ธันวาคม 2566

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
9
10
12
14
15
16
17
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog
Indiana Jones and the Dial of Destiny (2023) อินเดียนา โจนส์ กับกงล้อแห่งโชคชะตา


''ทุกอย่างเดินไปข้างหน้า แต่บางครั้ง...มันเดินถอยหลัง''

หนัง ''อินเดียนา โจนส์'' เป็นอีกเรื่องที่ผมชอบดูมากๆ ดูบ่อยมาก ตั้งแต่ภาค 1- 2 - 3 หรือแม้กระทั่งภาค 4 ที่คนบ่นๆ กัน ผมก็ยังหยิบมาดูบ่อยๆ

ถือเป็นหนังแอ็คชั่น ผจญภัย ล่าขุมทรัพย์ที่เป็นไอคอนของโลก ถ้านึกถึงหนังแนวนี้ เชื่อว่า ''อินเดียนา โจนส์'' น่าจะเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง

และเมื่อหนังมีภาค 5 (แม้คำวิจารณ์จะออกมาไม่ดี) ผมก็ยังเชื่อว่าหนังน่าจะยังดูสนุก ขนาดภาค 4 ที่เขาว่าไม่ดี ผมยังว่าสนุกเลย

และหนังเปิดเรื่องด้วย ''อินเดียนา โจนส์'' ที่ใช้ซีจีย้อนอายุไปในวัยหนุ่ม กำลังต่อสู้แย่งชิงสมบัติทางโบราณคดีกับนาซีคู่ปรับเก่า และประโยคติดปากของแกที่มักจะพูดว่า ''มันควรอยู่ในพิพิธภัณฑ์'' หนังก็ดูสนุกเลย แอบคิดในใจว่า ''หนังมันก็ไม่แย่นี่หว่า ถ้าเป็นแบบนี้ไปจนถึงจบเรื่องก็ถือว่าสนุกเเล้ว''

ก่อนที่หนังจะตัดมาที่ฉาก ''อินเดียนา โจนส์'' ในวัยชรา กลายเป็นตาแก่ที่ไปโวยวายเด็กข้างบ้านที่เสียงดัง

''คนเรามันหนีความแก่ไม่พ้นจริงๆ''

มันเป็นสัจจะธรรมของโลก อดีตนักล่าสมบัติสุดคูล ตอนนี้กลายเป็นตาแก่หมดสภาพไปแล้ว

หลังจากนั้นหนังก็ดูโรยราคล้ายๆ กับ วัยของตัวละครอินดี้ไปเลยครับ

ด้านฉากแอ็คชั่นของหนังมันก็มีมาเรื่อยๆ แหละครับ ลูกเล่นเก่าๆ สูตรสำเร็จเก่าๆ หนังก็พยายามใส่เข้ามาทั้งหมด

เพียงแต่ว่าโดยรวมมันไม่เหมือนเดิมแล้ว

ทุกอย่างมันดูโรยราไปมัน ดูสับสน ดูยืดๆ อาจจะด้วยความยาวของหนังด้วย ยาวสองชั่วโมงกว่าๆ ถ้าตัดให้กระชับลงอีกสักครึ่งชั่วโมงน่าจะออกมาลงตัวกว่านี้

อันนี้ด้วยความที่ทุกอย่างมันดูยืดๆ และหนังก็ดูยาวๆ ทำให้ความกลมกล่อมที่เคยมีเริ่มหายไป

เพลงดนตรีประกอบของหนังที่เคยใช้ได้ดี ภาคนี้ก็ดูไม่เข้าที่เข้าทาง ดึงศักยภาพออกมาใช้ได้ไม่เต็มที่

เช่นเดียวกับตัวร้ายหลักของหนัง อุตส่าห์ได้ Mads Mikkelsen มาแสดง แต่ยังเหมือนใช้ได้ไม่คุ้มค่านัก

แต่ในส่วนของ Phoebe Waller-Bridge ที่มารับบทลูกสาวบุญธรรม มาร่วมผจญภัยด้วย ถือว่าพอใช้ได้

ส่วนตัวแล้วภาคนี้แอบรู้สึกผิดหวังพอสมควร อาจจะด้วยยุคสมัยของหนัง ที่มันผ่านมานานมากแล้ว บางอย่าง เวลามันก็นาน จนอาจจะไม่ได้นึกถวิลหา บางอย่างอาจจะหมดเวลาแล้วจริงๆ

เช่นเดียวกับ Harrison Ford ในวัยแปดสิบกว่าๆ คือส่วนตัวผมชอบบทนี้ของแกมากๆเลยนะ มากพอกับ ''ฮาน โซโร'' ใน Star Wars แต่ด้วยวัยของแก บางทีอาจจะหมดเวลาสำหรับบทแบบนี้ของแกแล้วก็ได้ หายากมากเลยนะ ที่จะมีใครสักคนในวัยนี้มารับบทหนักๆ แบบนี้ (แม้จะใช้สตั๊นท์แมนก็ตาม) พวก Stallone หรือ Arnold ก็ยังอายุน้อยกว่าแกเยอะเลย (และก็ไม่ค่อยได้บทนำที่ต้องบู๊ทั้งเรื่องแบบนี้เเล้วด้วย)

ผมหวังว่าสักวัน จะหยิบหนังภาคนี้มาดู แล้วรู้สึกสนุก เหมือนที่ดูภาค 1-4 เหมือนกันนะ (ในภาค 2 กับ 4 ก็เพิ่งมาชอบ ในตอนที่ดูซ้ำภายหลัง)

คะแนนความชอบส่วนตัว 6.5/10

 



Create Date : 06 ธันวาคม 2566
Last Update : 6 ธันวาคม 2566 16:41:50 น.
Counter : 371 Pageviews.

1 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณhaiku

  
คะแนนน้อยจัง

โดย: หอมกร วันที่: 6 ธันวาคม 2566 เวลา:17:52:15 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ไมเคิล คอร์เลโอเน
Location :
กำแพงเพชร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



สวัสดีชาวบล็อคทุกคนนะครับ

''ชีวิตก็เหมือนกับกล่องช็อตโกแล็ต เราไม่รู้ว่าเปิดจะเจออะไร''