All Blog
"หัววัว-คันไถ"จัดแคมเปญส่งท้ายปีซื้อปุ๋ยแถมฟรีเบอร์ดี้โรบัสต้า
“ปุ๋ยเต็มสูตร ตราหัววัว-คันไถ" ผนึกกำลังกับ “เบอร์ดี้” เจ้าตลาดกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มในเมืองไทย จัดแคมเปญส่งท้ายปีแบบจัดเต็ม ให้กับเกษตรกร โดยซื้อปุ๋ยตราหัววัว-คันไถ 1 กระสอบ แถมฟรี กาแฟเบอร์ดี้โรบัสต้า 1 กระป๋อง




 






 
"ปุ๋ยตราหัววัว-คันไถ" แบรนด์ปุ๋ยเคมีชั้นนำ โดย บมจ.ไทยเซ็นทรัลเคมี ร่วมกับ “เบอร์ดี้” เจ้าตลาดกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มจาก บจ. อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด จัดทำแคมเปญร่วมมือทางการตลาด “โปรสิ้นปี แบบจัดเต็ม” เพื่อเป็นการส่งเสริมการขาย "ปุ๋ยตราหัววัว-คันไถ" โดย แถมเครื่องดื่มกาแฟกระป๋อง “เบอร์ดี้ โรบัสต้า” 1 กระป๋อง ต่อทุกๆ 1 กระสอบที่เกษตรกรซื้อในสูตรปุ๋ยที่ร่วมรายการ




 






 
นายสุภัค เหล่าดี ผู้จัดการทั่วไป สายงานการตลาด วิจัยและพัฒนา บมจ.ไทยเซ็นทรัลเคมี กล่าวว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นการขายปุ๋ยในช่วงท้ายปี 2564 ที่จะมีการใช้ปุ๋ยในกลุ่มพืชบางชนิด เช่น ไม้ผล พืชหลังฤดูทำนาปี และยางพารา รวมถึงเป็นการมอบสิทธิพิเศษให้กับเกษตรกรซึ่งเป็นผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์ตราหัววัว-คันไถ ของบริษัทฯ มาโดยตลอด

จึงร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ “เบอร์ดี้” ที่เป็นผู้นำตลาดกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มในประเทศไทย เพื่อทำแคมเปญร่วมกัน ซึ่งจากข้อมูลการตลาดที่เรามีนั้น พบว่า กลุ่มฐานลูกค้าของทั้งสองแบรนด์ มีอยู่จำนวนไม่น้อยที่เป็นกลุ่มเดียวกันก็คือ “เกษตรกร” ดังนั้น การร่วมมือดังกล่าวจึงเป็นการสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านฐานลูกค้าที่มีอยู่ร่วมกันได้อีกด้วย





 






 
นายวันนเรศวร์  สุขีลักษณ์ ผู้จัดการฝ่าย ธุรกิจอาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม กว่าครึ่งหนึ่งของประชากรไทยมีอาชีพเกษตรกร เบอร์ดี้เองก็มีส่วนร่วมในการสนับสนุนผลิตผลของเกษตรไทยมาโดยตลอด ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งเป้าหมายสำคัญของ เบอร์ดี้ ที่ต้องการที่จะสนับสนุน อยู่เคียงข้าง และให้กำลังใจ คนไทยทุกกลุ่มอาชีพตลอดมา

การจัดทำโปรโมชั่นร่วมกับ ปุ๋ยตราหัววัว-คันไถนี้ จะช่วยทำให้ เบอร์ดี้ เข้าถึงผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเกษตรกรไทย อีกทั้งยังสามารถที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของเบอร์ดี้ ที่จะสร้างสรรสิ่งใหม่ๆ เพื่อผู้บริโภคในปัจจุบัน และอนาคต




 






 



Create Date : 01 ธันวาคม 2564
Last Update : 1 ธันวาคม 2564 16:07:36 น.
Counter : 36 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
แม็คโคร รับรางวัล HR Asia Awards 2021ปีที่สอง
แม็คโคร รับรางวัล HR Asia Awards 2021ครองตำแหน่งองค์กรดีเด่นน่าทำงานมากที่สุดในเอเชียเป็นปีที่สอง

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) โดย นายริคาร์โด้ เบารอตโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - หน่วยธุรกิจแม็คโคร ประเทศไทย รับรางวัล “Best Companies to Work for in Asia 2021” หรือ "บริษัทดีเด่นที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2021"  จากเวที HR Asia รางวัลสำคัญของแวดวงการบริหารทรัพยากรบุคคล ที่มอบให้บริษัทในภูมิภาคเอเชียที่มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีเยี่ยม






 






 
โดยมีหลักเกณฑ์การประเมินที่สำคัญในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล  การสำรวจความคิดเห็นของพนักงานในบริษัท ด้านการดูแลพนักงาน การพัฒนาศักยภาพและสนับสนุนการเรียนรู้ทักษะแห่งอนาคต การมีวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคน ทั้งนี้ แม็คโครได้รับรางวัลดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน  ตอกย้ำการเป็นบริษัทค้าส่งค้าปลีกชั้นนำของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล จัดโดยนิตยสาร HR Asia นิตยสารชั้นนำด้านทรัพยากรบุคคลของภูมิภาคเอเชีย 



 






 

 



Create Date : 25 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2564 15:40:45 น.
Counter : 52 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
แม็คโคร จัดเทศกาล “อาหารจากชิลี” เพื่อสุขภาพดีของคุณ
แม็คโคร จัดเทศกาล “อาหารจากชิลี” เพื่อสุขภาพดีของคุณ หนุนวัตถุดิบให้ประโยชน์กับร่างกาย ชูไฮไลท์ผลไม้แช่แข็งรับกระแสสมูทตี้ดีต่อใจ 
 
กระแสรักสุขภาพมาแรงไม่หยุด แม็คโคร ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการส่งออกชิลี หรือ โปรชิลี  จัดเทศกาล “อาหารจากชิลี” เพื่อสุขภาพดีของคุณ ขานรับความตื่นตัวของ Healthy Living เมกะเทรนด์โลก ตอกย้ำผู้นำวัตถุดิบคุณภาพ ปีนี้ชูไฮไลท์เด็ดผลไม้แช่แข็งคุณภาพสูง ราคาเข้าถึงง่าย ขณะที่อาหารทะเลแช่แข็ง ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะ แซลมอน หอยแมลงภู่ และปูยักษ์ กระแสยังไม่ตก ตอบโจทย์พฤติกรรมคนยุคโควิด เน้นคุณภาพ สุขภาพ ราคาดีงาม  






 





 
 
นางซันนี่ ซิดิค ผู้บริหารสูงสุด สายงานบริหารสินค้า บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า ในบรรดาวัตถุดิบคุณภาพที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย วัตถุดิบจากประเทศชิลี ถือเป็นสินค้าสำคัญที่ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากลูกค้าทุกกลุ่มของแม็คโคร  

ล่าสุดร่วมกับสำนักงานส่งเสริมการส่งออกชิลี หรือ โปรชิลี จัดงาน เทศกาลอาหารจากชิลี เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ ระหว่างวันที่ 17-30 พฤศจิกายนนี้  โดยจะมีไฮไลท์สำคัญคือ ผลไม้แช่แข็งคุณภาพสูง ที่มีความแตกต่างในด้านสายพันธุ์  มีเนื้อสัมผัสที่ดีกว่า ราคาเข้าถึงง่าย คุ้มค่า






 






 
ตอบโจทย์ผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องการนำไปทำเมนูเพื่อสุขภาพประเภทสมู้ทตี้ เบเกอรี่ สลัด หรือนำไปละลายรับประทานกับสลัด โยเกิร์ต ขณะที่กลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง ก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ แซลมอน หอยแมลงภู่ และปูยักษ์ ที่มีกลุ่มลูกค้าหลากหลายเช่นกัน 
 
ชิลี เป็นประเทศที่มีวัตถุดิบอาหารที่สำคัญและดีต่อสุขภาพเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญของแม็คโคร คาดว่า ด้วยเทรนด์ของโลกที่ผู้คนหันมาสนใจกระแส Healthy Living ซึ่งเป็นมาตรฐานการใช้ชีวิตที่ต้องการมีสุขภาพที่ดี มีความสมดุลทั้งกายและใจ  






 






 
ประกอบกับมาตรการคลายล็อกดาวน์และนโยบายเปิดประเทศของรัฐบาล ทำให้ร้านอาหารต่างๆ พากันฟื้นตัว แม็คโครจึงได้จัดเตรียมสินค้าเอาไว้ให้อย่างเพียงพอ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยเราวางแผนจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ให้กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการร้านอาหาร และกระตุ้นการบริโภคของลูกค้าทั่วไปจนถึงปลายปีนี้

สำหรับกลุ่มสินค้าสำคัญที่นำมาจัดรายการ ในเทศกาลอาหารจากชิลี ระหว่างวันที่ 17-30 พฤศจิกายนประกอบด้วย ผลไม้แช่แข็งหลายรายการ ทั้ง มิกซ์เบอรี่ บลูเบอรี่ สตรอเบอรี่ ราสเบอรี่ เชอรี่ นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลแช่แข็งขึ้นชื่ออย่าง  แอตแลนติกแซลมอนแช่แข็งทั้งตัว แอตแลนติกแซลมอนสเต๊กชิ้นเล็กแช่แข็ง หอยแมลงภู่ ปูยักษ์  และปีกหมึกยักษ์ เนื้อหมึกยักษ์ลอกหนัง หนวดหมึกยักษ์ คางหมึกยักษ์ พบสินค้าต่างๆ เหล่านี้ได้ที่แม็คโคร ทุกสาขา




 




 



Create Date : 25 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2564 15:24:36 น.
Counter : 55 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ศูนย์วิจัยธ.ก.ส.คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือนพฤศจิกายน
ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. ชี้การผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อเตรียมเปิดประเทศ ความต้องการภายในประเทศและตลาดโลก รวมถึงปัญหาภัยธรรมชาติ ทำให้ราคาสินค้าเกษตรเดือนพฤศจิกายน 2564 ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน สุกร กุ้งขาวแวนนาไม และโคเนื้อ มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้น ด้านข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกเหนียว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพาราแผ่นดิบ และน้ำตาลทรายดิบ มีแนวโน้มราคาปรับลดลง

นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนพฤศจิกายน 2564 โดยสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่  ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 10,237 - 10,462 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 5.02 - 7.32

เนื่องจากปัญหาอุทกภัยในแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่สำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ยังมีแรงกดดันจากปัญหาการขนส่งข้าวหอมมะลิและค่าระวางที่สูงขึ้นอย่างมากในการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา  มันสำปะหลัง ราคาอยู่ที่ 2.17 - 2.22 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 4.85 - 7.25

เนื่องจากเป็นช่วงต้นฤดูกาลผลิตมันสำปะหลังปีการผลิต 2564/65 ทำให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดไม่มาก ขณะที่ความต้องการใช้มันสำปะหลังเพื่อผลิตมันเส้นส่งออกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีความต้องการนำเข้าเพื่อไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม อาทิ แอลกอฮอล์ เอทานอล และปศุสัตว์  





 






 
ปาล์มน้ำมัน ราคาอยู่ที่ 7.62 - 7.72 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 1.24 - 2.30 เนื่องจากเศรษฐกิจทั่วโลกเริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันดิบเพิ่มขึ้น

ภาวะการค้าน้ำมันปาล์มภายในประเทศอาจชะลอตัวลงบางส่วนโดยเฉพาะการใช้พลังงานทดแทน เนื่องจากนโยบายรัฐที่ปรับลดการใช้น้ำมันดีเซลจาก B7 และ B10 เป็น B6 ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2564 ส่งผลให้ราคาปาล์มน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มากนัก  สุกร ราคาอยู่ที่ 67.67 - 68.14 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 1.09 - 2.53

เนื่องจากความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลาย  มาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 ทำให้ร้านอาหาร โรงเรียน และสถานประกอบการอื่นๆ กลับมาเปิดให้บริการตามปกติ ประกอบกับนโยบายภาครัฐที่กระตุ้นเศรษฐกิจ

อาทิ โครงการคนละครึ่งและโครงการไทยเที่ยวไทย เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรเพิ่มขึ้นกุ้งขาวแวนนาไม ราคาอยู่ที่ 128.27 – 129.78 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 1.80 - 3.00 เนื่องจากการทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์มากขึ้น

ประกอบกับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะเป็นปัจจัยหนุนให้ความต้องการบริโภคกุ้งในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามแรงกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ขณะที่ปริมาณผลผลิตบางส่วนได้รับความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยในช่วงกำลังจะจับกุ้งออกจำหน่าย

ส่งผลให้ปริมาณกุ้งขาวแวนนาไมลดลง โคเนื้อ ราคาอยู่ที่ 95.40 – 95.62 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.11 - 0.34 จากการทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์มากขึ้นและการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เฟส 1 รวมถึงการท่องเที่ยวในประเทศในช่วงปลายปีที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยว จะเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อโคปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณเนื้อโคที่ออกสู่ตลาดลดลงจากการที่มีโคเนื้อบางส่วนยังติดเชื้อโรคลัมปี-สกิน

ด้านสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง ได้แก่  ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาอยู่ที่ 7,485 - 7,503 บาท/ตัน ลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 0.82-1.06 เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวเจ้านาปีออกสู่ตลาดจำนวนมาก ประมาณร้อยละ 60 ของผลผลิตข้าวนาปีทั้งปี 2564

ประกอบกับประเทศเวียดนาม เริ่มกลับมาส่งออกอีกครั้งหลังจากก่อนหน้านี้มีการบังคับใช้มาตรการป้องกันโควิดอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ของไทยลดลง กระทบต่อความต้องการข้าวไทยในตลาดโลกลดลงตามไปด้วย  ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาอยู่ที่ 7,564 - 7,695 บาท/ตัน ลดลงจาก  เดือนก่อนร้อยละ 1.09 - 2.81

เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวเปลือกเหนียวนาปีออกสู่ตลาดจำนวนมากประกอบกับสต็อกข้าวเหนียวของโรงสียังคงมีอยู่จำนวนมาก  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาอยู่ที่ 8.29 - 8.38 บาท/กก. ลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 0.50 - 1.50




 







 
เนื่องจากเป็นช่วงเดือนที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดสูงที่สุดในปีการผลิต 2564/65 คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 1.31 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 27.34 ของปริมาณผลผลิตทั้งหมด ขณะที่ความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในเดือนนี้คาดว่าจะลดลงเล็กน้อยจากสัญญานำเข้าข้าวโพดและข้าวสาลีที่ส่งมอบในเดือนธันวาคม 2564 ที่ปรับตัวลดลง ร้อยละ 0.47 และร้อยละ 0.03 อาจกระตุ้นให้ผู้ประกอบการวางแผนนำเข้าวัตถุดิบข้าวโพดและข้าวสาลีจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์
 
ยางพาราแผ่นดิบชั้น 3 ราคาอยู่ที่ 46.57 - 49.22 บาท/กก. ลดลงจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.10 - 4.80 เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลที่ปริมาณผลผลิตยางพาราของประเทศไทยออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10.51 ของปริมาณผลผลิตทั้งปี 2564

รวมทั้งยังคงมีปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในการขนส่งยางพารา และปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยางรถยนต์ และทำให้ความต้องการใช้ยางเพื่อผลิตล้อยางรถยนต์ลดลง  น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ราคาอยู่ที่ 18.61 - 18.76 เซนต์/ปอนด์ (13.69 - 13.80 บาท/กก.) ลดลงจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.60 - 1.40 จากสัญญาณการผลิตน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นในบราซิล

ประกอบกับประเทศจีนชะลอการนำเข้าน้ำตาลทราย โดยคาดว่าจะนำเข้าลดลงในช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ เป็นผลจากราคาน้ำตาลตลาดโลกที่สูงขึ้น และต้นทุนการขนส่งทางเรือที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ต้นทุนการนำเข้าของประเทศผู้ซื้อเพิ่มขึ้นมาก



 

 



Create Date : 04 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2564 19:21:30 น.
Counter : 56 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
"ประภัตร"ดันอสป.ศูนย์กระจายสินค้าสัตว์น้ำ-เกษตรของประเทศ
"ประภัตร"นำทีมขึ้นเหนือ ตรวจเยี่ยมท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนหารือการท่าเรือแห่งประเทศไทย  วางแผนดัน องค์การสะพานปลา เป็นศูนย์กระจายสินค้าสัตว์น้ำ - สินค้าเกษตรของประเทศ

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมทีมงานลงพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมตรวจเยี่ยมท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และและเป็นประธานการประชุมหารือร่วมกันระหว่างองค์การสะพานปลา และการท่าเรือแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ถึงแนวทางการพัฒนา ในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าสัตว์น้ำ และสินค้าทางการการเกษตร (ท่าบก)






 






 
โดยมีนายปรีดา ยังสุขสถาพร ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา เรือโทชำนาญ ไชยฤทธิ์ รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย ฝ่ายบริหารสินทรัพย์และพัฒนาธุรกิจ รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

นายประภัตร เปิดเผยว่า ภายใต้การดูแลภาคเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีสินค้าเกษตรทุกรูปแบบเป็นจำนวนมากประเทศ  แต่ยังมีตลาดกระจายสินค้า ค่อนข้างน้อย ในฐานะที่ตนกำกับดูแลองค์การสะพานปลาจึงได้มอบนโยบายให้องค์การสะพานปลาเข้ามามีบทบาท ในการหาตลาดให้กับเกษตรกรโดยเฉพาะสินค้าของกลุ่มผู้ที่ประกอบอาชีพทำประมงที่อยู่ในความเขื่อมโยงขององค์การสะพานปลา

โดยจะส่งเสริมการตลาดในสินค้าทุกเกษตรทุกประเภท ไม่ใช่เฉพาะสัตว์น้ำ ที่เราสามารถผลิตได้ในประเทศ เพื่อจะเป็นอีกช่องทางการส่งออกโดยการขนส่งทางเรือที่เจ้ามาเทียบท่าในท่าเรือไทย โดยใช้กลยุทธ์ เมื่อเรือสินค้านำสินค้าเข้ามาส่ง เราจะไม่ให้กลับไปเป็นเรือเปล่า ต้องให้นำสินค้าของประเทศไทยกลับไปด้วย 






 






 
ขณะนี้องค์การสะพานปลาได้หารือกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย  เพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าวซึ่งจะเริ่มนำร่องสินค้าสัตว์น้ำเป็นประเภทแรกซึ่งหากเป็นไปตามที่คาดการณ์ จะมีการสร้างคลังสินค้าบริเวณใกล้ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนเป็นที่แรก มีการสร้างห้องเย็นเพื่อเก็บสินค้า เพื่อให้สามารถเก็บสินค้า และขนส่งขึ้นเรือได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว และหากประสบผลสำเร็จก็จะเริ่มขยายไปยังสินค้าเกษตรอื่นๆ และขยายการทำโครงการไปยังท่าเรืออื่นๆ ของการท่าเรือแห่งประเทศไทยต่อไป ด้วย

สำหรับ ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน อยู่ในความรับผิดชอบของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เป็นประตูระหว่างประเทศไทยกับประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ตอนบน ส่งเสริมการขนส่ง การค้า ตามข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ เพื่อเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำบ้านช้าง - แม่น้ำโขง

โดยมีสินค้าผ่านท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนกว่า 6 ล้านตันต่อปี มีบริการที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากล สำหรับท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน มีท่าเทียบเรือ 4 ท่า ประกอบด้วย 1.ท่าเรือแนวลาดทิศใต้ 2.ท่าเรือแนวดิ่ง 3.ท่าเรือแนวบาดทิศเหนือ 4.ท่าเรือขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง   สามารถรองรับเรือสินค้ามีขนาดบรรทุกได้ถึง 400 ตัน กินน้ำลึกถึง 2 เมตร มีสถิติเรือเข้า - ออก ปี 2564 กว่า 103,971 ลำ โดยมีสินค้านำเข้าที่โดดเด่น คือ ข้าวโพด บุหรี่ เปลือกไม้ สินค้าส่งออก ที่โดดเด่นคือ ชิ้นส่วนไก่แช่เเข็ง เนื้อกระบือแช่แข็ง น้ำตาลทราย 




 



Create Date : 28 ตุลาคม 2564
Last Update : 28 ตุลาคม 2564 17:55:49 น.
Counter : 82 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  

BlogGang Popular Award#17



สมาชิกหมายเลข 3402302
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



contact >> parwnation@gmail.com
hello welcome
contact =>>parwnation@gmail.com
New Comments