คนละฟากฟ้า - บทที่ 48
 

หลังจากจดทะเบียนสมรสกับนิคได้ไม่นานพราวพรายก็เริ่มรู้สึกผิดหวัง ที่เคยคิดว่าจะมีคนคอยพะเน้าพนอเอาอกเอาใจ พาไปโน่นมานี่ก็ไม่เห็นค่อยมี เพราะนิคไม่ได้อยู่กับเธอตลอดเวลาเหมือนสามีภรรยาทั่วไป ส่วนใหญ่เขาอยู่ที่เวียตนาม เดือนหนึ่งจะมาหาเธอก็แค่ไม่กี่วัน ซ้ำร้ายแม้แต่ในอุบลฯเธอกับเขายังต้องแยกกันอยู่เสียอีก เมื่อเธอบ่นเรื่องนี้มากขึ้น นิคก็เสนอทางออกให้เธอสองทาง

“ลาออกจากงานย้ายไปอยู่กับผมที่โน่นก็ได้ แต่คงต้องไปเช่าบ้านอยู่นอกค่าย ทางค่ายไม่อนุญาตให้ลูกเมียเข้าไปอยู่ประจำ”

“ไม่ไปหรอก เรื่องอะไรจะไป ที่โน่นอันตรายไม่ใช่เหรอ แล้วฉันก็ชอบทำงานด้วย จะให้ฉันไปนั่งๆนอนๆอยู่เฉยๆ ได้บ้าตายน่ะสิ”

“ได้นั่งสบายๆ เป็นคุณนายยังไม่ชอบอีกหรือ?”
“ไม่ชอบ ไม่ได้เป็นง่อยนี่ อ้อ..แล้วพ่อแม่ฉันอีกล่ะ ถ้าอยู่ๆฉันลาออกจากงานย้ายไปเวียตนาม พ่อแม่ฉันจะว่ายังไงล่ะ ได้ตกใจตายน่ะสิ”

ชายหนุ่มผู้หลงผิดคิดว่าจะปราบเธอได้ง่ายๆถอนใจยืดยาว “โน่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่เอา งั้นคุณก็ย้ายออกจากบ้านเช่านั่นมาอยู่ที่อพาร์ตเมนท์ผม ดีไหมล่ะ”

“บ้าสิ ถ้าฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ ใครๆเขาก็ต้องสงสัยสิว่าฉันเป็นอะไรกับคุณ ทำไมต้องมาอยู่อพาร์ตเมนท์คุณด้วย ดีไม่ดีคิดว่าฉันเป็นเมียเช่าของคุณ ฉันมิเสียหายแย่หรือ แล้วอีกอย่าง..แค่ย้ายบ้านจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากตอนนี้ล่ะ น่าจะแย่กว่าตอนนี้ด้วยซ้ำ ต้องอยู่คนเดียวเดือนตั้งละยี่สิบกว่าวันกว่าจะได้เจอหน้าคุณสักที”

“ทำไมจะไม่มี อย่างน้อยผมมาเดือนละครั้งๆละสี่ห้าวัน เราก็ยังได้อยู่ด้วยกันเต็มทั้งสี่ห้าวันนั่นไม่ใช่หรือ ทุกวันนี้น่ะ ผมมาสี่ห้าวันแต่คุณยอมมาอยู่กับผมสักกี่วันล่ะ อย่างดีก็แค่สองวัน เพราะกลัวเพื่อนคุณจะรู้ เอางี้ก็ได้ ถ้าคุณไม่อยากไปอยู่กับผมที่โน่น คุณก็อยู่กับเพื่อนคุณต่อไป แต่เวลาที่ผมมาอุบลฯคุณก็มาอยู่ที่นี่กับผม จนกว่าผมจะกลับไปเวียตนาม ว่าไง?”

พราวพรายค้อนขวับแล้วร่ายเหตุผลเสียยืดยาวว่า “ฉันจะมาอยู่กับคุณแบบนั้นได้ไงล่ะ อย่างน้อยแอ๋วก็ต้องสงสัยว่าฉันหายตัวไปนอนค้างที่ไหนเดือนละตั้งหลายวัน จริงไหม? ทุกวันนี้ฉันมาอยู่กับคุณแค่ครั้งละวันสองวัน ฉันยังกลัวแอ๋วจะสงสัยเลย แล้วถ้าแม่ฉันเกิดมาเยี่ยมแล้วไม่เจอฉันที่บ้านโน้นล่ะ ฉันมิแย่หรือ”

ชายหนุ่มถอนใจอีกไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ “รู้ไหมว่าปัญหาทั้งหมดนี่น่ะเป็นเพราะอะไร?”

“เพราะคุณน่ะสิ ยังไม่พร้อมก็มาบีบบังคับฉันให้จดทะเบียนกับคุณ คนบ้า”

“โอเค ผมผิดก็ได้ แต่ที่สำคัญคือคุณมัวแต่กลัวทางบ้านจะรู้ กลัวคนที่นี่จะรู้ ก็เลยทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ทำยังกับว่าแต่งงานเป็นเมียผม ทำให้คุณเสียเกียรติเสียเต็มประดายังงั้นแหละ”

“เชอะ อย่ามาหาความฉันนะ คุณน่ะแหละที่ผิด รู้ว่าฉันยังไม่พร้อมก็ไม่ยอมรอ คุณเองก็ไม่พร้อมเหมือนกัน คุณก็รู้อยู่แล้วว่าไม่มีเวลาให้ฉัน อยู่ไกลกันคนละประเทศแทนที่จะคบกันไปเรื่อยๆก่อน จบไอ้สงครามบ้าๆนั่นเมื่อไหร่ค่อยมาว่ากันอีกที คุณก็ไม่ยอม เอาแต่ใจตัวเองท่าเดียว ทำให้ชีวิตฉันต้องวุ่นวายไปด้วย”

พราวพรายบ่นพึมพำอย่างหงุดหงิด กับสภาพการครองคู่ของเธอกับเขา ที่มองไม่เห็นทางออกที่ดีกว่านี้

บางครั้งที่หงุดหงิดมากๆกับสภาพการแต่งงานที่ลุ่มๆดอนๆ พราวพรายก็จะอาละวาดชวนทะเลาะ แต่นิคไม่ยอมทะเลาะด้วย เขาจะนั่งสูบบุหรี่มองเธอด้วยแววตาที่เคร่งขรึม ปล่อยให้เธออาละวาดบ่นว่าจนหยุดไปเองเพราะความเหนื่อย และคงจะไม่รู้สึกสนุกนักที่อีกฝ่ายไม่ยอมตอบโต้ ความเงียบเฉยของนิคยิ่งทำให้พราวพรายเป็นเดือดเป็นแค้น เธอตีความตามใจตัวเองว่าเขาไม่แคร์กับความรู้สึกของเธอเลย เธอตั้งข้อหาว่าเขาชอบบีบบังคับเธอ

แม้แต่เรื่องเซ็กส์ชายหนุ่มก็เริ่มคิดว่า พราวพรายทำตัวเหมือนคนมีปัญหา เธอทำท่า 'ไม่พร้อม' อยู่หลายครั้ง ตอนแรกเขาคิดว่าเธอคงไม่พร้อมเพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่เมื่อเธอแสดงท่าทีหลีกเลี่ยงเขาบ่อยๆ เขาก็เริ่มหงุดหงิด แล้วในที่สุดก็ชักสงสัยว่าเธอผิดปกติหรือเปล่า

คืนหนึ่งตอนที่อยู่ด้วยกันบนเตียง และเขาพยายามจะกอดจูบเธอเพราะไม่ได้เจอกันเป็นเดือนแล้ว พราวพรายผลักไสเขาให้ออกห่าง ปรามด้วยเสียงขุ่นๆว่า “อย่านะ” แล้วถามว่า “นิค ถามจริงๆเถอะ ผู้ชายนี่บ้าเซ็กส์กันทุกคนเลยเหรอ?”

นิคตกใจ ผงกหน้าขึ้นมอง ถามอย่างสงสัยว่า “ทำไมถามยังงั้นล่ะ?”
“ก็คุณเจอฉันทีไรก็เห็นพยายามจะมีเซ็กส์กับฉันแทบทุกครั้ง หรือไม่จริงล่ะ”
“อ้าว! แล้วเป็นไง คุณเป็นเมียผมไม่ใช่หรือ?”

“อย่ามาอ้างหน่อยเลย ตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานกันคุณก็พยายามอยู่เรื่อยแหละ”

ชายหนุ่มได้ที เพราะอยากจะถามมานานแล้ว “แล้วคุณล่ะ ทำไมชอบทำท่าเหมือนปฏิเสธผมอยู่เรื่อย ทำเหมือนไม่ยอมรับรู้ว่าคนแต่งงานกันแล้วมันก็ต้องมีเรื่องแบบนี้มั่ง”

พราวพรายค้อนขวับ ถามแบบเอาเรื่องว่า “ คุณใช้คำว่า ‘มั่ง’ ได้ยังไง พูดผิดหรือเปล่า อย่างคุณน่ะใช้คำนั้นไม่ได้หรอก แล้วที่ว่าฉันชอบปฏิเสธน่ะ ปฏิเสธยังไง ไหนลองอธิบายให้เข้าใจหน่อยสิ”

นิคยักไหล่ “บางครั้งคุณก็ไม่ได้ปฏิเสธตรงๆหรอก แต่ทำท่าเหินห่าง หน้าตาเซ็ง ไม่สบอารมณ์ บางทีก็ทำตัวแข็งทื่อ บางครั้งก็ทำเหมือนรังเกียจผม ต่อต้านผมยังไงก็ไม่รู้ อธิบายไม่ถูก”

“เอ๊ะ..ก็ฉันไม่พร้อมนี่ ไม่เข้าใจหรือไง”
“ไม่เข้าใจ ไหนลองบอกหน่อยซิ ที่ว่าไม่พร้อมน่ะอะไรไม่พร้อม?”

พราวพรายอึกอัก จะบอกความจริงเขาดีไหมว่าเธอไม่ชอบเซ็กส์ แต่ถ้าขืนบอกอย่างนั้นมันก็จะกลายเป็นความผิดของเธอน่ะสิ เมื่อตอบไม่ได้หญิงสาวก็พาลเสียเลย

“ทำไมฉันจะต้องชี้แจงขนาดนั้นด้วยล่ะ เรื่องส่วนตัวของฉันแท้ๆ ว่าแต่คุณเถอะ ทำไมถึงชอบเรื่องนี้นักนะ ไม่ไหว..ผู้ชายนี่บ้าเซ็กส์จัง”

ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง “พราว นี่คุณมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า อ้างว่าไม่พร้อมมาตลอดยังไม่พอ ยังมากล่าวหาคนปกติว่าบ้าเซ็กส์อีก”

“มาว่าฉันแบบนั้นได้ไง คุณน่ะสิที่ไม่ปกติ ไม่รู้จักหักห้ามใจซะมั่ง” แล้วเธอก็สงสัยขึ้นมาอีกจนได้ “เอ๊ะ..ถ้าชอบมากขนาดนี้ อยู่ที่โน่นคุณก็ต้องมีผู้หญิงบ้างล่ะสิ ใช่หรือเปล่า?”

ความจริงพราวพรายไม่รู้ตัวหรอกว่าสาเหตุที่เธอไม่ชอบเซ็กส์ ส่วนใหญ่เกิดจากข้อห้ามต่างๆ และวิธีเลี้ยงดูของมารดาตั้งแต่เล็กจนโต ที่ฝังรากหยั่งลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของเธอเอง รวมทั้งเรื่องการแอบจดทะเบียนกับนิค ที่เธอคิดว่าตัวเองทำความผิดอย่างร้ายแรง เป็นเรื่องที่ผิดทำนองคลองธรรม และเป็นเรื่องใหญ่ที่ทางบ้านของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมารดาไม่สามารถจะรับได้ ทำให้เธอพยายามจะบล็อคทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ให้เปิดรับเรื่องพวกนี้ ซึ่งมีผลทำให้เธอไม่สามารถทำตัวให้มีความสุขในเรื่องเพศได้ หญิงสาวผู้ยังอ่อนประสบการณ์ในด้านนี้ไม่รู้เลยว่า เพียงแต่เธอทำใจให้สบาย ยอมรับว่าเซ็กส์เป็นเรื่องธรรมดาธรรมชาติระหว่างสามีภรรยา เลิกนึกถึงข้อห้ามต่างๆของมารดา แล้วปล่อยตัวปล่อยใจไปกับการนำพาของนิค ไม่ต่อต้านเขา เธอก็จะสามารถมีความสุขได้เหมือนผู้หญิงคนอื่น

พอได้ยินคำพูดเหมือนโยนความผิดให้เขา นิคนึกหมั่นไส้ขึ้นมาบ้างเลยแกล้งตอบให้เธอเจ็บใจเล่น

“อาจจะมีก็ได้ เรื่องอะไรผมต้องบอกคุณล่ะ” แล้วขู่ต่ออีกหน่อยว่า “มีเมียที่ชอบเซย์โนบ่อยๆแบบคุณ มันก็ต้องไปหาเศษหาเลยที่อื่นบ้างละ”

พรายพราวทำหน้าคว่ำ ไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือพูดเล่น “ถ้าฉันรู้ว่าคุณมีคนอื่นเมื่อไหร่ ฉันก็จะมีมั่ง แล้วอย่ามาอาละวาดล่ะ”

เธอแค่อยากจะยั่วให้เขาหึงเท่านั้น เพราะถ้าหึงก็แปลว่าเขายังรักยังหวงเธอ คงไม่กล้าไปมีคนอื่นหรอก ไม่เคยคิดจะทำอะไรอย่างที่ว่าเลย แต่คราวนี้เขาไม่ยักหึง เพียงแต่มองเธออยู่ครู่หนึ่งก็บอกด้วยสีหน้าปกติว่า “ถ้าอยากทำยังงั้นจริงก็ทำไปสิ ผมจะต้องอาละวาดทำไม เราก็แค่แยกทางกัน ดีไหม”

ความจริงนิคก็รู้ว่าพราวพรายแกล้งยั่วให้เขาหึงเท่านั้น เธอไม่มีทางที่จะทำอย่างที่พูดได้หรอก เขาเชื่อว่าเธอรักเขา แม้จะชอบทำกระบิดกระบวนเรื่องมาก เปลี่ยนใจวันละหลายครั้ง วุ่นวายสับสน บางครั้งก็กลัวอะไรไม่เข้าท่า แล้วยังจะเกณฑให้เขาต้องกลัวไปกับเธอด้วย

หลายครั้งที่นิครู้สึกว่าพราวพรายยังเด็กอยู่มาก เล่นหัวยั่วเย้าเขา หัวเราะเสียงดังลั่น หูตาแพรวพราวเมื่อแกล้งเขาได้ แต่บางครั้งเธอก็ทำท่าเคร่งขรึม พูดจาเป็นผู้ใหญ่มีเหตุมีผลจนเขาต้องยอมแพ้ บางครั้งเธอก็แง่งอนรอให้เขาเป็นฝ่ายง้อทั้งๆที่เธอเป็นฝ่ายผิด หลายครั้งที่เธอทำสะบัดสะบิ้งโกรธเรื่องไม่เป็นเรื่อง แล้วก็หนีกลับบ้านเช่าไปเสียเฉยๆ 

นิคต้องหัวหมุนไปตามอารมณ์ที่ผันแปรไปมาของพราวพราย บางครั้งถึงจะหัวเสียไปบ้าง แต่เขาก็ต้องยอมรับกับตัวเองว่าเขามีความสุข เธอนำสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตที่มีแต่งานของเขามาเติมให้ นั่นคือความมีชีวิตชีวา นิคพบว่าผู้หญิงเอเซียมีเสน่ห์กว่าผู้หญิงตะวันตก ตรงความเป็นผู้หญิงที่มีจริตหญิงอยู่เต็มเปี่ยม มีทั้งความอ่อนหวานเอาอกเอาใจ ความตระแหน่แง่งอน ง้อเขาและบางครั้งก็รอให้เขาง้อ น้ำตาและรอยยิ้ม การใส่ใจดูแลผู้ชายของพวกเธอไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเสน่ห์ที่ชายหนุ่มเพิ่งค้นพบ

ยิ่งกว่านั้นนิคยังพบว่าพราวพรายมีลูกเล่นมากมาย ที่ทำให้เขาตัองยอมทำตามที่เธอต้องการ เวลาอยากได้อะไรหรือต้องการให้เขาทำอะไรให้ เธอก็จะพูดจาหว่านล้อมดีๆบ้าง พูดแกมขู่บ้าง ทีเล่นทีจริงบ้าง ลงไม้ลงมือพอหอมปากหอมคอบ้าง ทำหน้าเศร้าบ้างบึ้งบ้างแล้วแต่สถานการณ์ ตอนนี้เขาไม่แปลกใจอีกแล้วว่าทำไมพวกเพื่อนๆ หรือลูกน้องสองสามคนของเขา ที่แต่งงานกับผู้หญิงไทยหรือผู้หญิงเอเซียชาติอื่น มักจะหลงเมียไปตามๆกัน ผู้ชายทุกคนก็คงเหมือนกันหมดทั้งโลก ที่ต้องการเป็นฮีโร่หรือคนสำคัญด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่เป็นเมีย

ผู้หญิงตะวันตกส่วนใหญ่ทำแบบเดียวกันนี้ไม่ได้ เพราะพวกเธอคิดแต่เรื่องความเสมอภาค ผู้ชายทำอะไรได้เธอก็ทำได้เหมือนกัน ไม่มีผู้ชายพวกเธอก็อยู่ได้ ในขณะที่ผู้หญิงเอเซียมักจะทำท่าเหมือนง้อผู้ชาย อยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากพวกเขา แต่ในความเป็นจริงพวกเธอซุกซ่อนความเข้มแข็งแกร่งกล้าไว้ภายใต้ยิ้มหวานๆ ท่าทางนุ่มนวล วาจาไพเราะ ทำเหมือนอ่อนแอพึ่งตัวเองไม่ได้ ทำเหมือนยอมเป็นช้างเท้าหลัง ปล่อยให้พวกผู้ชายหลงภาคภูมิใจลมๆแล้งๆกับตำแหน่งช้างเท้าหน้า หารู้ไม่ว่าพวกเธอเป็นควาญช้างตัวจริง ที่สามารถขับเคลื่อนเท้าทั้งสี่ของช้าง ให้เดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาได้ตามที่พวกเธอต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องมาแย่งชิงตำแหน่งช้างเท้าหน้ากับพวกเขาให้เหนื่อยยากเลย

นอกจากนี้นิคยังค้นพบหลังแต่งงานกันไม่นานว่า แม้พราวพรายจะไม่เคยพร่ำพูด หรือเรียกร้องความเสมอภาคระหว่างชายกับหญิงจากเขา แต่เธอมีความสามารถอย่างยิ่ง ที่ทำให้เขาตระหนักถึงความไม่เสมอภาคระหว่างเขากับเธอขึ้นมาได้ เธอมีข้อห้ามสารพัดสารพันสำหรับเขา ห้ามทำนี่ ห้ามทำนั่นและห้ามทำโน่น ในขณะที่เธอทำทั้งหมดที่ห้ามเขาทำได้อย่างหน้าตาเฉย รวมทั้งสั่งเขาให้ทำโน่นทำนี่ตามที่เธอต้องการ และเขาก็บ้าพอที่จะยอมทำตามอย่างเต็มใจ เธอทำได้ถึงขนาดนี้แล้วทำไมเขาจะต้องแปลกใจ ที่เธอไม่เคยเอ่ยปากเรียกร้องความเสมอภาคจากเขา

อย่างไรก็ตาม การมีปากมีเสียงกันบ่อยๆในเรื่องสารพัดเรื่อง ที่บางเรื่องก็หยุมหยิมไร้สาระ ทำให้นิคเริ่มกังวลกับปัญหาระหว่างเขากับพราวพราย ที่ชักจะไม่เข้าใจกันมากขึ้นเรื่อยๆ การแยกกันอยู่คนละประเทศเป็นปัญหาใหญ่ ที่น่าจะเป็นต้นตอของปัญหาอื่นๆ เขาเองก็ไม่ค่อยสบายใจที่ต้องทิ้งเธอไว้ตามลำพัง แม้จะมีสุนิสาอยู่ด้วยก็ตาม เขารู้ว่าเธอเหงา ตอนนี้เธออาจจะนึกเสียใจก็ได้ที่จดทะเบียนกับเขา แต่ไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามปกติเหมือนคู่แต่งงานทั่วไป

บางครั้งนิคก็นึกด่าความเห็นแก่ตัวของเขาเอง ที่รู้ทั้งรู้ว่ายังไม่ถึงเวลาที่เหมาะจะมีครอบครัว เพราะทั้งเขาเองและพราวพรายต่างก็ยังไม่พร้อม เธอไม่พร้อมเพราะยังไม่กล้าบอกพ่อแม่ ส่วนความไม่พร้อมของเขาเกิดจากสภาพการทำงานที่ต้องอยู่กันคนละประเทศ ไม่มีเวลาให้เธอ บางครั้งที่เธอมีปัญหาที่ทำให้น้อยอกน้อยใจตามประสาผู้หญิง เขาก็ไม่มีเวลาที่จะมาปรับความเข้าใจหรือเอาใจเธอ ทำให้เธอคิดว่าเขาไม่แคร์เธอไม่สนใจใยดีเธอเท่าที่ควร

วัยที่ห่างกันถึงสิบปีก็อาจจะเป็นปัญหาหนึ่งที่ทำให้เกิดช่องว่าง ความคิดเห็นและมุมมองต่อโลกก็แตกต่างกันไป พราวพรายยังเด็กมาก หลายครั้งที่เธอคิดหรือทำอะไรแบบเด็กๆ ในขณะที่เขานั้นเป็นผู้ใหญ่มานานแล้ว สิ่งเหล่านี้คือความแตกต่าง นอกเหนือไปจากความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา สังคม วัฒนธรรมและอื่นๆอีกมากมาย ที่ทำให้เกิดช่องว่างขนาดมหึมาขึ้นได้เสมอ

นิคเริ่มคิดว่าเขาควรจะทำอย่างไรเพื่อให้พราวพรายสบายใจ เชื่อมั่นในตัวเองและในตัวเขามากขึ้น ทำอย่างไรจะทำให้ชีวิตแต่งงานดีขึ้น ความจริงเขามองเห็นจุดสำคัญที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ว่าอยู่ที่ความขัดแย้งในใจของพราวพรายเอง ที่ไม่ยอมรับความจริงเรื่องที่ว่าเธอแต่งงานกับเขาแล้ว ถ้าเธอยอมรับและร่วมมือแก้ไข ด้วยการไปสารภาพเรื่องการแต่งงานให้พ่อแม่ของเธอรู้ ซึ่งเขาก็พร้อมจะไปกับเธออยู่แล้ว ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้เรื่องการแต่งงานระหว่างเขากับเธอ ก็จะเป็นที่เปิดเผยต่อคนทั่วไป ไม่ต้องมาหลบๆซ่อนๆราวกับอาชญากรแบบนี้

ถ้าพ่อแม่ของเธอยอมรับเรื่องนี้ได้ พราวพรายก็จะสบายใจไร้กังวล ตัวเขาเองก็พร้อมที่จะจัดพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการ ให้สังคมรวมทั้งพ่อแม่พี่น้องเพื่อนฝูงของทั้งของเขาของเธอได้รับรู้อยู่แล้ว แต่พราวพรายก็แสนจะดื้อดึง ไม่ยอมให้ความร่วมมือใดใดทั้งสิ้น อ้างอยู่อย่างเดียวว่ากลัวพ่อแม่จะเสียใจ ยอมรับไม่ได้ที่ลูกสาวแต่งงานกับผู้ชายต่างชาติโดยพลการ เขามีทางที่จะทำอะไรได้บ้างในเรื่องนี้ ชายหนุ่มครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลาแต่ก็ยังหาทางออกไม่ได้ ชีวิตคู่ระหว่างเขากับเธอก็ยังต้องลุ่มๆดอนๆ สามวันดีสี่วันไข้ต่อไป

 




Create Date : 26 กรกฎาคม 2565
Last Update : 26 กรกฎาคม 2565 17:23:40 น.
Counter : 423 Pageviews.

9 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสองแผ่นดิน, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณหอมกร, คุณhaiku, คุณSweet_pills, คุณThe Kop Civil, คุณอุ้มสี, คุณกิ่งฟ้า

  
ส่งกำลังใจไว้ก่อนครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 26 กรกฎาคม 2565 เวลา:23:07:03 น.
  
คู่นี้ไม่มีความคืบหน้าเลยค่ะตอนนี้คุณตุ้ย



โดย: หอมกร วันที่: 27 กรกฎาคม 2565 เวลา:8:39:53 น.
  
มาอ่านต่อครับ
พ่อแม่ของพราวพรายรู้เรื่องของนิคเมื่อไร น่าจะใกล้จบแล้วใช่ไหมครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 27 กรกฎาคม 2565 เวลา:23:37:53 น.
  
โดย: สมาชิกหมายเลข 4149951 วันที่: 24 สิงหาคม 2565 เวลา:2:15:58 น.
  
สุขสันต์วันเกิดครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 24 สิงหาคม 2565 เวลา:9:42:49 น.
  
แวะมาอ่าน
และแวะมา HBD
Happy Happy
โดย: อุ้มสี วันที่: 24 สิงหาคม 2565 เวลา:19:18:10 น.
  
สุขสันต์วันเกิดนะคะ ขอให้สุขภาพแข็งแรงพบเจอแต่สิ่งดีๆมีความสุข
สมหวัง สมปรารถนาตลอดไปนะคะ

โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 24 สิงหาคม 2565 เวลา:21:24:17 น.
  
ตามมาอ่านต่อค่ะไม่ได้อ่านนานมากเลยค่ะ คุณดอยสะเก็ดสบายดีนะคะ
แล้วจะมาอ่านบ่อยๆค่ะ

สุขสันต์วันเกิดค่ะ

โดย: กิ่งฟ้า วันที่: 24 สิงหาคม 2565 เวลา:21:28:08 น.
  
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เข้ามาอวยพรวันเกิด ดีใจที่ยังไม่ลิมกัน
ขอให้มีความสุุุขเหมือนกันนะคะ
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 25 สิงหาคม 2565 เวลา:16:01:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 53 คน [?]



Group Blog
กรกฏาคม 2565

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]
  •  Bloggang.com