365วันของฉันมีแต่เรื่องการเดินทาง
<<
สิงหาคม 2565
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
3 สิงหาคม 2565

เที่ยวสมดุลกาย ใจ จิต พิชิตโรคภัย (Wellness Tourism)


ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหลากหลายรูปแบบ เยียวยากายใจให้สมดุล สร้างสุขกับกิจกรรม และสถานที่สุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำพุร้อน สปา นวดผ่อนคลาย และอื่นๆ ช่วยให้เราชนะโรคภัย และมีอายุยืนยาวอย่างกระฉับกระเฉง แข็งแรง

นี่คือส่วนหนึ่งใน E-Book สัมผัสเมืองไทย ต้องไปสักครั้ง 100 Best Places to Visit in Thailand ต้อนรับ ReOpen Thailand สัมผัสวัฒนธรรมและประเพณี มหัศจรรย์ธรรมชาติ หัตถศิลป์ถิ่นไทย ภูมิปัญญายั่งยืน เที่ยวเชิงอาหารและสุขภาพ เที่ยวตามเทรนด์ (Workation & BCG Go Green)

สนับสนุนการจัดทำโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตรทั้ง ทิพยประกันภัย , BAM , บางกอกแอร์เวย์ส ,ฮาตาริ อิเลคทริค เนื้อเรื่องโดย 3 นักเขียนที่มีผลงานพ็อกเก็ตบุ๊คกว่า 130 เล่ม ดร.สุรศักดิ์ จิรวัสตร์มงคล สาธิตา โสรัสสะ และชาธร โชคภัทระ

ลองมาดู 10 Wellness Tourism ที่น่าสนใจของเมืองไทยกันค่ะ

1 คลองท่อมเมืองน้ำพุร้อน จังหวัดกระบี่ Spa Town แห่งอันดามัน
กระบี่ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่เหนือรอยเลื่อนของเปลือกโลก จึงเกิดมีน้ำพุร้อนธรรมชาติผุดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะที่อำเภอคลองท่อม ได้รับการขนานนามว่า Spa Town มีแหล่งน้ำแร่ชื่อดังที่สุด 3 แห่ง เรียกว่า Big 3” คือ สระมรกต น้ำตกร้อน และน้ำพุร้อนเค็ม เดินทางเชื่อมโยงได้ในวันเดียว หรือพักค้างคืนในรีสอร์ทสุขภาพ จะได้ไม่ต้องเร่งรีบ
“สระมรกต” เป็นสระน้ำธรรมชาติใสแจ๋วสีเทอร์ควอยซ์ ลงอาบแช่เล่นได้เย็นใจ “น้ำตกร้อน” เป็นน้ำตกที่ไหลลงคลองท่อม อุณหภูมิน้ำ 40-50 องศาเซลเซียส อาบแช่แล้วผ่อนคลายสบายมาก ได้ชื่นชมแมกไม้ด้วย ส่วน “น้ำพุร้อนเค็ม” เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ที่น้ำเจือด้วยแร่ธาตุหลายชนิด ช่วยรักษาโรคผิวหนัง โรคไขข้อ โรคอัมพฤกษ์ และช่วยให้โลหิตไหลเวียนดีเยี่ยม
 
2 บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน บ่อน้ำแร่ร้อนพรรั้ง จังหวัดระนอง
แช่ออนเซ็นในเมืองฝนแปดแดดสี่
เป็นเวลากว่า 30-40 ปีแล้ว ที่บ่อน้ำพุร้อนเมืองระนอง เป็นที่รู้จักของคนรักสุขภาพในเมืองไทย ในฐานะผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แช่น้ำพุร้อนผ่อนคลายกายใจระดับแนวหน้า ทำให้คนที่มาเที่ยวตัวเมืองระนอง ต้องแวะไปแช่ตัวแช่เท้ากันอยู่เสมอ
ที่ฮอตฮิตมาก 2 แห่ง คือ “บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน” หนึ่งในสุดยอดบ่อน้ำพุร้อนภาคใต้ ประกอบด้วยบ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูก อุณหภูมิประมาณ 65 องศาเซลเซียส มีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะที่สร้างเป็นบ่อแช่เท้า และสระว่ายน้ำ ซึ่งมีการลดอุณหภูมิน้ำให้เหมาะสม เที่ยวสนุกได้ทั้งครอบครัว อีกแห่งคือ “บ่อน้ำพุร้อนพรรั้ง” ลักษณะคล้ายกัน แต่ตั้งอยู่ในป่าธรรมชาติจริงๆ ร่มรื่น น่าพักผ่อน น่าไปปิกนิกมาก
 
3 น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง
มหัศจรรย์น้ำแร่ร้อนแห่งล้านนา
ในเขตภาคเหนือตอนบนของไทย “น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน” อำเภอเมืองปาน ของอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เป็นบ่อน้ำพุร้อนยอดฮิต ที่มีนักท่องเที่ยว และคนรักสุขภาพเข้ามาเยี่ยมเยือนตลอดปี มีแมกไม้ธรรมชาติเขียวสดเย็นตา เหมาะชวนกันมาพักผ่อนหย่อนใจ ดีสำหรับคนทุกเพศทุกวัย ยกเว้นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพพวกโรคหัวใจ และโรคความดัน ที่อาจจะลงแช่ได้ไม่นาน
น้ำพุร้อนแจ้ซ้อนมีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ 9 บ่อ กระจายอยู่ในเนื้อที่ 3 ไร่ เป็นที่ราบทางเดินเชื่อมถึงกัน บางบ่อมีโขดหินผลุบโผล่อยู่พร้อมควันกรุ่น อุณหภูมิน้ำสูงถึง 73 องศาเซลเซียส บางบ่อเป็นน้ำแร่ร้อนสีมรกต มีทั้งโซน Outdoor และห้องส่วนตัว Private Indoor จัดไว้อย่างดี แช่น้ำเสร็จแล้วอย่าลืมชิมไข่ออนเซ็นด้วยล่ะ
 
นวดตอกเส้น จังหวัดเชียงใหม่
ภูมิปัญญาแห่งล้านนาที่น่าสืบสาน
การนวดตอกเส้น เป็นภูมิปัญญาศาสตร์การแพทย์พื้นบ้านโบราณ ที่กำเนิดขึ้นในดินแดนล้านนากว่า 2,600 ปีแล้ว จนแพร่หลายไปทั่วไทยทุกวันนี้ ทว่าปัจจุบันแหล่งที่ถือว่าดั้งเดิม และยอมรับกันมากที่สุด คงต้องยกให้จังหวัดเชียงใหม่ เพราะยังใช้เทคนิควิธีการ และอุปกรณ์แบบดั้งเดิมจริงๆ โดยใช้ลิ่มงาช้าง และค้อนไม้เล็กๆ ตอกนวดเส้นในจุดที่รู้สึกตึงหรือปวด โดยเฉพาะคนที่นั่งทำงานออฟฟิศทั้งวัน จนเป็นโรค Office Syndrome
การนวดตอกเส้นเหมาะสำหรับคนที่มีอาการเส้นจม ในจุดที่อยู่ลึกจนใช้มือนวดไม่ได้ผล บางครั้งวิธีนี้อาจทำให้เกิดรอยช้ำนิดหน่อย แต่ไม่เป็นอันตราย ไม่กี่วันรอยช้ำจะหายไปเอง
 
5 วัดโพธิ์ จังหวัดกรุงเทพฯ
ต้นแบบนวดแผนไทย วิทยาลัยแพทย์โบราณ
วัดโพธิ์” หรือ “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร” เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 และยังถือเป็น “วิทยาลัยการแพทย์แห่งแรกของสยาม” เพราะที่นี่มีจารึกบนแผ่นศิลา 1,440 ชิ้น บันทึกความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะการกดจุดนวดไทยไว้อย่างสมบูรณ์ เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาศึกษากันอย่างเสรีตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน องค์การยูเนสโกจึงประกาศให้เป็น “มรดกความทรงจำแห่งโลก”
ทุกวันนี้วัดโพธิ์เป็นสำนักนวดไทยที่เก่าแก่ มีโรงเรียนผลิตนักนวดฝีมือดีปีละหลายร้อยคน ให้บริการนวด 365 วัน ราคาไม่แพง แค่เพียงเราเดินเข้าไปเที่ยวในวัด ก็จะเห็นตุ๊กตาฤาษีดัดตนหลายสิบตัวตั้งอยู่ ส่วนโรงนวดไทยตั้งอยู่หลังวัด เป็นอาคารติดแอร์อย่างดี มีทั้งการนวดกดจุด นวดไทย นวดคลายเส้น นวดประคบ นวดน้ำมัน จะนวดแค่ผ่อนคลาย หรือเพื่อรักษาอาการผิดปกติต่างๆ ก็มีครบ
 
6 ภูโคลน คันทรี คลับ จังหวัดแม่ฮ่องสอน
โคลนสปาจากใต้พิภพ คุณภาพระดับโลก
การทำสปาด้วยการพอกโคลน (Mud Spa หรือ Mineral Clay Spa) เป็นเรื่องที่รู้จักมานับพันปีแล้ว เพราะในเนื้อโคลนมีแร่ธาตุมากมาย เมื่อนำมาพอกหน้า และเรือนร่างก็จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส ขัดผิว และขับสารพิษออกไป
ในเมืองไทยมีโคลนสปาระดับโลกที่ “ภูโคลน” เคยได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 3 สปาโคลนที่ดีที่สุดของโลก ค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2538 แล้วเปิดบริการภายใต้ชื่อ ภูโคลน คันทรี คลับ เมื่อปี พ.ศ.2543 สถานที่จัดไว้อย่างดี มีโซนบ่อโคลนธรรมชาติ บ่อแช่เท้า ห้องพอกหน้า พอกตัว และโซนนั่งพักผ่อนใต้ร่มไม้ พร้อมโปรแกรมดูแลผิว ทั้ง Facial Scrub, Facial Massage, Phu Klon Mud Mask ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ Mud Cream ให้ซื้อกลับไปใช้ที่บ้านด้วย
 
7 ชุมชนบ้านแหลม จังหวัดนครศรีธรรมราช
โคลนสปากลางทะเล ฮาเฮล่องเรือเที่ยว
ในอดีตเราอาจรู้จักนครศรีธรรมราชในด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม แต่วันนี้มีมิติใหม่เกิดขึ้นที่ “ชุมชนบ้านแหลม” อำเภอท่าศาลา ชุมชนมุสลิมทำประมงชายฝั่งในอ่าวท่าศาลาอันอุดมสมบูรณ์
นอกจากการอนุรักษ์ป่าชายเลน และอาหารทะเลแสนอร่อยที่มีให้ชิมตลอดปีแล้ว ช่วงเดือนมกราคม-พฤศจิกายน ที่ปลอดฝน และมรสุม ชาวบ้านจะจัดกิจกรรมพิเศษ พาล่องเรือออกไปทำสปาโคลนในอ่าวท่าศาลา จอดเรือในน้ำตื้นๆ แล้วนำโคลนสีเทา เนื้อละเอียดเนียนนุ่ม ขึ้นมาพอกทาลำตัว และใบหน้า ทิ้งไว้จนแห้งสนิทค่อยล้างออก จะรู้สึกผิวนุ่มชุ่มชื่น เพราะโคลนสปาธรรมชาติช่วยขัดผิด ดูดสารพิษออกจากร่างกาย ทำให้ผิวพรรณผ่องใสขึ้น
 
8 หาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต
นอนกินลมห่มทราย บนเกาะใหญ่แห่งอันดามัน
บรรดาหาดทรายชายทะเลของภูเก็ต “หาดไม้ขาว” อำเภอถลาง เป็นหนึ่งในหาดเงียบสงบเป็นธรรมชาติที่สุด และเป็นชาดหาดยาวที่สุดบนเกาะด้วย ทอดตัวอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะใกล้ชิดสนามบินภูเก็ตซึ่งเป็นจุดที่บางฤดูกาลจะมีเต่าทะเล ขึ้นมาวางไข่ในยามค่ำคืน
หาดไม้ขาวมีกิจกรรมเชิงสุขภาพสุดเก๋ “นอนห่มทราย” (Sand Bath) ตามหลักการแพทย์ที่ว่าเกลือแร่ในเลือดคนเรามีสัดส่วนคล้ายน้ำทะเล ถ้าสมดุลเพี้ยนไปก็จะป่วย การนอนห่มทรายเริ่มด้วยการขุดหลุมพอดีตัว หันปลายเท้าไปทางทะเล ลงไปนอนกลบเหลือเฉพาะส่วนหัว นอนพัก 20-30 นาที นอนฟังเสียงคลื่น มองท้องฟ้าให้สบาย หรือหลับตาให้เกิดสมาธิ ขณะที่น้ำทะเล และความเค็มจากทรายจะสร้างสมดุลชีวภาพ สร้างเซลล์ใหม่ รักษาโรคผิวหนัง ไขข้อ ภูมิแพ้ ได้อย่างวิเศษ
 
9 คิชฌกูฏ ออร์แกนิค ฟาร์ม จังหวัดจันทบุรี
From Farm to Table อิ่มท้องอิ่มใจเมนูสุขภาพ
ด้วยระยะเวลาขับรถไม่เกิน 30 นาที จากตัวเมืองจันทบุรี ขึ้นไปทางทิศเหนือ ไม่นานเราก็จะได้สัมผัสสีเขียว ของขุนเขาลำเนาไพร และสวนเกษตรนานาชนิด ได้สูดอากาศสดชื่น พร้อมมองหาอาหารอร่อยๆ จากธรรมชาติมาชิม ร้านเก๋ไก๋น่ารักสไตล์โมเดิร์นของ “คิชฌกูฏ ออร์แกนิค ฟาร์ม” ที่อยู่ติดกับสวนผัก ชักชวนให้เข้าไปนั่งเล่น สั่งเครื่องดื่ม อาหาร และขนมสุขภาพมาลิ้มลอง
ผักของที่นี่ปลูกเองด้วยระบบอควาโปนิกส์ (Aquaponics) ซึ่งในน้ำไม่มีสารเคมีเลย แต่ใช้น้ำที่ผ่านจากการเลี้ยงปลา ผักสลัดนานาชนิดจึงอวบอ้วน ดกงามน่ารับประทาน ใครคอแห้งสั่งเครื่องดื่มได้ ทั้งอัญชันฮันนี่เลม่อน ชาเขียวมะนาวกัญชา กาแฟทุเรียนผสมลูกกระวาน กาแฟกัญชา ฯลฯ ต่อด้วยไอศกรีมเรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค องุ่น และมะนาวชื่นใจ ใครเป็นสายวีแกนมารับประทานร้านนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน
 
10 เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ฝึกโยคะบนเกาะสวรรค์กลางอ่าวไทย
เกาะพะงัน มิได้มีชื่อเสียงเฉพาะ Full Moon Party ที่โด่งดังไปทั่วโลกเท่านั้น ทว่าทุกวันนี้พะงันได้ก้าวขึ้นสู่หนึ่งใน “Best Yoka Island” ของไทย แม้ว่าจะอยู่ห่างจากเกาะสมุยไม่ไกล ทว่าพะงันมีความสงบเป็นธรรมชาติกว่า เหมาะหลีกหนีความวุ่นวาย ไปฝึกทำโยคะตามรีสอร์ทริมทะเลอันสวยงาม
ปัจจุบันมีเปิดสอนโยคะอยู่หลายสิบแห่ง ทั้งโดยครูโยคะไทย และต่างชาติ บางคนมาเรียนโยคะที่พะงันคอร์สละหลายเดือน หรืออยู่เป็นปีก็มี จุดเด่นคือ การได้ทำโยคะอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ ใช้หาดทราย สายลม แสงแดด และเสียงคลื่น เป็นเหมือนยาวิเศษจากท้องทะเล ควบคู่กับท่าโยคะที่ช่วยให้เกิดสมาธิ ผ่อนคลายกายใจทั้งภายใน และภายนอก
เรื่องและภาพโดย Travelista นักเดินทาง
ลายน้ำของภาพโดย Ghost Writer Ta
 
#สัมผัสเมืองไทยต้องไปสักครั้ง #100BestPlacestoVisitinThailand #ReOpenThailand #ททท #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #ทิพยประกันภัย #BAM #บางกอกแอร์เวย์ส #ฮาตาริ #MediaandBloggerclub
 
 



Create Date : 03 สิงหาคม 2565
Last Update : 3 สิงหาคม 2565 17:53:25 น. 0 comments
Counter : 153 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#18


 
travelistaนักเดินทาง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 25 คน [?]




สาธิตา โสรัสสะ ประธานมีเดีย แอนด์ บล็อกเกอร์ คลับ,อุปนายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย และอุปนายกสมาคมท่องเที่ยวเชิงนิเวศเอเชีย อดีตหัวหน้าข่าวเครือเนชั่น อยู่ในวงการท่องเที่ยวนานกว่า 35 ปี และยังเป็นโค๊ชออนไลน์ด้าน SEO และ Content (เคยได้รางวัลบล็อกเกอร์ยอดเยี่ยมปี59และสื่อมวลชนดีเด่นปี64) ไลนด์ไอดีtatravel
[Add travelistaนักเดินทาง's blog to your web]