คนละฟากฟ้า - บทที่ 3































พราวพราย (หน้าตาประมาณนี้)


รูปนี้หยิบยืมมาจากญาติสนิทนามสกุลเดียวกัน
เธอมีศักดิ์เป็นลูกผู้พี่
เป็น "ลูกเสี้ยว"
คุณปู่เป็นคนอังกฤษ คุณย่าเป็นคนไทย
เธอจึงมีหน้าตาเหมือนตุ๊กตาแหม่ม
โดยไม่จำเป็นต้องทำศัลยกรรม





ตอนแรกพราวพรายไม่อยากมาทำงานที่อุบลราชธานีเลย แม้จะเป็นเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นก็ตาม ก่อนเดินทางมาเธอก็ตั้งมั่นอยู่กับความรู้สึกในแง่ลบต่อดินแดนอีสาน แต่หลังจากทำงานที่นี่ได้เพียงสองสัปดาห์ สิ่งต่างๆที่เธอได้มีโอกาสสัมผัสที่จังหวัดนี้ เช่นความมีน้ำจิตน้ำใจของคนอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เฒ่าผู้แก่ ที่ยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับคนต่างถิ่นอย่างเธอ ไม่รีรอที่จะให้ความช่วยเหลือ แม้จะพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่องก็ตาม ทำให้ความรู้สึกของเธอเริ่มเปลี่ยนแปลง


แม้อุบลราชธานีจะอยู่ห่างกรุงเทพฯบ้านเกิดของเธอมากกว่าหกร้อยกิโลเมตร แต่ก็มีความเจริญมากกว่าจังหวัดอื่นๆอีกหลายจังหวัด มีโรงแรมระดับสี่ห้าดาวหลายแห่ง มีสถานบันเทิงเริงรมย์หลากหลายไม่แพ้จังหวัดใหญ่ๆทางภาคเหนือ แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันน่าชื่นชมของคนอีสาน ที่สำคัญคือเพื่อนใหม่ที่ทำให้เธออยากจะคงความสัมพันธ์เอาไว้ตลอดไป เพราะเพื่อนใหม่ทั้งสองคนนี้มีอะไรหลายอย่างที่คล้ายๆ เธอ สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้พราวพรายเปลี่ยนมุมมอง ที่เคยมีต่อแผ่นดินอีสานและคนอีสานจากแง่ลบไปเป็นแง่บวกในที่สุด


ดังนั้นเมื่อกลับไปทำงานต่อที่นครราชสีมาได้อีกประมาณสองเดือน จอห์นเจ้านายของเธอจะต้องย้ายไปทำงานในหน่วยงาน ในฐานทัพอเมริกันที่จังหวัดอุบลราชธานี เขาถามว่าเธออยากจะย้ายตามไปด้วยหรือไม่ ความจริงเขาถามไปตามมารยาทเท่านั้น ไม่คิดว่าพราวพรายจะตอบตกลงทันที ซึ่งทำให้เขาแปลกใจเพราะคาดไม่ถึง นอกจากความชื่นชอบที่มีต่อจังหวัดอุบลราชธานีและผู้คนที่โน่นแล้ว เหตุผลสำคัญอีกอย่างที่ทำให้หญิงสาวตกลงที่จะย้ายตามเขาไป ก็เพราะตัวของจอห์นเอง


พราวพรายค้นพบจากการร่วมงานกับเขาเกือบปี ว่าจอห์นเป็นเจ้านายที่ดี  ถึงจะเป็นคนต่างชาติ แต่เขาก็เข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยดีพอสมควร เธอเป็นลูกน้องของเขาก็จริง แต่เขาก็ให้เกียรติเธอเสมอ ไม่เคยทำท่าดูถูกดูหมิ่นหรือไม่พอใจเวลาที่เธอทำงานผิดพลาด เขาวางตัวเป็นผู้ใหญ่ที่ดี พราวพรายเคยพบภรรยาและลูกๆของเขาที่เดินทางมาเยี่ยมเขาครั้งหนึ่ง เธอรู้สึกว่าครอบครัวของจอห์นก็เหมือนกับตัวจอห์นเอง ผู้หญิงอเมริกันวัยสี่สิบห้าที่เป็นภรรยาของจอห์น เป็นคนเรียบง่ายให้ความเป็นกันเองและเอ็นดูเธอ


หลังการตัดสินใจ พราวพรายก็รู้ว่าด่านสำคัญที่เธอจะต้องผ่านไปให้ได้ ยังรออยู่เบื้องหน้า การจะพูดเรื่องย้ายที่ทำงานไกลจากกรุงเทพฯมากขึ้นไปอีกกับมารดาทางโทรศัพท์คงจะไม่ง่าย หลังจากคิดอย่างรอบคอบแล้ว หญิงสาวก็ใช้ช่วงวันหยุดยาวติดต่อกันสามวัน เดินทางกลับบ้าน  เตรียมหาเหตุผลต่างๆไว้มากมาย ที่จะหว่านล้อมมารดาให้คล้อยตาม  พราวพรายค่อนข้างมั่นใจว่าคงจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะตอนที่ติดตามเธอไปสำรวจอุบลราชธานีครั้งที่แล้ว คุณจิตรามีท่าทางพอใจและเห็นว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่


แต่พอเห็นหน้าพราวพราย คุณจิตราซึ่งกำลังกลัดกลุ้มกับเรื่องของบุตรึคนโต ก็ระบายความไม่พอใจออกมาทันที 

“นี่! ยายพราวรู้หรือยัง เรื่องที่พี่สาวเราจะไปทำงานเมืองนอกน่ะ”

พราวพรายมองหน้ามารดาอย่างงงๆเพราะไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน ถึงเธอและเจิดจรัสจะโทรศัพท์คุยกันเดือนละหลายครั้ง แต่พี่สาวของเธอก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้


“พี่เจิดจะไปทำงานที่ไหนหรือคะ”

“เขาจะไปอเมริกาย่ะ เพิ่งมาบอกเมื่อสองสามวันนี้เอง เขาว่าเขาสมัครไปทำงานที่โน่นหลายเดือนแล้ว เพิ่งได้จดหมายตอบรับจากโรงพยาบาล จะต้องเดินทางต้นเดือนหน้า คิดดูสิว่าพี่เราทำแบบนี้ได้ยังไง นึกอยากทำอะไรก็ทำ เห็นพ่อแม่เป็นหัวหลักหัวตอหรือไง”


คุณจิตราบ่นอะไรต่ออะไรอีกยืดยาว สิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือการที่บุตรธิดาจะปลีกตัวออกไปจากบ้าน เธอเป็นมารดาประเภทแม่เจ้าลูก ต้องการให้ลูกอยู่ใกล้ตัวตลอดเวลาถ้าสามารถทำได้ ยิ่งกว่านั้นคุณจิตรายังวางแผนไว้เรียบร้อยแล้วด้วยซ้ำ ที่จะไม่ยอมให้ลูกคนใดคนหนึ่งแยกย้ายออกไปมีบ้านของตัวเองหลังแต่งงาน เธอคิดว่าบ้านหลังนี้มีเนื้อที่ตั้งสองไร่ กว้างขวางพอที่จะปลูกตึกหลังย่อมๆให้ลูกแต่ละคนได้ แล้วจู่ๆเจิดจรัสก็มาบอกหน้าตาเฉยว่าจะไปทำงานไกลถึงอเมริกา ทั้งๆที่อยู่ที่นี่ก็มีงานทำเป็นเรื่องเป็นราวดีอยู่แล้ว


กรณีของพราวพรายนั้น คุณจิตราอ้างว่าเธอจำเป็นต้องยอมให้ไปทำงานต่างจังหวัด เพราะหางานในกรุงเทพฯไม่ได้ นครราชสีมาก็อยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯนัก ใกล้พอที่เธอจะแอบย่องไปสำรวจพฤติกรรมของบุตรสาวเมื่อไรก็ได้ แต่เจิดจรัสจะไปไกลถึงอเมริกา แล้วเธอจะยอมได้อย่างไร อเมริกาเธอก็ยังไม่เคยไปเสียด้วย จะน่ากลัวแค่ไหนก็ไม่รู้ ที่กลัวที่สุดก็คือกลัวว่าลูกสาว จะไปคว้าฝรั่งตาน้ำข้าวมาเป็นคู่ครอง เธอเป็นโรควิตกจริต กังวลกับสิ่งที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะเกิดขึ้นอย่างนี้เสมอ


“งานทางนี้ของพี่เจิดเล่าคะ”

พราวพรายก็ถามโง่ๆไปอย่างนั้นเอง ดีกว่าไม่พูดอะไรเลย เพราะถ้าเธอฟังแล้วนิ่งเฉย คุณจิตราก็จะตั้งข้อหาอีกว่าไม่สนใจเรื่องที่เธอกังวล แล้วก็อย่างที่คิดเอาไว้ไม่มีผิด มารดาของเธอตวัดตาค้อนขวับ


“ถามอะไรโง่ๆ เขาก็ต้องลาออกสิยะ” แล้วเธอก็พาลต่อว่า“โอ๊ย...ฉันละกลุ้ม มีลูกแต่ละคนก็ไม่ได้ดังใจเสียเลย ตอนยังเล็กๆ อยู่แม่พูดอะไรสอนอะไรก็เชื่อฟัง ทำตามทุกอย่าง เดี๋ยวนี้แต่ละคนปีกกล้าขาแข็งแล้วนี่ เลยไม่เห็นแม่อยู่ในสายตา เห็นแม่เรียนหนังสือแค่มอสามเลยดูถูก ทำแข็งข้อใส่แม่ไปตามๆกัน”


พราวพรายเงียบกริบ นึกในใจว่าเสียฤกษ์เสียแล้ว แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองว่ายังมีเวลาที่จะพูดกับมารดาอีกสองวัน แต่ก่อนอื่นจะต้องคุยกับพี่สาวเสียก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ๆก็จะไปเสียไกลลิบขนาดนั้น ถ้ามารดาไม่ยอมให้ไปจะทำอย่างไร แต่ความจริงหญิงสาวก็รู้คำตอบอยู่แก่ใจ เธอรู้จักเจิดจรัสดีว่าเป็นคนดื้อเงียบ คุณจิตรานั้นเป็นคนฉลาดก็จริง แต่ก็เป็นคนที่ประมาทเชื่อตัวเองมากเกินไป ไม่เคยพยายามอ่านให้ลึกลงไปในใจของลูกสาวแต่ละคน เธอมักจะตัดสินจากพฤติกรรมที่แสดงต่อเธอ เมื่อเจิดจรัสประพฤติตนเป็นคนว่านอนสอนง่าย ไม่เถียงหรือทำดื้อใส่ตรงๆเหมือนพราวพราย เธอก็เลยทึกทักเอาเองว่าลูกสาวคนโตของเธอไม่ดื้อรั้นเหมือนลูกสาวคนเล็ก


คืนนั้นเมื่อได้อยู่กันตามลำพังในห้องนอนของเจิดจรัส พี่น้องสองสาวก็มีโอกาสได้คุยกัน พราวพรายสังเกตเห็นว่าเจิดจรัสสวยขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก   เธอแต่งหน้าอ่อนๆด้วยเครื่องสำอาง ซึ่งช่วยให้คนที่สวยอยู่แล้วยิ่งสวยมากขึ้น จนพราวพรายนึกถึงตัวเองว่าน่าจะลองใช้เครื่องสำอางดูบ้าง


“พี่เจิดจะไปทำงานที่อเมริกาจริงๆหรือ”

เจิดจรัสซึ่งกำลังหยิบขวดครีมล้างหน้า ขึ้นมาล้างเครื่องสำอางออกจากใบหน้าหันมามองน้องสาว 

“แม่บ่นให้ฟังล่ะสิ พี่ได้รับจดหมายตอบรับจากโรงพยาบาลที่โน่นแล้ว  ต้องเดินทางต้นเดือนหน้านี้แหละ มีเวลาเตรียมตัวอีกเกือบสามอาทิตย์”เจิดจรัสเล่าด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข

“แม่จะยอมให้ไปหรือ แม่บ่นให้พราวฟังจนหูชาแล้ว”

เจิดจรัสยักไหล่แต่ปากก็ยังยิ้มหวานอยู่เหมือนเดิม 

“เรื่องธรรมดาอยู่แล้วละ แค่เธอไปทำงานที่โคราชแม่ยังบ่นอยู่ได้ตั้งนานสองนาน พี่จะไปถึงอเมริกา มีหรือที่แม่จะไม่บ่น”

“รู้แล้วพี่เจิดยังจะไปอีกหรือ”

“พี่ไม่เปลี่ยนใจหรอก เธอก็รู้ว่าพี่เบื่อบ้านจะตาย พี่อายุตั้งเท่าไหร่แล้ว แม่ยังคอยตามสอดส่องพี่ยังกับเด็กๆ รู้ไหมพราว บางครั้งพี่ยังนึกอิจฉาเธอเลยที่ได้ไปอยู่ไกลบ้าน มีอิสรเสรีอยากทำอะไรก็ได้”

“พราวน่ะหรืออยากทำอะไรก็ทำได้ พี่เจิดก็รู้ไม่ใช่หรือว่าแม่แอบไปตรวจสอบพราวบ่อยๆ กลัวพราวจะทำอะไรนอกรีตนอกรอย กลัวจะไปมีแฟน”

คราวนี้เจิดจรัส ซึ่งเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องรักครั้งแรกของพราวพราย ทำหน้าตื่นเต้น  “แล้วมีหรือยังล่ะ แฟนใหม่น่ะ หรือยังรอนายวิชชาของเธออยู่”

“แหม พี่เจิด ถึงไงพราวก็ต้องรอเขาอยู่แล้ว พี่ก็รู้ว่าพราวเป็นคนมั่นคง ถ้าเขาไม่ทิ้งพราวก่อน พราวก็ไม่ทิ้งเขาหรอก”

เจิดจรัสยักไหล่“นั่นมันเธอ พี่น่ะไม่มีทางยอมให้ใครทิ้งหรอก ถ้าเห็นไม่ชอบมาพากล พี่ก็รีบหาเรื่องทิ้งเขาซะก่อนเลย”

“พี่เจิดล่ะ มีแฟนจริงๆจังๆสักคนหรือยัง”

ที่ถามเช่นนั้นก็เพราะพี่สาวของเธอเปลี่ยนคู่ควงบ่อย โดยที่คุณจิตราไม่เคยรู้เรื่องต่างๆ ของเจิดจรัสเลย

“พี่คงไม่ลงเอยกับใครง่ายๆหรอก ยังมีเวลาอีกนาน ความจริงพี่อยากจะเตือนเธอเหมือนกัน ว่าอย่าไปปักใจกับนายวิชชานั่นให้มากนัก เธอยังมีชีวิตข้างหน้าอีกยาวไกล รู้ได้ไงว่าจะไม่ไปเจอคนอื่นที่ถูกใจหรือเหมาะสมกับเธอมากกว่า บอกตรงๆนะพราว พี่ไม่เชื่อเรื่องความรักวัยรุ่นอะไรของเธอนักหรอก ตอนนั้นทั้งเธอทั้งวิชชาก็เพิ่ง17-18 เท่านั้น ยังไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง”

“พี่เจิดก็พูดเกินไป”พราวพรายค้าน” พราวกับวิชชาชอบกันตอนปีหนึ่งก็จริง แต่เราก็คบกันหลังจากนั้นอีกสามสี่ปีนะ ก่อนที่เขาจะไปเรียนต่อ”

“แล้วมีอะไรคืบหน้าไหมล่ะ เขาต้องเรียนอีกสองสามปีไม่ใช่หรือ พอเรียนจบกลับมาก็ต้องมาเริ่มหางาน ทำงานเก็บเงินอีกกี่ปีล่ะถึงจะได้แต่งงานกัน”

เห็นน้องสาวทำหน้าตึงเหมือนไม่พอใจ เจิดจรัสก็เดินเข้าไปนั่งเคียงข้าง โอบมือไปรอบบ่าของพราวพราย 

“ความจริงพี่อยากจะบอกเธอนานแล้วละ ว่าอย่าเพิ่งรีบร้อนผูกมัดตัวเองไว้กับผู้ชายคนแรกที่เจอ อย่าลืมว่าเราต้องอยู่ใต้อาณัติของแม่มากี่ปีแล้ว ทำไมจะต้องรีบร้อนไปอยู่ใต้อาณัติคนอื่นอีก สวยๆอย่างเธอน่าจะใช้ชีวิตให้คุ้มเสียก่อน ให้โอกาสตัวเองที่จะเลือกผู้ชายที่ถูกใจที่สุด เหมาะสมที่สุด”

“แต่พราวทำอย่างที่พี่พูดไม่ได้หรอก พราวไม่ชอบผิดสัญญากับใคร”

“ถ้าวิชชาผิดสัญญากับเธอล่ะ”

“พราวก็เลิกกับเขาทันที” พราวพรายตอบอย่างหนักแน่น นั่นคือสิ่งที่เธอคิดอยู่แล้ว

“งั้นถ้าวิชชากลับมาหาเธอโดยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เธอก็จะแต่งงานกับเขาหรือ เธอก็รู้ไม่ใช่หรือว่าเขาจะต้องใช้เวลาตั้งตัวอีกหลายปีครอบครัวเขาไม่ได้มีฐานะอะไร เธอคิดหรือว่าแม่จะยอม”

พราวพรายทำสีหน้าดื้อดึงขึ้นมาทันที 

“ถ้าถึงตอนนั้นพราวก็ไม่สนหรอกว่าแม่จะยอมหรือไม่ยอม พราวจะทำอย่างที่อยากทำ พี่เจิดก็รู้ว่าพราวเป็นคนดื้อ บอกตามตรงนะ ถ้าแม่ไม่คอยห้ามโน่นห้ามนี่อยู่ตลอดเวลา ตอนนั้นพราวกับวิชชาอาจจะไม่เป็นแฟนกันก็ได้”

เจิดจรัสมองหน้าน้องสาวอย่างครุ่นคิดก่อนจะถามว่า “ไปอยู่ที่โคราชนั่นตั้งหลายเดือน ไม่มีไอ้หนุ่มที่ไหนมาเหล่บ้างเลยหรือ”

“ไม่เห็นมีนี่ โธ่...พี่เจิด เขาเห็นพราวทำหน้าบึ้งตาขวาง เขาก็พากันเผ่นไปหมดแล้วละ ว่าแต่พี่เจิดเถอะ ทำไมถึงอยากไปอเมริกาล่ะ ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลนั่นก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ ได้ข่าวว่ามีหมอหนุ่มๆ มาจีบพี่หลายคน”

เจิดจรัสทำหน้ายิ้มๆอย่างทะนงตัว 

“มีน่ะมันมีหรอก แต่ก็อย่างที่บอก พี่ยังไม่อยากผูกมัดตัวเองกับใคร อยากมีอิสระมากกว่านี้ ทุกวันนี้แม่คอยเช็คพี่อยู่ตลอดเวลา คอยซักคอยถามทุกเรื่อง ความจริงพี่ก็รู้ว่าแม่รักและหวังดีกับลูกมาก แต่แม่ไม่ค่อยจะยอมรับว่าพวกเราโตแล้ว ยังต้องการให้รายงานแม่ทุกอย่างไม่ว่าเรื่องอะไร ถ้าพี่ยังอยู่ที่นี่ก็ต้องเป็นเหมือนลูกแหง่อยู่ตลอดเวลา เธอก็เหมือนกัน จริงไหมล่ะ”

คราวนี้พราวพรายไม่มีอะไรจะเถียง เพราะเธอเองก็ไม่อยากอยู่บ้านด้วยเหตุผลเดียวกัน 

“นึกๆก็สงสารแม่นะพี่เจิด” หญิงสาวถอนใจ “แม่รักพวกเรามาก บางครั้งพราวรู้สึกว่ามันมากเกินไป แม่อยากจะเป็นแม่ที่อบอุ่นสำหรับลูกๆ แต่บางครั้งมันก็อุ่นเกินไปจนร้อน” แล้วพราวพรายก็ย้อนกลับมาที่เรื่องเดิม “ถ้าพี่เจิดดึงดันจะไปให้ได้แล้วแม่จะทำยังไงล่ะ พราวก็ไม่อยู่ พี่เจิดก็จะไม่อยู่อีกคนแล้ว”

“ถึงไม่มีเราสองคนก็ยังมีพี่เจตน์กับคุณพ่อนี่นา แปลกนะพราว ลูกสาวสองคนออกจากบ้านทั้งคู่ แต่ลูกชายไม่ชอบไปไหน ชอบอยู่แต่บ้าน” พูดจบเจิดจรัสก็หัวเราะอย่างนึกขัน

“ไม่แปลกหรอก” พราวพรายออกความเห็น “พี่เจตน์น่ะเหมือนคุณพ่อ คุณพ่อชอบอยู่บ้าน พี่เจตน์ก็เหมือนกัน เออ...พี่เจิด ปรึกษาหน่อยสิ ที่พราวมาคราวนี้ก็เพระพราวจะย้ายไปทำงานที่อุบลฯ ย้ายตามเจ้านาย แต่พราวยังไม่ได้บอกแม่ พอเข้ามาถึงบ้านแม่ก็บ่นเรื่องพี่เจิดเสียจนพราวไม่กล้าอ้าปากพูดอะไรเลย เห็นแม่อารมณ์ไม่ดีแล้วกลุ้มใจ ถ้าแม่ไม่อนุญาตพราวต้องแย่แน่ๆ รับปากจอห์นเอาไว้แล้วด้วย”

“ไปอยู่อุบลฯ ยิ่งไกลออกไปใหญ่ ถ้าแม่ไม่ยอมเธอจะทำยังไง”

พราวพรายนิ่งคิดอยู่อึดใจใหญ่ ก่อนจะตอบแบบไม่เต็มปากเต็มคำ

“พราวอาจจะทำแบบพี่เจิดก็ได้ พราวรักงานของพราวมาก ชอบทำงานกับจอห์นด้วย เขาเป็นเจ้านายที่น่ารักมากเลยนะพี่เจิด”

“เอางี้ดีไหม พี่ว่าเธอลองไปปรึกษาคุณพ่อดูก่อนดีกว่า ถ้าคุณพ่อเห็นด้วยก็ขอให้คุณพ่อไปกล่อมแม่ ให้ยอมให้เธอไปทำงานที่โน่น อย่าลืมว่าเราพูดเองสำเร็จยาก แม่ต้องค้านอยู่แล้ว แต่แม่จะฟังคุณพ่อ เธอไม่เห็นหรือว่าเรื่องอะไรๆที่แม่ไม่อนุญาต คนเดียวที่จะพลิกคำสั่งแม่ได้ก็มีคุณพ่อเท่านั้น ยิ่งตอนนี้แม่กำลังไม่พอใจเรื่องของพี่อยู่ ถ้าเธอไปพูดเรื่องของเธออีกแม่ต้องโกรธหนักกว่าเดิมแน่ คุยกับคุณพ่อดีกว่า เชื่อพี่เถอะ”

พราวพรายนิ่งคิดตามคำแนะนำของพี่สาว ถึงจะเชื่อว่าบิดาสามารถกล่อมมารดาให้เปลี่ยนใจได้ แต่เธอก็ยังมีคำถาม 

“ถ้าคุยแล้วแต่คุณพ่อไม่เห็นด้วยล่ะ พราวจะทำอะไรได้ ถ้าไม่เห็นด้วยคุณพ่อก็คงไม่ช่วยกล่อมแม่ให้พราวหรอก”

“ถ้าเป็นยังงั้นจริงเธอก็มีทางเลือกอยู่แค่สองทาง คือทำตามที่ท่านว่าหรือไม่ก็ทำอย่างที่เธออยากทำ เธอโตแล้วนะ ต้องกล้าตัดสินใจ ที่ผ่านมาเราไม่เคยมีโอกาสได้ตัดสินใจอะไรเองสักเรื่อง อะไรๆแม่ก็ตัดสินใจแทนเราทั้งนั้น ความหวังดีของแม่น่ะพี่เข้าใจ แต่แม่ห่วงพวกเรามากเกินไป ไม่ยอมปล่อยให้เราได้ต่อสู้อะไรด้วยตัวเองบ้างเลย ทำให้เราอ่อนแอ พอเกิดอะไรขึ้นมาก็รับมือไม่ไหว เพราะไม่เคยต้องต่อสู้มาก่อน พราวไม่เคยสังเกตบ้างเลยหรือ ว่าคนที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนทุกอย่างด้วยตัวเอง เพราะพ่อแม่เขามัวแต่ทำมาหากิน ไม่มีเวลามาช่วยเหลือปกป้อง คนพวกนี้เขาจะแกร่ง ต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆได้ดีกว่าคนที่ถูกเลี้ยงมาอย่างทะนุถนอม  ไม่ต้องต่อสู้ดิ้นรนอะไรเลยอย่างพวกเรา บอกตรงๆเลยนะพราว พี่เคยคิดว่าถ้ามีลูก พี่จะไม่เลี้ยงแบบทะนุถนอมมากนัก พี่จะไม่ประเคนทุกอย่างให้เขา จะฝึกให้เขารู้จักช่วยเหลือตัวเอง ตัดสินใจเอง เขาจะได้พร้อมที่จะออกไปเผชิญโลกกว้าง แก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง ลูกพี่จะต้องแกร่งพอที่จะยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง”

พราวพรายหัวเราะขันความฝันของพี่สาว 

“ตอนนี้พี่ก็พูดแบบนี้ได้สิ แต่พอมีลูกของตัวเองขึ้นมาจริงๆ พี่อาจจะทำแบบเดียวกับแม่ก็ได้ ดีไม่ดีอาจจะยิ่งกว่าแม่เสียอีก“

เจิดจรัสเลยหัวเราะออกมาบ้าง “เฮ้อ.. พี่ก็เพ้อเจ้อไปงั้นเอง เอาเข้าจริงพี่อาจจะวุ่นวายกับลูกยิ่งกว่าที่แม่วุ่นวายกับเราเสียอีก”

“เออ...นี่พราว เกือบลืมเล่า จำเรื่องรถมือสอง ที่พี่เคยขอแม่ตอนที่เรียนจบใหม่ๆได้ใช่ไหม” เมื่อน้องสาวพยักหน้า เธอก็กล่าวต่อด้วยเสียงกลั้วหัวเราะว่า“ตอนนั้นพี่อ้อนวอนเท่าไรแม่ก็ไม่ยอมท่าเดียว แต่พอรู้ว่าพี่จะไปทำงานเมืองนอก แม่อุตส่าห์ต่อรองไม่ให้พี่ไป แม่บอกว่าถ้าพี่ไม่ไปแม่จะซื้อรถป้ายแดงให้ ยี่ห้ออะไรก็ได้ทั้งนั้น”

“โถ..สงสารแม่จัง” 

พราวพรายทำหน้าเศร้า เธอรู้ว่าคุณจิตราเป็นคนมัธยัสถ์ถี่ถ้วน พูดคำไหนคำนั้น ไม่มีทางเปลี่ยนใจง่ายๆ การเสนอให้รถใหม่แก่เจิดจรัสเพื่อแลกกับการไม่ไปอเมริกา คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่มารดาจำใจต้องทำ เพราะความรักและเป็นห่วงลูก ไม่อยากให้ไปอยู่ไกลลิบลับ พ้นหูพ้นตา

“พี่เองก็สงสารแม่ แต่จะทำไงได้ ตอนที่พี่ต้องการแม่ก็ไม่ให้ พอตอนนี้ที่เป้าหมายพี่เปลี่ยนไป ไม่อยากได้อีกแล้ว มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร ยังไงพี่ก็ต้องเดินหน้าต่อไป”

“เฮ้อ... เรื่องของพี่เจิดทำให้พราวต้องคิดหนักเสียแล้ว บางทีพราวอาจจะไม่ย้ายตามจอห์นไป อาจจะอยู่ที่โคราชต่อ พราวสงสารแม่ ไม่อยากให้แม่รู้สึกเหมือนถูกลูกสาวสองคนทอดทิ้ง”

เจิดจรัสมองหน้าน้องสาวอย่างไม่เห็นด้วย 

“คิดให้ดีๆก็แล้วกัน แต่ถ้าเป็นพี่ๆ จะลองไปทาบทามฟังเสียงคุณพ่อดูก่อน คุณพ่อไม่ค่อยพูดค่อยจาก็จริง แต่ท่านมีความคิดดีๆมากมาย ข้อสำคัญแม่ก็ฟังคุณพ่อเกือบทุกเรื่องอยู่แล้ว”


วันรุ่งขึ้นหลังจากคิดใคร่ครวญอยู่นาน พราวพรายก็ถือโอกาสเข้าไปปรึกษาเรื่องสำคัญของเธอกับคุณพนัสในห้องทำงาน ช่วงที่มารดาออกไปจ่ายตลาดกับนางสาคร แม่บ้านซึ่งเป็นคนเก่าคนแก่ นานๆคุณจิตราจะทำอย่างนี้สักครั้ง โดยมีจุดประสงค์เพื่อไปเสาะหาของดีๆ มาทำอาหารให้สามีและลูกๆได้รับประทานในช่วงวันหยุด


ระหว่างที่นั่งรับประทานอาหารเย็นร่วมโต๊ะพร้อมหน้าพร้อมตากัน อยู่ๆพราวพรายก็พูดขึ้นมาว่า “ตอนนี้จอห์นเจ้านายของพราว จะย้ายไปทำงานในหน่วยงานที่อุบลฯ เขาอยากให้พราวย้ายตามไปด้วย เขาชอบผลงานของพราว พราวเลยบอกเขาว่าต้องมาขออนุญาตทางบ้านก่อน เพราะอุบลฯอยู่ไกลบ้านเกินไป กลับไปนี่เขาก็คงถามพราวอีกว่าจะเอายังไง”

พูดยังไม่ทันจบ คุณจิตราก็ชะงักมือที่กำลังแกะเนื้อปลาทูใส่ลงไปในจานข้าวของคุณพนัส ร้องค้านเสียงดังฟังชัดขึ้นมาทันที

“โอ๊ย...ไม่ได้หรอกย่ะ จะไปไกลลิบลับถึงอุบลฯ แม่ไม่อนุญาตเด็ดขาด ยอมให้ไปโคราชนี่ก็บุญนักหนาแล้ว นี่..ยายพราวกลับไปคราวนี้ก็ลาออกเสียเลย กลับมาบ้านแล้วค่อยหางานใหม่ คราวนี้คงหาไม่ยากหรอก มีประสบการณ์แล้วนี่”

ทุกคนนิ่งเงียบ คุณพนัสเคี้ยวอาหารในปากจนละเอียด ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มกระแอมหนึ่งทีแล้วถามพราวพรายด้วยเสียงเรียบๆ ตามปกติของเขา

“ถ้าหนูไปไม่ได้ จอห์นเขาจะมีปัญหาหรือเปล่าล่ะ”

“ก็คงต้องมีบ้างค่ะคุณพ่อ เขาเคยบอกว่าพราวทำงานเข้ากับเขาได้ดีกว่าคนอื่น”

คุณจิตราพูดขัดขึ้นว่า “โอ๊ย! กะอีแค่งานแปล ใครที่รู้ภาษาอังกฤษก็ทำได้ทุกคนแหละย่ะ ไม่ใช่แต่เราคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้”

“แต่มันก็ไม่เหมือนกันหรอกนะคุณจิตรา” คุณพนัสแย้งด้วยเสียงเรียบๆ“ถ้าเลือกได้ เจ้านายทุกคนก็อยากได้ลูกน้องที่ทำงานเข้ากันได้ดีทั้งนั้น”

“ถึงงั้นก็เถิดค่ะ ฉันไม่ให้ไปหรอก ที่โน่นน่ะมีแต่ฝรั่งผิวดำผิวขาวกับพวกเมียเช่า เดินกันให้เกลื่อนเมือง ขืนยายพราวไปทำงานที่โน่น คนที่ไม่รู้ความจริงเขามิคิดเหมาเอาเองหรือ ว่าไปเป็นอะไรแบบนั้นหรือเปล่า”

คำพูดโดยไม่ทันคิดของคุณจิตราทำให้พราวพรายและเจิดจรัสร้องออกมาพร้อมกันอย่างตกใจว่า “แม่คะ !”

ส่วนคุณพนัสมองภรรยาอย่างตำหนิ “พูดอะไรยังงั้น ลูกเป็นสาวเป็นแส้”

เมื่อถูกสามีที่เคารพดุ คุณจิตราก็หน้าเสีย เธอเฉไฉทำเป็นยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ตาคมดุก็เหลือบค้อนพราวพรายที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอต้องถูกดุเหมือนเด็กๆ แต่ก็ยังอดพูดต่อไม่ได้  

“กลับมาอยู่บ้านเสียทีก็ดีเหมือนกัน แม่เจิดเขาเบื่อบ้านเบื่อแม่ ทนอยู่ชายคาเดียวกับแม่ไม่ได้ ก็ปล่อยเขาไป แต่ถ้าไปตกระกำลำบาก ก็อย่ามาร้องห่มร้องไห้ขอให้ช่วยก็แล้วกัน”

คำพูดประชดประชันของมารดาไม่ทำให้เจิดจรัสสะดุ้งสะเทือน ตรงกันข้ามเธอกลับยิ้มหวานอย่างพอใจ ถือว่านั่นเป็นคำอนุญาตเรียบร้อยแล้ว

บิดาของเธอถามว่า “เจิดมีที่พักแล้วหรือ”

“เขามีหอพักให้ค่ะ คุณพ่อไม่ต้องห่วงเจิดหรอก”

“อุ๊ย! ไม่มีใครเขาห่วงหรอกย่ะ จะต้องห่วงทำไม ปีกกล้าขาแข็งแล้วนี่”คุณจิตราประชด “นี่ แม่เจิด บอกเอาไว้ก่อนนะ อย่าไปคว้าฝรั่งหัวแดงหัวเหลืองมาเป็นลูกเขยฉันล่ะ ฉันรับไม่ได้หรอก”

“คุณจิตรานี่ก็พิลึก ลูกยังไม่ทันไปเลย พูดไปถึงโน่นแล้ว” คุณพนัสปราม

แต่เจิดจรัสนึกสนุกที่จะได้ยั่วมารดา 

“ฝรั่งหัวแดงหัวเหลืองแล้วเป็นยังไงคะแม่ เขาก็เป็นคนเหมือนกับเรา ของอย่างนี้เจิดว่ามันก็ต้องเป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาสด้วยนะคะ ถ้าเนื้อคู่ของเจิดเป็นฝรั่ง แม่ก็ต้องมีลูกเขยฝรั่งอยู่ดีละ”

“นี่!แม่เจิด ถ้าขืนพูดแบบนี้ ฉันจะไม่ให้ไปหรอกนะยะ พูดอะไรไม่เป็นมงคลเสียเลย”

“เรื่องงาน ตกลงพราวจะเอายังไง” 

บิดาของพราวพรายถามขัดขึ้น เมื่อเหลือบเห็นสีหน้าไม่สบายใจของลูกสาวคนเล็ก ที่เขาเอ็นดูมากกว่าลูกคนอื่นๆ

“ถ้าถามพราวๆก็อยากไปทำงานกับจอห์น แต่ถ้าแม่ไม่เห็นด้วย พราวก็คงต้องบอกจอห์นไปตามตรงว่าแม่ไม่อนุญาต”

คุณจิตราทำตาถลนโวยวายว่า “อ้าว..ทำไมต้องไปบอกเขายังงั้นล่ะ”

“แล้วจะให้บอกยังไงล่ะคะแม่”

“อ้างเหตุผลอะไรก็ได้นี่ยะ บอกว่าเราอยากกลับมาอยู่บ้านก็ได้ เบื่องาน หรืออะไรก็ได้ เล่นเอาแม่ไปอ้าง นายจอห์นอะไรนั่นจะได้นึกว่าแม่หัวโบราณงี่เง่า ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรน่ะสิ”

คุณพนัสตัดบทว่า “พอทีเถอะคุณจิตรา” แล้วเขาก็หันไปพูดกับพราวพรายโดยตรงว่า “เอาอย่างนี้ดีไหม พราวลองไปช่วยงานจอห์นที่อุบลฯดูก่อนสักสองสามเดือน หลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกที”

พราวพรายมีสีหน้าดีขึ้นทันทีในขณะที่คุณจิตราอ้าปากจะค้าน แต่สามีของเธอลุกเดินออกจากโต๊ะอาหารเข้าห้องทำงานไปแล้ว


คืนนั้นเมื่อมีโอกาสได้อยู่กันตามลำพัง เจิดจรัสก็ถามน้องสาวว่า “แผนคุณพ่อใช่ไหมล่ะ ให้ไปทดลองสองสามเดือน กันไม่ให้แม่โวยวาย พอครบกำหนด ก็ไม่ยอมกลับ อยู่ต่อไปเรื่อยๆ จนแม่ขี้เกียจบ่นไปเอง”

พราวพรายยิ้มอย่างสบายใจ “พราวก็ไปคุยกับคุณพ่ออย่างที่พี่เจิดแนะนั่นแหละ คุณพ่อฟังแล้วก็บอกให้พราวอยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไร แต่ให้เกริ่นกับแม่ก่อน  เรื่องที่จอห์นขอให้ไปทำงานกับเขา ที่เหลือคุณพ่อจะจัดการเอง”

“เห็นไหมพี่บอกแล้วว่าต้องพึ่งคุณพ่อคนเดียว”

“แต่พราวก็ยังสงสารแม่อยู่ดีแหละพี่เจิด”

“พี่ก็สงสารนะ ไม่ใช่ไม่สงสาร แต่นี่แน่ะพราว ลูกนกน่ะยังไงๆมันก็ต้องเติบโต เพื่อจะกลายเป็นแม่นกในวันหนึ่งข้างหน้า ตอนนี้เราต้องเป็นลูกนกที่ออกจากรัง บินไปในโลกกว้าง หาประสบการณ์เพื่อที่จะได้เป็นแม่นกที่ดีในอนาคต อย่าคิดมากไปเลย แม่อยู่ได้แน่ถ้ามีคุณพ่ออยู่ข้างๆ แรกๆแม่อาจจะเหงา หรือรู้สึกเหมือนถูกลูกๆทิ้งไป แต่ไม่นานแม่ก็จะชินแล้วก็จะอยู่ได้อย่างสบายใจ เชื่อพี่เถิด”




Create Date : 27 สิงหาคม 2559
Last Update : 5 กันยายน 2559 18:25:12 น.
Counter : 591 Pageviews.

46 comments
  
สวัสดีวันหยุดค่ะ
มาทักทายและส่งกำลังใจค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
หอมกร Movie Blog ดู Blog
Sweet_pills Food Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
comicclubs Literature Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Home & Garden Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Food Blog ดู Blog
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: เนินน้ำ วันที่: 27 สิงหาคม 2559 เวลา:12:34:31 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog

ตามมาอ่านตอนที่ 3
เนื้อเรื่อง ละเอียดดีจริงค่ะ
โดย: mcayenne94 วันที่: 27 สิงหาคม 2559 เวลา:14:51:45 น.
  
สงสารคุณจิตราเหมือนกันนะคะ

แต่ละครอบครัว เรารักลูกไม่เหมือนกัน


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
tuk-tuk@korat Music Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Funniest Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 27 สิงหาคม 2559 เวลา:15:58:05 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย . . .

ปอมมาทักทายในวันสบายๆนะคะ


ดอยสะเก็ด Literature Blog

โดย: กาปอมซ่า วันที่: 27 สิงหาคม 2559 เวลา:18:36:05 น.
  
สวัสดีคะ ยินดีมากคะที่ได้พบกันและทำความรู้จักกันนะคะ
ขอบคุณมากคะที่ตามน้องโอไปเยี่ยมเยือนบล๊อกอาหาร (วันๆ อยู่แต่ในครัว) คะ
ชีวิตหมกมุ่นกับเรื่องกิน ไม่ค่อยจะมีเรื่องราวอื่นใดมากมายคะ

คลิกเข้ามาเห็นภาพสาวสวย นึกว่านางสาวไทย สวยมาก ๆ
หน้าตาคล้าย คุณวรวรรณา จิลลานนท์ สวยจริง ๆ สวยแบบไทย

ขออนุญาตกลับไปอ่านเรื่องราวต่อนะคะ ขอบคุณมากคะ

โดย: บ่งบ๊ง วันที่: 27 สิงหาคม 2559 เวลา:20:20:43 น.
  
ตอบคุณบ่งบึง


ใช่ค่ะ
เธอคือคุณวรวรรณา จิลลานนท์
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 27 สิงหาคม 2559 เวลา:20:35:50 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณดอยสะเก็ด ^^

สารภาพเลยว่านี่เป็นการอ่านแบบละเอียดครั้งแรก
เนื้อเรื่องดี ทุกอย่างดี ยกเว้นคำลงท้ายของคุณแม่
หากตัดคำว่า "ย่ะ" ออกไปคุณแม่จะน่ารักขึ้นนะคะ
ปล. ไม่ถูกใจก็ลบคอมเม้นต์หรือข้ามไปก็ได้ค่ะ
====================

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
toor36 Diarist ดู Blog
บ้านต้นคูน Travel Blog ดู Blog
ALDI Diarist ดู Blog
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Home & Garden Blog ดู Blog
haiku Fanclub Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: ปรัซซี่ วันที่: 27 สิงหาคม 2559 เวลา:21:45:19 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย

มาอ่านต่อค่ะ
กว่าจะออกจากบ้านไปทำงานได้
สองสาวก็ต้องฟังคุณแม่บ่นจนหูชา 555

ของกาญตอนลูกออกจากบ้านไปถึงจะรู้ว่าเป็นยังไง
ตอนนี้ยังอยู่กันครบค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 28 สิงหาคม 2559 เวลา:1:17:03 น.
  
สวัสดีค่ะ

คุณพนัสเจ๋งอะ

แม้จะเป็นคนพูดน้อย ดูเหมือนจะยอมภรรยาใหญ่ในบ้าน

แต่บทจะเอาจริงขึ้นมา ภรรยาก็จ๋อยเหมือนกัน

เป็นหลักให้ลูกๆพึ่งพิงได้จริงๆ

โหวตให้ค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog

โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 28 สิงหาคม 2559 เวลา:5:52:17 น.
  
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ จะสู้ๆค่าาา
รออ่านตอนต่อไปนะคะ
โดย: touch the sky วันที่: 28 สิงหาคม 2559 เวลา:9:56:09 น.
  
อุ้มแวะมาอ่าน
อธิบายคุณแม่ไว้ในเรื่องราวชัดเจนมากค่ะ
ผ่านการบอกเล่าของพี่เจิดจรัส
โหวตให้พี่ตุ้ยค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สาวไกด์ใจซื่อ Food Blog ดู Blog
VELEZ Photo Blog ดู Blog
เป็ดสวรรค์ Literature Blog ดู Blog
Ces Travel Blog ดู Blog
เหมือนพระจันทร์ Diarist ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: อุ้มสี วันที่: 28 สิงหาคม 2559 เวลา:10:57:17 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

-----------------------------------

อ่านแล้วคล้าย ๆ ชีวิตครอบครัวหลายบ้านเลยค่ะ
เรื่องจุกจิกในบ้านยกให้ภรรยาเป็นใหญ่ ผู้หญิงละเอียดอ่อนแต่อ่อนไหว
ไม่เหมือนผู้ชายที่หนักแน่นใช้เหตุผลมากกว่า แฮ่ ๆ

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 28 สิงหาคม 2559 เวลา:11:19:10 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ชมพร About Weblog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: ก้นกะลา วันที่: 28 สิงหาคม 2559 เวลา:15:32:26 น.
  



ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ
หนูเอาเค้กมาฝากคะ
หนูคิดว่าคนอีสานมีน้ำใจดีคะ สำหรับผู้เฒ่าผู้แก่ตามบ้านนอกนะคะ
พิมพ์เก่งจังนะคะ ทำเป็นบทละครได้เลยคะ
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Mitsubachi วันที่: 28 สิงหาคม 2559 เวลา:15:36:33 น.
  
สวัสดีจ้ะ น้องดอยสะเก็ด

ตามมาอ่าน ตอนที่ 3 จ้ะ เนื้อหาเริ่มเข้าข้นขึ้นนะ เจิดจรัส ลูกสาวคุณจิตรากำลังจะไปอเมริกา แพรวพราย กำลังจะไปอยู่อุบล จะคอยอ่านตอนที่ 4 จ้ะ
โหวดหมวด งานประพันธ์ของเจ้าของบล็อก จ้ะ
โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 28 สิงหาคม 2559 เวลา:21:28:02 น.
  
ส่งกำลังใจก่อนค่ะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Sweet_pills Food Blog ดู Blog
zungzaa Travel Blog ดู Blog
ซองขาวเบอร์ 9 Home & Garden Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
toor36 Diarist ดู Blog
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 28 สิงหาคม 2559 เวลา:21:33:33 น.
  
แวะมาอ่านต่อค่ะ
ตอนนี้พี่ตุ้ยเขียนยาวๆ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้ 

ผู้เขียน Blogหมวดเนื้อหาBlog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ดLiterature Blogดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: pantawan วันที่: 28 สิงหาคม 2559 เวลา:21:42:05 น.
  
ขอบคุณคุณตุ้ยนะคะที่ตามมาเที่ยวด้วยกัน พาคุณแม่มาทั้งทีเลยไม่อยากให้ท่านเหนื่อยและร้อน ที่นี่เงียบ ห่างผู้คน และห่างที่เที่ยวค่ะ ค่อนข้างสงบ แต่ราคาห้อง แพงไปจริงๆค่ะคุณตุ้ย จี๊ดจ๊าดว่าแพงไปน้า

วันนี้รีบมาตามดูสาวอุบลกับคุณตุ้ย เริ่มแล้วๆ มีคนไปเรียนเมืองนอกกันด้วย

นทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
pantawan Health Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
moresaw Funniest Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: จี๊ดจ๊าด (บ้านต้นคูน ) วันที่: 29 สิงหาคม 2559 เวลา:10:35:56 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog

วันนี้มีภาพมาฝากด้วย ญาติสวยมากเลยนะคะ ตาโตดีจัง
โดย: kae+aoe วันที่: 29 สิงหาคม 2559 เวลา:11:19:47 น.
  
ปล. น้องซีไม่ถนัดกีฬาค่ะ เพราะร่างกายเล็ก และ ใจไม่สู้ เรื่องความเจ็บเหนื่อย....แต่ก็พยายามส่งเสริมเธอตลอดค่ะ
โดย: kae+aoe วันที่: 29 สิงหาคม 2559 เวลา:11:20:51 น.
  
แพรวพราวสวยคมมากค่ะ
เรื่องกำลังน่าติดตามเลยค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog
moresaw Funniest Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
เวียงแว่นฟ้า Dharma Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: mambymam วันที่: 29 สิงหาคม 2559 เวลา:13:35:31 น.
  
ตามมาอ่านต่อ
ภาคอิสานมีสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างแห้งแล้ง
สมัยก่อนค่อนข้างจะข้าวยากหมากแพง
เดียวนี้มีเขื่อนคลองชลประทาน ช่วยเพาะปลูก
ทำให้พื้นที่ลดความแห้งแล้งลงได้มาก
ขอบคุณกำลังใจด้วยครับ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
phunsud Food Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Music Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: moresaw วันที่: 29 สิงหาคม 2559 เวลา:13:37:45 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
Mitsubachi Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ดีจังค่ะตอนนี้พี่มีอะไรให้อ่านแล้ว จะรอดูต่อไปว่าจะไปพบรักกับฝรั่งหัวแดงเหมือนที่แม่ว่าไว้หรือเปล่า ??
โดย: Maeboon วันที่: 29 สิงหาคม 2559 เวลา:15:36:48 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

สวัสดีค่ะคุณดอยสะเก็ด แวะมช้าหนึ่งวันเพราะเมื่อวานไม่ได้เข้าบล็อกค่ะ

อ่านเพลินเลยนะคะ เห็นภาพทีแรกนึกว่าเป็นรูปเจ้าของบล็อก ต้องบอกว่าสวยมากๆเลยค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปเก็บของป่าด้วยกันนะคะ พอดีเห็นแล้วแอบเสียดาย เลยเข้าป่าบ้างน่ะค่ะ เก็บแช่แข็งไว้ช่วงหน้าหนาวที่กำลังจะถึงค่ะ

สวัสดีวันเริ่มต้นสัปดาห์นะคะ
โดย: LoveParadise วันที่: 29 สิงหาคม 2559 เวลา:15:53:29 น.
  
สวัสดียามเย็นครับ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: **mp5** วันที่: 29 สิงหาคม 2559 เวลา:17:45:50 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ชอบน้อยชอบมากก็ส่งคะแนนให้คุณตุ้ยค่ะ

โดย: หอมกร วันที่: 29 สิงหาคม 2559 เวลา:19:35:50 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เวียงแว่นฟ้า Dharma Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

สาวสวยๆจริงๆ
โดย: ชมพร วันที่: 29 สิงหาคม 2559 เวลา:22:26:29 น.
  
มาอ่านต่อค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
ตุ๊กจ้ะ Topical Blog ดู Blog
ฟ้าใสวันใหม่ Home & Garden Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: newyorknurse วันที่: 30 สิงหาคม 2559 เวลา:1:25:59 น.
  
แผนคุณพ่อยอดไปเลย คุณแม่เถียงไม่ทัน

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: ALDI วันที่: 30 สิงหาคม 2559 เวลา:4:19:26 น.
  
ถึงลูกจะโตพ่อแม่ก็ยังเป็นห่วงลูก จริงนะคะ
ท่านจะเห็นเราเป็นเด็กเสมอคะ
ปล เรื่องเค้กหากมีโอกาศบีจะไปทำให้คุณพี่ก้อนโตๆเลยคะ อิอิ
โดย: Mitsubachi วันที่: 30 สิงหาคม 2559 เวลา:10:17:05 น.
  
แวะมาทักทายยามสายและส่งกำลังใจให้ค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Raizin Heart วันที่: 30 สิงหาคม 2559 เวลา:11:06:23 น.
  
พราวพราย....งามมากค่ะ

ลงโหวตไว้ก่อน ขอตัวไปทานมื้อกลางวัน แล้วจะกลับมาอ่านเน้อออออออออ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 30 สิงหาคม 2559 เวลา:13:08:44 น.
  
อ่านเรียบร้อยแล้วจ้าาาาาาา


ความเข้มข้นของเรื่องราวคงรอพราวพรายอยู่ที่อุบลราชธานี เนาะ
โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 30 สิงหาคม 2559 เวลา:14:21:18 น.
  

รูปนางเอกสวยค่ะมาอ่านยังไม่จบค่ะว่างๆจะมาอ่านต่อค่ะไปร.พเพิ่ง

กลับมาค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: พรไม้หอม วันที่: 30 สิงหาคม 2559 เวลา:14:54:55 น.
  
คุณแม่ดูห่วงพราวมากเลยนะคะ ตกลงให้ลาออกเลย
ว่าแต่พราวสวยมาก ตาโตพริ้งเลยค่ะ

ตอนนี้สบายดีค่ะ คุณตุ้ย ไปเรื่อยๆ ช่วงนี้ฝนตก ก็คอยหลบฝนหน่อย

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ก้นกะลา Music Blog ดู Blog
ซองขาวเบอร์ 9 Home & Garden Blog ดู Blog
ชีริว Food Blog ดู Blog
Quel Klaibann Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Music Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ตุ๊กจ้ะ วันที่: 30 สิงหาคม 2559 เวลา:18:55:36 น.
  
กลับมาซูมอ่านจบแล้วค่ะ
ยังตามเรื่องไปเรื่อยๆนะคะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 30 สิงหาคม 2559 เวลา:20:10:36 น.
  
เห็นฉากเมืองอุบลฯในเรื่องแล้ว เคยทรามมาว่า จขบ.เคยอยู่เมืองอุบลฯ 5-6 ปี
หน้าตาของสาวเจ้าข้างบน คมเข้ม ตาโตอย่างนางเอก
โหวต Literature Blog
โดย: Insignia_Museum วันที่: 30 สิงหาคม 2559 เวลา:21:00:20 น.
  
คะจะมาอ่านเรื่องต่อไปนะคะ
โดย: Mitsubachi วันที่: 30 สิงหาคม 2559 เวลา:22:09:06 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เวียงแว่นฟ้า Book Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
................................
ขอบคุณครับ
โดย: ผมไม่ได้บินคนเดียวสู่ฯ (เตยจ๋า ) วันที่: 31 สิงหาคม 2559 เวลา:0:10:33 น.
  
ตกลงคุณพ่อช่วยไว้จากคุณแม่จอมเฮี้ยบนะคะ :D ได้ทำงานที่อุบลฯต่ออีก ... อ่านแล้วคนอุบลฯ ก็แอบปลื้มใจที่เรื่องราวมีพูดถึงส่วนดี ๆ ของอุบลฯ ด้วยค่ะ

ยังดอง ๆ บล็อกค่ะพี่ตุ้ย ... มีเรื่องเขียน แต่มีนั่นนี่ที่ต้องทำให้เสร็จก่อนค่ะ แหะ


ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog


โดย: Tristy วันที่: 31 สิงหาคม 2559 เวลา:3:55:47 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

แปะจองที่ไว้ก่อนค่ะพี่ตุ้ย ไม่งั้นก็ไม่ได้เข้ามาซะที
ยังไม่มีเวลานั่งอ่านยาวๆเลยค่ะไว้มาใหม่น้าา..

โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 31 สิงหาคม 2559 เวลา:11:39:39 น.
  
อ่านไปอ่านมา พี่น้องคู่นี้ คล้ายๆ เราเลยอ่า 555


Literature Blog+
โดย: ปลาแห้งนอกกรอบ วันที่: 31 สิงหาคม 2559 เวลา:13:11:48 น.
  
วันนี้คุณตุ้ยโชว์รูปโปรไฟล์ด้วยนะคะ


โดย: หอมกร วันที่: 31 สิงหาคม 2559 เวลา:18:36:48 น.
  
มาทักทายยามค่ำค่ะ
ภาพนางแบบสวยหวานมากค่ะ ^__^
โดย: เนินน้ำ วันที่: 31 สิงหาคม 2559 เวลา:18:48:34 น.
  
ขอบคุณสำหรับโหวตค่า
นึกว่าอัพตอนใหม่แล้วซะอีก ที่บ้านฝนกำลังตกฉ่ำแฉะ
บรรยากาศน่าอ่านนิยายมากเลย อิอิ

โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 31 สิงหาคม 2559 เวลา:19:09:50 น.
  
ตอบคุณหอมกร

ใช่ ใช่ รีบเอารูปตัวเองมาโชว์บ้าง สวยน้อยกว่า
พราวพรายแค่ 70 % เอง ขอโชว์หน่อยนะ 555
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 31 สิงหาคม 2559 เวลา:20:06:45 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



Group Blog
สิงหาคม 2559

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
20
21
22
24
25
26
28
29
30
31
 
 
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]