365วันของฉันมีแต่เรื่องการเดินทาง
<<
มีนาคม 2565
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
14 มีนาคม 2565

“ทองคำ” สินทรัพย์ปลอดภัยหนึ่งเดียวจริงหรือ?


ราคาทองคำปรับพุ่งสูงขึ้นท่ามกลางวิกฤตยูเครน อย่างไรก็ตาม ในขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งที่ไม่มีใครคาดคิดนี้ยังคงคุกรุ่น เราคาดว่าทองคำจะยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง "ไม่มีทางเลือกอื่น
" (there is no alternative หรือ TINA)
 
เจมส์ ลุค ผู้จัดการกองทุน Metals ให้มุมมองว่า การที่กองกำลังทหารรัสเซียรุกคืบเข้าสู่ยูเครน ได้ส่งผลกระทบสำคัญหลายประการ ประการแรกและสำคัญที่สุดคือผลกระทบร้ายแรงด้านมนุษยธรรม ในขณะที่เราไม่สามารถมองข้ามคนนับล้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ ในฐานะนักลงทุน เราตระหนักดีว่านี่คือช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยปัจจัยความไม่แน่นอนอย่างยิ่ง
 
หลายครั้งในช่วงภาวะตลาดผันผวน นักลงทุนจะหันไปลงทุนทองคำเพราะถือว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เมื่อกองทหารรัสเซียบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ราคาทองคำพุ่งสูงแตะ 1,974 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน ปีพ.ศ. 2563 และในขณะที่เขียนบทวิเคราะห์นี้เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 ราคาทองคำอยู่ที่ 1,973 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
 
ก่อนเกิดวิกฤติยูเครนในปัจจุบัน ราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ และไม่มีทีท่าที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปลายปีพ.ศ. 2563
 
โดยในช่วงปี 2563 นั้น แรงกดดันจากการขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอเมริกาเหนือ มีมากกว่าความต้องการทองคำของกลุ่มผู้ผลิตเครื่องประดับ ธนาคารกลาง (ในฐานะสินทรัพย์สำรอง) และความต้องการของนักลงทุนในรูปทองคำแท่งรวมกัน โดยสาเหตุหลักที่ราคาทองคำร่วงลงเมื่อปลายปีพ.ศ. 2563 และปีพ.ศ. 2564 หลักๆ มาจากการคาดการณ์ว่านโยบายการเงินหรือการคลังจะกลับมาเป็นปกติหลังจากวิกฤติโควิด-19
 
 
อุปสงค์ของทองคำเพิ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนวิกฤติยูเครนแล้ว
เมื่อเข้าสู่ปี 2565 ราคาทองคำปรับตัวดีขึ้นในช่วงเดือนมกราคมและต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของตลาดสหรัฐฯ จะปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็ตาม ซึ่งมักจะส่งผลกระทบกับราคาทองคำ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัญหาความตึงเครียดของสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน และอาจหนุนให้ราคาทองคำขยับสูงขึ้นต่อไปหากความขัดแย้งรุนแรงขึ้นหรือการใช้มาตรการคว่ำบาตรกับรัสเซียไม่ส่งผลตามที่ต้องการ
 
อย่างไรก็ดี ก่อนที่สถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้น เราได้เห็นสัญญาณว่าอุปสงค์ทองคำของกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่ต้องการลงทุนทองคำในฐานะเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน เริ่มกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง เราคาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะเกิดขึ้นต่อไปตลอดปีพ.ศ. 2565 ไม่ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวจะพัฒนาไปทิศทางใดก็ตาม
 
เพราะอะไรนักลงทุนจึงเริ่มมาลงทุนทองคำตอนนี้
นอกจากการมองหาสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าได้ดีในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนแล้ว เรายังมองว่านักลงทุนสถาบันเริ่มเกิดความกังวลต่อการปรับขึ้นของดอกเบี้ยนโยบายในภาวะที่เศรษฐกิจยังคงไม่เข้าสู่ภาวะปกติดีนัก
 
นอกเหนือจากภาวะหนี้ภาครัฐที่อยู่ในระดับสูงแล้ว กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วยังคงพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการผ่อนคลายนโยบายการเงินและการคลังด้วยเม็ดเงินมหาศาล เมื่อภาครัฐหยุดมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินและกระตุ้นเศรษฐกิจ โอกาสที่จะเกิดผลกระทบต่อตลาดและเศรษฐกิจในเชิงลบอย่างรุนแรงก็มีความเป็นไปได้มากขึ้น
 
กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือมีความเป็นไปได้สูงที่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงการยกเลิกมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ อาจส่งผลกระทบในแง่ลบต่อเศรษฐกิจ เฉกเช่นเดียวกับที่ผู้บริโภคกำลังเผชิญปัญหาจากอัตราการเติบโตของผลตอบแทนที่แท้จริงที่ติดลบไปเมื่อไม่นานมานี้
 
แนวโน้มที่จะเกิดสภาวะซบเซามีสูง (อาทิ อัตราการเติบโตต่ำ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อสูงหรือสูงขึ้น) และโอกาสที่เราจะต้องอยู่ในภาวะการควบคุมทางการเงิน (Financial repression) เป็นระยะเวลานานโดยที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบก็เป็นไปได้สูงเช่นกัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยแวดล้อมเชิงเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลดีอย่างมากสำหรับทองคำ
 
สินทรัพย์อื่นที่จะนำเข้ามาใช้ในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ทการลงทุนมีความน่าสนใจลดลง ปัจจัยความไม่แน่นอนในปัจจุบันบ่งชี้ว่า นักลงทุนสถาบันต่างๆ มีแนวโน้มที่จะยังให้ความสำคัญกับการกระจายความเสี่ยงของพอร์ทการลงทุนด้วยทองคำมากขึ้น เนื่องจากตัวเลือกอื่นๆ ดูน่าสนใจน้อยกว่าสำหรับตลาดคริปโตเคอร์เรนซีหรือสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งอาจดึงเงินทุนไปจากทองคำในไตรมาสที่ผ่านมา ก็ตกอยู่ในภาวะความกดดันจากกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
 
ในขณะเดียวกัน สิ่งที่แตกต่างจากปีพ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นช่วงที่ทองคำถูกเททิ้งจากพอร์ทการลงทุนไปหาหุ้น ก็คือปัจจุบัน ระดับราคาหุ้นอยู่ในระดับที่สูงมาก
 
กล่าวโดยรวม เครื่องมือที่ช่วยกระจายความเสี่ยงแบบดั้งเดิมของพอร์ทการลงทุน เช่น พันธบัตรรัฐบาล จะมีความน่าสนใจลดลง เนื่องมาจากระดับการก่อหนี้ภาครัฐที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่อาจจะปรับตัวสูงขึ้นได้
 
ทองคำจะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยแบบไม่มีตัวเลือกอื่นหรือไม่?
สรุปโดยรวมแล้ว เรายังคงเชื่อว่าทองคำน่าจะมีผลตอบแทนที่ดีในปีพ.ศ. 2565 แม้ว่าวิกฤติความขัดแย้งในยูเครนอาจเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำขยับสูงขึ้นไปอีก แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีทางเลือกอื่นมากนักในการกระจายพอร์ตการลงทุน เราเชื่อว่าทองคำกำลังก้าวไปสู่การเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียวในอีกหลายปีจากนี้อย่าง “ไม่มีทางเลือกอื่น"
###
 
ข้อมูลสำคัญ
บทความชิ้นนี้จัดทำโดย Schroders เพื่อเป็นข้อมูลและเผยแพร่ทั่วไปเท่านั้น และความคิดเห็นที่แสดงในนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า บทความนี้ไม่ถือเป็นการเสนอหรือชักชวนให้ตัดสินใจซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนของ Schroders (“กองทุน”) และไม่ได้เป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์การลงทุนที่เฉพาะเจาะจง สถานการณ์ทางการเงิน หรือความต้องการเฉพาะของบุคคลใดๆ ที่อาจได้อ่านบทความชิ้นนี้ ผู้ลงทุนอาจต้องการขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินก่อนที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนใดๆ ในกรณีที่ผู้ลงทุนเลือกที่จะไม่ขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้ลงทุนควรพิจารณาว่ากองทุนดังกล่าวเหมาะสมกับตนหรือไม่ ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนหรือผู้จัดการกองทุน และแนวโน้มหรือการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจและตลาดใดๆ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงผลการดำเนินงานในอนาคตหรือที่เป็นไปได้ของกองทุนหรือผู้จัดการกองทุน มูลค่าของหน่วยลงทุนในกองทุนและรายได้ที่เกิดขึ้นแก่หน่วยลงทุน (ถ้ามี) จากกองทุน อาจลดลงและเพิ่มขึ้นได้ ผู้ลงทุนควรอ่านหนังสือชี้ชวนจาก Schroder Investment Management (Singapore) Ltd หรือบริษัทหลักทรัพย์ผู้แทนจำหน่าย ก่อนตัดสินใจจองซื้อหรือซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนใดๆ กองทุนอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายสูงถึง 5%




 

Create Date : 14 มีนาคม 2565
0 comments
Last Update : 14 มีนาคม 2565 17:11:32 น.
Counter : 276 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


travelistaนักเดินทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




สาธิตา โสรัสสะ ประธานมีเดีย แอนด์ บล็อกเกอร์ คลับ,อุปนายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย และอุปนายกสมาคมท่องเที่ยวเชิงนิเวศเอเชีย อดีตหัวหน้าข่าวเครือเนชั่น อยู่ในวงการท่องเที่ยวนานกว่า 35 ปี และยังเป็นโค๊ชออนไลน์ด้าน SEO และ Content (เคยได้รางวัลบล็อกเกอร์ยอดเยี่ยมปี59และสื่อมวลชนดีเด่นปี64) ไลนด์ไอดีtatravel
[Add travelistaนักเดินทาง's blog to your web]