ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง
Group Blog
 
All Blogs
 
ผมช่วยพวกคุณซื้อข้าว

ผมช่วยพวกคุณซื้อข้าว
หนุ่มชนบทคนหนึ่งมาตะลุยใช้ชีวิตในกรุง เขามาสมัครเป็นเซลส์แมนขายรองเท้าในโรงงานแห่งหนึ่ง
เนื่องจากวุฒิการศึกษาไม่ถึงจึงถูกปฎิเสธ เขาไปขอพบผู้จัดการฝ่ายธุรการ สาธยายถึงข้อเด่นของตนเอง จนสุดท้ายผู้จัดการบอกเขาว่า “คุณรอจนกว่าการสัมภาษณ์สิ้นสุดลง แล้วค่อยมาใหม่ “
ในระหว่างรอคอย เด็กหนุ่มคนนี้ได้ทำเรื่องเช่นนี้ เขาเล่าให้ฟังในภายหลังว่า .......
“ ผมรอคอยอยู่หน้าโรงงานด้วยความหวัง ไหนไหนผมก็ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี แต่ท้องของผมก็ไม่ยอมให้ผมรอคอยอย่างสงบจิตสงบใจ เกือบจะ 11 โมงแล้ว ข้าวเช้าก็ยังไม่ได้กิน ผมหิวจนแทบจะหมดแรง การสัมภาษณ์ก็ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ต้องกรอกแบบฟอร์มที่ละคน ตอบคำถาม ถึงเวลานี้ยังต้องเข้าแถวรอคิวอีก 70 – 80 คน ดูท่าทางคงต้องรอถึงประมาณบ่าย 4 – 5 โมงเป็นอย่างเร็ว เวลานี้ผมไม่กล้าหวังที่จะไปกินข้าวเที่ยงที่โรงอาหารของโรงงาน มีร้านขายของชำแห่งหนึ่งอยู่ใกล้ ๆ โรงงาน แต่ถ้าจะกินข้าวต้องข้ามถนนแล้วเดินไปข้างหน้าอีกไกลโขจึงจะมีศูนย์การค้า ผมไม่มีอารมณ์ที่จะเดินไปไกลขนาดนั้นเพื่อหาข้าวกินสักมื้อ เลยต้องทนหิวรอพวกนักศึกษาทั้งหลายให้สัมภาษณ์ แต่ดู ๆ พวกเขาก็หิวจะแย่เหมือนกัน หลายคนหิวจนหมดแรงยืนพิงกำแพง อาจจะเหมือนผมที่ไม่ได้กินข้าวเช้า แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเดินไปไหนไกล กลัวจะพลาดการสัมภาษณ์ มีหลายคนโอดครวญว่าหิวมาก บอกว่าถ้ามีใครช่วยไปซื้อข้าวกล่องมาก็ดีซินะ จะยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้ พอฟังเช่นนี้ผมก็ปิ๊งไอเดียทันที นี่เป็นโอกาสที่จะหาเงินได้เลย ผมเดินเข้าไปหาและพูดว่า “ ผมช่วยพวกคุณซื้อข้าว “ พวกเขาเหมือนพระเจ้ามาโปรด รีบหยิบเงินมาให้ผมเป็นการใหญ่ พวกเขาเสนอให้เงินค่าเดินกับผม ทีแรกผมก็ปฎิเสธ แต่ยิ่งปฎิเสธพวกเขาก็ยิ่งอยากจะให้ บอกว่าอะไรกันช่วยงานผู้อื่นแล้วยังไม่ยอมรับเงิน ผมรับเงินของคน 20 กว่าคน แล้วเดินข้ามถนนไปยังศูนย์การค้า พบร้านฟาสต์ฟูดแห่งหนึ่ง บอกว่าจะสั่งอาหารจานด่วน 60 กล่อง ผมถามเถ้าแก่ว่าจะลดราคาให้ได้บ้างไหม เถ้าแก่ตอบว่าตกลงลดจากกล่องละ 30 บาท เหลือ 25 บาท ผมบอกว่าขอจ่ายเงินครึ่งหนึ่งก่อน และให้เด็กในร้านช่วยผมหิ้วไปด้วย จะได้เก็บเงินส่วนที่เหลือ เถ้าแก่ตอบตกลง
“ ผมและเด็กในร้านช่วยกันหิ้วเอาข้าวกล่องมาถึงหน้าโรงงาน ส่งข้าว 20 กว่ากล่องให้แก่คนที่ฝากผมซื้อก่อน ส่วนที่เหลืออีก 30 กว่ากล่องผมเสนอขายให้คนอื่นๆ ในราคากล่องละ 35 บาท ไม่คาดเลยว่าพวกเขาแย่งกันซื้อจนหมดเกลี้ยงในชั่วพริบตา ผมนึกเสียดายที่น่าจะซื้อมาให้มากกว่านี้ เพราะตัวเองก็ยังไม่ได้กิน ผมจ่ายเงินอีกครึ่งที่เหลือให้พนักงานร้านอาหารไป นับเงินแล้วผมได้กำไรตั้ง สี่ร้อยกว่าบาท
“ผมดีใจจนลืมไปว่าตัวเองกำลังรอเรียกสัมภาษณ์อยู่ ได้เงินแล้วก็เดินออก ได้ยินเสียงเรียกอยู่ด้านหลัง พอหันกลับมาดู ผู้จัดการฝ่ายธุรการกำลังโบกมือเรียกผม ที่แท้เขาได้เห็นเหตุการณ์ที่ผมขายข้าวกล่องแล้ว ชูนิ้วโป้งพูดว่า “ ไอ้หนุ่ม ไม่เลวเลย มีหัวนี่ ดูเหมือนตอนแรกเธอคงไม่ได้คุยโม้ ฉันตัดสินใจฝืนกฎแกณฑ์รับเธอเข้าเป็นพนักงานขาย “ ชั่วขณะนั้นผมยังไม่ทันรู้ตัวว่าโชคกำลังเข้าข้าง กลับตอบออกไปอย่างเซ่อๆ ว่า “ เดี๋ยวค่อยคุยกัน ขอผมไปกินข้าวก่อน “ ผู้จัดการเข้าใจว่าผมกำลังยั่วอารมณ์เขา ที่แท้ผมได้กำไรเงินดีใจจนลืมอะไรไปหมด ผู้จัดการบอกว่า เธอไม่ต้องไปไหน มากินข้าวที่โรงงานนี่แหละ ตอนนี้เที่ยงพอดี พวกเรากำลังจะกินข้าวเที่ยง
“ ตอนนี้ผมเพิ่งรู้ว่าโชคมาเยือน ดีใจจนไม่รู้จะพูดอะไรดี “

*** ผู้มีความสามารถ ช่วงชิงโอกาสได้ทุกเวลา

*****



Create Date : 11 กรกฎาคม 2553
Last Update : 11 กรกฎาคม 2553 17:28:52 น. 1 comments
Counter : 230 Pageviews.

 
ชอบค่ะชอบๆ


โดย: noinanai IP: 117.47.82.189 วันที่: 11 กรกฎาคม 2553 เวลา:18:19:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

syrubbocaboro
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add syrubbocaboro's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.