All Blog
"กรมชลฯ"เดินหน้าปรับปรุงระบบชลประทานลำโดมน้อย
"กรมชลประทาน"วางแผนปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำโดมน้อย จ.อุบลราชธานี หลังเปิดใช้งานกว่า 40 ปี หวังเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น 

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลัง นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ไปติดตาม  “โครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำโดมน้อย” ว่า โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาโดมน้อย  ตำบลโนนกลาง อำเภอพิบูลมังสาหาร เป็นโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ ประกอบด้วยโรงสูบน้ำติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 10 เครื่อง  คลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายความยาว 65.6 กิโลเมตร  ฝั่งขวา 25 กิโลเมตร รวมทั้งคลองส่งน้ำสายซอยและแยกซอยรวมกัน 193 กิโลเมตร ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2527 และใช้งานมากว่า 40 ปี 

จากการหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการและกลุ่มเกษตรกร พบว่าพื้นที่ดังกล่าว ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อทำการเกษตร มีน้ำใช้ไม่ทั่วถึง ซึ่งในอนาคตหากไม่มีการแก้ไข อาจทำให้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำกับกลุ่มผู้ใช้น้ำในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทานตามมา





 






 
ดังนั้นกรมชลประทาน จึงได้ทำการศึกษาแนวทางปรับปรุงโครงการ เพื่อให้โครงการฯมีการส่งน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการใช้น้ำทุกภาคส่วน และส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างมีส่วนร่วม  ครอบคลุมพื้นที่อย่างทั่วถึง

สำหรับโครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำโดมน้อย เป็นการปรับปรุงซ่อมแซมองค์ประกอบของโครงการฯให้ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ เพื่อลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์  

ประกอบด้วย การปรับปรุงซ่อมแซมดาดคอนกรีตคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย ความยาว 6.96 กิโลเมตร  การซ่อมแซมดาดคอนกรีตคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา ความยาว 6.96 กิโลเมตร  การปรับปรุงอาคารชลศาสตร์ ที่เป็นอุปสรรคในการส่งน้ำ การรื้อถอนอาคารของคลองฝั่งขวา การปรับปรุงซ่อมแซมอาคารของคลองส่งน้ำฝั่งซ้าย การปรับปรุงอาคารระบายน้ำล้น รวมไปถึงงานปรับปรุงแก้ไขปัญหาตะกอนทราย และวัชพืชในคลองส่งน้ำ ตลอดคลองสายใหญ่ 






 






 
นอกจากนี้ ยังมีงานเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทาน มีระบบส่งน้ำเพิ่มเติม เพื่อเสริมระบบส่งน้ำเดิม ได้แก่ การสร้างอาคารรับน้ำอาศัยแรงโน้มถ่วงจากอ่างเก็บน้ำสิรินธร ไปยังพื้นที่ปลายคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งขวา พร้อมทั้งก่อสร้างสถานีสูบน้ำแห่งใหม่ ขนาด 3.1 ลูกบาศก์ต่อวินาที  และสถานีสูบน้ำเพิ่มเติมบริเวณหัวงาน 2.25  ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ด้มีการปรับปรุงขยายความกว้างของคลองสายใหญ่ฝั่งขวา ความยาว 8.10 กิโลเมตร และปรับปรุงขยายคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย 4 ช่วง ความยาวรวม 10.20 กม.

โครงการฯดังกล่าว จะใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี  หากดำเนินการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ จากระบบชลประทานเดิมที่ส่งน้ำได้ 131,035 ไร่ เป็น 176,010 ไร่ ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำต้นทุนให้กับพื้นที่โครงการฯ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ ด้วยการติดตั้งระบบโทรมาตร การจัดรอบเวรในการส่งน้ำ และการจัดองค์กรผู้ใช้น้ำใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำและพื้นที่รับประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น



 



 



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2564 15:52:48 น.
Counter : 44 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
เตือน ! ภาคใต้รับมือฝนตกหนัก
"กรมชลประทาน"พร้อมรับมือฝนตกหนักภาคใต้อีกระลอก หลังอุตุฯคาดการณ์หนักมากหลายพื้นที่  ด้านกอนช.แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่มหลายจังหวัด

นายประพิศ  จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่ภาคใต้ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากฝนคาดการณ์ (ONE MAP) ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(องค์การมหาชน) ร่วมกับคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคใต้ พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงที่ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง

จึงขอให้เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม ในช่วงวันที่ 26 - 30 พฤศจิกายน 2564 ในบริเวณจังหวัดต่างๆ ดังนี้ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง ตรัง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และเสี่ยงน้ำล้น






 






 
อาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายอ่างฯได้ ในส่วนของบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี กระบี่ ระนอง ภูเก็ต ตรัง และนราธิวาส ให้เฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณปากอ่าว เนื่องจากจะมีระดับน้ำทะเลหนุนสูงกว่าปกติประมาณ 0.5 – 1.0 เมตร

ได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ภาคใต้เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมและเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ วางแผนบริหารจัดการน้ำในเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำและเร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่น้ำ ให้สอดคล้องกับการขึ้น - ลง ของระดับน้ำทะเล

รวมทั้งใช้พื้นที่ลุ่มต่ำเป็นแก้มลิงหน่วงน้ำและรองรับน้ำหลาก  การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารและระบบชลประทานทุกแห่ง การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อรองรับน้ำหลาก/ป้องกันน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญได้เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือไว้ในพื้นที่ภาคใต้

อาทิ เครื่องสูบน้ำ 350 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 440 เครื่อง และอื่นๆรวม 1,189 หน่วย ประจำไว้ในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ที่พร้อมจะปฏิบัติงานได้ทันที หากเกิดสถานการณ์ขึ้น รวมไปถึงความพร้อมของระบบสื่อสารสำรองให้สามารถเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างรวดเร็ว




 




 



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2564 15:46:21 น.
Counter : 31 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
"เฉลิมชัย"กำชับชลประทานบริหารเขื่อนเพชรลดผลกระทบท้ายน้ำ
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี โดยมีนายบุรีรัตน์ วงศ์บุรี ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 14 และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่

นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนและตอนกลางของลุ่มน้ำเพชรบุรี ในช่วงวันที่  8 - 9 พ.ย. 64 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำเพชรบุรีเพิ่มสูงขึ้น มีน้ำล้นตลิ่งที่ลุ่มต่ำ บริเวณสถานี B6A สะพานท่าเกวียน น้ำสูงกว่าตลิ่ง 0.28 เมตร ซึ่งปริมาณน้ำนี้จะไปรวมกับปริมาณน้ำที่สถานี B9  และไหลมายังเหนือเขื่อนเพชร





 







 
กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเพชร โดยการผันเข้าระบบคลองส่งน้ำทั้ง 4 สายในอัตรา 150 ลบ.ม./วินาที ส่วนปริมาณน้ำที่เหลือจะไหลผ่านเขื่อนเพชรลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อล้นตลิ่ง ประมาณ 0.20 – 0.6 เมตร ในช่วงวันที่ 10 – 15 พฤศจิกายน 2564 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ใน 4 อำเภอ ดังนี้ อำเภอท่ายาง บริเวณตำบลท่ายาง ตำบลท่าแลง และตำบลยางหย่อง , อำเภอบ้านลาด บริเวณตำบลบ้านลาด ตำบลตำหรุ ตำบลท่าเสน ตำบลถ้ำรงค์ และตำบลพลือ





 






 
อำเภอเมืองเพชรบุรี บริเวณเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ตำบลท่าราบ ตำบลคลองกระแซง ตำบลต้นมะม่วง ตำบลบ้านหม้อ ตำบลหนองโสน และตำบลบ้านกุ่ม และ อำเภอบ้านแหลม บริเวณตำบลท่าแร้ง ตำบลท่าแร้งออก ตำบลบ้านแหลม ตำบลบางขุนไทร และตำบลบางครก 

ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำ 647.95 ล้าน ลบ.ม. ร้อยละ 91 ของความจุ ปัจจุบันได้ปิดการระบายน้ำ ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ มีปริมาณน้ำเต็มความจุเก็บกันอยู่ที่ 45.67 ล้าน ลบ.ม. มีการระบายน้ำ 50 ลบ.ม./วินาที และอ่างเก็บน้ำห้วยผาก มีปริมาณน้ำเต็มอ่างฯเช่นกัน ที่ 27.70 ล้าน ลบ.ม. มีการระบายน้ำ 3 ลบ.ม./วินาที 






 






 
กรมชลประทาน ได้บูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน ประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำเพชรบุรีให้ทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 27 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 16 เครื่อง กาลักน้ำ 12 ชุด และมีแผนติดตั้งเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าระดับน้ำจะต่ำกว่าตลิ่ง และสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ใน 2 วันนี้ ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำ เมื่อระดับน้ำลดลงต่ำกว่าจะตลิ่งจะใช้เครื่องสูบน้ำสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุดต่อไป 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้กรมชลประทาน บริหารจัดการลุ่มน้ำเพชรบุรีให้สอดคล้องกับสถานการณ์  พร้อมเตรียมและติดตั้งเครื่องจักร เครื่องมือ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็ว ช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดกับประชาชนให้มากที่สุด




 




 



Create Date : 12 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2564 15:08:01 น.
Counter : 111 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
"กรมชลฯ"ระดมเครื่องจักรสูบระบายน้ำลงสู่ทะเล
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วย นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา นายสุริยพล นุชอนงค์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง นายยงยส เนียมทรัพย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11

นายนิคม สุคันธพฤกษ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด-บางยี่หน นายอาภากร สะนิกวาที ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่





 






 
อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์น้ำในทุ่งเจ้าเจ็ดมีปริมาณมาก ทำให้ปริมาณน้ำในคลองพระยาบันลือมีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเกินระดับสูงสุด ขณะนี้ได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ทุ่งฝั่งตะวันตก ตั้งแต่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผักไห่ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ




 





 
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาภาษีเจริญ เตรียมรับปริมาณน้ำที่ระบายจากพื้นที่ทางตอนบน โดยใช้เครื่องจักร เครื่องมือที่มีอยู่ในพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพในการเร่งระบายน้ำออกจากทุ่งลุ่มต่ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบกับประชาชนให้มากที่สุดตามนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

พร้อมให้ระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมและเดินเครื่องสูบน้ำให้เต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนและเส้นทางสัญจร นอกจากนี้ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่ จ.นครปฐม กว่า 100 เครื่อง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำที่ท่วมขังให้ไหลออกสู่ทะเลอ่าวไทยโดยเร็วที่สุด




 




 



Create Date : 05 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2564 13:15:26 น.
Counter : 158 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
เร่งระบายน้ำเจ้าพระยา-ท่าจีน-เตรียมรับมือฝนใต้
นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ปัจจุบัน (1 พ.ย. 2564)  อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 58,603 ล้าน ลบ. หรือคิดเป็นร้อยละ 77 ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 34,674 ล้าน ลบ.ม.

สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 18,004  ล้าน ลบ. เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 14,440 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 58 ของความจุอ่างฯ เป็นน้ำใช้การได้ 7,744 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้รวมกันอีกประมาณ 10,476 ล้าน ลบ.ม.
 
ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบัน (1 พ.ย. 64) ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,355 ลบ.ม.วินาที ก่อนไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาที่มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,257 ลบ.ม./วินาที  แนวโน้มระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง





 






 
กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำด้านฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยปรับลดการรับน้ำเข้าสู่แม่น้ำท่าจีน ผ่านประตูระบายน้ำพลเทพ ลงเหลือ 60 ลบ.ม./วินาที ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนตั้งแต่ จ.ชัยนาท ทยอยลดลงตามลำดับ

อย่างไรก็ตามยังคงมีน้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งบางแห่ง ในเขต อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี และ อ.บางเลน อ.นครไชยศรี จ.นครปฐม ซึ่งได้มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำท่าจีนไปแล้ว 109 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำอีกจำนวน 22 เครื่อง เร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด จะทำให้สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำท่าจีนดีขึ้นตามลำดับในระยะต่อไป
 
ขณะนี้ได้ใกล้สิ้นสุดฤดูฝนของทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางแล้ว จึงได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่ พิจารณาการระบายน้ำของจากพื้นที่ลุ่มต่ำ พร้อมปรับแผนการเพาะปลูกให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์ ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำในอ่างเก็บน้ำฯ ให้ได้มากที่สุด เพื่อสำรองไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และการเกษตร ในช่วงฤดูแล้งอย่างเพียงพอ ตามข้อสั่งการของรัฐบาล และกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ
 
สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ที่เริ่มเข้าสู่ฤดูน้ำฝน ให้ดำเนินการตามมาตรการรับมือน้ำหลากที่กรมกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด บริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ พิจารณาปรับการระบายน้ำให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำให้น้อยที่สุด พร้อมทั้งเน้นย้ำให้แจ้งเตือนก่อนการระบายน้ำทุกครั้ง เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดกับประชาชน

ได้เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร เครื่องมือ ให้สามารถปฏิบัติงานได้ทันที และร่วมบูรณาการกับหน่วยงานในท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ขอให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย




 
 



 



Create Date : 01 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2564 17:22:50 น.
Counter : 94 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  

BlogGang Popular Award#17



สมาชิกหมายเลข 3402302
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



contact >> parwnation@gmail.com
hello welcome
contact =>>parwnation@gmail.com
New Comments