คนละฟากฟ้า - บทที่ 20






ก่อนเดินทางกลับไปอุบลฯในอีกสามวันต่อมา พราวพรายโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทที่ชื่อเสมอใจ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง หลังจากสอบถามทุกข์สุขกันอยู่ครู่หนึ่งพราวพรายก็เริ่มเลียบเคียง 

“เราจำได้ว่าญาติของเหมอที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ไปเรียนที่เยอรมันหลายปีแล้ว ตอนนี้เขายังอยู่ที่โน่นหรือเปล่า”

“ไชยาน่ะหรือ”  เสมอใจหมายถึงลูกของน้าสาว  “ยังอยู่ แต่ใกล้จบแล้วละ”

“เขาไปเรียนอะไรนะ”

“ เรียนแพทย์  อีกปีกว่าๆก็คงจบแล้ว ถามถึงเขาทำไม หรือพราวจะไปเที่ยวที่โน่น”

 “อ๋อ เปล่าหรอก จะไปได้ไงล่ะ เหมอก็รู้ว่าเราต้องทำงาน”  เธอรีรอไม่อยากให้เพื่อนรู้จุดมุ่งหมายที่แท้จริง

“อ้าว งั้นมีอะไร”

พราวพรายอึกอัก  “ มีอะไรอยากให้ช่วยหน่อย แต่ขอถามก่อนว่าเหมอติดต่อกับเขาบ้างหรือเปล่า”

“นานๆก็ติดต่อกันที เรากับน้องคนนี้ค่อนข้างสนิทกัน ถ้าพราวมีอะไรอยากให้ช่วยก็บอกมา” อีกฝ่ายตอบทันที ทั้งๆที่ยังไม่เข้ใจจุดประสงค์ของเพื่อน 

“คืองี้นะเหมอ เราอยากรบกวนน้องเหมอ ให้ช่วยเช็คข่าวเรื่องอุบัติเหตุของนักเรียนไทยคนนึงน่ะ สักสองปีที่แล้วเขาไปไต่เขาแล้วตกลงมา บาดเจ็บสาหัสจนเดินไม่ได้อยู่หลายเดือน สมองก็กระทบกระเทือนด้วย”

หญิงสาวพยายามให้ข้อมูลเท่าที่จำได้จากวิชชา กลัวอยู่เหมือนกันว่าเพื่อนจะสงสัยว่าเธออยากรู้ไปทำไม เพราะเสมอใจไม่เคยรู้เรื่องของวิชชา  แต่โชคดีที่เสมอใจซึ่งเป็นคนง่ายๆ ไม่สนใจอยากรู้เรื่องของใคร ไม่ได้ซักถามในประเด็นนั้น

“พราวอยากรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ล่ะ”

“ก็..อยากรู้ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงหรือเปล่า”  ตอนนี้พราวพรายพูดคล่องขึ้น  “พูดตรงๆคือมีคนเล่าเรื่องนี้ให้เราฟัง แต่เรายังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง  เลยอยากจะรู้ให้แน่ๆเท่านั้น เหมอก็รู้ไม่ใช่หรือ ว่าเราไม่ชอบอะไรที่คลุมเครือ”

“หมายความว่าอยากให้ไชยาช่วยเช็คให้ใช่ไหม”  เสมอใจถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

“ได้ไหมล่ะ”  อีกฝ่ายเริ่มมีความหวัง  “แต่ก็เกรงใจเขาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเขาจะว่างหรือเปล่า”


“คงไม่มีปัญหาหรอก ไชยาเขาเป็นคนมีน้ำใจอยู่แล้ว เราเคยไหว้วานเขาออกบ่อยไป ว่าแต่เขาจะเช็คได้ยังไง เรื่องมันก็ตั้งสองปีแล้วไม่ใช่เหรอ” เสมอใจนิ่งคิดอยู่อึดใจเดียวก็บอกว่า  “เออ..ไชยาเขาเรียนหมอนี่นะ คนบาดเจ็บขนาดนั้นก็คงต้องนอนโรงพยาบาลนาน เขาเป็นนักเรียนแพทย์อยู่แล้ว อาจจะมีช่องทางเช็คย้อนหลังกับโรงพยาบาลได้ ”


พราวพรายคิดตามแล้วก็รู้สึกเห็นด้วย ในขณะเดียวกันก็คิดขึ้นมาได้ตามที่เคยรู้จากเจ้านายของเธอ เกี่ยวกับวิธีเช็คข่าวย้อนหลังในสหรัฐฯ ซึ่งในยุโรปก็น่าจะคล้ายคลึงกัน


“ที่เหมอบอกก็น่าจะใช้ได้ แต่โรงพยาบาลมันก็คงมีมากมายหลายแห่ง เราเองก็ไม่รู้ว่าเขารักษาตัวอยู่โรงพยาบาลไหน เออนี่...เหมอ ถ้าไงน้องเหมออาจจะเช็คจากห้องสมุดทางโน้นก็ได้นะ เท่าที่เรารู้มาห้องสมุดในอเมริกาและยุโรปจะเก็บหนังสือพิมพ์รายวันเก่าๆย้อนหลังเป็นสิบๆปี  เอาไว้ให้คนที่สนใจไปค้นหาข้อมูล อาจจะพบข่าวที่ว่านี้ก็ได้ ถ้าไม่มีจริงๆ ค่อยไปเช็คกับโรงพยาบาลอีกที เหมอลองแนะนำน้องเหมอไปแบบนี้ก็ได้ เขาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปหาข้อมูลจากโรงพยาบาล”


“จริงของพราว  ถ้ารู้ว่าอุบัติเหตุนั่นเกิดที่เมืองไหนปีไหนก็คงค้นง่ายขึ้น เพราะเขาคงจะเก็บแยกเป็นปีๆไป ตกลงเราจะคุยกับไชยาให้คืนนี้เลย แต่พราวคงต้องรอหน่อยนะ ได้เรื่องยังไงเราจะโทร.ไปหาพราวที่ทำงาน"


หลังจากคุยกันด้วยเรื่องสัพเพเหระกันต่ออีกพักใหญ่ เสมอใจก็ขอตัววางสายไป แต่ไม่ก่อนที่พราวพรายจะกำชับแล้วกำชับอีกว่า ให้ส่งข่าวทันทีที่ได้ข้อมูลจากไชยา


ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น พราวพรายก็ได้ข่าวที่ต้องการจากเสมอใจ

“ได้เรื่องแล้วละพราว ไชยาเพิ่งโทร.มาหาเราเมื่อคืนนี้เอง ตกลงเป็นเรื่องจริงนะ เรื่องที่นักศึกษาเจออุบัติเหตุตกเขาเมื่อประมาณสองปีที่แล้วน่ะ  เขาไปค้นได้ที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนอยู่ เป็นคนไทยจริงๆด้วย นักศึกษาปริญญาโทชื่อวิชาหรือวิทยาอะไรนี่แหละ  เราก็ลืมจดชื่อไว้ ไชยาบอกว่าข่าวที่ลงในหนังสือพิมพ์น่ะ ไม่ได้ลงทันทีที่เขาเกิดอุบัติเหตุ ลงหลังจากนั้นตั้งหลายเดือนหลังจากที่ตามตัวเขาพบแล้ว  เขาว่ามีรูปลงหนังสือพิมพ์ด้วยนะ รูปนั่งรถเข็น เขาพิการเดินไม่ได้ ตอนเกิดอุบัติเหตุใหม่ๆก็จำอะไรไม่ได้ด้วย ต้องรักษาตัวอยู่นาน ป่านนี้เขาคงกลับเมืองไทยไปแล้วมั้ง เพราะข่าวที่ว่านี่มันก็นานมาแล้ว เป็นไง ชัดแจ้งหรือยัง”


พราวพรายถอนใจยาวอย่างปลอดโปร่ง  “ชัดแล้ว ขอบใจเหมอมากเลยนะ  ฝากขอบใจญาติเหมอด้วย  กลับมาเมืองไทยเมื่อไร  เราคงได้มีโอกาสขอบใจเขาด้วยตัวเอง”

แล้วในที่สุดพราวพรายก็ตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้สุนิสาฟัง เพื่อขอความเห็น เรื่องที่วิชชาขอให้กลับมาคบหาเป็นแฟนกันเหมือนเดิม

หญิงสาวผู้นั้นมีท่าทางครุ่นคิด  “เรื่องนี้พราวคงต้องตัดสินใจเอง แม้ว่าตอนนี้ทุกอย่างจะเคลียร์หมดแล้ว ว่าที่เขาหายไปไม่ติดต่อกับพราว เพราะเขาเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต้องรักษาตัวอยู่นาน ไม่แน่ใจว่าจะพิการถาวรหรือเปล่า  เลยต้องรอจนแน่ใจแล้วถึงได้กลับมา เรื่องนี้เราว่าน่าเห็นใจเขามาก แต่ที่สำคัญคือพราวต้องถามตัวเองก่อน ว่าตอนนี้ยังรักเขาเหมือนเดิมหรือเปล่า  ถ้ายังรักอยู่ก็เดินหน้าต่อไป  ไม่ต้องสนใจเรื่องอื่น”

พราวพรายมีสีหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย ตอบตัวเองไม่ได้ทันทีว่ายังรักวิชชาอยู่หรือเปล่า ช่วงเกือบสองปีนี้มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเธอเอง ที่มีพฤติกรรมหลายอย่างเปลี่ยนไปจากหญิงสาวคนเก่า นอกจากการกินเหล้าเมายา การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไปจากเดิมที่มีอิสระมากขึ้น มีเพื่อนสนิทสองคนที่มีสวาทสัมพันธ์ที่ไม่เปิดเผย สิ่งต่างๆเหล่านี้มีส่วนหล่อหลอมมุมมองต่อชีวิตของพราวพราย ให้เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ตอนนี้หญิงสาวไม่แน่ใจว่าวิชชาจะยังเป็นผู้ชายคนที่เธอจะรับกลับเข้ามาในชีวิตได้อีกหรือไม่


แต่หลังจากคิดหนักอยู่ไม่นาน พราวพรายก็ตัดสินใจจะให้โอกาสตัวเองและวิชชาอีกครั้งหนึ่ง เพราะถึงอย่างไรทั้งเขาและเธอต่างก็ยังไม่มีคนอื่น แต่ก็สัญญากับตัวเองว่า จะไม่ทำอะไรผลีผลามเหมือนก่อน จะยังไม่ตกปากรับคำอะไรทั้งสิ้น จนกว่าจะแน่ใจว่ายังรักเขาเหมือนเดิม


 หลังจากนั้นวิชชาก็เดินทางมาหาพราวพรายหลายครั้ง เขาพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมือง พอตกเย็นก็มาปักหลักนั่งคุยกับเธอ  หรือบางวันสุนิสาก็มานั่งร่วมวงคุยด้วยสักพักแล้วก็ปลีกตัวเข้าห้อง  เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวทั้งสองได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว วิชชามักจะมาที่บ้านหลังจากที่พราวพรายเลิกงานกลับมาบ้านแล้ว รับประทานอาหารเย็นร่วมกับเจ้าของบ้านทั้งสอง บางวันก็ไปทานที่ร้านอาหารข้างนอก  กว่าเขาจะกลับไปโรงแรมก็มักจะหลังสามทุ่ม ภายในเวลาสองเดือนวิชชามาอุบลฯ สี่ห้าครั้งแล้ว อยู่ครั้งละห้าหกวัน กลับไปกรุงเทพฯแล้วก็กลับมาใหม่

สุนิสาซึ่งสังเกตเห็นสีหน้าท่าทางที่แจ่มใสขึ้นของพราวพราย  ถามขึ้นมาในวันหนึ่งว่า  “ตอนนี้พราวตัดสินใจได้หรือยังล่ะว่าจะเอายังไงกับวิชชา อีกเดือนเดียวเขาก็จะกลับไปเรียนต่อแล้วไม่ใช่หรือ หรือจะปล่อยไปเรื่อยๆแบบนี้ก่อน”


พราวพรายอึ้งไป เธอเองก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป มีหลายครั้งที่หญิงสาวตัดสินใจจะตอบรับคำวิงวอนของวิชชา ที่ระยะหลังนี้พร่ำขอร้องเธอทุกครั้งที่พบกัน ครั้งหลังสุดก่อนที่จะกลับไปกรุงเทพฯเมื่อสองสามวันที่แล้ว เขายังได้มอบแหวนเพชรเม็ดไม่เล็กนักให้เธอด้วย แต่พราวพรายไม่ยอมรับ เพราะยังไม่แน่ใจว่าอยากจะผูกมัดตัวเองไว้กับเขาหรือไม่ แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ทิ้งแหวนวงนั้นไว้กับเธอ บอกว่าจะให้เวลาเธอคิดสักสองสัปดาห์ เขาจะมาขอคำตอบในเดือนหน้า ก่อนที่จะเดินทางกลับไปเรียนต่อให้จบ


“เราก็พูดอะไรไม่ถูกหรอก แอ๋ว ความคิดมันกลับไปกลับมา บางครั้งก็คิดว่าจะลองกลับไปคบกับเขาใหม่ แต่บางครั้งก็คิดว่าเมื่อเรื่องมันจบไปแล้วก็ควรปล่อยให้มันจบ ไม่ควรไปรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ เรากับเขาก็ควรจะต่างคนต่างไป”

 สุนิสามองสีหน้าครุ่นคิดและไม่แน่ใจของอีกฝ่าย ก่อนจะให้ความเห็นว่า  “ถ้าเราเป็นพราว เราจะไม่สนใจเรื่องอะไรเลย เราจะถามตัวเองข้อเดียวเท่านั้นว่ายังรักเขา อยากแต่งงานกับเขาอยู่หรือเปล่า แล้วตัดสินใจไปตามนั้น เอาความรู้สึกของตัวเองเป็นที่ตั้ง”


“เราเองก็พยายามถามตัวเองอยู่ทุกวัน แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่ชัดเจนเด็ดขาด มันปนๆกันไปทั้งรักและหมดรักแล้ว ไอ้การตัดสินใจไม่ได้นี่สิ ที่ทำให้เรากลุ้ม”

ดวงตาที่ฉลาดเฉลียวทันโลกทันชีวิตของสุนิสาปรากฏแววอย่างหนึ่ง 

“จะให้เราบอกไหมล่ะว่าทำไมพราวถึงยังลังเล ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะรับหรือปฏิเสธเขา”

พราวพรายมองเพื่อนอย่างสนใจ   “แอ๋วรู้งั้นเหรอว่าเพราะอะไร”

“คิดว่ารู้นะ แต่อาจจะผิดก็ได้ เราก็คิดตามประสาเราเท่านั้น” สุนิสายังลังเลที่จะให้ความเห็น

“เอาเถอะน่า บอกมาเลย เผื่อจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”

“ก็ได้ คืองี้นะพราว เราคิดว่าที่พราวยังตัดสินใจไม่ได้น่ะ เป็นเพราะพราวยังไม่มีใครอีกสักคนที่จะนำมาขึ้นตาชั่ง เปรียบเทียบกับวิชชา ทำให้ตัดสินใจลำบาก ไม่รู้จะเอาเขาไปเทียบกับใคร ถ้าตอนนี้พราวกำลังคบหาอยู่กับใครสักคน พราวก็นำคนๆนี้มาเทียบกับวิชชาได้เลย ว่าชอบใครมากกว่ากัน  ใครน่าสนใจกว่ากัน แล้วก็จะตัดสินใจได้เอง ว่าควรจะปล่อยใครไป”

เมื่อเห็นสายตาค้านๆของอีกฝ่าย หญิงสาวก็รีบพูดต่อโดยเร็ว


“ที่เราพูดนี่แค่ชอบเท่านั้นนะ ไม่ได้พูดถึงขั้นว่ารัก เพราะถึงพราวจะยังไม่ได้รักใครในสองคนนี่เลย แต่เมื่อเทียบกันแล้วก็จะสามารถตัดคนที่ชอบน้อยกว่าทิ้งไปได้  ทีนี้เมื่อเหลือคนเดียวก็ง่ายแล้ว ถามตัวเองต่อได้เลยว่าจะรับเขาไว้เป็นแฟน ดูใจกันไปเรื่อยๆ หรือยังคิดว่าจะรอจนกว่าจะพบใครอีกสักคนหรือเปล่า ถ้ายังคิดจะรออีกก็ตัดวิชชาทิ้งไปได้เลย เพราะพราวไม่ได้รักเขาแล้ว ความจริงถ้ายังรักเขาอยู่ พราวจะไม่เสียเวลามาถามเราหรอก”

พราวพรายฟังคำพูดของสุนิสาแล้วก็กลับต้องอ้ำอึ้งไปอีกครู่ใหญ่

“เราเข้าใจที่แอ๋วพูดแล้วละ แต่คงต้องขอเวลาคิดต่ออีกสักหน่อย ถึงยังไงเราก็สงสารวิชชามาก ตอนนี้เรารู้แล้วนี่ว่าเขาไม่ได้ทิ้งเราไปเพราะมีคนใหม่ แต่เป็นเพราะอุบัติเหตุที่อยู่เหนือการควบคุม”


สุนิสามองพราวพรายราวกับจะพยายามอ่านให้ออกว่าคิดอย่างไร แต่ในที่สุดก็ทำได้เพียงเตือนกลายๆว่า  “ความรักกับความสงสารมันต่างกันนะพราว ถ้าเป็นเราๆจะไม่ยอมเป็นแฟนกับใครเพราะสงสารเขาแค่นั้นหรอก เราจะเลือกคนที่เรารักและอยากอยู่กับเขา แม้เขาจะไม่รักเราหรือรักเราน้อยกว่าที่เรารักเขา เราก็ยังยินดีจะเสี่ยง  แต่ก็นั่นแหละมันเป็นเรื่องส่วนตัวของพราว ใครจะวุ่นวายเข้าไปช่วยตัดสินใจให้ได้ แต่พราวต้องจำไว้อย่างหนึ่งนะว่าเมื่อตัดสินใจไปแล้ว ก็ต้องไม่เสียใจหรือมานึกเสียดายทีหลัง”


สองสาวพูดกันแค่นั้นก็จริง แต่พราวพรายเก็บเอาคำพูดของสุนิสามาคิดต่ออีกหลายวัน  แล้วในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะรับวิชชากลับมาเป็นคนรักอีกครั้งหนึ่ง  ทั้งๆที่ยังตอบตัวเองไม่ได้ ว่ายังรักยังอยากเป็นคู่รักกับเขาอีกหรือเปล่า หญิงสาวเอาแหวนที่เขาให้ออกมาดูหลายครั้ง ลองสวมนิ้วดูด้วยซ้ำ แม้จะรู้สึกว่ามันหลวมไปเล็กน้อย ไม่พอดีกับขนาดนิ้วของเธอ  ก็ยังอดชื่นชมไม่ได้อยู่ดี  อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์วิชชาก็จะมาอุบลฯอีกครั้ง เพื่อมาเอาคำตอบจากเธอ พราวพรายรู้ว่าเขาคงจะดีใจมาก เมื่อรู้คำตอบที่เขาเพียรขอมาเป็นเดือน


แต่แล้วก่อนหน้ากำหนดนัดของวิชชาเพียงไม่กี่วัน พราวพรายก็มีโอกาสได้ต้อนรับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มาขอพบเธอที่บ้านพัก ในวันเสาร์ที่เธออยู่ตามลำพัง พราวพรายกำลังนั่งๆนอนๆอ่านนิตยสารสำหรับผู้หญิงฉบับหนึ่งอยู่ ตอนที่รถเก๋งคันใหญ่ประทับตราโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุบล ฯ คลานเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้ออกไปชะโงกหน้าดูด้วยความสงสัยว่ารถใคร  แล้วก็เห็นผู้หญิงสาววัยประมาณสามสิบต้นๆ แต่งตัวสวยมีระดับ เดินลงจากรถแล้วมองเข้ามาในบ้าน

พราวพรายเดินออกไปถามว่า “มาหาใครที่นี่หรือเปล่าคะ”

สาวใหญ่คนนั้นมองเธอเขม็ง ผ่านแว่นกันแดดสีดำออกมา ตอบด้วยเสียงเรียบๆว่า  “ฉันมาหาคุณพราวพราย  ไม่ทราบว่าใช่คุณหรือเปล่า”


 พราวพรายมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ แน่ใจว่าไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ด้วยมารยาท เธอก็ออกปากเชิญหญิงแปลกหน้าคนนั้นเข้าไปในบ้าน เชิญให้นั่งลงบนเก้าอี้ในห้องเอนกประสงค์ แล้วขอตัวไปเอาน้ำเย็นมารับแขก  ระหว่างที่เธอสาละวนกับการแกะน้ำแข็งก้อนจากถาด ใส่ลงในแก้วและเติมน้ำ พราวพรายอดสังเกตไม่ได้ว่าสายตาของสาวใหญ่คนนั้น จับจ้องมาที่เธอตลอดเวลา


หลังจากวางแก้วน้ำเย็นลงบนโต๊ะตรงหน้าแขก หญิงสาวก็ลงนั่งบนเก้าอี้ตรงกันข้าม ตาก็มองคนที่อ้างว่ามาหาเธออย่างสงสัยว่ามีธุระอะไร สาวใหญ่ผู้นั้นยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม  เมื่อวางแก้วลงแล้วก็ถอดแว่นกันแดดที่สวมอยู่ออก ทำให้พราวพรายเห็นหน้าเธอได้ชัดว่าจัดว่าเป็นคนสวยคนหนึ่ง ใบหน้าขาวๆนั้นตกแต่งสวยงามด้วยเครื่องสำอางสีเข้ม ผมสั้นซอยด้วยฝีมือที่ดูออกว่าโดยช่างผมชั้นเลิศ แต่งกายด้วยชุดติดกันทันสมัยสีสันสดใส

ระหว่างที่พราวพรายกำลังพิศดูแขกของเธอเพลินอยู่นั้น ผู้หญิงที่กำลังมองเธออยู่เหมือนกันก็เริ่มการสนทนา ด้วยการถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ 

“คุณคือคุณพราวพรายใช่ไหมคะ”

พอเธอตอบรับ ผู้เป็นแขกก็ยิ้มนิดๆที่มุมปาก  “ฉันชื่อนงลักษณ์ค่ะ เพิ่งมาจากเยอรมัน มาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทย”

“คะ?”  ใจของพราวพรายแวบไปนึกถึงวิชชาทันที

ผู้หญิงที่ชื่อนงลักษณ์กล่าวต่อไปด้วยเสียงเรียบๆว่า  “คุณกับวิชชาคงรู้จักสนิทสนมกันดี  ได้ข่าวว่าเขามาหาคุณที่นี่บ่อยๆ”

“เอ้อ..”  อีกฝ่ายอึกอัก ไม่รู้ว่าสาวใหญ่คนนี้เป็นอะไรกับวิชชา ญาติหรือคนรู้จักที่อาจจะไปรู้จักกันที่เยอรมัน  “คุณรู้จักวิชชาด้วยหรือคะ”

หญิงสาวคนนั้นยิ้มเยื้อนอย่างมีความหมาย “รู้จักดีค่ะ อาจจะรู้จักมากกว่าที่คุณคิดก็ได้”

แม้จะไม่เข้าใจนัยในคำพูดนั้นแต่พราวพรายก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาเล็กน้อย และเริ่มสงสัยถึงเจตนาของอีกฝ่าย


“คุณคงรู้เรื่องที่วิชชาเกิดอุบัติเหตุที่เยอรมัน เขาคงเล่าให้คุณฟังแล้ว เขาเล่าหรือเปล่าคะว่ามีคนช่วยเขาเอาไว้ หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุสองสามวัน ตรงเชิงเขาที่เขาตกลงมาเป็นที่เปลี่ยว ไม่ค่อยมีคนผ่านไปมา ถ้าไม่มีใครพบเขาอาจจะตายอยู่ตรงนั้น เขาบาดเจ็บสาหัสเคลื่อนไหวไม่ได้ คุณทราบใช่ไหมคะ”

พราวพรายพยักหน้า “ค่ะ วิชชาเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว”

“เขาบอกหรือเปล่าคะว่าใครเป็นคนช่วยเขา”  เธอผู้นั้นถามต่ออย่างใจเย็น

“เขาบอกว่าเป็นเจ้าของบ้าน ที่ต่อมาเขาไปพักอยู่ด้วยนานหลายเดือน แต่ฉันไม่ทราบหรอกค่ะว่าเป็นใคร ชื่ออะไร”  หญิงสาวตอบตามที่รู้จากวิชชา

“งั้นให้ฉันเล่าให้คุณฟังดีกว่านะคะ คุณจะได้เข้าใจเรื่องต่างๆได้ดีขึ้น” เธอยกแก้วน้ำเย็นขึ้นดื่มเหมือนจะถ่วงเวลา  ก่อนจะพูดต่อไปว่า“ฉันอยู่ที่เยอรมันสิบปีกว่าแล้ว อดีตสามีฉันเป็นหมอ ส่วนฉันตอนแรกทำงานเป็นพยาบาลในโรงพยาบาลเดียวกัน ในเมืองที่วิชชาไปเกิดอุบัติเหตุนั่นแหละค่ะ  หลังจากที่สามีเสียชีวิตฉันก็ลาออกจากโรงพยาบาล เอาเงินที่ได้จากประกันชีวิตของสามี มาเปิดร้านอาหารไทยในเมืองนั้น  ฉันกับเพื่อนสองสามคนไปเที่ยวแถบภูเขาที่วิชชาเกิดอุบัติเหตุ เราไปพบเขานอนหมดสติใกล้ตายอยู่ตรงเชิงเขาแห่งหนึ่ง ฉันส่งเขาเข้าโรงพยาบาลที่เคยทำงานอยู่  ตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน รู้เพียงแต่ว่าเขาเป็นคนไทยเท่านั้น”

นงลักษณ์หยุดพูดเพื่อสำรวจสีหน้าของผู้อ่อนวัยกว่า แต่ก็เห็นเพียงแววตาสนใจใคร่รู้เท่านั้น  ยังไม่มีวี่แววว่าจะนึกสงสัยอะไร


“ให้ฉันเล่าต่อดีกว่านะคะ”  เธอยิ้มอีก  ดวงตาคมกริบจ้องมองพราวพราย 

“อาการของเขาสาหัสมาก  สมองกระทบกระเทือนอย่างแรงจนจำอะไรไม่ได้ เดินก็ไม่ได้  เขานอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสองเดือนเต็ม  ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก คุณคงพอจะเดาได้นะคะ ว่าฉันต้องรับภาระช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ โชคดีที่ทั้งฉันและสามีเคยทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลนี้มาหลายปี  ฉันก็เลยไม่ต้องจ่ายเต็มราคา แต่ถึงยังงั้นก็นับว่ามากพอดู แม้ตอนหลังทางบริษัทประกันฯ ของมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนอยู่จะจ่ายคืนให้ก็ตาม แต่ฉันก็ไม่ได้เอาเงินคืนจากเขาหรอก  คุณเองก็คงรู้ว่าเขาไม่มีเงินมากนัก”


พราวพรายนิ่งฟังอย่างมืดแปดด้าน ไม่เข้าใจว่าผู้หญิงคนนี้มีเจตนาอะไรถึงได้แจกแจงเรื่องต่างๆเสียละเอียดลออ  พูดถึงฐานะการเงินของวิชชาเหมือนดูถูก เธอเริ่มรู้สึกไม่ค่อยพอใจ


นงลักษณ์เล่าต่อไปว่า  “ตอนที่ออกจากโรงพยาบาล วิชชาก็ยังจำอะไรไม่ได้  ฉันเห็นเขาไม่มีที่ไป ก็เลยพาไปพักที่บ้าน ต้องมีคนคอยดูแลเขาอยู่ตลอดเวลา เผอิญมีคนไทยที่เป็นญาติห่างๆอยู่ด้วย ฉันก็เลยไปทำงานที่ร้านอาหารได้ตามปกติ  แต่ต้องพาเขากลับไปทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาล อาทิตย์ละสองสามครั้ง วันที่ไม่ได้ไปโรงพยาบาล ฉันก็ทำกายภาพให้เขาเองเพราะฉันเป็นพยาบาลมาก่อน กลับมาพักฟื้นอยู่ที่บ้านได้สักพัก วิชชาก็พอจะจำอะไรได้บ้าง เขาเล่าให้ฟังว่าเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยในเบอร์ลิน ซึ่งอยู่ห่างจากที่เขาเกิดอุบัติเหตุหลายร้อยไมล์  ฉันเลยติดต่อไปที่มหาวิทยาลัย ซึ่งกำลังตามหาตัวเขาอยู่"


นงลักษณ์หยุดพูดเพื่อดื่มน้ำ และเพื่อสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายไปด้วย ก่อนจะเล่าต่อไปเรื่อยๆว่า  " เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยขึ้นมาดูอาการเขา  เห็นว่ายังเดินไม่ค่อยได้ ยังต้องทำกายภาพและฟื้นฟูร่างกายต่อ จนกว่าจะหายเป็นปกติ  ถ้ากลับไปเบอร์ลินก็ไม่มีคนช่วยดูแล  ฉันเองก็เคยเป็นพยาบาลมาก่อน  วิชชาเองก็ไม่อยากกลับไปอยู่คนเดียวทางโน้น เพราะไม่สะดวก โชคดีอีกอย่างที่มหาวิทยาลัยในเมืองที่ฉันอยู่ เป็นสาขาเดียวกับที่เบอร์ลิน ทางเบอร์ลินเลยอนุญาตให้เขาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในเมืองนั้นต่อไปได้  วิชชาเลยเลือกที่จะอยู่ที่บ้านฉันต่อ เขายังต้องทำกายภาพอยู่อีกหลายเดือน แต่ระหว่างนั้นเขาไปเรียนหนังสือได้ เพราะมหาวิทยาลัยอยู่ไม่ไกลบ้านเท่าไรนัก วันไหนที่เขามีเรียนฉันหรือเด็กที่ร้านก็จะขับรถไปส่งเขา วิชชายังต้องใช้รถเข็นอยู่ แต่เขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็เดินได้เหมือนปกติ”


พราวพรายนิ่งฟังอย่างประหลาดใจ  วิชชาไม่เคยบอกเธอว่าเขาย้ายที่เรียน ไม่ได้เรียนอยู่ในเบอร์ลินเหมือนปีแรก

“เขาเล่าให้ฉันฟังว่าพอทางมหาวิทยาลัยพบตัวเขาแล้ว ก็พาเขากลับไปเรียนต่อที่เบอร์ลินนี่คะ”

นงลักษณ์ทำหน้ายิ้มๆ ตาของเธอมีแววเหมือนสมเพชความซื่อของอีกฝ่าย   “ฉันเชื่อว่าเขาคงบอกคุณยังงั้น เชื่อด้วยว่าเขาคงไม่ได้บอกคุณอีกหลายเรื่อง”

“คะ?”  พราวพรายชักงง “ หมายความว่าเขามีเรื่องอื่นที่ฉันยังไม่รู้อีกหรือคะ”

“คุณอาจจะรู้จากเขาแล้ว แต่เลือกที่จะไม่สนใจ หรืออาจจะไม่รู้เพราะเขาตั้งใจปิดบังคุณ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้นไม่ใช่หรือคะ”  เสียงนั้นมีแววเยาะโดยเปิดเผย

พราวพรายชักรู้สึกโกรธขึ้นมาบ้างแล้ว ผู้หญิงคนนี้เป็นใครมาจากไหน มาเล่าเรื่องวิชชาโดยที่เธอไม่ได้ร้องขอ แล้วยังมีอาการคล้ายๆยิ้มด้วยปากถากด้วยนัยน์ตา วิชชารู้หรือเปล่าว่าผู้หญิงคน นี้ที่อ้างตัวเป็นผู้มีบุญคุณต่อเขา กำลังเอาเขามาประจานให้เธอฟัง ราวกับเขาเป็นผู้ชายสิ้นไร้ไม้ตอก ที่จะต้องเป็นหนี้ชีวิตเจ้าหล่อนไปจนตาย




Create Date : 04 มกราคม 2560
Last Update : 4 มกราคม 2560 8:52:23 น.
Counter : 535 Pageviews.

29 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณเกศสุริยง, คุณคนบ้านป่า, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณสองแผ่นดิน, คุณปรัซซี่, คุณnewyorknurse, คุณmoresaw, คุณหอมกร, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณClose To Heaven, คุณเรียวรุ้ง, คุณpiggy&kermit, คุณเตยจ๋า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณTui Laksi, คุณmcayenne94, คุณเมษาโชดดี, คุณเนินน้ำ, คุณSweet_pills, คุณQuel, คุณขุนเพชรขุนราม, คุณข้ามขอบฟ้า, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณMaeboon

  
Happy New Year 2017 !
สวัสดีปีใหม่ 2560 นะครับ
โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 4 มกราคม 2560 เวลา:9:45:44 น.
  
สวัสดีปีใหม่ครับ ยังคงขยันอัพบล๊อกประจำ ดีครับ พวกเราจะได้
เข้ามาอ่าน.. แหะๆ ฟรี...
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 4 มกราคม 2560 เวลา:11:16:51 น.
  
สวัสดีปีใหม่ค่ะ. สวยๆรวยยิ่งขึ้นไปนะคะ
โดย: แม่น้องณน IP: 125.27.6.71 วันที่: 4 มกราคม 2560 เวลา:14:31:24 น.
  
สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่ตุ้ย

คุณนงลักษณ์ คงเป็นตัวแปรที่จะทำให้พราวพรายตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้นใช่ไหมคะ
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 4 มกราคม 2560 เวลา:20:58:05 น.
  
สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่ตุ้ย
ขอให้มีความสุข และสุขภาพแข็งแรงนะคะ


ช่วงนี้ยุ่งมากค่ะพี่ตุ้ย
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 4 มกราคม 2560 เวลา:23:29:20 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Diarist ดู Blog
หอมกร Movie Blog ดู Blog
อุ้มสี Fanclub Blog ดู Blog
Insignia_Museum Diarist ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
เจ้าของบ้านนี้หายไปไหนเอ่ย
โดย: เกศสุริยง วันที่: 5 มกราคม 2560 เวลา:17:40:10 น.
  
วันนี้มาแล้วอ่านจบเลยค่ะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
The Kop Civil Movie Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Food Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Music Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
สองแผ่นดิน Photo Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 5 มกราคม 2560 เวลา:19:30:02 น.
  
สวัสดีปีใหม่ครับ พี่ตุ้ย
จะคืนดีกัน ก็เลยไม่ได้คืนดีกัน ถ้าคืนดีกัน ก็ไม่มีพระเอกชื่่อ นิค

โหวตให้กำลังใจงานเขียนLiteratureครับ
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 5 มกราคม 2560 เวลา:23:02:01 น.
  
สวัสดีปีใหม่ค่าาาพี่ตุ้ย
โดย: Close To Heaven วันที่: 5 มกราคม 2560 เวลา:23:09:34 น.
  
สวัสดีปีใหม่ค่ะ พี่ตุ้ย ^^
โดย: ปรัซซี่ วันที่: 5 มกราคม 2560 เวลา:23:13:36 น.
  


ปีใหม่นี้ขอให้คุณตุ้ยและครอบครัวมีความสุขมาก ๆ ไม่เจ็บไม่จน
สิ่งร้าย ๆ ก็ขอให้ผ่านไปกับปีเก่า มีเรื่องดี ๆ เข้ามาในชีวิต
คิดอะไรก็ได้อย่างที่หวังและโชคดีตลอดทั้งปี
สุขสันต์วันปีใหม่ย้อนหลัง กดไลค์กับโหวตให้ค่า
โดย: haiku วันที่: 6 มกราคม 2560 เวลา:0:04:56 น.
  
สวัสดีปีใหม่ค่ะ

มาส่งกำลังใจด้วยค่่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: newyorknurse IP: 192.99.15.166 วันที่: 6 มกราคม 2560 เวลา:1:42:19 น.
  
สวัสดีปีใหม่ สุขกายสุขใจไม่เจ็บไม่จน
ขอบคุณกำลังใจที่ให้ ตลอดปีที่ผ่านมาด้วยครับ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: moresaw วันที่: 6 มกราคม 2560 เวลา:5:34:39 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
เรื่องรักๆ ใคร่ๆ เนี่ย มันช่างวุ่นวายจริงนะคะคุณตุ้ย 55

โดย: หอมกร วันที่: 6 มกราคม 2560 เวลา:7:49:53 น.
  
สวัสดีปีใหม่ ไก่กุ๊ก ๆ ค่ะ

อ่านเรื่องนี้แล้ว นึกไปถึงเรื่องก่อนหน้านี้ "เวลาที่หายไป" เลยค่ะ
เดาว่า นงลักษณ์ น่าจะเป็น ... ของวิชชา แน่เลย แฮ่ ๆ

ปีใหม่นี้ขอให้คุณตุ้ยมีความสุข สุขภาพแข็งแรง คิดหวังสิ่งใดที่ดีที่ชอบก็ขอให้สมปรารถนานะคะ
มีพลังกายและใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ ตลอดไปด้วยค่ะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 6 มกราคม 2560 เวลา:8:36:19 น.
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
หอมกร Movie Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

สวัสดีค่าาาาพี่ตุ้ย
โดย: Close To Heaven วันที่: 6 มกราคม 2560 เวลา:8:49:15 น.
  
แหม่...ตอนแรกคิดว่าวิชชาเป็นคนดีน่าสงสาร


ตอนนี้เริ่มไม่ใช่ซะแล้วอะ อยากรู้ตอนต่อไปจัง ว่าจะสัมพันธ์ลึกซึ้งสักแค่ไหนกับคนช่วยชีวิต

โหวตให้ค่ะ
โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 6 มกราคม 2560 เวลา:10:01:58 น.
  
สวัสดีอีกรอบค่ะพี่ตุ้ย

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 6 มกราคม 2560 เวลา:16:25:53 น.
  
สวัสดีปีใหม่คะคุณตุ้ย
ขอให้คุณตุ้ยและครอบครัว พบเจอแต่สิ่งดีๆ
มีความสุขตลอดปีตลอดไปคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog
โดย: Tui Laksi วันที่: 7 มกราคม 2560 เวลา:8:30:27 น.
  
สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้ประสบแต่ความสุขตลอดปีนะคะ
อ่านนิยาย และส่งกำลังใจด้วยค่ะ
โดย: mcayenne94 วันที่: 7 มกราคม 2560 เวลา:11:06:54 น.
  
สวัสดีปีใหม่จ้ะ
โดย: Opey วันที่: 7 มกราคม 2560 เวลา:13:11:06 น.
  
สวัสดีปีใหม่เช่นกันจ้ะ
ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ
โดย: เนินน้ำ วันที่: 7 มกราคม 2560 เวลา:17:32:12 น.
  
ขอบคุณพรปีใหม่ ขอบคุณโหวตค่ะพี่ตุ้ย

ขอให้พี่ตุ้ยมีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะคะ

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 7 มกราคม 2560 เวลา:20:54:07 น.
  
ขอบคุณพี่ตุ้ยสำหรับคำอวยพรนะคะ
ส่งกำลังใจให้พี่ตุ้ยค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

..................................

นอนหลับฝันดีนะคะพี่ตุ้ย

โดย: Sweet_pills วันที่: 7 มกราคม 2560 เวลา:22:34:24 น.
  
สวัสดีค่ะเเวะมาโหวตให้นะคะ
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Quel วันที่: 7 มกราคม 2560 เวลา:22:48:25 น.
  
089922485cc3cea7f5249a3377d3def5.jpg
แวะมาส่งคุณตุ้ยเข้านอนค่ะ
โดย: เกศสุริยง วันที่: 7 มกราคม 2560 เวลา:23:23:01 น.
  
แวะมาส่งกำลังใจให้พี่ตุ้ยค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog

โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 8 มกราคม 2560 เวลา:1:31:59 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 8 มกราคม 2560 เวลา:5:33:49 น.
  
ตามมาอ่านต่อค่ะ เริ่มสนุกแล้วสิ

โหวตแล้วนะคะ

โดย: Maeboon วันที่: 8 มกราคม 2560 เวลา:16:35:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



Group Blog
มกราคม 2560

1
2
3
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]