กรกฏาคม 2563

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Inside Llewyn Davis (2013) : ถ้ามันไม่เคยใหม่ไม่เคยเก่า มันก็คือโฟล์คซอง

''สำหรับคนที่ชื่นชอบเพลงโฟล์คซอง หนังเรื่องนี้เป็นหนังของคุณ''
 
หนังเรื่องนี้เล่าถึงชีวิตของนักดนตรีโฟล์คซองคนหนึ่งที่ชื่อว่า 'ลูวิน เดวิส' ซึ่งเป็นเรื่องราวชีวิตที่เรียบง่ายเหมือนเพลงโฟล์ค
ตัวละครมีความเป็นมนุษย์ทั่วไปธรรมดาๆ หาช้า กินค่ำ มีขาวมีดำ เเบบฉบับมนุษย์คนหนึ่ง
 
โดยตัวหนังจะเดินเรื่องเรื่อยๆ ไม่มีจังหวะเร่งเร้าอะไรมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้เรายังคงจดจ่ออยู่กับหนังได้ก็คือ ชีวิตอันล้มเหลวของตัวละครนั่นล่ะครับ
 
คือหนังเรื่องนี้สร้างมากจากเรื่องจริงของนักร้องโฟล์คซองที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง แต่ทว่าในหนังเรื่องนี้กลับเห็นแต่ความล้มเหลว ความเฮงซวย ของนักร้องคนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำเพลงแล้วไม่รุ่งสักที รายได้ก็น้อย เน้นไปตายเอาดาบหน้า คือต้องไปอาศัยนอนกับคนรู้จัก มีเพื่อนฝากแมวไว้ ก็ไปทำแมวเพื่อนหาย และก็เอาแมวไปคืนผิดตัว ยังไม่พอดันไปนอนกับแฟนของเพื่อนอีก และทำแฟนของเพื่อนท้องด้วย 😫
คือดูยังไงไอ้นักร้องคนนี้มันก็ไม่น่ารุ่งเอาเลยจริงๆ
 
เมื่อดูเรื่องนี้แล้วแอบนึกถึงพวกศิลปินนักวาดภาพชื่อดังยุคก่อนๆ เลยนะ ที่เขาชอบเรียกว่าศิลปินไส้แห้งนั่นล่ะครับ
 
บางคนกว่าผลงานของเขาจะมีชื่อเสียงก็ตายไปแล้ว 200-300 ร้อยปี กว่าศิลปะชิ้นนั้นจะได้รับการยอมรับ
 
แต่คำว่า ''ศิลปะ'' ถ้ามันคือของจริง ถ้ามันเป็นงานที่ทรงคุณค่า สักวันจะมีคนเห็นค่าสิ่งนั้นเองครับ
 
เหมือนนักร้องโฟล์คซองคนนี้กว่าจะมีชื่อเสียงขึ้นมาก็ล้มจนจะไม่มีที่ยืนอยู่เเล้ว
 
หนังเรื่องนี้มีงานภาพที่เรียกได้ว่า ''สวยหมดจด'' จริงๆครับ เป็นงานภาพโทนวินเทจเทาๆ ให้อารมณ์เหมือนพาเราย้อนไปในยุค 60 ได้เลย คือภาพออกมาทั้งสวย ทั้งดูเหงา ทั้งมีเสน่ห์ และคลาสสิคในเวลาเดียวกัน
 
การแสดงก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กันครับ หนังได้ทั้ง Oscar Isaac, Carey Mulligan, Justin Timberlake, John Goodman และ Adam Driver มาแสดง ซึ่งแต่ละคนฝีมือก็เห็นๆกันอยู่เเล้วครับ
 
หนังเรื่องนี้กำกับโดยสองพี่น้อง Coen ที่เด่นด้านการเล่าเรื่อง การสร้างอารมณ์กดดันที่เข้ากับโทนหนัง และเรื่องนี้ถือว่าเป็นงานอีกเรื่องที่ทำได้ดีมากๆครับ (ส่วนตัวเรื่องนี้เป็นหนังที่ชอบอันดับต้นๆของสองพี่น้องคู่นี้)
 
และสุดท้ายสิ่งที่เป็นจุดแข็งของหนังเรื่องนี้ที่สุดก็คือ เพลงโฟล์คในเรื่องนั่นล่ะครับ แต่ละเพลงดีๆทั้งนั้น ใครที่ชอบฟังเพลงโฟล์คซอง ฟังเสียงกีต้าร์ เรื่องนี้ไม่ควรพลาดเลยครับ คือจะมีซีนร้องเพลงมาตลอดทั้งเรื่อง ทั้งเพลง 500 Miles, Hang Me, Oh Hang Me และอีกมากมาย ฟังได้เพลินๆเลยครับ
 
สรุปคืออย่างที่บอกเลย หนังเรื่องนี้จะเดินเรื่องช้าๆสไตล์สองพี่น้อง Coen ถ้าใครไม่ชอบหรือไม่ชินกับจังหวะเดินเรื่องแบบนี้อาจมีแอบเบื่อได้เหมือนกัน เพราะตัวเรื่องไม่หวือหวาอะไรทั้งนั้น เหมือนให้เราเพียงตามดูชีวิตของนักดนตรีโฟล์คซองคนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ยอดเยี่ยมก็คือความเรียบง่ายนั่นล่ะครับ
 
ทำให้นิยามของหนังเรื่องนี้คือ ''มันเรียบง่ายเหมือนดนตรีโฟล์ค''
และงานภาพกับเพลงในหนังมันคือศิลปะอย่างแท้จริง
 
คะแนนความชอบส่วนตัว 8/10



Create Date : 10 กรกฎาคม 2563
Last Update : 10 กรกฎาคม 2563 19:26:34 น.
Counter : 317 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



ไมเคิล คอร์เลโอเน
Location :
กำแพงเพชร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



สวัสดีชาวบล็อคทุกคนนะครับ

''ชีวิตก็เหมือนกับกล่องช็อตโกแล็ต เราไม่รู้ว่าเปิดจะเจออะไร''