ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง
Group Blog
 
All Blogs
 
ชายตาบอดกับสุนัขนำทาง


ชายตาบอดกับสุนัขนำทาง 

วันหนึ่ง ชายตาบอดกำลังเดินข้ามถนนโดยมีสุนัขนำทาง ทันใดนั้นรถบรรทุกคันหนึ่งเสียหลักพุ่งเข้าชนเต็มแรง เขาตายคาที่ สุนัขนำทางก็ตายอย่างอนาทพร้อมเจ้าของ

ชายเจ้าของพร้อมกับสุนัขของเขามาถึงหน้าประตูสวรรค์

เทวทูตนางหนึ่งสกัดกั้นพวกเขาไว้ พูดอย่างลำบากใจว่า “ ขอโทษค่ะ ขณะนี้บนสวรรค์สามารถรับได้อีกเพียงหนึ่งรายเท่านั้น พวกเจ้าหนึ่งในสองต้องมีผู้ที่ไปนรก “

เจ้าของได้ฟังเช่นนั้นก็รีบถามขึ้นว่า “ สุนัขของฉันมันไม่รู้หรอกว่าอะไรคือสวรรค์ อะไรคือนรก ให้ฉันเป็นคนตัดสินใจได้ไหมว่าใครจะได้ไปสวรรค์ “

เทวทูตมองเขาด้วยสายตาเหยียดๆ ขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นว่า “ ขออภัยจริงๆ คุณ ทุกๆ วิญญาณล้วนเสมอภาคเท่าเทียมกัน พวกคุณจะต้องใช้วิธีแข่งขันเพื่อตัดสินว่าใครจะได้ขึ้นสวรรค์ “     

เจ้าของสุนัขรู้สึกผิดหวัง ถามว่า “ เหรอ แล้วจะแข่งอะไร “

เทวทูตตอบ “ การแข่งขันนี้ง่ายมาก คือการวิ่งแข่ง จากที่ตรงนี้วิ่งไปถึงประตูใหญ่ของสวรรค์ ใครถึงก่อน ผู้นั้นก็ได้อยู่บนสวรรค์ แต่ทว่า คุณไม่ต้องหนักใจอะไร เพราะคุณได้ตายไปแล้ว ไม่ใช่คนตาบอดอีกแล้ว และอีกอย่างความเร็วของวิญญาณไม่เกี่ยวกับกายเนื้อ ผู้ที่มีจิตบริสุทธิและเมตตาอารีก็ยิ่งจะมีความเร็ว สูง “

เจ้าของสุนัขครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดตกลงเห็นด้วย

เทวทูตให้เจ้าของและสุนัขเตรียมตัวให้พร้อม และประกาศเริ่มต้นการแข่งขัน นางมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าชายเจ้าของสุนัขจะต้องวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อที่จะได้ขึ้นสวรรค์ แต่ใครจะคาดคิดได้ว่าเจ้าของสุนัขไม่รีบไม่ร้อน ก้าวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า และสิ่งที่ทำให้เทวทูตตกใจมากก็คือ เจ้าสุนัขของเขาก็ไม่ได้วิ่งแต่อย่างใด มันก้าวเดินตามจังหวะของเจ้าของอย่างเชื่องช้า ไม่ยอมละห่างเจ้าของแม้แต่ครึ่งก้าว

เทวทูตเข้าใจได้ในทันทีว่า ที่แท้หลายปีมานี้เจ้าสุนัขคงจะเคยชินกับการที่ต้องติดตามการเคลื่อนไหวของเจ้าของ เดินนำเจ้าของ คอยปกป้องคุ้มครอง ชายเจ้าของสุนัขช่างน่ารังเกียจสิ้นดี เขาจะต้องใช้ประโยชน์จากจุดนี้แน่ๆ ถึงได้มีความมั่นใจในชัยชนะ แค่เพียงเรียกเจ้าสุนัขหยุดลงเมื่อถึงหน้าประตูสวรรค์ก็ได้แล้ว

เทวทูตมองดูเจ้าสุนัขที่แสนซื่อสัตย์แล้วรู้สึกเศร้าใจ นางตะโกนไปที่สุนัขด้วยเสียงอันดังว่า “ แกได้เสียสละทั้งชีวิตให้นายของแกไปแล้ว นายของแกไม่ใช่ชายตาบอดอีกต่อไป แกไม่ต้องไปนำทางให้เขาอีกต่อไป รีบวิ่งเข้าประตูสวรรค์เร็วๆ “

แต่ทว่า ไม่ว่าเจ้าของหรือสุนัข ดูเหมือนไม่ได้ยินเสียงของนางเลย ยังคงก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ยังกับกำลังเดินเล่นอยู่อย่างนั้นแหละ

เป็นจริงดังว่า เมื่อมาถึงห่างจากจุดที่กำหนดไม่กี่ก้าว ชายเจ้าของก็ออกคำสั่ง เจ้าสุนัขนั่งลงอย่างว่าง่าย เทวทูตจ้องมองชายเจ้าของสุนัขด้วยสายตาดูแคลน

เวลานี้ ชายเจ้าของสุนัขหัวเราะขึ้นและหันมาพูดกับเทวทูตว่า “ ในที่สุดฉันก็ได้ส่งสุนัขของฉันมาถึงหน้าประตูสวรรค์แล้ว แต่สิ่งที่ฉันเป็นห่วงที่สุดก็คือมันไม่เคยอยากอยู่บนสวรรค์ มันอยากอยู่ด้วยกับฉันมากกว่า เพราะฉะนั้นฉันจึงต้องตัดสินใจแทนมัน ได้โปรดช่วยดูแลมันด้วย “

เทวทูตตกตะลึง

ชายเจ้าของสุนัขมองดูมันด้วยความอาลัยอาวรณ์ แล้วพพูดขึ้นว่า “ ใช้วิธีแข่งขันนี้ดีทีเดียว ฉันเพียงแต่ให้มันเดินขึ้นหน้าอีกสักกี่ก้าว มันก็จะได้ไปสวรรค์แล้ว แต่ว่า มันอยู่เป็นเพื่อนฉันมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นมันกับตาตัวเอง ฉะนั้นฉันจึงอยากจะเดินช้าๆ เพื่อจะได้มองดูมันนานสักหน่อย ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจะได้เผ้ามองมันตลอดไป ถึงแล้วสวรรค์ ที่นี่จึงเป็นที่ที่มันควรจะอยู่ โปรดช่วยดูแลมันด้วย “

จบคำพูด ชายเจ้าของสุนัขออกคำสั่งให้เจ้าสุนัขวิ่งขึ้นหน้า และนาทีที่เจ้าสุนัขวิ่งมาถึงจุดหมายปลายทาง ชายเจ้าของสุนัขก็รู้สึกตัวเบาเหมือนสำลีแล้วก็ล่องลอยไปสู่ทิศทางที่ไปนรก สุนัขของเขาเห็นเข้าก็กลับหัวพุ่งตามไปหาเจ้าของทันที ขณะที่เทวทูตที่รู้สึกเสียใจและสำนึกผืดก็รีบกางปีกของนางบินตามติดไปทันที หวังจะคว้าเจ้าสุนัขเอาไว้ ทว่า นั่นคือวิญญาณที่บริสุทธิที่สุดในโลก ความรวดเร็วของมันจึงยังเหนือกว่าเทวทูตใดๆ บนสวรรค์

บัดนี้เจ้าสุนัขนำทางก็มาอยู่กับเจ้าของของมันอีกแล้ว ถึงจะเป็นนรกแต่มันก็ยังคงเฝ้าระวังเจ้าของของมันตลอดไป

เทวทูตยืน ณ ตรงนั้นอยู่นาน แล้วพึมพัมกับตัวเองว่า “ ข้าผิดตั้งแต่ต้นแล้ว วิญญาณทั้งสองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน พวกเขาไม่อาจแยกจากกัน “

    *** สัจธรรมความจริงมีอยู่หนึ่งเดียว แต่ในสายตาผู้คนที่ต่างกัน ก็จะมีมุมมองถูกผิดชั่วดีที่ต่างกันเพราะอะไรเล่า ความจริงเหตุผลง่ายมาก เราทุกคนไม่ควรมองสรรพสิ่งอย่างตายตัว หรือใส่แว่นสีมามองปัญหา และใช้ประสบการณ์หรือมารตฐานชั่วดีของตนเองมาเป็นบรรทัดฐานวัดผู้อื่น สุดท้ายเราก็จะได้แต่ภาพลวงตา *****  



Create Date : 20 มิถุนายน 2553
Last Update : 20 มิถุนายน 2553 20:56:03 น. 2 comments
Counter : 504 Pageviews.

 
(: ซึ้งมากๆคะ อ่านแล้วกินใจมาก


โดย: samurai (samuraiberger ) วันที่: 20 มิถุนายน 2553 เวลา:22:56:09 น.  

 

เนื้อเรื่องดี
สรุปได้สุดยอด


โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 20 มิถุนายน 2553 เวลา:23:45:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

syrubbocaboro
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add syrubbocaboro's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.