กรกฏาคม 2560

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
29
30
31
 
 
28 กรกฏาคม 2560
All Blog
Dunkirk (2017) ดันเคิร์ก




มหาแห่งสงครามแห่ง ''ดันเคิร์ก'' จากมุมมองของ ''คริสโตเฟอร์ โนแลน''

หนังเล่าเรื่องจากเหตุการณ์จริง การอพยพของทหารฝ่ายสัมพันธมิตร 400,000นาย ณ ท่าเรือดันเคิร์ก ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งถูกฝ่ายทหารนาซีเยอรมันล้อมไว้ จนเรือใหญ่ของฝ่ายสัมพันธมิตรไม่สามารถนำเรือใหญ่เทียบท่าได้

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า การที่จะดูหนังเรื่องนี้ให้สนุก ให้อินไปกับเนื้อเรื่องได้ต้องทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ของสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปก่อน หรือไม่ก็ต้องรู้ประวัติศาสตร์เหตุการณ์ดันเคิร์กคร่าวๆสักนิดหน่อยก็ยังดี (เพื่ออรรถรสในการรับชม)

อธิบายเรื่องราวดันเคิร์กตามความเข้าใจสั้นๆดังนี้
ท่าเรือดันเคิร์กอยู่ที่ฝรั่งเศส
ฝ่ายสัมพันธมิตร = ฝรั่งเศส โปแลนด์ สหราชอาณาจักร(อังกฤษ) เป็นฝ่ายที่ต้องอพยพออกจากท่าเรือดันเคิร์ก
ฝ่ายเยอรมัน = เป็นฝ่ายปิดล้อมท่าเรือดันเคิร์ก

ซึ่งต้นๆเรื่องอาจจะดูมึนๆปะติดปะต่อไม่ค่อยได้ แต่พอดูไปสักพักเราจะเข้าใจหนังไปเองโดยไม่ยากเย็นนัก

โดยเนื้อเรื่องแบ่งออกเป็น 3 พาร์ท ดังนี้
1.พาร์ทเครื่องบินช่วยเหลือทางอากาศ(ทอม ฮาร์ดี้)
2.พาร์ทพ่อลูกช่วยเหลือทางเรือ
3.พาร์ททหารที่ติดอยู่ ณ ท่าเรือดันเคิร์ก
โดย 3 เหตุการณ์นี้เล่าต่างเวลากันแต่ต้องมาบรรจบกันในที่สุด ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ต้องเล่าพร้อมกันในเวลาหนัง 1 ชั่วโมง 57 นาที เป็นอะไรที่เจ๋งมากพอดู

หนังเรื่อง ''ดันเคิร์ก'' ก็เลยเป็นเหมือน ''หนังปล่อยของ'' ของ ''คริสโตเฟอร์ โนแลน''

ทั้งการเล่าเรื่องโดยใช้ ''ภาษาภาพ'' บทสนทนาในเรื่องนี้จึงไม่มากนัก

การเล่าเรื่องโดย ''ไม่ต้องปูเนื้อเรื่องของตัวละคร'' แต่สามารถทำให้เรา ''อิน'' ได้อย่างไม่ยากเย็น ตรงนี้แอบทึ่งเล็กน้อย หนังไม่ต้องเสียเวลาปูเนื้อหาที่มาที่ไปของตัวละครเลย แต่ก็ทำให้รู้สึกอินเอาใจช่วยได้ตลอดทั้งเรื่อง แบบตัวละครเจ็บเราก็เจ็บด้วย ตัวละครในเรื่องกลัวเราก็กลัวไปด้วยเช่นกัน

ที่เด็ดสุดก็ตรงงานด้าน ''ภาพ'' และ ''ซาวน์เอฟเฟค'' รวมไปถึงการบันทึกเสียง และ การตัดต่อ ที่ระทึกใจ จนแทบจะเพอร์เฟ็คไปเลยในด้านนี้ โดยเฉพาะเสียงเข็มนาฬิกาของ ฮาน ซิมเมอร์ เล่นเอาหลอนไปพักใหญ่เลยเหมือนกัน

บรรยากาศความน่ากลัวของสงคราม แม้ในเรื่องแทบจะไม่เห็นทหารฝ่ายเยอรมันโผล่มาแบบเต็มๆเลย แต่เมื่อใดที่รู้ว่าฝ่ายเยอรมันโจมตีแล้วน่ากลัว น่าเกรงขามจริงๆ

ความเรียล ความสมจริงของหนังตรงนี้ก็ยกนิ้วให้

ส่วนข้อเสียหนังก็มี ด้วยความเร็วของการดำเนินเรื่องของหนัง บางครั้งเล่นเอาตามไม่ทันเหมือนกัน และไม่ใช่หนังแนวที่ทุกคนจะชอบ ซึ่งเรื่องนี้การดำเนินเรื่องแบบนี้ใครไม่ชอบก็เกลียดไปเลย

ส่วนใครที่หวังฉากสงครามยิงกันเหมือนหนังสงครามเรื่องอื่น ดันเคิร์กก็คงไม่ใช่ทางนัก เพราะเรื่องนี้เน้นการเอาชีวิตรอดจากสงคราม มากกว่าเน้นสงคราม แล้วก็มีฉากเล่นกับจิตใจมนุษย์บ้างตามแนวถนัดของ ผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน

โดยสรุปแล้วเป็นหนังที่ดีที่อีกเรื่องที่อยากแนะนำ แต่ต้องเข้าใจประวัติศาสตร์สักนิดก่อนไปดูเพื่อเติมเต็มเรื่องราว(ไม่งั้นอาจมีอาการงง ตามหนังไม่ทัน)

ยอดเยี่ยม แต่ส่วนตัวโดยรวมเมื่อเทียบกับผลงานเก่าๆงานผู้กำกับท่านนี้ยังชอบเรื่องก่อนหน้าพวก Interstellar,Inception และ The Dark Knight มากกว่า (3 เรื่องนี้ยกขึ้นหิ้ง)

คะแนนความชอบส่วนตัว 8.5/10





Create Date : 28 กรกฎาคม 2560
Last Update : 28 กรกฎาคม 2560 22:13:10 น.
Counter : 467 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
หนังสงครามจ่อคิวรอดูเยอะมากครับ นี่ก็อีกเรื่อง
โดย: kid^_^ วันที่: 2 สิงหาคม 2560 เวลา:14:07:11 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



ไมเคิล คอร์เลโอเน
Location :
กำแพงเพชร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีชาวบล็อคทุกคนนะครับ

''ชีวิตก็เหมือนกับกล่องช็อตโกแล็ต เราไม่รู้ว่าเปิดจะเจออะไร''