เที่ยวไร่มันฝรั่งแหล่งวัตถุดิบป้อน "เลย์"





"บุญศรี ใจเป็ง" เกษตรกรผู้ปลูกมันฝรั่ง อ.สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า เริ่มปลูกมันฝรั่งมาตั้งแต่เด็กราว ๆ ปี 2507 กับผู้เป็นพ่อปั่น ใจเป็ง โดยเริ่มแรกปลูกประมาณ 2-3 ไร่ จนปัจจุบันปลูกไร่มันฝรั่งประมาณ 1,500 ไร่ต่อปี การปลูกมันฝรั่งในระยะเเริ่มแรกนั้นขายผลผลิตให้กับฐานทัพทหารสหรัฐหรือจีไอที่เข้ามาประจำที่ประเทศไทยถือเป็นลูกค้าส่วนใหญ่ในขณะนั้น ในเบื้องต้นก่อนจะเริ่มปลูกมันฝรั่งอย่างจริงจังได้ปลูกมันฝรั่งในลักษณะแซมกับพืชอื่นเช่นต้นใบยาสูบ กระเทียม ถั่วเหลืองเป็นพืชแต่เดิมที่ทางครอบครัวได้ปลูกก่อนมันฝรั่งและเมื่อเริ่มมีความรู้มากขึ้นก็ได้ปรับเปลี่ยนมาเป็นปลูกอย่างจริงจังหลังทำนาข้าว จนกระทั่งเมื่อปี 2527 ได้มีโครงการหลวงร่วมสหรัฐทำการศึกษาวิจัยการปลูกมันฝรั่งอย่างเป็นระบบ และนำมันฝรั่งไปปลูกเพื่อทดแทนหรือลดการปลูกพืชอื่นนั่นก็คือฝิ่นตลอดจนการทำไร่เลื่อนลอย

สำหรับมันฝรั่งของไร่"บุญศรี"ได้ปลูกพันธุ์แอตแลนติค FL2215 FL2207 เนื่องจากให้ปริมาณแป้งสูง ปลูกง่าย ต้านทานโรคสูงเหมาะสมกับอากาศในประไทยโดยเฉพาะภาคเหนือและอีสานนั่นคือมีความเย็นเพราะมันฝรั่งเป็นพืชเมืองหนาวที่กลางคืนจะอยู่ในอากาศ 15 องศา กลางวัน 25 องศา อยู่ในแดด 12 ชั่วโมง ส่วนโรคของมันฝรั่งจะคล้ายกับการปลูกมะเขือเทศ การปลูกจะเริ่มต้นพ.ย.ถึงกลางเดือนธันวาคม และเก็บเกี่ยวในเดือนกุมภาพันธ์ เป็นพืชอายุสั้นที่ปลูกหลังนาได้ คือเพียงสามเดือนเท่านั้น การปลูกมันฝรั่งจะเริ่มจากการเตรียมและปรับปรุงดินโดยใช้รถแทรกเตอร์ทำดินให้ละเอียดทำแปลงปลูกให้เรียบ และทำร่องให้ลึกพร้อมใส่ปุ๋ยปลูกในระยะห่างระหว่างต้น 90 ซม.ใช้เวลาในการปลูกในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์

ในส่วนของการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 20,000 - 32,000 บาทต่อไร่กำไรอยู่ที่ 10,000 -18,000 บาทภายหลังหักต้นทุนแล้ว ทั้งนี้ปริมาณผลผลิตจะได้มากน้อยเพียงใดก็อยู่ที่สภาพอากาศ สภาพมันฝรั่ง โดยผลผลิตที่ได้ตั้งแต่เริ่มปลูกอยู่ที่ 2-4 ตันต่อไร่และมีเป้าหมายจะให้ได้ 5 ตันต่อไร่ในฤดูกาลเพาะปลูกปีนี้หากปริมาณน้ำเพียงพอเพราะถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพาะปลูกบริษัทรับซื้อ

"สิ่งที่ภูมิใจกับครอบครัวนั่นคือเมื่อปี 2528 เดือนกุมภาพันธ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินมายังไร่มันฝรั่งของผม"

เกษตรกรผู้นี้ได้ให้คำแนะนำกับผู้ที่อยากเปลี่ยนมาปลูกมันฝรั่งด้วยว่า มันฝรั่งมีความเสี่ยงเหมือนกับพืชอื่นโดยทั่วไปแต่สำหรับการปลูกตนมีตลาดรับซื้อแน่นอนมีการประกันราคาชัดเจนจากผู้รับซื้อจากเอกชนคือการทำ Contract Farming จากบริษัทเป๊ปซี่โคตลอดจนการปลูกข้าวก็ได้ทำ Contract Farming กับโรงสีข้าวเช่นกัน แม้ว่ามันฝรั่งจะเป็นพืชอายุสั้นแต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องการตลาด เกษตรกรผู้ปลูกต้องมีการทำข้อตกลงกับโรงงานผู้รับซื้อ เพื่อเป็นการยืนยันว่ามีตลาดรับซื้อแน่นอน แม้ตลาดมีความต้องการมากเพราะในภาคการผลิตยังไม่เพียงพอที่จะป้อนวัตถุดิบให้กับผู้ผลิต แต่เกษตรกรผู้ปลูกก็ต้องมีการบริหารจัดการที่ดีต้องมีข้อตกลงมีแผนการผลิต หากทำเป็นแปลงใหญ่บริษัทจะให้ความสำคัญเพราะมันฝรั่งเป็นพืชที่ดีวันนี้เกษตรกรไทยมีความสามารถในการปลูกพืชมันฝรั่งหรือพืชอื่นทุกอย่างแต่มีปัญหาการบริหารจัดการที่ไม่ได้มาจากตัวพืช

"ภาครัฐมองปัญหาไม่ถูกจุด มันฝรั่งเป็นพืชที่มีอนาคต เป็นพืชอาหารหลัก พืชหลายตัวมีความจำเป็นในการสร้างการค้า แต่มีปัญหาแต่ปัญหาต่าง ๆ ไม่ได้มาจากตัวพืช หากแต่มาจากระบบบริหารจัดการ"

สำหรับเกษตรกรผู้นี้ได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาพืชไร่ พ.ศ.2553 ทั้งยังเป็นมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์(ส่งเสริมการเกษตร ) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประธานสหกรณ์ผู้ปลูกมันฝรั่งเชียงใหม่ จำกัด พ.ศ. 2534 – 2543 กรรมการมาตรฐานมันฝรั่ง สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) รวมทั้งได้มีการเดินทางไปศึกษาดูงานการผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งในต่างประเทศ ทั้งเนเธอแลนด์ สก็อตแลนด์ และญี่ปุ่นปัจจุบันเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับมันฝรั่งให้กับหลายหน่วยงาน เช่น ภาควิชาพืชไร่นา ม.เกษตรศาสตร์, ม.แม่โจ้, โครงการหลวง และ หน่วยงานที่สนใจ การจัดทำแปลงสาธิตให้โครงการหลวงปางอุ่ง-แม่แจ่ม-ม่อนแจ่ม


"ชวาลา วงศ์ใหญ่"ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายส่งเสริมการเกษตร บริษัทเป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ในต่างประเทศมันฝรั่งถือเป็นพืชสำคัญอันดับโลก สำหรับประเทศเมื่อปี 2549 กระทรวงเกษตรได้นำมันฝรั่งเข้ามาปลูกเป็นพืชที่สร้างความั่นคงแก้ปัญหาพืชล้านตลาดของ จากนั้นอุตสาหกรรมมันฝร่งก้เริ่มมีบทบาทมากขึ้นและครบวงจรตามลำดับ การปลูกมันฝรั่งในส่วนการส่งเสริมทางบริษัทกับเกษตรกรผลผลิตอยู่ที่ 3 ตันต่อไร่แต่ได้วางเป้าหมายไว้ที่ 5 ตันต่อไร่หากได้จำนวนดังกล่าวถือว่าปริมาณเทียบเคียงกับต่างประเทศ เป๊ปซี่โคยึดถือนโยบายการส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืนมาโดยตลอดโดยมีการส่งเสริมการเพาะปลูกมันฝรั่งอย่างยั่งยืนภายใต้สัญญาข้อตกลงซื้อขายผลผลิตมันฝรั่งที่กำหนดราคารับซื้อที่แน่นอนพร้อมสนับสนุนถ่ายทอดความรู้จากต่างประเทศในด้านเทคนิคการเพาะปลูกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตรและช่วยเพิ่มผลิตผลต่อไร่ให้สูงขึ้น การสนับสนุนหัวพันธุ์มันฝรั่งคุณภาพและปัจจัยการผลิตต่าง ๆ รับซื้อมันฝรั่งจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ อย่างต่อเนื่องทุกปี เกษตรกรที่เราให้การส่งเสริมราว 3,500 ราย ครอบคลุมพื้นที่การปลูกรวมกว่า 22,000 ไร่ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา และตาก รวมถึงในภาคอีสาน อาทิ จังหวัดสกลนคร และนครพนม เป็นต้น

การปลูกมันฝรั่งในประเทศไทยอากาศเย็นคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการปลูกมันฝรั่ง ดังนั้น ภาคเหนือ จึงเป็นภูมิภาคเดียวที่มีปัจจัยด้านอากาศเหมาะสมกับการปลูกมันฝรั่งมากที่สุดผลผลิตเฉลี่ย 3 ตัน/ไร่สำหรับไทย ต่างประเทศผลผลิตเฉลี่ย 6 -8 ตัน/ไร่ ทั้งนี้ 95% ปลูกในภาคเหนือ เกษตรกรประมาณ 5,000 –6,000 ราย ผลผลิตรวมทั้งประเทศประมาณ 105,000 ตัน พื้นที่ปลูกรวมประมาณ 35,000ไร่ โดยเป็นข้อมูลจากสำนักงานเสรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 2559 โดยฤดูปลูกหลักคือฤดูแล้ง : ปลูกพย.–ธค.และเก็บเกี่ยว กพ. –มีค. พื้นที่ปลูกประมาณ 70% ผลผลิตเฉลี่ย 3 ตัน/ไร่ ฤดูปลูกรองคือฤดูฝน: ปลูก พค.- กค. และเก็บเกี่ยว สค.–ตค. สามารถปลูกได้บางจังหวัดที่มีอากาศหนาว ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล >1,000 ม. พื้นที่ปลูกประมาณ 30% ผลผลิตเฉลี่ย 2 ตัน/ไร่

"เป้าหมายการส่งเสริมการเกษตรยั่งยืนได้ริเริ่มระบบน้ำหยดเพื่อเป็นต้นแบบในการเพิ่มประสิทธิภาพ สูงสุดของการให้น้ำและธาตุอาหารรวมทั้งสามารถควบคุมน้ำได้ ไม่สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม เกษตรกรมีความมั่นคง พึ่งตนเองได้ และมีความสุข ผลผลิตมีคุณภาพ ปลอดภัย ไม้มีสารพิษตกค้างลดการพึ่งพาจากภายนอก การปลูกพืชทุกชนิดมีโอกาสเป็นโรคแต่ยาที่ใช้ในการรักษาก็มีหลากหลายบางอย่างก็ต้องใช้สารเคมีการปลูกมันฝรั่งเราเริ่มดูแลตั้งแต่เริ่มต้นว่าการใช้สารเคมีที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไรและใส่สารเคมีในช่วงเวลาไหนจึงจะเหมาะสมเกษตรกรเองก็ต้องเรียนรู้อย่างถูกต้องเช่นกัน"

มันฝรั่งจัดเป็น 1 ใน 4 ของพืชอาหารที่สําคัญที่สุดของโลกอันได้แก้1) ข้าวโพด 2) ธัญพืช 3) ข้าว และ4) มันฝรั่ง ใช้เป็นอาหารประจําวัน มีแคลอรี่ต่ํา อุดมด่วยวิตามิน อิ่มท้องได้นาน ช่วยลดความอ้วน โปรตีนที่ได้จากมันฝรั่งมีคุณภาพสูงกว่าโปรตีนที่ได้ จากถั่วลิสง ใช้ในอุตสาหกรรมเพื่อผลิตแอลกอฮอลและกรดซิตริกลอยาง พลาสติก ฟิลม์ สีน้ํามัน และใช้ในอุตสาหกรรมกระดาษ อุตสาหกรรมทอผ้า ช่วยลดรอยคล้ำใต้ตาได้เพราะมันฝรั่งมีเอนไซม์ที่ทําให้สีผิวดูอ่อนและจาง ลงได้ แก้ปัญหาตาคล้ําอย่างรวดด่วนได้เป็นอย่างดี ใช้เป็นอาหารสัตว์โดยเฉพาะโคนมที่จะให้ปริมาณน้ำนมมากกว่าปกติ

"จรณชัย ศัลยพงษ์"ผู้อำนวยการฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า มันฝรั่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างผลกำไรให้เกษตรกรประมาณ 8,000 – 10,000 บาทต่อไร่ต่อปี โดยเฉพาะมันฝรั่งพันธุ์โรงงาน ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูป ถือเป็นพืชที่มีศักยภาพสูงในเชิงเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาด มีการประกันราคาและมีแหล่งรับซื้อที่แน่นอน อยู่ที่ราคา 10.80 บาทต่อกิโลกรัม แต่ภาครัฐประกันอยู่ที่ 10.40 บาทต่อกก.แต่ในของบริษัทหากเกษตรกรรายใดที่ปลูกและดูแลมันฝรั่งอย่างดีก็จะมีราคาจูงใจรับซื้อที่ 12.55 กก.

มันฝรั่งที่ผลิตได้ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ โดยเฉพาะการแปรรูปเป็นมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ ภาคอุตสาหกรรมมีความต้องการประมาณ 120,000 – 150,000 ตันต่อปี แต่ผลิตในประเทศเพียง 105,988 ตันทำให้ต้องนำเข้าจากต่างประเทศปีละ 36,317 ตัน ทำให้คณะอนุกรรมการบริหารการผลิตกลุ่มสินค้าพืชหัว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำร่างยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริมการปลูกมันฝรั่งพันธุ์โรงงานใน 16 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อทดแทนพื้นที่ปลูกพืชอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงของผลตอบแทนจากความไม่แน่นอนด้านผลผลิตและราคา อาทิ กระเทียม หอมแดง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

เป๊ปซี่โคให้การสนับสนุนร่างยุทธศาสตร์ฯดังกล่าวเพราะทำให้ระบบการผลิตมีความมั่นคง ส่งเสริม ขยายการเพาะปลูกมันฝรั่งภายในประเทศที่เน้นปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพของผลผลิต ซึ่งส่งผลดีต่อเกษตรกรในการพัฒนาทักษะความรู้ ช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว สอดคล้องนโยบายบริษัทฯที่มุ่งเน้นใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการส่งเสริมการจ้างงาน การสร้างรายได้ ซึ่งส่งผลต่อชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเกษตรกรและสร้างความยั่งยืนให้กับทุกชุมชนที่เราดำเนินธุรกิจ ตลอดจนการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น การดําเนินกิจกรรมทางด้วยความรับผิดชอบต่อโลกและสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นการลดการใช้น้ำ ปริมาณของเสีย การปล่อยก๊าซเรือนกระจกและทรัพยากรอื่น ๆ การส่งเสริมศักยภาพของทรัพยากรบุคคลและชุมชนด้านการสิทธิมนุษยชน ด้านการส่งเสริมการเกษตรกร ด้านความหลากหลาย ด้านศักยภาพของสตรีและเยาวชน"

สำหรับผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทภายใต้ชื่อ"เลย์"จะมีหลากหลายซึ่งบางชนิดจะออกวางจำหน่ายในช่วงระยะเวลาหนึ่งและไม่ได้วางจำหน่ายตลอดเหมือนรสชาติอื่นในขณะนี้ รวมทั้งเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว และคำนึงถึงผู้บริโภค"

"ช่อทิพย์ แดงใจ"ผู้จัดการโรงงานลำพูน กล่าวว่า เมื่อปี 2538 มีการตั้งโรงงานที่จว.ลำพูน เพราะเป็นจุดศูนย์กลางการเพาะปลูกที่ภาคเหนือและนำเข้าโรงงานได้รวดเร็วเนื่องจากมีผลต่อค่าของแป้งในมันฝรั่งเพราะการผลิตมันฝรั่งจะต้องมีค่าความเป็นแป้งที่สูง สำหรับกระบวนการผลิตตั้งแต่จากไร่จนถึงออกมาเป็นบรรจุภัณฑ์วางจำหน่ายตามท้องตลาดนั้น จะเริ่มจากการนำมันฝรั่งมาทำความสะอาด ตรวจวัดปริมาณของแป้ง ลำเลียงสู่การผลิตแะล้างมันฝรั่งอีกครั้ง และแยกแยะสิ่งแปลกปลอม เครื่องจักรจะปอกเปลือกและขัดเบา ๆ ที่บริเวณหัวมันฝรั่ง การตัดหัวมันฝรั่งจะเปลี่ยนใบมีกในตัวเครื่องทุก ๆ 90 นาที เพื่อให้คมตลอดหากไม่คมจะทำให้มีผลต่อมันฝรั่งที่อมน้ำมันมากเกินไปและนำมาผ่านการล้างอีกครั้งก่อนอบและเข้าเตาทอด และเมื่อออกมาเป็นมันฝรั่งก็ต้องวัดความชื้นเพื่อให้ได้มาตรฐานโดยขั้นตอนนี้จะมีการส่งสัญญาณจากเครื่องไปยังคอมพิวเตอร์ว่าความชื้นได้มาตรฐานหรือไม่ รวมทั้งการปรุงรสมันฝรั่งก็จะเป็นการตั้งค่าอัตโนมัติ

"การบรรจุผลิตภัณฑ์ในถุงเลย์ที่จะเห็นว่ามีความโปร่ง เนื่องจากได้บรรจุสาร"ไฮโดรเจน"เพื่อกันหืนโดยการไล่สารออกซิเจนออกมานั่นเอง"






Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2560 10:30:28 น.
Counter : 511 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ท่องเที่ยวโครงการหลวง 36 ดอย 365 วัน


"แม่ฮ่องสอน"เป็นเป้าหมายที่ผู้เขียนพร้อมเพื่อนมุ่งหน้าไปเยือนความสนุกสนานจากการไปเที่ยวครั้งนี้ยังคงให้สาระความรู้ด้วยเนื่องจากแวะเข้าเยี่ยมชมโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ "ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ" ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองในปี 2522  มีหน้าที่ในการผลิตและส่งเสริมการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์เมืองหนาวให้แก่หมู่บ้านเป้าหมายของโครงการพัฒนาตามพระราชดำริซึ่งอยู่โดยรอบและใกล้เคียง ในหลวง ร.9 ยังได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้ดำเนินงานโครงการด้วยความเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ประหยัด

ภาพในศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ

3 - 5  มีนาคม 2549 สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาตามพระราชดำริและมีพระราชเสาวนีย์เกี่ยวกับการพัฒนาอาชีพและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบนพื้นที่สูงสรุปว่า การจัดที่ทำกินและส่งเสริมอาชีพให้ราษฏร์ปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์และปลูกข้าวให้พอเพียงกับการบริโภค "ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง" เป็นพื้นที่หลักในการบริการความรู้แก่เกษตรกรบนพื้นที่และพัฒนาพื้นที่เป็นจุดเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร 

เจ้าหน้าที่นำชมศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ

"โครงการนี้จะเน้นการพัฒนาและจัดการให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างผาสุกและยั่งยืน ได้เกิดเป็นวิสัยทัศน์โครงการ "ปางตอง แหล่งเรียนรู้สู่การขยายผล เพื่อชุมชน คนและป่า" ซึ่งพันธกิจหลักนั้นมุ่งสู่ การสร้างแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับประชาชนบนที่ราบสูง ผลิตปัจจัยที่จำเป็นให้เกิดการวิจัยเชิงพัฒนา พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อสร้างเครือข่ายสู่ชุมชน ปัจจุบันศูนย์พัฒนาโครงการหลวงกระจายตัวตามดอยต่าง ๆ ทางภาคเหนือตอนบนถึง 36 แห่ง  มีสถานีวิจัย 4 แห่ง  จากสภาพพื้นที่โครงการหลวงที่ส่วนใหญ่อยู่บนเทือกเขาสูงอากาศเย็นสบายตลอดปี ทิวทัศน์สวยงาม วัฒนธรรมชนเผ่าต่าง ๆ ที่น่าสนใจ โครงการหลวงจึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่"

"ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง"นี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายโครงการหลวงที่ยกตัวอย่างมาให้เห็นว่า นอกจากจะเป็นสถานที่อบรมให้ความรู้แล้วยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย

มีหนังสือเล่มหนึ่งว่าด้วยการท่องเที่ยวในโครงการหลวง"ท่องเที่ยวในโครงการหลวง 36 ดอย 365 วัน "เป็นหนังสือที่รวบรวมเส้นทางท่องเที่ยวในโครงการหลวงที่สามารถเดินทางได้ทั้งรถส่วนตัวและรถประจำทาง และสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดปี ยกตัวอย่างเส้นทางแรก  โครงการหลวงอินทนนท์ - ขุนวาง - แม่สะป๊อก - ทุ่งหลวง - วัดจันทร์ , เส้นทางที่สองโครงการหลวงหนองเขียว - อ่างขาง - หมอกจ๋าม - ห้วยลึก , เส้นทางที่สามแม่ริม - สะเมิง - หางดง - เส้นทางที่สี่ เส้นทางสายจอมทอง - ฮอด - แม่ลาน้อย - ขุนยวม , เส้นทางที่ห้า เส้นทางตามทางหลวงหมายเลข 118เชียงใหม่ - เชียงราย  , เส้นทางที่ 6 เส้นทางศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า , เส้นที่ 7 เส้นทางศูนย์พัฒนาโครงการหลวงพระบาทห้วยต้ม......

ภาพในศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ

บางส่วนจากความสนุกสนานที่ปางอุ๋ง

ภาพหลังจากนี้ขอบคุณจากหนังสือท่องเที่ยวในโครงการหลวง 36 ดอย 365 วัน

วีดีโอโครงการหลวง




Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560 20:41:57 น.
Counter : 393 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ทรายเม็ดแรกของอ่าวไทยที่แหลมผักเบี้ย... เพชรบุรี


ช่วงบ่ายวันพักผ่อนคณะของเราลงเรือเพื่อไปที่ปลายแหลมผักเบี้ย เพื่อดูทรายเม็ดแรกที่เกิดขึ้นในทะเลอ่าวไทย ชายหาดแหลมผักเบี้ยเป็นจุดเริ่มต้นของหาดทรายในฝั่งทะเลตะวันออกของทะเลอ่าวไทยทอดยาวลงมาประมาณ 2,000 เมตรก่อนจะจรดกับชายหาด หาดเจ้าสำราญ

สถานที่นี้ถือเป็นจุดสำคัญของแหลมผักเบี้ย กำลังพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่

บริเวณปลายแหลม หาดทรายขาวที่ทอดตัวเป็นแนวยื่นแหลมออกไปในทะเล ยาวเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร

จุดทรายแหลมผักเบี้ยแห่งนี้นี่เองถูกชาวบ้านขนานนามให้เป็นจุดชม"ทรายเม็ดแรก"ที่บริสุทธิ์และสมบูรณ์ที่สุดขออ่าวไทยเป็นทรายเนื้อละเอียดเบียดตัวกันอย่างหลวม ๆ เพียงเหยียบลงไปจะรู้สึกถึงความนุ่มเท้าในทุกย่างก้าว

ตอนเช้าและยามเย็น ณ จุดนี้สามารถเห็นรอยต่อระหว่างหาดโคลนก้นอ่าวไทยกับหาดทราย และด้วยความอุดมสมบูรณ์บนเส้นทรายตลอด 2 กม.รวมทั้งอุดมไปด้วยสัตว์น้ำปลาเล็กปลาน้อยทำให้ บริเวณปลายแหลมผักเบี้ยนี้กลายเป็นแหล่งหากินของนกท่องน้ำหลากชนิด โดยเฉพาะนกเค้าดิน นกยางกรอกชวา นกหัวโตมลายู นกนางนวล แกลบฯลฯที่จะพบห็นได้ง่าย

สถานที่แห่งนี้ยังเหมาะต่อการนั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกในมุมมองที่สวยงามในบรรยากาศบนหาดทรายกลางน้ำ

นักท่องเที่ยวนอกจากจะชมทรายเม็ดแรกแล้วเรายังสามารถ  นั่งเรือล่องคลอง เพลิดเพลินและศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนกับการนั่งเรือจากท่าเรือสู่ปลายแหลมฯ(ปากคลองอีแอด)

การเดินทางต้องเช่าเรือจากท่าเรือแหลมผักเบี้ย ล่องตามคลองอีแอดรวมระยะทางประมาณ2.2 กิโลเมตร ใช้เวลาชม โดยการล่องเรือประมาณ 1-2 ชั่วโมง และควรตรวจสอบระดับน้ำก่อนการเดินทาง

เส้นทางการศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนคลองอีแอด เป็นแหล่งกำเนิดและอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน สร้างความอุดมสมบูรณ์ ให้แก่ท้องทะเลอ่าวไทย จึงเป็นป่าที่มีคุณค่าต่อการอนุรักษ์อย่างยิ่งป่าผืนนี้ได้รับการอนุรักษ์โดยชาวแหลมผักเบี้ยเป็นอย่างดี

ทั้งนี้มีสัตว์อาศัยอยู่หลายชนิด อาทิ ค้าวคาวแม่ไก่ นกชายเลนชนิดต่าง ๆ ปูทะเล ปลาตีน (เล็ก-ใหญ่) ปูก้ามดาบ นับพันตัวโชว์ก้ามอวดสีสันละลานตา มีสะพานไม้ทอดยาว เลียบป่าชายเลนถึงชายหาดรวมระยะทางทั้งสิ้น 680 เมตรเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ร่มรื่นและ ปลอดภัย

การเดินทางเริ่มต้นจากท่าเรือแหลมผักเบี้ยนักท่องเที่ยวควรเตรียมหมวก น้ำดื่มกล้องส่องทางไกลและแต่งกาย ด้วยสีสันกลมกลืนกับธรรมชาติ เพื่อไม่ทำให้นกและสัตว์ตื่นตกใจ

เส้นทางศึกษาธรรมชาติภายในโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการศึกษาวิจัยการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบธรรมชาติ กล่าวคือ การบำบัดน้ำเสียโดยใช้แสงแดด ใช้ระบบบ่อผึ่ง หญ้ากรองด้วยการรวบรวมน้ำเสียจากเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ส่งผ่านท่อมาสู่โครงการ รวม ระยะทาง18 กิโลเมตร รวมถึงศึกษาสารตกค้างในตะกอนหลังการบำบัด ซึ่งผลการศึกษาปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างดีไม่พบสารพิษตกค้างในตะกอนในพืชและสัตว์นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าศึกษา เรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนั้นแล้วยังเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจเพราะ มีนกหายากได้แก่ นกรัฟ นกทะเลเขาแดง ลายจุด นกทะเลเขาเขียว นกชายเลนบึง นกปากงอน และนกอื่นๆ อีกมากมาย มารอกินปลาในบ่อผึ่ง รวมถึงมีเส้นทาง การดูนกป่าชายเลนด้วย

ใกล้กันชายหาดวัดสมุทรธาราม เป็นหาดทรายที่ทอดยาวติดกับหาดเจ้าสำราญมีความลาดชันพอเหมาะต่อการลงเล่นน้ำ มีร้านอาหารให้บริการหลายร้าน มีสวนสนร่มครึ้มให้นั่งพักผ่อนหรือแวะสักการะพระพุทธรูป ในอุโบสถเพื่อความเป็นสิริมงคล สามารถเดิน-วิ่งไล่จับปูลมยามน้ำลงริมชายหาดได้

ในยามพลบค่ำเป็นจุดชม ค้างคาวแม่ไก่ออกหากินได้ดีอีกด้วยการเดินทางนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางต่อจากหาดเจ้าสำราญได้ โดยใช้ถนนเลียบชายหาด ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร

การเดินทางไปชมทรายเม็ดแรก ต้องนั่งเรือเครื่องหางยาวล่องออกไปใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงจะมีชาวบ้านประมงอาสาเป็นไกด์นำเรือออกมาให้บริการตลอดวัน ถือเป็นอาชีพผู้นำเที่ยว ให้เป็นอาชีพเสริมของคนตำบลแหลมผักเบี้ยไปในตัว จากการส่งเสริม ของอบต.แหลมผักเบี้ย และททท.เขต 2 ชะอำ

ไกด์คนเก่งของเรา ส.อ.สมทรง พูลทัศน์

ดูก็รู้ว่าเริงร่าขนาดไหน




Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2560 14:18:26 น.
Counter : 551 Pageviews.
2 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  

BlogGang Popular Award#13



สมาชิกหมายเลข 3402302
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]