All Blog
"กรมปศุสัตว์"ยืนยันโควิดไม่แพร่เชื้อจากสัตว์เลี้ยงสู่คน
นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า จากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก และล่าสุดได้มีการเผยแพร่ข่าวทางเฟซบุ๊ก กรณีพบการติดเชื้อ COVID-19 ของสุนัขและแมวในไทยโดยอ้างอิงว่ามาจากงานวิจัยทีมคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ในวารสารวิชาการ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมาว่า ตรวจพบการติดเชื้อในสุนัข 3 ตัว จากการตรวจ 35 ตัว และแมว 1 ตัว จากการตรวจ 9 ตัว

ทั้งหมดเป็นการตรวจสัตว์เลี้ยงในครัวเรือนที่มีเจ้าของติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งมีเพียงสุนัข 1 ตัวเท่านั้นที่แสดงอาการเล็กน้อย ส่วนสัตว์เลี้ยงที่เหลือไม่แสดงอาการ ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าว ทำให้เกิดความกังวลและสร้างความตระหนกต่อเจ้าของสัตว์เลี้ยงในไทยอย่างมากถึงความสามารถถ่ายทอดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงกลับไปยังเจ้าของสัตว์ได้

ปัจจุบันในขณะที่ทั่วโลกกำลังรับมือกับสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ก็มีรายงานการติดเชื้อในสัตว์ที่เพิ่มมากขึ้น เริ่มมีรายงานการตรวจพบเชื้อครั้งแรกในสุนัขและแมวในฮ่องกงในปี 2563 และมีหลักฐานว่าแมวติดเชื้อในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนสามารถแพร่เชื้อไปยังแมวตัวอื่นได้






 





 
ต่อมาพบการติดเชื้อในตัวมิงค์ที่ประเทศเดนมาร์กและเนเธอร์แลนด์ และพบเชื้อในแมวที่มีอาการทางระบบหายใจและทางเดินอาหารในประเทศเบลเยียม ซึ่งเป็นสุนัขและแมวที่ใกล้ชิดกับเจ้าของที่ติดเชื้อ COVID-19 มีรายงานการพบเชื้อในเสือโคร่ง แสดงอาการทางระบบหายใจ ในสวนสัตว์ที่สหรัฐอเมริกา

คาดว่าติดเชื้อมาจากพนักงานดูแลสัตว์ที่ติดเชื้อ และยังมีรายงานว่าสามารถแพร่สู่สัตว์อื่นๆ ได้ เช่น กวาง พังพอน เสือ สิงโต หรือแม้แต่สัตว์ตระกูลลิงกอริลลา สำหรับประเทศไทยพบมีรายงานครั้งแรกในเดือนเมษายน 2564 จากสุนัขที่นำมาผ่าตัดขาเนื่องจากเป็นมะเร็งที่โรงพยาบาลสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยหลังผ่าตัดเพื่อนบ้านเจ้าของสุนัขได้แจ้งให้แพทย์ทราบว่าเจ้าของสุนัขติดเชื้อโควิด-19

จึงได้มีการเก็บตัวอย่างจากสุนัขและตรวจพบเชื้อดังกล่าว จากข้อมูลการตรวจพบเชื้อ COVID-19 ในสัตว์กลุ่มที่ได้กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่าสัตว์เหล่านี้ใกล้ชิดกับเจ้าของหรือได้รับการดูแลจากผู้ที่ติดเชื้อ เป็นการติดเชื้อจากคนสู่สัตว์ ปัจจุบันมีหลักฐานชัดเจนว่า มนุษย์สามารถแพร่เชื้อไปสู่สัตว์เลี้ยงได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่ามีการแพร่เชื้อกลับจากสัตว์เลี้ยงไปสู่คน

เพื่อเป็นแนวทางดำเนินการและข้อปฏิบัติในการดูแลสัตว์เลี้ยงของผู้ติดเชื้อ กรมปศุสัตว์จึงได้แจ้งข้อพึงปฏิบัติและมาตรการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงหากตรวจพบโรคโควิด-19 ในสัตว์เลี้ยงหรือสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงติดเชื้อ สำหรับสถานพยาบาลสัตว์ที่รับฝากหรือรักษาสัตว์เลี้ยงในกรณีที่เจ้าของสัตว์ป่วยด้วยโรคโควิด-19

รวมถึงข้อควรปฏิบัติไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://dcontrol.dld.go.th เมนูข่าวสารประชาสัมพันธ์ หัวข้อเตรียมความพร้อมกำหนดแนวทางการดูแลสัตว์เลี้ยงของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมถึงได้มีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศ เช่น กระทรวงสาธารณสุข กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช มหาวิทยาลัย ตลอดจนหน่วยงานระหว่างประเทศ องค์การสุขภาพสัตว์โลก (OIE) อย่างต่อเนื่อง

ขอให้ผู้เลี้ยงสัตว์ทุกท่านอย่าตื่นตระหนกและไม่ละทิ้งสัตว์เลี้ยง ซึ่งการทิ้งสัตว์เลี้ยงเป็นการเข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ยเน้นย้ำว่าในปัจจุบันสามารถระบุได้เพียงว่าสุนัขและแมวสามารถติดเชื้อโควิด-19 จากคนป่วยได้เท่านั้น ยังไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลว่าสามารถแพร่เชื้อจากสัตว์เลี้ยงกลับสู่คนได้

ได้มีการศึกษาร่วมกันระหว่างกรมปศุสัตว์และคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการเก็บตัวอย่างในสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของนำมาเข้ารับบริการในโรงพยาบาลสัตว์จำนวน 120 ตัว ยังไม่พบการติดเชื้อซึ่งแสดงให้เห็นว่าเชื้อโควิด-19 และยังไม่มีการแพร่กระจายทั่วไปในสัตว์เลี้ยงแต่อย่างใด






 





 
เพื่อเป็นการป้องกันและลดความความเสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (COVID-19) ระหว่างคนและสัตว์เลี้ยง จึงขอแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงพาสัตว์เลี้ยงออกนอกบ้าน และหากท่านอยู่ในกลุ่มสงสัยว่าติดเชื้อหรือป่วยจากเชื้อ COVID-19 ควรแยกตัวออกจากผู้อื่น

รวมถึงสัตว์เลี้ยงของท่าน ควรให้บุคคลอื่นที่มีสุขภาพดีเป็นผู้ดูแลสัตว์แทน หากสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงสัมผัสโรคหรือสัตว์ติดเชื้อ เช่น มีประวัติใกล้ชิดกับผู้ป่วยและมีอาการที่เข้าข่ายของโรค ควรกักสัตว์แยกไว้ไม่เข้าไปคลุกคลีอย่างน้อย 14 วัน ในกรณีจำเป็นต้องการนำไปฝากเลี้ยงหรือทำการตรวจรักษาให้โทรศัพท์ปรึกษาสัตวแพทย์และแจ้งให้ทราบถึงประวัติเสี่ยงของท่านและสัตว์ก่อน ไม่ควรนำสัตว์เลี้ยงไปยังสถานพยาบาลสัตว์โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

สามารถติดต่อปรึกษา หรือ ขอคำแนะนำเพิ่มเติม ได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ และ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดทุกแห่ง หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์ โทร 063-225-6888 หรือแจ้งผ่าน Application : DLD 4.0 ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง




 




 
 



Create Date : 11 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2564 16:19:10 น.
Counter : 74 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
"เฉลิมชัย"นำทีมติดตามนายกลงพื้นที่สุโขทัยมอบถุงยังชีพผู้ประสบอุทกภัย
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ลงพื้นที่ติดตามพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย อำเภอศรีสำโรง จำนวน 2 จุด ได้แก่ บ้านคลองชัด หมู่ที่ 8 ต.วังใหญ่ และวัดดอนจันทร์ หมู่ที่ 4 ต.บ้านไร่ จากนั้นได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการดูแลประชาชน ณ วัดบ้านซ่าน ต.บ้านซ่าน อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย
       
โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย (ข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.ย. 64) ได้สนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว จำนวน 7 เครื่อง / เครื่องผลักดันน้ำ 5 เครื่อง / รถแบคโฮ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ บริเวณลำน้ำแม่มอก และสนับสนุนเรือตรวจการ 1 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ 5 ราย





 





 

รวมถึงแจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 10,000 กก. ถุงยังชีพ 60 ชุด สร้างเสริมสุขสัตว์ 60 ชุด และในวันนี้ (วันที่ 26 ก.ย. 64) กระทรวงเกษตรฯ ได้สนับสนุนเกษตรกร ได้แก่ หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน 10 ตัน / อาหาร TMR 2 ตัน / แร่ธาตุ 250 ก้อน (500 กิโลกรัม) / ถุงยังชีพสัตว์ 200 ชุด

เชื้อราไตรโคเดอร์มา หัวเชื้อพร้อมใช้ 1,000 กิโลกรัม หัวเชื้อชั้นขยาย 1,000 ขวด (สามารถไปขยายเป็นหัวเชื้อพร้อมใช้ได้ 25,000 กก.) และเมล็ดพันธุ์ผัก 2,000 ซอง (ถั่วฟักยาว กระเจี๊ยบเขียน พริกจินดา ผักบุ้งจีน)
       
นอกจากนี้ ยังเตรียมให้การสนับสนุนปัจจัยต่าง ๆ ในระยะต่อไป ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ข้าว 4,551.70 ตัน เมล็ดพันธุ์ผัก 9,960 ซอง ต้นพันธุ์พืชผัก/พืชอาหาร 4,410,000 ต้น (อาทิ กระเพรา โหระพา พริก มะเขือ ผักหวาน ไพล) ต้นพันธุ์ไม้ผล/ไม้เศรษฐกิจ 176,000 ต้น






 



 






 
(อาทิ กล้วย ขนุน มะนาว มะละกอ หม่อน) เชื้อราไตรโคเดอร์มา ที่สามารถไปขยายเป็นหัวเชื้อพร้อมใช้ได้ไม่น้อยกว่า 75,000 กิโลกรัม/รอบการผลิต (4 วัน) และเตรียมพันธุ์สัตว์น้ำปล่อยตามแหล่งธรรมชาติเพื่อเป็นแหล่งอาหารในชุมชน

ขณะเดียวกันยังเร่งรัดสำรวจความเสียหายเบื้องต้นในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย (ข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.ย. 64) แบ่งเป็น ด้านพืช เกษตรกร 14,464 ราย พื้นที่คาดว่าจะเสียหาย 169,297 ไร่ ข้าว 150,774 ไร่ พืชไร่และพืชผัก 16,761 ไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้น 1,762 ไร่

โดยในพื้นที่ อ.ศรีสำโรง เกษตรกร 4,593 ราย พื้นที่คาดว่าจะเสียหาย 69,703 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 67,082 ไร่ พืชไร่และพืชผัก 2,224 ไร่ ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่น ๆ 397 ไร่ ด้านประมง เกษตรกร 2,504 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ (บ่อปลา) 3,087 ไร่ ในพื้นที่ อ.ศรีสำโรง เกษตรกร 300 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้รับผลกระทบ (บ่อปลา) 350 ไร่





 






 
ด้านปศุสัตว์ เกษตรกร 6,336 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบ 233,325 ตัว โค-กระบือ 26,036 ตัว สุกร 6,479 ตัว แพะ-แกะ 1,040 ตัว สัตว์ปีก 199,770 ตัว แปลงหญ้า 431 ไร่ ในพื้นที่ อ.ศรีสำโรง เกษตรกร 2,412 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบ 101,052 ตัว
       
กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมมาตราการช่วยเหลือช่วยเกลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ และมาตรการอื่น ๆ กรณีเสียหายสิ้นเชิง โดยสามารถติดต่อขอรับสิทธิ์การช่วยเหลือได้ที่สำนักงานเกษตร/ประมง/ปศุสัตว์อำเภอ หรือเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯ ใกล้บ้านท่าน

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์/คุณสมบัติเกษตรกรที่ได้รับการช่วยเหลือ จะต้องเป็นเกษตรกรที่มีพื้นที่การผลิตเสียหายสิ้นเชิงอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตฯ และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อนเกิดภัย





 





 

 



Create Date : 26 กันยายน 2564
Last Update : 26 กันยายน 2564 16:29:45 น.
Counter : 208 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
กรมส่งเสริมการเกษตร โชว์ 20 เมนูเด็ดเกษตรสร้างสรรค์
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรมีนโยบายในการส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร โดยยึดหลัก "ตลาดนำการผลิต" ตลอดจนสนับสนุนให้ประชาชนบริโภคสินค้าเกษตรไทย ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งเป็นการส่งเสริมสนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศ และลดความเสี่ยงในการบริโภคสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ 





 






 
ในปี 2564 กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดทำรายการตำรับอาหาร "DOAE เมนูเด็ดเกษตรสร้างสรรค์" เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ตำรับอาหาร ซึ่งพัฒนาสูตรโดยเชฟจากัวร์ (นายธีรวีย์  ดิษยะไชย์พงษ์) เชฟชื่อดัง เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรแปรรูปให้แก่เกษตรกร รวมถึงผู้สนใจทั่วไป สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ หรือปรุงรับประทานเองภายในครัวเรือน 





 




​​​​​​
สำหรับตำรับอาหารที่กรมส่งเสริมการเกษตรนำเสนอ จะเน้นการใช้วัตถุดิบทางการเกษตร เช่น ผลไม้ ผัก สมุนไพร นานาชนิดมาแปรรูปให้เกิดเมนูที่หลากหลาย สามารถทำได้ง่ายด้วยตนเองที่บ้าน รวม 20 เมนู ได้แก่ สังขยาทุเรียน สังขยามะม่วง คัสตาร์ดเนื้อลำไย เจลลี่มังคุด ไอศกรีมลองกอง ไอศกรีมเงาะสด ฝรั่งแช่บ๊วย ซอสกะท้อนผสมมะเขือเทศ





 





 
 






น้ำสับปะรดไซเดอร์ วาฟเฟิลจากแป้งกล้วย กาแฟผสมข้าวโพด น้ำนมถั่วลิสง พริกสดดองจากการเผาจากถ่าน แผ่นฟักทองอบกรอบปรุงรส เห็ดฟางในน้ำเกลือ น้ำพริกกระเจี๊ยบเขียว ซอสเนื้อมะพร้าวอ่อนราดขนมและสมูทตี้ น้ำกระชายขาวผสมน้ำผึ้ง น้ำมันขิงปรุงอาหาร และน้ำว่านหางจระเข้ผสมน้ำผึ้ง

ผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหาร หรือผู้ที่สนใจทุกท่าน สามารถติดตามชมวิธีการรังสรรค์ตำรับอาหาร "DOAE เมนูเด็ดเกษตรสร้างสรรค์" ได้ทางช่อง ททบ.5 รายการเกษตรสนามเป้า ทุกวันอาทิตย์ เวลา 15.00-15.30 น. และทางช่อง 8 ช่วงสปอตรายการคุยข่าวเช้า ทุกวันจันทร์ เวลา 06.00-09.00 น. หรือสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง Facebook : ประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป






 






​​​​​​​



Create Date : 15 กันยายน 2564
Last Update : 15 กันยายน 2564 17:44:40 น.
Counter : 106 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
BEDO เตรียมจัดงานเผยแพร่ผลงานสพภ. ผ่านออนไลน์ครั้งใหญ่

สํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) พร้อมขับเคลื่อนงานเผยแพร่ผลงานสพภ. ในรูปแบบถ่ายทอดสดออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “The Power of Collaboration” พลังแห่งการร่วมมือร่วมใจในการทํางานของ BEDO และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังส่งเสริมให้วิสาหกิจชุมชน รู้จักอนุรักษ์และเพิ่มมูลค่าทรัพยากรให้เกิดความยังยืนในยุคโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเศรษฐกิจของชาติ 

โดยจะมีการจัดงานตลอดระยะเวลา 3 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 16 - 18 กันยายน 2564 ผ่านเพจ Facebook : BEDO Thailand ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการบริหาร สํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ “ผลการดําเนินงานของ BEDO ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนการปฏิรูปประเทศ

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่12 และแผนยุทธศาสตร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 20 ในฐานะหน่วยงานที่กํากับดูแล ให้นโยบายแก่ BEDO นําไปปฏิบัติ สําหรับวิสัยทัศน์ของกระทรวงทรัพย์ หรือ ทส. มุ่งเน้น ให้ “ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามแนววิถีใหม่ภายใต้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” 

ยึดการทํางานโดยมีประชาชนเป็นหลัก เพื่อสร้างงาน สร้างรอยยิ้ม และสร้างเศรษฐกิจ ที่มาจากฐานทรัพยากรธรรมชาติในส่วนของการจัดงานเผยแพร่ผลงานสํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพในครั้งนี้ จะทําให้เข้าใจบทบาทและภารกิจของ BEDO และเกิดความตระหนัก เห็นถึงความสําคัญ คุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพ อาทิ การใช้พืชสมุนไพร หรือการใช้ประโยชน์พฤกษศาสตร์พื้นบ้านต้านโควิด-19 BEDO มีการส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนกว่า 107 ชุมชน ในการนําความหลากหลายทางชีวภาพ มาพัฒนาเพิjมมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ 

มีการสร้างการมีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวนอกเขตอนุรักษ์ ในลักษณะของการส่งเสริมให้ชุมชนปลูกไม้มีค่า ป่าครอบครัว ปัจจุบันมีเครือข่ายกว่า 400 ราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,700ไร่ การดําเนินโครงการธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน (Community Biobank) มีการทําบัญชีรายการความหลากหลายทางชีวภาพด้านพืชไว้ได้จํานวน 100,000 รายการ มีการจดคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ความลับทางการค้าและสินค้า GI ต่างๆ รวม 146 รายการ

นอกจากนี้ยังมีโครงการ“ท่องเที่ยวชีวภาพ”เป็นเครื่องมือทางการตลาด โดยการนําความโดดเด่นของระบบนิเวศในพื้นที่ของชุมชนแต่ละแห่ง เช่น วิว ทิวทัศน์ พื้นที่ป่าตลอดจนวิถีชีวิตท้องถิ่น นํามาผสมผสานจัดกระบวนการในรูปแบบการท่องเที่ยว

มีการดําเนินการไปแล้วจํานวน 6 ชุมชน ด้านเศรษฐกิจ ณ ปีงบประมาณ2562-2563 เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนเครือข่าย BEDO เป็นเงินกว่า 143.43 ล้านบาท จากการจําหน่ายผลิตภัณฑ์ชีวภาพ โดยการสนับสนุนของ BEDO ทัgงในรูปแบบการจัดงานแสดงและจําหน่ายสินค้า การฝากขายสินค้าผ่านองค์กร หน่วยงานต่างๆ อาทิ ร้านมินิ อตก. , พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ รวมทัgงการจําหน่ายออนไลน์ในหลากหลายช่องทาง

สําหรับไฮไลท์ของกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้ง 3 วัน คือการนําผลิตภัณฑ์ชีวภาพของชุมชนมาจัดแสดงจํานวนกว่า193 รายการ จาก 30 ชุมชนทั่วประเทศ อาทิ นํ้ำผึ้งลําไย จ.ลําพูน, ผ้าหม้อฮ่อม จ.แพร่, ผ้าย้อมครามสกลนคร, ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม, ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร เป็นต้น โดยตัวแทนชุมชนที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์จะทําการ Live สด แนะนํา ให้ข้อมูลต่างๆ เกีBยวกับผลิตภัณฑ์ถึงคุณค่า สรรพคุณที่น่าสนใจ

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอืBน อาทิ การเสวนาให้ความรู้ในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ BCG Model โดยในวันแรกวันที่ 16 กันยายน จะเป็นการบรรยายภาพรวมของ BCG โมเดลเศรษฐกิจกระแสใหม่ โดย ดร. วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการบริหาร สพภ. การเสวนาหัวข้อ BCG Model สร้างรายได้ เพืBอเศรษฐกิจไทยที่ยั่งยืน โดยคุณอมรพล หุวะนันทน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Moreloop 

การเสวนาหัวข้อ สมุนไพรต้านภัยโควิด โดย อ. อุษา กลิ่นหอม นายกสมาคมเครือข่ายการแพทย์พื้นบ้านและสุขภาพวิถีไทย การเสวนาหัวข้อกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วย BCG Model โดยคุณสมศักดิ์ บุญนําจาก Local Alive ในวันที่ 17 กันยายน และในวันที่ 18 กันยายน ได้รับเกียรติจาก ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อํานวยการสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) มาบรรยาย BCG Model กับเทคโนโลยี

ตลอดจนการสาธิตการปลูกผักสวนครัวแบบวิถีคนเมือง โดยคุณแอน พรหมศักดิ์  เจ้าของสวนเกษตรสุขกลางกรุง เหมาะสําหรับการใช้ชีวิตแบบ Work from home ในช่วงโควิด 19เป็นต้น

กิจกรรมเผยแพร่ผลงานสพภ. ปี 2564 จะจัดขึ้นระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 16 – วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 (ระยะเวลารวม 3 วัน) ในรูปแบบถ่ายทอดสดออนไลน์โดยผู้สนใจร่วมงานสามารถติดตามได้บนเพจ  Facebook : BEDO Thailand



 





 

 




Create Date : 11 กันยายน 2564
Last Update : 11 กันยายน 2564 17:24:19 น.
Counter : 105 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
"สภาเอสเอ็มอี"เดินหน้าโครงการ"SMEsไม่ทิ้งกัน สู้โควิด-19"
นายศุภชัย แก้วศิริ ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย ได้มอบหมายให้ นางสาวภัคข์ประภัส สุขใส กรรมการสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย เป็นผู้แทนในการส่งมอบให้กับนางวรรณา สุกใส ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแหลมฟ้าผ่า




 






 
เพื่อนำถุงยังชีพและยาสมุนไพรไทย Kerra  ที่ได้รับการสนับสนุนจาก นายภัทร์ หนังสือ ประธานกรรมการ และทีมแพทย์แผนไทยจากเวชกรโอสถมอบให้เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนกลุ่มดังกล่าวในท้องที่ใช้สำหรับดำรงชีพและรักษาตัว




 






 
นายศุภชัย กล่าว่า การมอบถุงยังชีพและยา สมุนไพร Kerra ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแหลมฟ้าผ่า ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ และประชนในท้องที่ที่ติดเชื้อโควิด-19 ในครั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือบุคลลากรทางการแพทย์ในศูนย์พักคอย รวมทั้งประชาชนที่รักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) และครอบครัวที่ต้องกักตัวที่บ้านซึ่งไม่มีรายได้เพื่อเป็นกำลังใจให้กันในยามวิกฤติที่เกิดขึ้น




 






 
ทั้งนี้โครงการดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการ ที่ปรึกษา รองประธานที่ปรึกษา ประธานจังหวัดสภาเอสเอ็มอี และหน่วยงานพันธมิตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ช่วยเหลือครอบครัวของผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 และเป็นกำลังใจให้คนไทยในการช่วยเหลือประชาชน ได้ได้รับความเดือดร้อนให้ก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 นี้ไปด้วยกันโดยทางสภาเอสเอ็มอี จะดำเนินโครงการช่วยเหลือต่อเนื่องต่อไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิค ลดน้อยลงและเข้าสู่ภาวะปกติ





 



Create Date : 19 สิงหาคม 2564
Last Update : 19 สิงหาคม 2564 15:58:32 น.
Counter : 238 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  

BlogGang Popular Award#17



สมาชิกหมายเลข 3402302
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



contact >> parwnation@gmail.com
hello welcome
contact =>>parwnation@gmail.com
New Comments