พฤศจิกายน 2568

 
 
 
 
 
 
2
4
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
24
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
The Bourne Legacy (2012) พลิกแผนล่ายอดจารชน


''คุณไม่เคยได้ยินเรื่องเทรดสโตน และเรื่องบอร์น ต่อให้เขาโดนอุ้มฆ่ายัดถุงข้างถนน ผมก็ไม่แคร์ เราจะไม่เเตะเรื่องนั้น คุณควรเลิกคิดเรื่องนั้น แล้วกลับมาอยู่กับเราที่นี่''

หลังจากปิดจบไตรภาค The Bourne ทางค่าย Universal Pictures ก็ยังอยากทำภาคต่อของบอร์น เลยไปติดต่อ Tony Gilroy คนเขียนบทไตรภาคบอร์นให้กลับมาเขียนบทต่อ ทาง Gilroy เซย์เยส ก็เลยไปติดต่อ Paul Greengrass ที่กำกับภาค The Bourne Supremacy & The Bourne Ultimatum (ภาค 2 กับ 3) มากำกับต่อ แต่ทาง Greengrass เซย์โนไป เนื่องจากเหตุผลด้านบทที่ยังไม่ดีพอ

เมื่อ Greengrass ไม่มาทำต่อ Matt Damon ผู้รับบท 'เจสันบอร์น' ก็ประกาศว่า ''ถ้าไม่ใช่ Paul Greengrass เป็นคนกำกับ ตัวเขาก็จะไม่กลับมารับบทเจสันบอร์นเช่นกัน''

ทีนี้ยุ่งเลยครับ แต่ทางค่าย Universal Pictures ก็ยังหมายมั่นจะทำหนังภาคต่อ The Bourne แม้ในหนังภาคต่อนั้นจะไม่มีเจสัน บอร์นก็ตาม

จึงให้ Tony Gilroy คนเขียนบท ควบตำแหน่งผู้กำกับหนังไปเลย และให้ Jeremy Renner นักแสดงที่กำลังมาแรงในตอนนั้น มารับบทเป็น 'แอรอน ครอส' สายลับที่ถูกตามล่าเหมือนบอร์น

หนังภาคนี้เล่าถึงการเปิดโปงโครงการต่างๆ ทั้ง เทรดสโตน แบล็คไบรอาร์ ของบอร์น ทำให้โครงการต่างๆ ของทางการ ที่สร้างสายลับ นักฆ่า มาปฏิบัติภารกิจแบบเทาๆ ค่อยๆ ถูกเปิดโปงทีละโครงการ

ทีนี้พวกคนที่อยู่เบื้องหลังโครงการสกปรกเหล่านี้เริ่มอยู่ไม่ได้ล่ะครับ

และโครงการ ''เอาท์คัม'' ที่สร้างสายลับและส่งไปประจำการแทรกซึมในประเทศทั่วโลก ก็เป็นหนึ่งในนั้น

ต้องรีบปิดโครงการ ทำลายหลักฐานทั้งหมด ก่อนที่ภัยจะมาถึงตัว

และการปิดโครงการ ทำลายหลักฐานนั้นก็คือ การทำลายเอกสาร ฆ่านักวิทยาศาสตร์ที่ทดลองยาส่งให้สายลับ และก็ปิดบัญชีสายลับในโครงการทั้งหมด มิให้เหลือหลักฐานแม้จะเป็นอะไรก็ตาม

บรรดาสายลับในโครงการถูกหลอกให้กินยาปิดชีวิตตัวเอง นักวิทยาศาสตร์ถูกฆ่าปิดปาก ยกเว้นแต่ ดร.แชร์ริ่ง ที่หนีรอดมาได้ และ แอรอน ครอส หนึ่งในสายลับที่มิได้รับยาพอดี

พวกเขาทั้งสองถูกตามล่า เพื่อจะปิดงานสกปรกที่ CIA เคยทำไว้

ตัวหนังถือว่าสนุกในมาตรฐานหนังแอ็คชั่น เพียงแต่รสชาติจะไม่เหมือนหนัง Bourne คือระหว่างดูถ้าตัวละครไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ของบอร์น ก็นึกว่ากำลังดูหนังเรื่องอื่น

พวกแอ็คชั่นประชิดตัว การชิงไหวชิงพริบ ที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของหนัง Bourne ภาคก่อนๆ หายไปหมดเลย หลายเป็นหนังแอ็คชั่นเวอร์ๆ ที่สายลับเก่งขึ้นจากการรับประทานยา ที่ไปพัฒนาร่างกายการต่อสู้ และสมอง ทำให้เก่งเหนือมนุษย์ทั่วไป

แต่ถ้าไม่คิดอะไร นึกว่าดูหนังภาคแยก หรือหนังแอ็คชั่นทั่วไปเพลินๆ หนังเรื่องนี้ก็อยู่ในมาตรฐานที่สนุกนะ อาจจะเอื่อยๆ ในช่วงแรก แต่พอถึงจุดหนึ่งก็ยังพอดูได้สนุก

หนังได้ Jeremy Renner มารับบทนำ ได้ Edward Norton มารับบทผู้คุมปฏิบัติการล่าครอส ซึ่งน่าเสียดายทั้งสองไม่ค่อยได้มีซีนที่ได้คอนเน็คกันเท่าไหร่ แต่ก็ยังได้ Rachel Weisz มารับบท ดร.แชร์ริ่ง ที่ถูกตามล่าเช่นกัน

ตัวหนังอาจไม่ดิบ ไม่ดุดัน ไม่ลุ้นระทึกแบบ The Bourne ไตรภาคของ Matt Damon พวกมุมกล้องเหวี่ยงๆ แฮนด์เฮลด์ ก็ไม่ได้เอามาใช้ต่อ ข้อดีก็คือฉากแอ็คชั่นดูรู้เรื่องมากขึ้น ไม่เวียนหัว แต่ข้อเสียก็คือ เสน่ห์ เอกลักษณ์ ความระทึกของหนังก็หายไปเช่นกัน

คะแนนความชอบส่วนตัว 7/10



Create Date : 06 พฤศจิกายน 2568
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2568 23:35:31 น.
Counter : 55 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#21



ไมเคิล คอร์เลโอเน
Location :
กำแพงเพชร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



สวัสดีชาวบล็อคทุกคนนะครับ

''ชีวิตก็เหมือนกับกล่องช็อตโกแล็ต เราไม่รู้ว่าเปิดจะเจออะไร''