Group Blog
 
<<
มีนาคม 2563
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
29 มีนาคม 2563
 
All Blogs
 
Konnichiwa Nihon no densha (14)

วันนี้ อ.วิรัตน์พาชาวคณะไปเยี่ยมปู่ C 56 44 ซึ่งเคยเป็นนักรบคราวสงครามมหาเอเซียบูรพา ประจำการอยู่กับกองพลรถไฟคราวสร้างเส้นทางระหว่างไทย - พม่า หรือเส้นทางรถไฟสายมรณะนั่นแหละครับ

โดยปู่ C 56 44 ได้ประจำการจนสงครามสิ้นสุด และกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตรได้ขายเส้นทางรถไฟสายนี้พร้อมรถจักร ล้อเลื่อน ให้รัฐบาลไทย ในราคา 50 ล้านบาท (ราคาในสมัยนั้น)

ปู่ C 56 44 เลยสังกัดการรถไฟฯ ภายใต้หมายเลข 735 และวิ่งทบทวนความหลังบนเส้นทางสายน้ำตก จนกระทั่งปลดประจำการ

ก่อนที่จะถูกขายแยกชิ้นส่วนเป็นเศษเหล็กไปนั้น เรื่องเข้าถึงหูบริษัทรถไฟ โออิกาวะ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ถึงประวัติอันน่าทึ่งของปู่ C 56 เลยติดต่อขอซื้อไปทั้งคัน และลำเลียงไปซ่อมประกอบใหม่ที่ญี่ปุ่น จนสุขภาพแข็งแรง สามารถใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงเหมือนคราวบรรจุประจำการใหม่ๆ แถมยังให้เกียรติพ่นตราของ รฟท.ไว้อีกด้วย จนกระทั่งเปลี่ยนเป็นสีดั้งเดิมจนปัจจุบัน

ไปดูกันหน่อยสิว่า ปู่ยังพูดภาษาไทยได้ฤาไฉน ?



รุ่งเช้า ชาวคณะออกเดินทางจากที่พักไปยังสถานีนาโกยา เพื่อขึ้นรถด่วน ชิง กังเซ็น ฮิคาริ ไปยังสถานีฮามามัตสึ ซึ่งอยู่ใกล้พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งของบริษัทรถไฟแห่งนี้ และปู่ C 56 อยู่ในสังกัด และประจำการอีกด้วย



รถด่วนชิน กังเซ็น ฮิคาริ เที่ยวเช้านี้ค่อนข้างว่างครับ แต่อาจมีผู้โดยสารคึกคักช่วงกลางทางก็ได้



เส้นทางช่วงแรกระหว่างสถานีนาโกยา ไปยังสถานีฮามามัตสึ



เส้นทางสายใต้จะไม่เหมือนทางเหนือ เพราะหนาแน่นไปด้วยตึกรามบ้านช่อง ล้วนแต่สูงระดับสิบชั้นขึ้นไปทั้งนั้น



เก็บภาพชีวิตตามรายทางไปเรื่อยๆ นะครับ



คราวนี้ เราจะเห็นสีสันของรถไฟในสังกัด JR East บ้างล่ะ



แน่นอนว่า จำนวนผู้โดยสารย่อมมีมากกว่าเส้นทางสายเหนืออยู่แล้ว คงเป็นต้นแบบของกระเป๋าลากที่พี่น้องวัยรุ่นเรากำลังฮิตกระมัง ?



แค่มองไม่ไกลนัก สามารถเห็นสะพานรถไฟ 2 แห่ง และสะพานรถยนต์อีก 2 แห่งด้วยสิ



ยี่ห้อนี้ คงไม่ต้องบอกนะครับ เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของบริษัท



ผ่านย่านสถานีอันใหญ่โต แต่จำไม่ได้ว่าเป็นสถานีใด ?



และอีกแห่งครับ แฟนรถไฟคงชอบ



สภาพภายในตู้โดยสาร ก่อนที่ชาวคณะจะลงปลายทาง



มองแค่ป้ายชื่อสถานีก็พอรู้แล้วนะครับ



ขณะรอขึ้นรถไฟ Local Train ไปยังสถานีคานายา



กับผู้โดยสารรายอื่นที่รอขึ้นรถเช่นกัน



มาล่ะครับ ขบวนรถ Local Train สายโทไคโด ที่จะเดินทางไปยังสถานีคานายา



เส้นทางรถไฟ Local Train สายโทไคโด ช่วงสถานีฮามามัตสึ - คานายา ต้นทางจะไปชมรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์คันนี้



แล้วต่อด้วยขบวนรถไฟของบริษัท โออิกาวะ จากสถานีคานายา ไปยังสถานีชิน คานายา เส้นทางสายนี้เป็นของบริษัทรถไฟเอกชน เพิ่งเคยขึ้นตอนนี้แหละ



ผู้คนยังว่างอยู่ เพราะเป็นช่วงเช้าและสถานีต้นทาง



ดูความสะอาดเอี่ยมภายในตัวรถเขาบ้างเป็นไร ?



ป้ายบอกสถานีบนเส้นทางตลอดสาย และอัตราค่าโดยสาร ไม่ผิดเพี้ยนไปจากขบวนรถของกลุมบริษัท JR

ผมคิดว่า ขบวนนี้ คงให้บริการผู้โดยสารที่มาชมการแสดงที่พิพิธภัณฑ์รถจักรสถานีชิน คานายา โดยเฉพาะ



เส้นทางช่างแสนสั้นสำหรับชาวคณะ แค่สถานีเดียวเท่านั้น



ช่วงแรก จะขนานกับเส้นทางโทไคโดของ JR ไปก่อน



จากนั้น จะแยกซ้ายไปตามเส้นทางของบริษัท สู่สถานี ชิน คานายา



ราวอึดใจเดียว ก็เข้าสู่สถานี ชิน คานายาแล้ว



ยังใช้ห่วงทางสะดวกอยู่ด้วย



พอมาถึงชานชาลาสถานีชิน คานายา ก็เห็นขบวนรถพิเศษจอดอยู่ที่รางว่างในย่านสถานีแล้ว แถมรถจักรที่หาซื้อมาสะสมนั้น สามารถใช้การได้ดีทุกคันอีกด้วย



มีแฟนคลับรถไฟชาวญี่ปุ่นเริ่มทะยอยมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดงานครับ โดยใช้รถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ทำขบวนไปยังสถานีเซ็นซูซึ่งเป็นปลายทาง



จากป้ายประชาสัมพันธ์ภายในอาคารสถานี จะมีบาร์โค้ตให้โหลดฟังคลิปเสียงรถจักรที่ระบุอีกด้วย ไม่เชื่อก็ลองดูสิ



แผ่นที่สองครับ



และแผ่นสุดท้าย ซึ่งผมคิดว่าประธานบริษัทรถไฟนี้ เป็นนักสะสมตัวยงเลยล่ะ



หลังจากนั้น ชาวคณะชวนกันเดินไปยังลานแสดงและโรงรถจักรที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ สถานีโดยไม่รอช้า



เจอกับรถจักรไฟฟ้า รุ่น E 102 ซึ่งถือว่าเป็นรถจักรรุ่นปู่ของเด็กสมัยนี้

เห็นว่าเป็นรุ่นปู่แบบนั้น แต่ยังใช้การได้ดีมากๆ ทีเดียว เพราะพ่วงท้ายขบวนรถประวัติศาสตร์นำกลับมายังต้นทางอีกด้วย



เจอคุณปู่ C 11 ครับ แต่วันนี้ จอดอยู่ที่แท่นกลับรถจักร ไม่มีทีท่าจะเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด



ดูบั้นท้าย ไม่พ่วงรถลำเลียงอย่างที่เราเคยเห็น แสดงว่าใช้งานเฉพาะช่วงทางระยะใกล้ๆ เท่านั้น



มีป้ายบอกผังลานแสดงรถจักรให้เห็นด้วยครับ



มองดูปู่ C 56 44 เห็นพนักงานกำลังสาละวนเติมน้ำ เติมถ่านหินเร่งทำสตีมเป็นการใหญ่ ก่อนที่จะเข้าทำขบวน



อาจเป็นเพราะชาวคณะมาถึงเช้าเกินไปก็ได้ จึงกลับไปตั้งหลักยังอาคารแสดงโมเดลและภายในสถานี ชิน คานายา ก่อนเวลาแสดงจริงต่อไป



ส่วนคุณอรรณพนั้น ขอตัวไปหาซื้อน้ำดื่มเพราะคอแห้งแต่เช้าแล้ว ก่อนที่จะกลับมาสมทบกับชาวคณะอีกครั้งหนึ่ง



อาคารหลังนี้ เป็นที่แสดงโมเดลรถไฟให้นักท่องเที่ยวได้ชม แต่มีขนาดเล็กกว่าพิพิธภัณฑ์รถไฟที่โอมิยะ



พอเข้าไปข้างในก็ทึ่งกับงานทำโมเดล ซึ่งรวมรถจักรไอน้ำประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นไว้ด้วยกัน



เข้าไปดูใกล้ๆ กันหน่อย คงไม่ต้องอธิบายซ้ำนะครับ เพราะเราเห็นมาแล้ว



สำคัญอยู่ที่คันนี้ สมัยยังประจำการอยู่ที่การรถไฟฯ แต่วันนี้ ชาวคณะได้ดั้นด้นมาดูตัวจริงกันถึงถิ่น



ญาติตระกูลเดียวกันครับ แต่นิยมใช้ทำขบวนรถในระยะทางสั้นๆ หรือทำเป็นรถจักรสับเปลี่ยนขบวนรถในย่านสถานี



โมเดลของสถานี ชิน คานายา



อันนี้ไม่จำลอง แต่เป็นไฟหน้ารถจักรไอน้ำในสมัยก่อน



โมเดลรถจักรไอน้ำรุ่น D 51 ญาติของรถจักรรุ่น "มิกาโด" ของการรถไฟฯ



รถจักรไอน้ำใช้งานตามโรงงานอุตสาหกรรม หรือป่าไม้ โดยใช้พลังไอน้ำดันลูกสูบไปหมุนเพลาล้อ เช่นเครื่องยนต์เรือเดินทะเลในสมัยก่อน



ขบวนรถโดยสารใช้พลังไฟฟ้า แทนเครื่องยนต์ดีเซล



ที่น่าสนใจ เห็นจะเป็นโมเดลรถไฟซึ่งมีขบวนรถหลากหลายวิ่งกันขวักไขว่ ที่อยู่ในฝันของแต่ละคน รวมทั้งตัวผมด้วย



เห็นแล้วยังนึกๆ อยู่ว่า ทำไมเราไม่เอารางเก่าของรถไฟสายแม่กลอง หรือสายน้ำตก มาทำเป็นของที่ระลึกแบบนี้บ้างหนอ ? ปล่อยให้สูญหายไปตามกาลเวลา น่าเสียดายมากๆ



อ.วิรัตน์ เสนอว่า เพื่อไม่ให้วุ่นวายล่าช้าตอนขากลับ ขอให้แต่ละคนจัดแจงซื้อตั๋วรถไฟกลับไปยังสถานีคานายาด้วย

เนื่องจากผมได้เก็บรูปเรียบร้อยแล้ว พอซื้อตั๋วเสร็จ กะว่าจะเดินออกไปที่ชานชาลา แต่ประตูถูกปิดไว้

นายสถานีบอกเป็นภาษาญี่ปุ่นทำนองว่า จะเปิดประตูให้ก่อนขบวนรถจะเข้ามาถึงเพียงเล็กน้อย เลยต้องเดินเกร่ภายในอาคารสถานีนั่นเอง



เกร่ชมป้ายโฆษณาไปพลางๆ ที่ญี่ปุ่น มักใช้การ์ตูนในการสื่อความหมายการผู้ชมครับ



แม้แต่ป้ายเตือน ห้ามเล่นริมทางรถไฟ



มีตู้ไปรษณีย์รุ่นคลาสสิกตั้งไว้หน้าอาคารสถานีด้วย คิดว่าคงใช้งานอยู่น่า



จู่ๆ นายสถานีเปิดประตูให้ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วแล้วออกไปยังชานชาลา หนึ่งในจำนวนนั้นมีผมที่ติดหลังแหออกมาด้วยสิ

ปรากฎว่า เขาขึ้นขบวนรถขาล่องไปจนหมด เหลือผมค้างอยู่คนเดียวที่ชานชาลา



ครั้นจะกลับเข้าไป เขาก็ปิดประตูแล้ว เลยมองโน่น ถ่ายรูปนี่ไปพลางๆ

เป็นประแจมือเสือหมอบแบบญี่ปุ่น ท่าทางจะนิรภัยกว่าของบ้านเรา ที่อาจตีกลับได้ เวลารถจักรหนักๆ วิ่งผ่าน



เดินเตร็ดเตร่ได้ไม่นานนัก รถจักรไฟฟ้าที่พ่วงกับขบวนรถพิเศษวันนี้ ได้นำขบวนออกจากย่าน ถอยหลังเข้าเทียบชานชาลาสถานี



เป็นู้โดยสารรุ่นเก่าจริงๆ ด้วย จากที่แอบมองลอดหน้าต่าง จะเห็นที่เขี่ยบุหรี่ยังติดไว้อยู่เลย เพราะตอนนี้ มีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่บนขบวนรถแล้วครับ

โอบะซังที่เป็น พรร.ประจำรถ เห็นผมมยืนเก้ๆ กังๆ ที่ชานชาลาสถานี เอ่ยถามว่าผมจะไปไหน เลยตอบเป็นภาษาประกิตไปว่า

" I'm waiting my friend "

รอดตัวไปได้หนึ่งมื้อ ทราบภายหลังว่าทั้ง อ.วิรัตน์ และคุณอรรณพ กำลังหามุมเหมาะๆ เพื่อถ่ายคลิปครั้งสำคัญนี้



แล้วปู่ C 56 44 แล่นเข้ามาต่อขบวน คราวนี้เป็นทีของผมบ้างล่ะ เพราะเป็นคนเดียวที่อยู่บนชานชาลาขณะนั้น



แถมยังได้ภาพ พขร.กับ ชค. ขณะตรวจสอบความเรียบร้อยบนรถจักรด้วยสิ



ก่อนที่จะลงจากรถจักรไปตรวจสอบความเรียบร้อยของช่วงล่างรถ



ตอนนี้ ทางสถานีได้ปล่อยให้ผู้โดยสารมาขึ้นรถ ทำให้ผมไม่เหงาแล้วล่ะ หลายราย คงทำอย่างที่แฟนรถไฟไทยทำ คือไปจ้องมอง และถ่ายรูปกันคึกคักทีเดียว



ผู้โดยสารต่างเข้าไปนั่งตามที่นั่งซึ่งได้จับจองไว้ ในขณะที่พนักงานได้นำรถเข็นบรรจุของว่างและเครื่องดื่มขึ้นรถไปให้บริการด้วย



เท่าที่สังเกตพื้นตู้โดยสาร จะเป็นไม้ล้วนๆ ไม่มีแผ่นไวนิลปูทับแต่ประการใด



พอได้เวลา ขบวนรถไฟพิเศษชักหวีดแล่นออกจากสถานีชิน คานายา โดยมีพี่น้องชาวบ้านและญาติมิตรที่มาส่ง โบกมือให้เป็นทิวแถว



มองไกลๆ ไปทางโรงรถจักร ยังมีรถจักรไอน้ำรุ่น C 56 จอดติดเตาควันกรุ่นอีกหนึ่งคัน เข้าใจว่าคงรับเวรช่วงบ่าย หลังจากขบวนเช้าวันนี้ได้กลับมาจากปลายทางแล้ว



หลังจากไปส่งขบวนรถพิเศษออกเดินทางสมความตั้งใจแล้ว ชาวคณะก็ออกเดินทางกลับไปยังสถานีคานายา เพื่อเดินทางกลับไปที่เมืองนาโกยาต่อไป
 


Create Date : 29 มีนาคม 2563
Last Update : 26 เมษายน 2563 22:01:48 น. 0 comments
Counter : 80 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

owl2
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add owl2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.