ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง
Group Blog
 
All Blogs
 
ต้องรู้จักละอายใจ

ใจกลางเกาะแห่งหนึ่งในทะเลสาบ Oporto เด็กชายอายุ 11 ขวบ มักจะนั่งตกปลาอย่างสงบอยู่ข้างท่าเรือหน้าบ้านหลังเล็ก ๆ ของเขา
ค่ำวันแรกของการยกเลิกกฏห้ามตกปลากระพง เขากับพ่อมาถึงริมทะเลสาบแต่หัววัน โปรยหนอนและแมลงที่เป็นเหยื่อของปลากระพงและปลาซันฟิชลงไป เด็กชายเอาเหยื่อปลาสีเงินเกี่ยวเข้ากับเบ็ดแล้วเหวี่ยงไปยังกลางทะเลสาบ เบ็ดตกปลากระทบผิวน้ำก่อให้เกิดระลอกคลื่นที่สวยงาม ยามต้องแสงจันทร์ แลเห็นเป็นวงๆ สีเงินยวง
ขณะที่คันเบ็ดถูกกระตุกอย่างแรงนั้น เด็กน้อยรู้ได้ทันทีว่าใต้น้ำนั้นมีตัวอะไรที่ค่อนข้างใหญ่ติดเบ็ดแล้ว ผู้เป็นพ่อยืนอยู่ข้าง ๆ มองดูลูกชายค่อย ๆเดินเลาะท่าน้ำ กรอคันเบ็ดเข้ามาอย่างคล่องแคล่วและชำนาญด้วยสายตาที่ชื่นชม
เด็กชายระมัดระวังอย่างมากจนในที่สุดดึงเอาปลาตัวใหญ่ที่ดิ้นจนหมดแรงขึ้นเหนือผิวน้ำได้ โอ! นี่เป็นปลาตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา มันคือปลากระพง
สองพ่อลูกมองดูปลาใหญ่ตัวนี้ด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างมาก ภายใต้แสงจันทร์เห็นได้ลาง ๆ ว่าเหงือกของมันกำลังขมุบขมิบ ผู้เป็นพ่อจุดไม้ขีดไฟขึ้นส่องดูนาฬิกาข้อมือ 22 นาฬิกาตรง------ยังห่างจากเวลาที่กำหนดให้ตกปลาชนิดนี้ได้อีกสองชั่วโมง
ผู้เป็นพ่อมองดูปลากระพง แล้วมองดูลูกชาย ในที่สุดพูดขึ้นว่า “ ลูกพ่อ เจ้าจะต้องปล่อยปลาตัวนี้คืนกลับทะเลสาบไป ”
“ พ่อครับ ” ลูกชายร้องออกมาอย่างลืมตัว
“ พวกเรายังสามารถตกปลาชนิดอื่น ๆ ได้อีก ”
“ แล้วจะตกปลาใหญ่ขนาดนี้ได้อีกอย่างไรเล่า ” เด็กชายตะโกนเสียงดัง
ในขณะเดียวกันเด็กชายกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ภายใต้แสงจันทร์ไม่เห็นคนตกปลาอื่น ๆ หรือเรือจับปลาแต่อย่างใด เขาจ้องพ่อตาไม่กระพริบ แม้ว่าเวลานี้ไม่มีผู้ใดเห็นพวกเขา และก็ไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่าปลาตัวนี้ตกขึ้นมาได้ในเวลาใด แต่ว่าจากน้ำเสียงที่เด็ดขาดของพ่อเด็กชายรู้ดีว่าการตัดสินใจของพ่อนั้นไม่อาจผ่อนผันได้เลย เขาจึงได้แต่ค่อย ๆ ดึงเบ็ดออกจากปากปลากระพง นำมันปล่อยกลับไปที่ทะเลสาบลึก ปลากระพงกระเพื่อมในน้ำสองสามที จากนั้นหายลับไป เด็กชายรู้สึกผิดหวังเสียใจ คิดว่าเขาคงไม่มีโอกาสตกได้ปลาขนาดใหญ่เท่านี้อีกเลย
เรื่องราวผ่านไปแล้วหลายสิบปี เด็กชายในตอนนั้นได้กลายเป็นสถาปนิกผู้มีชื่อเสียงโด่งดังของมหานครนิวยอร์ค บ้านหลังน้อยของพ่อยังคงตั้งเด่นอยู่บนเกาะเล็ก ๆ กลางทะเลสาบ และทุกวันนี้ในฐานะพ่อเขามักพาลูก ๆ กลับมาที่ท่าเรือแห่งนั้นบ่อย ๆ เพื่อลิ้มรสความสนุกสนานของการตกปลา
เขาพูดไม่ผิด เขาไม่เคยตกได้ปลาตัวใหญ่ที่ไม่อาจทำใจปล่อยให้หลุดมือไปได้เท่าคืนนั้นอีกเลย แต่ว่า การดำรงชีวิตในสภาพที่เป็นจริง ทุกครั้งที่เผชิญกับเรื่องราวที่ต้องต่อสู้กับคุณธรรมและมโนสำนึกของตนเอง เขามักจะเห็นภาพปลากระพงตัวใหญ่ลอยอยู่เบื้องหน้าเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
อย่างที่พ่อของเขาได้สอนไว้ว่า “ ความจริงแล้วคุณธรรมจริยธรรมเป็นเรื่องง่ายๆ ของความถูกกับความผิดเท่านั้น สิ่งที่ยากคือการที่จะยึดมั่นในคุณธรรมให้ได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะขณะที่เราอยู่เพียงลำพังแล้วยังเที่ยงตรงซื่อสัตย์ได้
***ปล่อยปลาคืนสู่ทะเลสาบคือสภาวะการณ์อย่างหนึ่ง สภาวะการณ์ที่สูงส่ง การที่จะสามารถปฎิบัติตามคุณธรรมความเที่ยงตรงภายในใจได้หรือไม่นั้นจะกลายเป็นเครื่องทดสอบนิสัยของคนว่าเป็นทองแท้หรือไม่ ในช่วงชีวิตที่ยืนยาว โปรดจำไว้ให้มั่นว่า เป็นคนต้องไม่ทำในสิ่งที่ละอายใจ เพราะว่า ในเบื้องลึกของหัวใจเรา มีดวงตาคู่หนึ่งกำลังมองคุณอยู่
*****








Create Date : 25 กรกฎาคม 2554
Last Update : 25 กรกฎาคม 2554 8:07:36 น. 0 comments
Counter : 221 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

syrubbocaboro
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add syrubbocaboro's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.