พรานท่องพนา - บทที่ 54(อวสาน)


งานฉลองมงคลสมรสของสรคมณ์และหมันหยา เป็นไปอย่างยิ่งใหญ่สวยงามสมความต้องการของคุณพลอย โดยมีคุณนงนุชให้ความร่วมมือด้วยอย่างดี เธอลงทุนเสนอเป็นฝ่ายออกเงินค่าจัดเลี้ยงทั้งหมด ของหมั้นที่นำมามอบให้ฝ่ายเจ้าสาวก็มีมูลค่าสูงลิบ รวมทั้งแหวนหมั้นเพชรน้ำงามเกรดเอห้ากะรัต ซึ่งเป็นแหวนหมั้นที่สามีเศรษฐีของคุณนงนุชใช้หมั้นเธอ คุณนงนุชนำแหวนเก่าวงนั้นไปขึ้นเรือนใหม่ให้ดูทันสมัยเหมาะกับหมันหยามากขึ้น เงินสินสอดหลักล้านที่มอบให้ก็ทำให้คุณพลอยพอใจ จนเลิกนึกเรื่องที่เคยมีอคติกับครอบครัวของสรคมณ์


ส่วนคุณนงนุชนั้นก็ไม่ได้นึกเสียดายเงินจำนวนมาก ที่ต้องเสียไปในงานมงคลครั้งนี้ เธอถือว่าคุ้มที่สามารถทำให้มารดาของหมันหยา เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อครอบครัวของเธอ อย่างน้อยก็ทำให้คุณพลอยตระหนักว่าครอบครัวของสรคมณ์ไม่ได้น้อยหน้าใคร ในด้านความมั่นคงทางการเงิน


หลังแต่งงานได้สามเดือน หมันหยาก็ลาออกจากงานที่บริษัทของบิดา ย้ายไปอยู่กับสรคมณ์ที่จังหวัดอุบลราชธานี ใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านเต็มที่ แม้แรกๆจะขัดๆเขินๆและลำบากใจอยู่มากก็ตาม กับการที่ต้องปรับตัวเองในหลายด้าน ให้เข้ากับสภาพคู่ชีวิตของนายตำรวจที่มีทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา ที่เธอจำเป็นต้องทำตัวให้เข้ากับพวกเขาได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งหญิงสาวก็ทำได้ดีพอสมควร


นอกจากนี้หมันหยายังต้องหัดทำอาหาร หัดทำงานบ้าน ที่ไม่เคยทำมาก่อน แรกๆแม้จะเหน็ดเหนื่อยและบางครั้งก็เบื่อหน่าย แต่ในที่สุดเมื่อผ่านไปหลายปีทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี เมื่อเธอตระหนักว่ามันช่วยทำให้ครอบครัวเล็กๆของเธอมีความสุข


หลังแต่งงานได้สองปี สรคมณ์ก็ได้เลื่อนยศเป็นพันตำรวจตรี อีกสามปีต่อมาเขาถูกย้ายออกจากชายแดนไปดำรงตำแหน่งสารวัตรสืบสวนสอบสวน ประจำสถานีตำรวจภูธรในจังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ เป็นการย้ายโดยที่เขาไม่เคยไปวิ่งเต้นร้องขอ หลังจากนั้นก็ถูกย้ายไปเรื่อยๆ ไปรับตำแหน่งที่สูงขึ้นในสายงานภูธรในหลายจังหวัด รวมทั้งหมดสิบปีเต็ม

ในช่วงที่รับราชการในสายงานตำรวจภูธร สรคมณ์ต้องเผชิญกับปัญหามากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเขา ที่ทำให้เขาได้รับความชื่นชมจากจากสุจริตชนในพื้นที่ทุกแห่งที่เขาทำงานอยู่ ว่าเป็น ‘นายตำรวจตงฉิน’ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา ไม่มีนอกมีนัย ไม่รับสินบนจากใครทั้งนั้น

ความสุจริตซื่อตรงต่อหน้าที่และความไม่ฉ้อฉลเหล่านี้ อาจจะทำให้เขาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ยากจน ถ้าไม่มีทรัพย์สินและเงินมรดกจากบิดา รวมทั้งการช่วยเหลือจากคุณนงนุชพี่สาวของเขา ที่นำเงินของเขาที่อยู่กับเธอไปลงทุนในตลาดหุ้นและกิจการอื่นๆ จนงอกงามกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ที่ทำให้เขาสามารถเลี้ยงดูครอบครัวของเขา ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีพอสมควรโดยไม่ต้องฉ้อราษฎร์บังหลวง


นอกจากนี้คุณนงนุชในฐานะผู้จัดการมรดก ก็ยกที่ดินและบ้านที่นครสวรรค์ รวมทั้งโอนที่ดินหลายแปลงของมารดาให้เขา เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของเขาและครอบครัว ส่วนพี่น้องคนอื่นๆก็ได้รับส่วนแบ่งที่ดินที่เป็นมรดกจากมารดาไปเหมือนกัน แต่สรคมณ์ได้มากที่สุดในฐานะน้องคนเล็ก

นอกจากนี้ก็เป็นที่รู้กันดีในหมู่พี่น้อง ว่าคุณนงนุชประสงค์จะยกมรดกส่วนใหญ่ของเธอให้สรคมณ์ ซึ่งเงินสดจำนวนหนึ่งและทรัพย์สินอื่นบางส่วน ได้โอนให้เขาเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ต้องรอให้เธอถึงแก่กรรมเสียก่อน จุดประสงค์สำคัญของคุณนงนุชในเรื่องทรัพย์สินเงินทองนี้ ก็เพื่อให้น้องชายของเธอสามารถดำรงเกียรติในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
“มือสะอาด” ได้ตลอดรอดฝั่งจนเกษียณอายุราชการ


ชีวิตการทำงานในสายงานตำรวจภูธรของสรคมณ์ ไม่ได้ราบรื่นสะดวกสบาย ภารกิจหลักของตำรวจภูธรคือการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม รักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งคล้ายคลึงกับตำรวจนครบาลในหลายแง่มุม

เขาต้องต่อสู้กับผู้มีอิทธิพลทั้งในและนอกเครื่องแบบ ถูกขู่ฆ่าโดยมาเฟียหรือเจ้าพ่อในท้องที่หลายครั้ง ซึ่งสืบเนื่องมาจากการปราบปรามอย่างหนัก โดยไม่เลือกหน้าอินทร์หน้าพรหม เขาเคยถูกตั้งกรรมการสอบสวนหลายครั้งจากการร้องเรียน หรืออิทธิพลมืดของพวกนอกกฎหมาย ที่หมายหัวเขาในฐานขัดขวางหรือไม่อำนวยประโยชน์ที่มิชอบให้ เหมือนที่เคยได้รับจากนายตำรวจกังฉินระดับสูงหลายคนที่ผ่านมา แต่ความสุจริตและทุ่มเททำงานอย่างหนักของเขา ช่วยให้สรคมณ์พ้นผิดมาได้ทุกครั้ง


เมื่อมีการพยายามจะเตะย้ายเขาออกไปที่อื่น ตามใบสั่งของผู้มีอิทธิพล พวกชาวบ้านในพื้นที่ก็รวมตัวกันประท้วง ยื่นหนังสือไปถึงผู้บังคับบัญชาของเขาขอให้พิจารณายับยั้งคำสั่งย้ายนั้น ซึ่งบางครั้งก็ยับยั้งได้สำเร็จ แต่หลายครั้งเขาถูกอิทธิพลมืด เตะกระเด็นไปอยู่จังหวัดชายแดนเล็กๆที่ยังไม่เจริญ

แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยย่อท้อหรือหมดกำลังใจ ยังถือคติเดิมว่าไม่ว่าต้นสังกัดของเขาเห็นสมควรจะโยกย้ายเขาไปที่ไหน เขาก็จะปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด และไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็จะทำงานในหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ให้ดีที่สุด โดยยึดผลประโยชน์เพื่อความสงบสุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง

เขาเคยบาดเจ็บสาหัสหลายครั้ง จากการเข้าปะทะกับพวกนอกกฎหมาย ในระหว่างเข้าจับกุมร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชา เคยแม้แต่ถูกพยายามลอบสังหาร จากมือปืนของพวกเจ้าพ่อที่หมายจะปลิดชีวิตเขา แต่เขาก็แคล้วคลาดมาได้ทุกครั้ง


หลังจากคร่ำเคร่งอยู่กับงานในสายภูธรได้สิบปีเต็ม สรคมณ์ก็สมัครใจขอโอนกลับไปทำงานในสายตำรวจตระเวนชายแดนอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เขาถูกส่งไปรับตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนในจังหวัดเชียงราย เมื่อได้กลับมาทำงานในสายงานเก่า สรคมณ์ก็รู้สึกมีความสุขกับการทำงานที่ไม่มีความกดดันเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่มิชอบ ไม่ต้องคอยระวังตัวกลัวใครจะมาเลื่อยขาเก้าอี้ ไม่ต้องถูกบีบให้วิ่งเต้นหาเงินหาเส้นสาย มาช่วยให้ได้ยศได้ตำแหน่งที่สูงขึ้น การกินตามน้ำ การบีบบังคับผู้ใต้บังคับบัญชาให้หาส่วย และอีกสารพัดกรรมวิธีที่ทำให้วงการตำรวจมัวหมอง


จากเชียงรายเขาก็ถูกย้ายต่อไปเรื่อยๆ พร้อมๆกับชีวิตราชการของสรคมณ์ก็ก้าวหน้าตามไปด้วย เขาได้รับการเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง จากผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ไปเป็นผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค และในที่สุดก็ถูกย้ายเข้ากรุงเทพฯไปประจำในกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

ชีวิตในงานราชการของสรคมณ์ ผ่านมาครบหมดแล้วทั้งสายนครบาล ชายแดนและภูธร สามปีแรกในนครบาล เจ็ดปีต่อมาในสายชายแดน สิบปีในสายภูธร แล้วหวนกลับมาในสายชายแดนอีกรอบหนึ่ง


สรคมณ์ยอมรับว่าความก้าวหน้าในราชการของเขาทั้งหมด ครอบครัวของเขามีส่วนช่วยอย่างสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่ชีวิตของเขาที่คอยสนับสนุนให้กำลังใจเขาตลอดมา ยิ่งตำแหน่งหน้าที่การงานของเขาใหญ่โตขึ้นเท่าไร หมันหยาก็ยิ่งต้องปรับตัวให้สามารถรับภาระที่หนักยิ่งขึ้นในฐานะ
‘หลังบ้าน’ ที่จะต้องทำหน้าที่ปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวเขา หรือที่เกี่ยวข้องกับเขาทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ตั้งแต่ผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับชั้น ผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งก็มีหลายระดับชั้นอีกเช่นเดียวกัน รวมไปถึงครอบครัวของพวกเขาด้วย

ซึ่งสำหรับในระดับหลังนี้ หมันหยาสามารถทำได้อย่างดีโดยไม่ต้องฝืนใจ เพราะเธอเป็นคนที่มีมุทิตาจิตต่อคนที่อยู่ในะดับต่ำกว่าอยู่แล้วโดยอุปนิสัยส่วนตัว แต่กับคนในระดับที่สูงกว่าโดยตำแหน่งหน้าที่การงาน ในระยะแรกๆ หมันหยาทำใจลำบากมาก ไม่ใช่วิสัยของคนอย่างเธอ ที่จะเสนอตัวเข้าไปรับใช้ภรรยาของพวกเขา

แต่ต่อมาเมื่อตระหนักถึงความจริงที่ว่า 'หลังบ้าน' ของพวกนายตำรวจใหญ่ มีอิทธิพลต่อหน้าที่การงานของนายตำรวจชั้นรองๆลงมา อย่างมากมายจนคาดไม่ถึง
ถ้าเธอทำตัวเป็น 'แกะดำ' อยู่ตลอดเวลาอย่างเปิดเผย คนที่จะเดือดร้อนที่สุดก็คือสรคมณ์ หมันหยาจึงจำเป็นต้องฝืนใจเข้าร่วมกลุ่มกับคนอื่นๆ โดยระวังไม่ให้ใกล้ชิดหรือเหินห่างจนเกินไป

เมื่อต้องทำอยู่บ่อยครั้ง ในที่สุดหญิงสาวก็พบว่ามันก็ไม่ได้ยากเย็นจนเกินไปนัก เพราะ 'หลังบ้าน' ของผู้บังคับบัญชาสูงสุดของที่นั้น ซึ่งมีอายูมากกว่าเธอหลายปี เกิดถูกชะตาเธอขึ้นมาแล้วปฏิบัติต่อเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง ทำให้หมันหยาสบายใจขึ้นและให้ความเคารพ 'หลังบ้าน' คนนั้นโดยไม่ต้องฝืนใจ

ความสัมพันธ์ที่ดีในทุกระดับเช่นนี้ นี้ช่วยส่งเสริมให้การปฏิบัติหน้าที่ราชการของสรคมณ์ไม่ค่อยมีอุปสรรคมากนัก เพราะเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็จะมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหรือปกป้อง


แม้แต่ความเป็นอยู่ในบ้านและเรื่องที่เกี่ยวกับลูกสองคนของเขา ก็ได้รับการบริหารจัดการอย่างดี โดยที่เขาไม่ต้องกังวลหรือห่วงใยจนเกินไป ตั้งหน้าทำงานไปโดยไม่ต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลัง โดยมีพี่สาวของเขาคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆอีกแรงหนึ่ง นานๆครั้งคุณพลอยหรือคุณนงนุชจะรับหลานสองคนให้ไปพักด้วยในช่วงปิดภาคเรียน

บุตรชายคนโตของเขาถูกส่งไปเข้าโรงเรียนประจำที่สรคมณ์เคยเป็นศิษย์เก่า ส่วนบุตรสาวคนเล็กซึ่งมีอายุห่างจากพี่ชายห้าปี อยู่กับบิดามารดาเป็นส่วนใหญ่ และเข้าเรียนในโรงเรียนประจำจังหวัด จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควร ที่จะต้องไปศึกษาในระดับที่สูงขึ้นในกรุงเทพฯ


ในด้านชีวิตส่วนตัวช่วงที่อยู่ภูธร สรคมณ์ไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัวมากนัก เพราะลักษณะของการทำงานในสายภูธร ซึ่งเน้นหนักไปในด้านปราบปรามอาชญากรรมทั่วๆไป ทำให้เขาต้องออกไปเผชิญอันตรายอยู่เกือบตลอดเวลา บางครั้งก็หายไปสามสี่วัน โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขาบ้างหรือเปล่า หมันหยาได้แต่นั่งห่วงและรอคอย พร้อมกับทำใจไปด้วยว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา ที่ทำให้กลับมาหาเธอและลูกไม่ได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เธอก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตที่อาจไม่มีเขาอีกแล้ว

เนื่องจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับสรคมณ์ได้ทุกเมื่อ รวมทั้งความผันผวน ในการถูกโยกย้ายไปมาเกือบทั่วทุกภาคของประเทศ นำความกดดันมาสู่หมันหยาที่ต้องคอยปรับตัวรับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดเธอก็ชินไปเองโดยอัตโนมัติ เพราะมันเป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถจะคาดการล่วงหน้าหรือควบคุมได้


แต่การทำงานของตำรวจชายแดนซึ่งมีสามลักษณะใหญ่ๆ คือทำการรบอย่างทหาร โดยทำหน้าที่สนับสนุนช่วยเหลือกองทัพเมื่อได้รับการร้องขอ ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมตามชายแดน เช่นการสกัดจับและปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด อาวุธสงครามและของเถื่อนอย่างตำรวจภูธร และงานสำคัญอีกด้านคือพัฒนาและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ เช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนทั่วไป งานดังกล่าวนี้ไม่ได้ทำให้ตำรวจชายแดนต้องห่างจากครอบครัวมากนัก และไม่มีความกดดันเรื่องผลประโยชน์อันมิชอบ ไม่มีการแทงข้างหลังหรือขัดแข้งขัดขากัน หมันหยายอมรับว่าเธอมีความสุขมากกว่าสมัยที่สรคมณ์ทำงานอยู่ในสายภูธร


วันหนึ่งหลังจากครบรอบวันเกิดปีที่ห้าสิบสองได้เพียงสองเดือน สรคมณ์เดินเข้ามาในบ้านพักประจำตำแหน่งด้วยสีหน้าที่แจ่มใส แล้วผ่านเข้าไปในห้องนั่งเล่น เมื่อเห็นหมันหยาที่เดินสวนออกมาก็ตรงเข้าไปกอด


“เตรียมเก็บของได้แล้วนะหยา เดือนหน้าจะต้องย้ายบ้านแล้ว”


“ย้ายอีกแล้วหรือคะ?คราวนี้จะย้ายไปไหนคะ

เสียงของหมันหยากังวล ชีวิตของข้าราชการตำรวจมีสิทธิถูกย้ายไปจังหวัดโน้นจังหวัดนี้อยู่ตลอดเวลา

สรคมณ์ทำหน้ายิ้มๆเมื่อตอบหมันหยาว่า
“ใกล้ๆนี่แหละ บ้านพักประจำตำแหน่งหลังใหม่”


“ล้อหยาเล่นหรือเปล่าคะ”เธอเบิกตากว้าง ไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือเย้าเธอเล่น

“ไม่ล้อหรอก เรื่องจริง” สรคมณ์อมยิ้มกับท่าทางกังวลของภรรยา

“หมายความว่าอย่างไรคะ?บ้านหลังใหม่?”


หมันหยาทำหน้าไม่เข้าใจ เพราะตอนนี้สรคมณ์ก็ทำงานอยู่ที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนที่ถนนพหลโยธิน ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนอยู่แล้ว ถ้าต้องย้ายอีกเขาจะถูกส่งไปไหน


“คำสั่งออกมาแล้ว ผมได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนคนใหม่ หยาก็รู้นี่ว่าท่านผู้บัญชาการฯ เลื่อนขึ้นไปเป็นรองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ผมได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้เข้ารับตำแหน่งแทนท่าน”


“จริงหรือคะ”
เสียงของเธอตื่นเต้น เมื่อนึกขึ้นมาได้ถึงความสำคัญของตำแหน่งใหม่ที่ว่านั้น


“จริงสิ เรื่องแบบนี้จะพูดเล่นได้ยังไง””


สรคมณ์ซึ่งแม้จะอายุห้าสิบสองปีแล้ว ยังดูสง่าผึ่งผายเหมือนหนุ่มๆ ไม่ได้อ้วนลงพุงเหมือนนายพลส่วนใหญ่จากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมร่างกายให้ฟิตอยู่ตลอดเวลา เดินเข้ามาชิดตัวหมันหยา  โอบร่างที่ยังรักษาความงามของรูปร่างหน้าตาไว้ได้อย่างดี แม้จะมีลูกโตๆแล้วถึงสองคนเอาไว้แนบอก


“ในที่สุดเราก็มาถึงวันนี้ ขอบคุณหยามากที่ยืนเคียงข้างเป็นกำลังใจให้ผมมาตลอด”

“หน้าที่ของภรรยานี่คะ” 

“ภรรยาแสนดี แสนน่ารัก ผู้มีความอดทนและเสียสละอย่างสูง”เขาต่อให้อย่างซาบซึ้ง

“ขอบคุณที่เข้าใจค่ะ” หมันหยาเขย่งตัวขึ้นจูบปลายคางเขา มีหยาดน้ำตาแห่งความสุข คลอคลองอยู่ในดวงตาคู่งามของเธอ


ชีวิตคู่ที่อยู่ร่วมกันนานยาวเกือบยี่สิบปี ทำให้ทั้งหมันหยาและสรคมณ์ตระหนักได้ว่าความรักไม่ใช่ทุกสิ่ง รักอย่างเดียว ไม่ว่าจะมากมายแค่ไหน ไม่สามารถจะประคับประคองกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง เพราะความรักไม่คงที่ มีขึ้นมีลง ผันแปรไปตามพฤติกรรมที่เข้ามากระทบอารมณ์ รวมทั้งความต้องการของอีกฝ่ายในขณะนั้น ที่อาจจะสวนทางกัน

ความรักต้องการมากกว่านั้น ความรักที่จะมั่นคงยืนยงอยู่ได้ ต้องการตัวช่วยมากมาย หนึ่งในนั้นคือความเข้าใจ เพราะความเข้าใจจะทำให้รู้เท่าทันอารมณ์ที่ผันแปรของอีกฝ่ายได้ทันท่วงที แล้วพยายามปรับให้ตรงกันได้ไม่ยาก
....ถ้าเต็มใจที่จะปรับ


แม้แต่การอยู่ร่วมกันแบบคู่ชีวิต ศีลหรือธรรมที่เสมอกันก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สำคัญ คู่ครองที่มีธรรมเสมอกันคือผู้ที่เห็นอะไรไปในทางเดียวกัน อย่างน้อยก็ในภาพใหญ่ของชีวิตที่จะดำเนินไป ไม่แตกต่างกันมากเกินไปทั้งทางเศรษฐกิจ การศึกษา สังคมและลักษณะการใช้ชีวิต มีระดับสติปัญญาใกล้เคียงกัน พูดอะไรกันเข้าใจง่าย มีความเคารพนับถือในกันและกัน มีความมั่นคงต่อกัน เชื่อใจกัน แม้มีความขัดแย้งก็ไม่ได้ทำให้ความผูกพันต่อกันสลายลงไปได้ง่ายๆ

การเรียนรู้และยอมรับความแตกต่างของกันและกัน  พยายามประสานความแตกต่างระหว่างกันให้ไปด้วยกันได้ คือหลักประกันความมั่นคงของชีวิตคู่ เหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้สรคมณ์และหมันหยาครองคู่อยู่กินกันมาได้เนิ่นนานจนถึงวันนี้


“ขอรางวัลให้ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนคนใหม่หน่อยสิครับ”


สรคมณ์ก้มลงจูบหมันหยาอย่างซาบซึ้งดื่มด่ำด้วยความรักความผูกพัน ที่แน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆตามกาลเวลาที่ได้ร่วมชีวิตกันมา แม่ของลูกน่ารักสองคนและคู่ชีวิตที่อดทนเสียสละและเป็นกำลังใจ ให้เขามุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความอุตสาหะวิริยะ จนประสบความสำเร็จสูงสุดในสายงานที่เขารักมาตลอด
..ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน...นักรบผู้ปิดทองหลังพระ....พรานท่องพนา


อวสาน




Create Date : 24 มีนาคม 2558
Last Update : 24 มีนาคม 2558 20:18:41 น.
Counter : 864 Pageviews.

20 comments
  
ลุ้นแทบแย่นึกว่าจะจบแบบตายจากกัน
โอเคจบแบบนี้ค่อยหายใจได้หน่อย
คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้เลยค่ะ
ปรบมือให้พี่ตุ้ยคนเขียนเลยค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 24 มีนาคม 2558 เวลา:15:32:02 น.
  
คุณพลอยยอมเฉยๆเลยเหรอ ไม่น่าเชื่อ นึกว่าจะดราม่า อิอิ
โดย: พี่หมูน้อย IP: 171.5.251.112 วันที่: 24 มีนาคม 2558 เวลา:15:53:05 น.
  
พี่หมูน้อย

แหมๆๆๆ ยังจะมาหาเรื่องคุณพลอยอีกเหรอ
จับสรคมณ์แต่งงานกับไหมไปเมื่อสองสามปีที่แล้ว
แล้ววันนี้ก็ยุให้เขาหย่ากัน เสร็จแล้วก็จูงมือสรคมณ์มาส่งให้
หยา ตามความต้องการของใครบางคน (อ้อ..อาจจะอีกหลายคน
เพราะตอนนั้นถูกต่อว่าแยะ) ยังไม่พออีกหรือจ๊ะ 555
โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 24 มีนาคม 2558 เวลา:17:04:39 น.
  
หมันหยาคนสวยไม่เหมือนป้าที่ไม่ยอมตามสามีไปปฏิบัติภาระกิจต่างเมือง จนสามึเสร็จสาวแถวบ้าน

ช่วงนี้เดินทางมาจนอ้วนอืด ขึ้นรถนั่งเขย่าเดี๋ยวก็หิวๆ เบื่อจัง

พิมพ์เมื่อไรคะ ทวงซะเลย

ทวงนายน่านด้วยนะ
โดย: พี่หมูน้อย IP: 1.47.1.73 วันที่: 24 มีนาคม 2558 เวลา:19:33:16 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
เตยจ๋า Topical Blog ดู Blog
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

---------------------------

จบแล้วเหรอคะ ยังไม่ทันได้ลุ้นอะไรเลย อิอิ
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 24 มีนาคม 2558 เวลา:21:35:59 น.
  
ผมเพิ่งอ่าน3 ตอนสุดท้าย คงต้องย้อนกลับไปอ่านตอนต้นๆครับ
โดย: Insignia_Museum วันที่: 24 มีนาคม 2558 เวลา:21:54:04 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Ariawah Auddy Travel Blog ดู Blog
AppleWi Beauty Blog ดู Blog
mariabamboo Parenting Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

อ้าวจบซะแล้ว...ง กำลังลุ้นรักสามเส้า ระหว่า ตัวเอกและคุณหมอ... เดียวจะกลับมาอ่านจ้ะ
โดย: โอพีย์ (Opey ) วันที่: 24 มีนาคม 2558 เวลา:23:03:13 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย
แวะมาอ่านต่อค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: pantawan วันที่: 24 มีนาคม 2558 เวลา:23:26:46 น.
  
ขอบคุณที่แวะมาโหวตให้ครับ เขียนได้ยาวถึง 54 ตอนเลย (แต่ตอนกลางๆ หายไปไหนหมดอะ)

+
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 24 มีนาคม 2558 เวลา:23:27:26 น.
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Tristy Food Blog ดู Blog
ก้นกะลา Music Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

มาอ่านตอนอวสานค่ะพี่ตุ้ย
โดย: Close To Heaven วันที่: 24 มีนาคม 2558 เวลา:23:44:12 น.
  
สวัสดียามเช้าค่ะ มาส่งกำลังใจให้ในวันดีๆ ค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ดอยสะเก็ด Literature Blog
โดย: kae+aoe วันที่: 25 มีนาคม 2558 เวลา:8:10:58 น.
  
หายไปหลายวันเพราะคอมเดี้ยงค่ะ ตอนนี้ต้องอาศัยคอมน้องไปพลางๆ



ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 25 มีนาคม 2558 เวลา:10:09:17 น.
  
จบแบบแฮบปี้เอ็นดิ้ง อ่านไปยิ้มปลื้มตามไปด้วย


ขอบคุณค่ะคุณตุ้ย
โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 25 มีนาคม 2558 เวลา:10:16:19 น.
  
นิคมาแอบอ่านตอนจบก่อนค่ะพี่ตุ้ย
ยังกะแอบอ่านเฉลยแน่ะค่ะ :)
จบแบบแฮปปี้ๆ ไม่ทำร้ายจิตใจแฟนๆเนาะ
นึกไปถึงตอนจบของละครเลยค่ะพี่ มีบทสรุปเล่าเรื่องต่อไปอีกหน่อยนึงด้วย
ยิ้มๆค่ะ
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 25 มีนาคม 2558 เวลา:16:40:28 น.
  
เกือบไม่ทันตอนอวสานแล้วค่ะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Tristy วันที่: 25 มีนาคม 2558 เวลา:21:47:56 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
......................
กู๊ดไนท์นะขอรับ
โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 26 มีนาคม 2558 เวลา:0:22:24 น.
  
สงสารอีกสาวหนึ่งที่รักพระเอกมากเช่นกัน

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
พรไม้หอม Health Blog ดู Blog
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

เชิญไปที่บ้านด้วย

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 26 มีนาคม 2558 เวลา:13:38:30 น.
  


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog

อ่านตอนจบของน้องสาวและน้องชายคู่นี้ก็ปลื้มทุกครั้ง
โดย: ชลบุรีมามี่คลับ วันที่: 26 มีนาคม 2558 เวลา:20:09:42 น.
  
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ
ส่งกำลังใจให้คุณตุ้ยนะคะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog


โดย: หอมกร วันที่: 26 มีนาคม 2558 เวลา:21:08:08 น.
  
เรื่องนี้เองนิยายสุดรักนะคะ

โดย: หอมกร วันที่: 25 พฤศจิกายน 2558 เวลา:10:10:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



Group Blog
มีนาคม 2558

1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
14
15
17
18
19
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]