โหลดเลย ! แผนที่แหล่งท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา 
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ได้จัดทำแผนที่แหล่งท่องเที่ยวใน อช.ตะรุเตา และแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เพื่อเป็นข้อมูลให้แก่นักท่องเที่ยว ที่สนใจเดินทางมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตาและสถานที่ใกล้เคียง 
 
สามารถดาวน์โหลดแผนที่ได้ตามลิ้งค์ 
https://drive.google.com/…/1IpZEfV4moIOD_9L4NeEzEuGSQ…/view…



 






 









 

 



Create Date : 20 พฤศจิกายน 2562
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2562 9:51:23 น.
Counter : 165 Pageviews.

0 comment
ลอยกระทงมากกว่าประเพณีแต่คือสิ่งนี้
กรมสุขภาพจิตแนะครอบครัวใช้เวลาร่วมกันในเทศกาลลอยกระทง เสริมสายใยรักความผูกพันในครอบครัว และปลูกฝังเด็กไทยรักษาใส่ใจสิ่งแวดล้อม

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ประเพณีลอยกระทงถือเป็นประเพณีสำคัญอีกวันหนึ่งของปวงชนชาวไทย ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือวันเพ็ญเดือน 12 ของทุกปี ซึ่งในปี 2562 นี้ ตรงกับวันที่ 11 พฤศจิกายน

โดยกรมสุขภาพจิต ขอเชิญชวนประชาชนคนไทยร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง ให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน พ่อแม่ชักชวนลูกๆ ไปลอยกระทง เสริมสายใยรักความผูกพันในครอบครัว และเป็นการปลูกฝังให้เด็กๆ รักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้เด็กมีส่วนร่วมในกิจกรรมครอบครัวและสังคม ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่างๆ ดังนี้


1. เป็นการรักษาสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทยที่ดีงาม เพื่อให้เด็กๆ เข้าใจความหมายของวันลอยกระทง การขอขมาพระแม่คงคา ทดแทนบุญคุณของแม่น้ำ พร้อมสอดแทรกแง่คิดในการทำความดี รู้จักให้อภัยตนเองและผู้อื่น น้อมรำลึกถึงผู้มีพระคุณกับเราทั้งบุคคล ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และเพื่อพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นไป

 


2. ฝึกการคิดสร้างสรรค์ทำกระทงร่วมกันในครอบครัว ซึ่งจะทำให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมที่มีความสุข สนุกสนาน มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ ได้ใช้ไอเดียใหม่ๆ ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบทำกระทง โดยจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจในตนเอง

3. พ่อแม่ลูกได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันในวันลอยกระทง เสริมความรักความผูกพันในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เป็นการลอยความเครียด ความโศกเศร้า ความทุกข์ใจ ความไม่เข้าใจ ความขุ่นข้องหมองใจที่เกิดขึ้นในครอบครัว ให้ลอยออกไปกับกระแสน้ำ แล้วเริ่มต้นสิ่งใหม่ที่ดีงาม โดยใช้กระทงเดียวกัน เป็นกระทงครอบครัว ซึ่งแสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พร้อมที่จะแบ่งปันความสุข-ทุกข์ซึ่งกันและกัน

4. ปลูกฝังให้เด็กไทยรักษาและใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยทำกระทงที่มาจากวัสดุธรรมชาติย่อยสลายได้ง่ายและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น ใบตอง ต้นกล้วย ดอกไม้ เป็นต้น จะทำให้เด็กรู้สึกมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมต่อไปในอนาคต   




 



 


 



Create Date : 10 พฤศจิกายน 2562
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2562 20:20:49 น.
Counter : 250 Pageviews.

0 comment
เที่ยวกรุงเทพไม่ไกล..ไปฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค



 
 
 
ด้วยที่เป็นจุดกำเนิดของอาชีพการเลี้ยงโคนมของประเทศไทยเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ของวงการโคนมและมีเรื่อง ๆ มากมาย วันนี้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย หรืออ.ส.ค. ผู้ผลิตนมไทย-เดนมาร์ค  สัญลักษณ์วัวแดง กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วยการเปิดตัวฟาร์มโคนมประวัติศาสตร์ให้เป็นที่รู้จักสู่สาธารณชนภายใต้โครงการ “เปิดฟาร์มท่องเที่ยวฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค"
 
 
ย้อนไปเมื่อปีพ.ศ.2503 ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสทวีปยุโรปในการเสด็จทรงประทับแรม ณ ประเทศเดนมาร์ค ทรงให้ความสนพระทัยกิจการเลี้ยงโคนม หลังเสด็จนิวัติประเทศไทย ในปีต่อมารัฐบาลเดนมาร์กและสมาคมเกษตรกรเดนมาร์ค ได้ร่วมน้อมเกล้าถวายโครงการเลี้ยงโคนมในประเทศไทยให้เป็นของขวัญแด่ทั้งสองพระองค์ และมีการตกลงทำสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยและคนโดยการจัดตั้งฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนม”ไทย-เดนมาร์ค”ที่อ.มวกเหล็ก จว.สระบุรี
 
เมื่อปี 2505 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเจ้าเฟรดเดอริคที่ 9 แห่ง ประเทศเดนมาร์ก ได้ทรงประกอบพิธีเปิดฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ก อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2505 (ค.ศ.1962) ต่อมาเรียกว่าอาคาร 1962 ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างมาก ในปัจจุบันอาคาร 1962 นี้ ยังคงใช้งานอยู่ในการสาธิตรีดนมให้กับผู้เยี่ยมชมฟาร์ม ถือเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ของการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย จากฟาร์มโคนมต้นแบบและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนม ได้กำเนิดเป็นระบบการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมครบวงจรในนามองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย( อ.ส.ค.) สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ผลิตและผลิตภัณฑ์นมตราไทย-เดนมาร์ค สัญลักษณ์ วัวแดง ซึ่งมีที่มาจากโคนมพันธ์ Red Danish จากประเทศเดนมาร์ค
 
 
ต่อมาในปีพ.ศ.2514 รัฐบาลไทยได้รับโอนกิจการฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์ค จัดตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้ชื่อว่า “องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย "(อ.ส.ค.) ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค  เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรน้องใหม่ของจังหวัดสระบุรี  ที่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับบรรยากาศเมืองคาวบอย  ท่านจะมีโอกาสได้รับรู้เรื่องราวว่ากว่าจะมาเป็นฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คนั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง  รวมถึงได้ทราบวิธีการเลี้ยงดูโคนมอย่างครบวงจร 
 
 
ความได้เปรียบในด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติมีทุ่งหญ้าเขียวขจีรายล้อม  ลำธารน้ำ อากาศจะเย็นตลอด 10 เดือนการพัฒนาองค์กรของอ.ส.ค.นอกจากการตลาด-ผลิตภัณฑ์แล้วยังได้เปิดท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์จริง สัมผัสธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ความสนุกที่ประทับใจตามโปรแกรมที่มีให้เลือกตามความสะดวกของแต่ละคน ทั้งแบบท่องเที่ยวหนึ่งวัน  สองวันกับค้างหนึ่งคืน หรือแบบจุใจสามวันค้างสองคืนก็มี  แต่ละโปรแกรมล้วนให้สาระความรู้ ความสนุกสนานควบคู่ พร้อมจัดรถพ่วงรองรับนักท่องเที่ยวสำหรับพาชมบรรยากาศทุ่งหญ้าที่มีเหล่าฝูงโคยืนแทะเล็มหญ้าด้วยความเพลิดเพลิน  ก่อนที่จะพาท่านไปชมการสาธิตรีดนมโค ขั้นตอนนี้เขาเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองรีดน้ำนมจากเต้าแม่โคจริง ๆ  เพื่อนำไปป้อนลูกโคด้วยมือท่านเอง จากนั้นท่านจะได้เข้าโรงงานชมกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์นมไทย ท่านที่ชอบของที่ระลึกก็มีให้เลือกซื้อมากมาย
 
 
"เป็นการเข้าชมฟาร์มแบบครบวงจร ทั้งชมสวนสัตว์ ทุ่งหญ้า รีดนมจากวัวและนำนมที่เรารีดได้ไปปอนให้กับลูกโคพร้อมชมการโชว์บ่วงบาศก์ ฝึกจับบังคับโค โดยใช้เชือกเส้นเดียว  ผู้เขียนลองแล้วค่ะ แบบว่าลองควงเชือกค่ะ ไม่ได้คล้องโค เอาท่าให่เท่เข้าว่า  :)) นอกจากนั้นจะมีกิจกรรมการทำอาหารจากนมสด  walk rally หรือกิจกรรมการสำรวจธรรมชาติ จักรยานเสือภูเขา ขับขี่รถเอทีวีชมธรรมชาติ หรือในสนาม  การเรียนรู้การอยู่พักค้างแรม  ตลอดจนการรับประทานอาหารในสไตส์คาวบอย  กิจกรรมดูดาวและคาวบอยไนท์"
 
 
 
 
 
 
ที่สำคัญทุก  ๆ ต้นปีอ.ส.ค.แห่งนี้จะมีการจัดงานวันโคนมแห่งชาติมีกิจกรรมน่าสนใจมากมายทั้งการออกร้านขายอุปกรณ์การเกษตร อาหาร เสื้อผ้าและการแสดงบันเทิงต่าง  ๆ ที่น่าสนใจและทุกครั้งที่ผู้เขียนไปนั่นคือโซนคาวบอยที่มีการออกร้านขายสินค้าคาวบอย การแสดงดนตรีสไตส์คันทรี่ นั่งรับประทานอาหารไปฟังดนตรีไปสุด ชิล ! 
 

ในส่วนของโซนสวนสัตว์ค่ะ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนันทนาการที่น่าสนใจคือการสำรวจธรรมชาติ(เดินป่า) ที่ยังพบต้นไม้ หิน ฟอสซิลโดยจะมีการบรรยายสภาพภูมิประเทศและลักษณะทางธรณีวิทยา  รวมทั้งกิจกรรมนักสืบสายน้ำ เนื่องจากในบริเวณฟาร์มโคนมไทยเดนมาร์คมีจุที่เรียกว่าน้ำผุด(ต้นน้ำ) หรือการดูนก หลายกิจกรรมเพิ่มขึ้นมาใหม่หลังการเปิดตัวเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแต่ขอหยิบยกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจนั่นคือ การดูดาว ณ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ซึ่งเราจะได้รับฟังการบรรยายเรื่องดวงดาว การเรียนรู้กล้องดูดาว โดยการประสานงานกับท้องฟ้าจำลองเพื่อให้ความรู้ 

กิจกรรมดูดาว

ภายในฟาร์มโคนมไทย-เดน-มาร์คยังมีค่ายเรียนรู้เกษตรธรรมชาติ ที่เป็นแหล่งรวมพืชสมุนไพรท้องถิ่นไทยตลอดจนการเรียนรู้เรื่องปุ๋ยอินทรีย์น้ำนม ที่มาจากการย่อยสลายน้ำนมดิบคุณภาพต่ำโดยอาศัยกิจกรรมของจุลินทรีย์ในสภาพไม่มีอากาศและมีอากาศ ผลิตภัณฑ์ที่ได้ประกอบไปด้วยกรดอินทรีย์ วิตามิน แร่ธาตุต่าง ๆ โดยมีสารพด.6 เป็นเชื่อจุลินทรีย์ ที่มีประสิทธิภาพ ในการย่อยสลาย องค์ประกอบของโปรตีนไขมันในน้ำนมดิบคุณภาพต่ำ ปุ๋ยอินทรีย์ทำจากน้ำนมโคนี้อุดมไปด้วยสารจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตต่อการก่อให้เกิดดอก ออกผล ใช้ผสมน้ำฉีดพ่นใบราด โคนต้นพืช ซึ่งจะต้องนำไปผสมน้ำก่อน  

ใบบัวบก

ไพลขาว

ใบกระดาน เป็นไม้ประดับค่ะ

โสมขาวค่ะ ต้นนี้ใช้ยอดผัดกับน่ำมันหอยอร่อยค่ะ

ใบคว่ำตายหงายเป็น

ปุ๋๋ยอินทรีพย์จากนมสด

สำหรับผู้สนใจไปท่องเที่ยวฟาร์มโคนมไทยประวัติศาสตร์แห่งแรกสามารถติดต่อได้ที่ สำนักท่องเที่ยวเชงเกษตร องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย 160 ม.10 ถ.มิตรภาพ จว.สระบุรี

 

 




Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 16 พฤษภาคม 2562 12:04:41 น.
Counter : 62 Pageviews.

0 comment
"เฮ"เกาะสวรรค์ อันดามันภูเก็ต
 


 

ได้มีโอกาสกลับไปเที่ยวภูเก็ตอีกครั้งแต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกกับการท่องเที่ยวเกาะแห่งหนึ่งที่ยังไม่คุ้นชื่อนักนั่นก็คือ "เกาะเฮ" สำหรับ เกาะเฮหรือคอรัลไอแลนด์ เป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งตั้งอยู่ทางใต้สุดของจังหวัดภูเก็ต ห่างจากชายฝั่งภูเก็ตประมาณประมาณ 10 ก.ม. เป็นอีกหนึ่งเกาะยอดนิยมของจังหวัดภูเก็ต ที่เดินทางท่องเที่ยวได้โดยง่าย โดยเรือสปีดโบ๊ท 10-15 นาที  เรือหางยาวประมาณ 45 นาที  เป็นเกาะที่เดินทางค่อนข้างสะดวกค่าใช้จ่ายไม่สูงมากนัก เกาะเฮมีหาดทรายขาวละเอียด ปะการังน้ำตื้นที่ยังอุดมสมบูรณ์ น้ำทะเลใส มองเห็นฝูงปลาหลากสีสันเหมาะกับผู้ต้องการความเป็นส่วนตัว  
 


 


 


 

เรามาทำความรู้จักไกด์ที่จะบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของ"เกาะเฮ"กันดีกว่าค่ะนั่น ไกด์อดัม"คุณฤทธิชัย ชำนาญ" หรือซึ่งไกด์อดัมบอกว่า  เดิม"เกาะเฮ"หรือ"เกาะฮิ"กลุ่มที่เข้ามาแรกเริ่มเป็นชาวมาเลย์ที่ย้ายถิ่นเข้ากระจายไปตามเกาะลันตา  เกาะพีพีดอน แต่เมื่อเกิดโรคระบาดก็ย้ายไปอยู่ราไวย์  มอร์แกนและฝั่งเกาะสุรินทร์ต่อมาหลังสัมปทานเหมืองแร่ได้หมดลงก็ได้เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเต็มพร้อมกับการปิดโรงงานแทนทาลั่ม ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกคือกลุ่มเร้กเก้เมื่อ 20-30 ปีก่อนหน้านี้  จากนั้นนักท่องเที่ยวจากโซนยุโรปก็เริ่มเข้ามาซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นพวกที่ชอบธรรมชาติล้วน ๆ ไม่ต้องมีอะไรที่อำนวยความสะดวกมากซึ่งจะมาแบแบกเป้และขณะนั้นมีเพียงเรือหางยาวที่ขึ้นบริเวณหาดราไวย์ซึ่งนักท่องเที่ยวจะไปที่เกาะราชาด้วยและเริ่มมีนักท่องเที่ยวจากประเทศญุี่ปุ่นเข้ามาโดยจะเน้นการเล่นเจ็ทสกีมากที่สุด ตลอดจนให้ความสนใจเรื่องการดำน้ำมากขึ้นตามลำดับ รวมทั้งบานาน่าโบ้ท  ขณะเดียวกันกลุ่มนักท่องเที่ยวจากใต้หวันก็ให้ความสนใจเข้ามามากเช่นกันแต่หลังจากมีปัญหาเศรษฐกิจกลุ่มที่ให้ความสนใจและเริ่มเข้ามานั่นก็คือจีนแดง เกาหลี  สแกนดิเนเวีย รัสเซีย เป็นต้น

 


 

"ไกด์อดัม"ได้บอกถึงเสน่ห์ของเกาะเฮที่อยากให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเนื่องจาก เป็นเกาะที่อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่ง จว.ภูก็ตเพราะเดินทางด้วยเรือเพียง 15 นาทีเท่านั้น อีกทั้งมีน้ำทะเล หากทรายสพอาดขาวสวยงามพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนายความสะดวกไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ห้องน้ำ เหมาะกับการพักผ่อนสามารถรองรับนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มได้ มีกิจกรรมที่ทางน้ำต่าง ๆ ที่น่าสนใจทั้ง เล่นเจ็ตสกี บานาน่า โบ๊ท เรือลากร่ม หรือดำน้ำชมปลา ชมปะการัง พาราเซล ซีวอคเกอร์  อีกทั้งมีพนักงานดูแลหน้าหาดให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลลูกค้านักท่องเที่ยวและการบริการเครื่องเล่นต่าง ๆ โดยจะความปลอดภัยเป็นอันดับแรกเนื่องจากจะแบ่งโซนการเล่นน้ำ และห้ามเล่น ตลอดจนการแบ่งโซนตลาดจีนและยุโรป และรับรองคุณภาพ ความสะอาด อนาคตเชื่อว่าจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเนื่องจากขณะนี้คนไทยก็เริ่มเข้ามามากและจะเน้นเพิ่มฐานลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้นด้วย

 




 



 



 



 



 



 

"ยินดีให้ทุกคนเข้ามาสู่อ้อมแขน อ้อมกอดของนิกรมารีน เนื่องจากเรามีโปรแกรม ท่องเที่ยวที่น่าสนใจแบบ one day trip และให้มาเล่นน้ำทะเลที่สวยใสร่วมกัน" ไกด์อดัมเชิญชวนนะคะ

 


 

"รัศมี รักษาเดช"ประชาสัมพันธ์ บริษัทนิกรมารีน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทประกอบการเรือนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ บอกว่า การจัดทริปท่องเที่ยวต้องการดึงคนไทยมาเที่ยวเกาะเฮมาก ๆ เพราะเจ้าของบริษัทคือคนไทยแต่ที่ผ่านมา 90 เปอร์ของนกท่องเที่ยวเป็นคนต่างชาติซึ่งมีหลากหลายสัญชาติแต่ก็เริ่มมีคนไทยเริ่มเข้ามา เนื่องจากได้ทำการประชาสัมพันธ์มากขึ้น   
 

"การท่องเที่ยวในเกาะเฮส่วนมากเป็นแบบมาเช้ากลับเย็นหรือone day trip"เนื่องจากที่เกาะมีโรงแรมแห่งเดียวคือ"คอรัลไอแลนด์ รีสอร์ท" เกาะเฮเริ่มเป็นที่รู้จักมากชึ้นเมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมาและอยากดึงคนไทยให้มาเที่ยวให้มากที่สุด เกาะเฮในช่วงแรก ๆ คนไทยยังไม่มีเข้ามาแต่คนต่างชาติรู้จักเกาะเฮมากกว่าแม้กระทั่งคนภูเก็ตเองก็ยังไม่รู้จักเกาะเฮเท่านักท่องเที่ยวต่างชาติ"
 

ส่วนการเดินทางมาเกาะเฮจากสนามบินก็สามารถเช่าแท๊กซี่หรือเช่ารถมาตามเส้นทางถึงราไวย์มายังท่าเรือนิกรมารีนที่อยู่อ่าวฉลองเพียง 40 นาทีแต่หากนักท่องเที่ยวพักอาศัยในสี่จุดคือกะรน กะตะ อ.เมืองภูเก้ต ป่าตอง ทางบริษัทจะมีบริการรับส่งฟรี การเที่ยวเกาะเฮทางบริษัทจะจัดโปรแกรมแบบแพคเกจซึ่งรวมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหารรวมทั้งเครื่องเล่นต่าง ๆ ทั้ง Parasailing,Banana Boat, Sea Walking, Scuba Diving  แต่ละแพคเกจอยู่ที่เราเลือกตามเอกสารที่ทางบริษัทจัดไว้สำหรับคนไทยจะได้รับโปรโมชั่นในราคาพิเศษซึ่งหากไม่ต้องการเล่นเครื่องเล่นก็จะนำเสนอในราคาพิเศษ"  

 



จุดเด่นของเกาะเฮคืออากาศที่เย็นสบายมีลมพัดและน้ำใสตลอดทั้งปี และเป็นเกาะที่เปิดตลอดไม่มีการปิดแม่มีพายุแต่ก็น้อยไม่กระทบกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเนื่องจากจะคำนึงถึงความปลอดภัยอันดับแรกโดยไม่ต้องกังวลเรื่องของสภาวะอากาศเพระาเราจะรู้ล่วงหน้าก่อนออกเรือก อีกทั้งทางบริษัทได้จัดบริการโรงพยาบาลชั้นนำของภูเก็ตและสะดวกสบาย ซึ่งคนใช้บริการนิกรมารีนเนื่องจากการบริการ  อาหาร และพัฒนามากขึ้นอย่างเต็มที่ อีกทั้งการเดินทางมาง่ายมาก เชื่อว่าอนาคตคนไทยจะเข้ามามากเนื่องจากเกาะเฮเป็นเกาะแห่งความสนุก และยังบริสุทธิ์อยู่
 

อาหารอร่อย  ๆ จากนิกรมารีนค่ะ 
 



 



 



 


 

กลับไปเที่ยวภูเก็ตครั้งนี้ไม่พลาดกับอาหารทะเลสด ๆ ที่เราเลือกซื้อและให้ร้านอาหารบริเวณม่าเทียบเรือหาดราไวย์ เทศบางตำบลราไวย์ อ.เมือง จว.ภูเก็ต ปรุงตามความใจชอบค่ะ ราคาหากเป็นคนไทยจะได้ส่วนลดตามสมควรค่ะ  พ่อค้าแม่ค้า เป็นกันเองพูดจาอัธยาศัยเป็นมิตรค่ะ

 



 



 



 



 



 


 

ไม่ลืมแวะเที่ยวไร่สับปะรดผลไม้ขึ้นชื่อภูเก็ต
 



 



 


 

อันนี้ก็ไม่พลาดค่ะแหลมพรหมเทพ
 


 


 

รอจนพระอาทิตย์ตกดินค่ะ 
 

 


 









 




Create Date : 12 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 31 พฤษภาคม 2562 20:02:25 น.
Counter : 42 Pageviews.

2 comment
เทศกาลสตรอเบอรี่-ของดีสะเมิง
 

เริ่มขึ้นแล้วสำหรับเทศกาลสตรอเบอรี่และของดีอำเภอสะเมิง ครั้งที่ 16 ประจำปี 2560 ระหว่างวันที่ 10 -14 กุมภาพันธ์ 2560 ณ บริเวณสนามที่ว่าการอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่"โดยรายละเอียดงานติดตามได้ตามนี้เลยค่ะ

 

กำหนดการจัดงานเทศกาลสตรอเบอรี่ และของดีอำเภอสะเมิง ครั้งที่ 16 ประจำปี 2560

ระหว่างวันที่ 10 -14 กุมภาพันธ์ 2560

ณ บริเวณสนามที่ว่าการอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่

...............................................

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 (กลางวัน)

การจำหน่ายสตรอเบอรี่และพืชผลทางการเกษตร ,สินค้า OTOP สะเมิง

ชมการประกวดสตรอเบอรี่ และพืชผลทางการเกษตร

ชมนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

ชมพืชผลทางการเกษตรโครงการหลวง และโครงการตามแนวพระราชดำริ

แอ่วกาดมั่วคัวฮอม

(กลางคืน)

ชมการประกวดหนูน้อยสตรอเบอรี่

ชมการแสดงมหรสพ เช่น มวย รำวง สวนสนุก และอื่น ๆ

 

 

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 (กลางวัน)

เวลา  09.00 น.ขบวนแห่รถบุปผาชาติสตรอเบอรี่ฯ เคลื่อนเข้าสู่บริเวณงาน

เวลา  09.45 น.ประธานในพิธีและผู้มีเกียรติพร้อมกัน ณ บริเวณเวทีกลาง หน้าที่ว่าการอำเภอ สะเมิง

                                ชมขบวนแห่รถบุปผาชาติสตรอเบอรี่ ของหน่วยงาน ต่าง ๆ

ชมการแสดงของโรงเรียนสะเมิงพิทยาคม 1 ชุด

                                ชมการประกวดเดินแบบ ชุดสบายสไตส์สตรอเบอรี่

เวลา  10.39 น. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่กล่าวต้อนรับประธานในพิธีและผู้มาร่วมงาน

                                นายอำเภอสะเมิงกล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดงานต่อประธานในพิธี

                                พิธีเปิดงานโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

ผู้ว่าราราชการจังหวัดเชียงใหม่ประธานในพิธีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และแขกผู้มีเกียรติ เยี่ยมชมบริเวณงานประกอบด้วยร้านจำหน่ายสตรอเบอรี่ และผลผลิตทางการเกษตร การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP กาดมั่วคัวฮอม การประกวดสตรอเบอรี่ และผลผลิตทางการเกษตร การแสดงนิทรรศการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ชมพืชผลทางการเกษตรโครงการหลวง และโครงการตามแนวพระราชดำริ การออกร้านของภาคเอกชน และแสดงกิจกรรมต่าง ๆ

          เวลา 14.00 น.       ชมการแข่งขันส้มตำสตรอเบอรี่

(กลางคืน)

    ชมการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งแดนเซอร์

   ชมการแสดงมหรสพ เช่น มวย รำวง สวนสนุก และอื่น ๆ

 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 (กลางวัน)

การจำหน่ายสตรอเบอรี่และพืชผลทางการเกษตร ,สินค้า OTOP สะเมิง

ชมการประกวดสตรอเบอรี่ และพืชผลทางการเกษตร

ชมนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

ชมพืชผลทางการเกษตรโครงการหลวง และโครงการตามแนวพระราชดำริ

แอ่วกาดมั่วคัวฮอม

          (กลางคืน)

           ชมการประกวดธิดาชนเผ่า

ชมการแสดงมหรสพ เช่น มวย รำวง สวนสนุก และอื่น ๆ

 

 

                                       วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 (กลางวัน)

         การจำหน่ายสตรอเบอรี่และพืชผลทางการเกษตร ,สินค้า OTOP สะเมิง

         ชมนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

         ชมพืชผลทางการเกษตรโครงการหลวง และโครงการตามแนวพระราชดำริ

         แอ่วกาดมั่วคัวฮอม

               (กลางคืน)

         ชมการประกวดกิจกรรม to be number one

         ชมการแสดงมหรสพ เช่น มวย รำวง สวนสนุก และอื่น ๆ

 

 

 

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 (กลางวัน)

การจำหน่ายสตรอเบอรี่และพืชผลทางการเกษตร ,สินค้า OTOP สะเมิง

        ชมนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

        ชมพืชผลทางการเกษตรโครงการหลวง และโครงการตามแนวพระราชดำริ

         แอ่วกาดมั่วคัวฮอม

(กลางคืน)

        ชมการประกวดธิดาสตรอเบอรี่สะเมิง

        ชมการแสดงมหรสพ เช่น มวย รำวง สวนสนุก และอื่น ๆ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 16 พฤษภาคม 2562 12:03:58 น.
Counter : 105 Pageviews.

2 comment
1  2  

สมาชิกหมายเลข 3402302
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



contact >> parwnation@gmail.com
hello welcome
contact =>>parwnation@gmail.com
New Comments