ่านทุกอย่างที่ผมเขียน เราผลักดันกันและกัน''

''คุณผลักดันเธอยังไง''

''ครอบครัวเธอคาดหวังสูงลิ่ว เธอเลยกดดันหนัก แต่ระหว่างเรา... แค่พยายามก็พอ ได้ลองผิดลองถูก ตื่นเต้นกับอะไรๆ เธอเลยผ่อนคลาย ตื่นเต้นนะที่ได้เห็นเธอเติบโต เราเติบใหญ่ไปด้วยกัน แต่มันยากตรงนั้น ก้าวไปด้วยกัน หรือไปคนละทาง เปลี่ยนไปโดยไม่ทำร้ายอีกฝ่าย''

--------------

นึกอยู่ดีๆ ก็อยากหยิบหนังเรื่อง Her (2013) ขึ้นมาดู ครั้งหนึ่งเราเคยซื้อแผ่นหนังเรื่องนี้มาเก็บไว้ เราชอบเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนนั้น ชอบโดยไม่มีเหตุผล ชอบบรรยากาศ ความเหงา และโลกอนาคต (ในตอนนั้น)

จนวันนี้ ''อนาคต'' ในหนัง มันใกล้ตัวเราขึ้นเรื่อยๆ

เราหยิบหนังเรื่องนี้มาดู ด้วยวัยที่โตขึ้น และโลกที่เดินไปจนใกล้วันที่หนังเล่ามา

วันที่เอไอเริ่มมีบทบาทกับโลกทุกวันนี้มากขึ้น

วันที่มนุษย์เริ่มมีเพื่อน พูดคุยกับเอไอ

นั่นแหละคือโลกที่หนังเรื่อง Her ที่สร้างขึ้นมาเมื่อ 13 ปีที่แล้วกำลังพูดถึง

ตัวละครในเรื่องประสบปัญหาความสัมพันธ์กับมนุษย์ กำลังหย่ากับภรรยา

เขาได้เปิดโปรแกรมโอเอสขึ้นมา (เป็นโปรแกรมเสียงเอไอพูดคุยกับมนุษย์)

เธอชื่อว่า 'ซาเเมนธา' เป็นเพื่อนคู่คิดกับเขา พูดคุยกับทุกวันพัฒนาความสัมพันธ์เป็นความรัก

แต่ด้วยเธอต้องอัพเดตตัวเองเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ที่เริ่มคาดหวังกันมากขึ้น ทำให้เขาต้องเดินทางไปถึงทางแยกตรง ''ความสัมพันธ์'' เพราะไม่ว่าเอไอกับมนุษย์ก็น่าจะคล้ายๆ กัน

หนังเรื่องนี้พูดถึงโลกที่คนคุยกำลังอยู่กับหน้าจอมากขึ้น แม้ประชากรจะเยอะขึ้น แต่ระยะห่างกลับมีมากขึ้น โลกในหนังคนเดินผ่านกันเยอะแยะมากมาย แต่น้อยมากที่เราจะเห็นคนเดินคุยกัน เราเห็นคนเดินมองจอของตนเอง กำลังคุยกับคนในจอ มากกว่าคนรอบข้างจริงๆ

มันคือ ''ความเหงา'' ที่เรากำลังมองเห็นภาพมันชัดขึ้นเรื่อยๆ ในโลกทุกวันนี้

เราชอบหนังเรื่องนี้ตรงที่ ตัวหนังพูดถึงโลกในถึงวันนี้ได้ตรงมากๆ เหมือนผู้กำกับ Spike Jonze มองภาพอนาคตในตอนนั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง จนเรานึกว่าแกเพิ่งสร้างหนังเรื่องนี้ในปีนี้เลย

นอกจากมองภาพอนาคตแล้ว ยังมองไปที่อดีตของตัวเอง ชีวิตแต่งงาน ชีวิตรักที่เคยพังทลาย มันไม่ใช่เพราะความไม่รักกันแล้ว แต่เพราะการที่พอถึงจุดหนึ่งแล้ว ตระหนักได้ว่าต่างคนต่างไม่เหมาะสมกัน แต่ก็ยังดีใจที่ช่วงเวลาหนึ่งเคยใช้ชีวิต เคยเติบโตมาด้วยกัน ( Spike Jonze กับ Sofia Coppola ในตอนนั้น)

หนังเรื่องนี้จึงเป็นเสมือนจดหมายที่เขียนถึงอดีตของตัวผู้กำกับ Spike Jonze เอง และ จดหมายที่ส่งถึงอนาคตของเราที่เป็นคนดู (ในตอนนั้น)

ทุกอย่างมันจึงดูจริง ทั้งความสัมพันธ์ และโลกในทุกวันนี้

หนังใช้โทนสีอ่อนๆ เหงาๆ เงียบๆ แม้เราจะเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย

ได้ Joaquin Phoenix มานำเเสดง รวมถึง Scarlett Johansson ในงานลงเสียงเป็นซาแมนธา ไปจนถึง Amy Adams, Chris Pratt และ Rooney Mara ที่มาในบทสมทบ แต่มีส่วนสำคัญของเรื่องทุกคน

ส่วนตัวชอบหนังเรื่องนี้มาก ดีใจที่ยังเก็บแผ่นหนังเรื่องนี้อยู่ และรู้สึกดีที่หยิบมาเปิดดูในวันนี้ เพราะตัวหนังเรื่องนี้ได้กระซิบบอกเราว่า

''โลกในหนังวันนั้น เรากำลังเดินทางมาถึงมันแล้วนะในวันนี้''

เป็นความรู้สึกที่ไม่เกินเลย เราเลยอินมากขึ้นเพราะวัยที่เพิ่มขึ้นจนใกล้ๆ กับวัยของตัวละครในเรื่อง และโลกในหนังที่ใกล้ๆ กับโลกเราในวันนี้

''หาไม่ง่ายเลยนะหนังแบบนี้''

คะแนนความชอบส่วนตัว 9/10



Create Date : 25 สิงหาคม 2569
Last Update : 25 สิงหาคม 2569 23:10:48 น.
Counter : 99 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณ**mp5**

ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ไมเคิล คอร์เลโอเน
Location :
กำแพงเพชร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



สวัสดีชาวบล็อคทุกคนนะครับ

''ชีวิตก็เหมือนกับกล่องช็อตโกแล็ต เราไม่รู้ว่าเปิดจะเจออะไร''