มกราคม 2564

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
16
18
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
31
 
 
All Blog
The Art of Getting By (2011) : ศิลปะแห่งความเปราะบาง


หายไปนานเลยกับ Bloggang ช่วงหลังหายไปอัพลงเพจ Facebook เสียตั้งนาน จนเเอบเห็นว่าครั้งล่าสุดที่อัพลง Bloggang ก็ปีที่เเล้วโน้นเลย (ข้ามปีเลยทีเดียว) เลยกลับมาอัพบ้างซะหน่อย ก่อนอื่นขอทักทายเพื่อนๆ ทุกคนนะครับ และขอ Happy New Year ย้อนหลังนะ..

กลับมาว่าเรื่องหนังต่อ...

หนังเรื่องนี้เล่าถึง 'จอร์จ' เด็กนักเรียน High School ที่เบื่อโลกมากๆ เป็นคนติสท์คนหนึ่งเลย ไปลงเรียนวิชาศิลปะก็ไม่ตั้งใจวาดรูป ชอบทำผิดกฎโรงเรียน งานไม่เคยส่ง พอครูเตือนเข้าก็อ้างว่า..

''สุดท้ายไม่ว่าจะทำอะไรมนุษย์เราก็ต้องตาย!!'' (อ้างไปโน้น)

จนบรรดาครูในโรงเรียนต่างพาไปเอือมระอา (แอบนึกถึงตัวเองสมัยเรียน)

พอวันนึงได้ขึ้นไปบนดาดฟ้า เจอเพื่อนนักเรียนสาวคนหนึ่งแอบขึ้นไปสูบบุหรี่ (โรงเรียนมีกฏไม่ให้สูบ ถ้าใครสูบจะถูกพักการเรียน) ครูขึ้นมาบอกว่าได้กลิ่นบุหรี่ จอร์จเลยรีบเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบเพื่อรับโทษแทนเธอ ในตอนนั้นความสัมพันธ์ของ 'จอร์จ' กับ 'แซลลี่' ก็ค่อยๆก่อตัวขึ้น ในรูปแบบของเพื่อนรู้ใจ (ซะงั้น)

ทั้งสองมีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายกัน ทั้งสองแอบชอบกัน จอร์จหลงรักแซลลี่มาโดยตลอด มีโอกาสจะบอกรักเธอหลายครั้ง แต่จอร์จก็ปล่อยโอกาสนั้นไปเสมอ ครั้นแซลลี่จะบอกรักก่อนก็ติดที่เป็นฝ่ายหญิง (เล่นตัวนิดนึง) ไม่ว่ายังไงในใจของเธอก็คือจอร์จตลอดมา

ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ไปไหน ติดอยู่ในสถานะ ''Friend Zone''

''นายก็แค่ผลักเธอไปที่กำแพง จูบเธอ ถ้าเธอจูบกลับมาแสดงว่าเธอก็รักนาย แต่ถ้าเธอไม่เล่นด้วยอย่างน้อยนายก็ได้พยายาม''

''นายอยากมีเซ็กส์กับฉันไหม อยากลองทำอะไรแบบนั้นไหม ขอโทษทีนะ จอร์จ นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดคนเดียวของฉัน ฉะนั้นอย่าทำลายมัน''

---------------------------------------------------

หนังเรื่องนี้เล่าถึงความเปราะบางของชีวิตวัยรุ่นของจอร์จ เล่าถึงชีวิตคนติสท์ๆ ทำให้ตัวหนังมีมุมมองแบบติสท์ คล้ายๆผลงานศิลปะสักชิ้นหนึ่ง ถ้าใครเข้าถึงได้คนนั้นจะชอบงานศิลปะชิ้นนี้ หรือไม่ถ้าใครไม่ชอบก็จะไม่ชอบเลย

โชคดีที่ชีวิตของผมในช่วงวัยนั้นมันคล้ายๆ จอร์จ ศิลปะชิ้นนี้เลยค่อนข้างโดนใจ

ชีวิตมันก็เหมือนงานภาพ ถ้าเราได้มีเวลาตั้งใจวาดออกมาด้วยจิตใจจริงๆ แม้ว่างานชิ้นนั้นจะออกมาไม่สวย แต่มันก็มีจิตวิญญาณอยู่ข้างในภาพใบนั้น แต่ถ้าภาพๆนั้นเพียงแค่วาดออกมาโดยไม่ใส่จิตวิญญาณ ต่อให้มันออกมางดงามขนาดไหน มันก็ขาดมิติ ขาดจิตวิญญาณ

หนังเรื่องนี้เป็นศิลปะของจอร์จ ที่บางครั้งมันก็มีความเปราะบางปะปนอยู่ข้างใน บางส่วนของภาพก็เจ็บปวด บางส่วนก็สวยงาม บางส่วนก็เต็มไปด้วยความรัก

''เพราะคนติสท์ก็ต้องการคนที่เข้าใจ''

หนังเรื่องนี้ยังถ่ายภาพนิวยอร์กเมืองแห่งความวุ่นวายออกมาได้สวยอีกด้วย แถมนักแสดงทั้ง Freddie Highmore กับ Emma Roberts ก็แสดงออกมาได้ดี

ใครที่ชอบหนังแนวโรแมนติก ดราม่า ติสท์หน่อยๆ เรื่องนี้เหมาะกับคุณครับ

คะแนนคามชอบส่วนตัว 8/10



Create Date : 11 มกราคม 2564
Last Update : 11 มกราคม 2564 19:04:59 น.
Counter : 370 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
เรื่องนี้ก็น่ารักจ้า

โดย: หอมกร วันที่: 13 มกราคม 2564 เวลา:16:00:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



ไมเคิล คอร์เลโอเน
Location :
กำแพงเพชร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



สวัสดีชาวบล็อคทุกคนนะครับ

''ชีวิตก็เหมือนกับกล่องช็อตโกแล็ต เราไม่รู้ว่าเปิดจะเจออะไร''