Like a carousel that's turning running rings around the moon... Like the circles that you find in the windmill's of your mind...
จะรู้ได้อย่างไรว่า...ถูกปิ๊ง.

จะรู้ได้อย่างไรว่า...ถูกปิ๊ง..


 ขณะที่ทิพย์สุดากำลังง่วนอยู่กับการหาลิปสติคในกระเป๋าถืออยู่นั้น สุชาติหัวหน้าแผนกเดินผ่านโต๊ะเธอ เพื่อไปห้องผู้จัดการ ทั้งสอสบตากันชั่วครู่ โดยไม่ได้พูดอะไรกันเลย แต่สมศรีผู้ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ก็รีบแจ้นมาพูดกับทิพย์สุดาทันที ที่สุชาติพ้นรัศมีที่จะได้ยินแล้วว่า
 "สุชาติปิ๊งเธอแล้วล่ะ"


 นั่นซิ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า คุณถูกชายหนุ่มปิ๊งเข้าให้แล้ว....?


ดวงตาเป็นสื่อ


 ผู้เชี่ยวชาญ ได้กล่าวไว้ว่า สายตาเป็นสิ่งที่บ่งบอกความรู้สึกของคนเราได้ดีที่สุด หากไม่เช่นนั้นก็คงไม่มีคำว่า "ดวงตา เป็นหน้าต่างของดวงใจ" ดังนั้น คุณจะรู้ถึงความรู้สึกของคู่สนทนาคุณได้ เพียงแต่คุณจะสังเกต "ม่านตา" ของเขาหรือของเธอว่า ขยายกว้าง หรือ หดเล็กเช่น ม่านตาของเพื่อนคุณจะขยายกว้างทันที ที่คุณกล่าวชมชุดราตรีของเธอ ที่เธอจะใส่ในงานเลี้ยงคืนนี้ แต่ก็จะหดเล็กทันทีเหมือนกัน เมื่อคุณกล่าวต่อไปว่า แฟนเก่าของเธอก็จะไปงานเลี้ยงคืนนี้ด้วย พร้อมแฟนสาวคนใหม่ ม่านตาของคุณจะเบิกกว้าง อย่างทึ่งจัด เมื่อหนุ่มหล่อที่คุณแอบมองนั้น มากล่าวทักสวัสดีกับคุณ (ทั้ง ๆ ที่คุณคิดว่า คุณแอบมองอย่างแนบเนียนแล้วเชียว) และคุณจะเป็นคู่สนทนาที่ไม่น่าเบื่อ หากคุณจะสังเกตม่านตาของเพื่อนคุณว่า ขยายกว้างไหมกับเรื่องที่คุณเล่าอยู่ อย่างมันในอารมณ์ หากม่านตาของเพื่อนคุณหดเล็ก ก็ขอให้คุณพึงหยุดอารมณ์มันของคุณคนเดียวได้แล้ว ดังนั้น จึงเป็นกฏง่าย ๆ ว่า ม่านตาของคนเราจะขยายกว้าง เมื่อสนใจหรือเห็นด้วยในเรื่องอะไร และจะหดเล็กเมื่อเบื่อหรือเมื่อไม่เห็นด้วยกับเรื่องอะไร


การส่งสายตา


 ในกรณีที่คุณไม่อยู่ใกล้กับอีกฝ่ายมาก จนถึงขั้นจะเห็นม่านตาหดหรือขยายได้แล้วล่ะก็ คุณก็จะสังเกตได้จากวิธีการมองของเขา จากตัวอย่างข้างต้น การที่ทิพย์สุดามองตอบสายตาของสุชาติ จะด้วยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม แสดงว่าทิพย์สุดามิได้รังเกียจอะไรสุชาติ แต่กลับจะให้ความรู้สึกในแง่บวกเสียด้วยซ้ำ ฉะนั้น สมศรีจึงพูดผิดตรงที่ว่า ไม่ใช่สุชาติปิ๋งทิพย์สุดาแต่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น แต่ปิ๊งด้วยกันทั้งคู่ ในทางกลับกัน หากสุชาติเบือนสายตาทันที ที่ทิพย์สุดามองตอบแล้วล่ะก็ แสดงว่าสุชาติยังเขินอาย ยังไม่กล้า จึงได้แต่เพียง "แอบมอง"


การประสบสายตา จะบอกถึงความสนใจ ความเป็นห่วง ความทึ่งเลื่อมใส ดังนั้น หากมีหนุ่มหล่อหน้าเข้ม ส่งสายตาข้ามฝูงชนอันจ้อกแจ้กจอแจ ของโรงอาหารหรือข้ามความเงียบกริบของห้องเรียนมา ก็ให้คุณมองตอบ โดยการลดเปลือกตาลงสักสามส่วน (แต่วิธีหลิ่วตาข้างเดียว ดูเหมือนจะง่ายและเซ็กซี่กว่า...) คุณก็จะประสบผลสำเร็จในการหว่านเสน่ห์


รอยยิ้ม


 รอยยิ้มก็เช่นกัน ที่สามารถบอกความนัยต่าง ๆ ได้มากมาย โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยวาจา


 "ยิ้มปกติ" เป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก โดยที่ริมฝีปากปิดสนิทไม่เห็นฟัน รอยยิ้มปกติเช่นนี้ คุณจะหามองได้ตามท้องถนนทั่วไป, ตามป้ายรถเมลย์, หรือในหมู่คนที่กำลังยืนเข้าแถวซื้อตั๋วหนัง รอยยิ้มชนิดนี้ เป็นการบอกถึงการไม่ขึ้นอยู่กับใคร แต่กำลังเพลิดเพลินกับความคิดของตนเอง


 "ยิ้มเห็นฟัน"  มักสัมพันธ์กับลูกตา เป็นการยิ้มให้เห็นฟันบนแต่น้อย ๆ แต่ไม่ใช่ฉีกยิ้ม (แบบนางสาวไทย) ซึ่งจะบอกถึง ความมีมารยาท ความสุภาพ และ ความจริงใจ มักจะพบพร้อมกับคำว่า "ยินดีที่ได้รู้จัก"


 "ยิ้มเต็มที่"  เป็นยิ้มที่เห็นครบทั้งฟันบนและฟันล่าง แสดงถึง ความสนุกสนานเฮฮา พบได้กับทุกคนที่กำลังมีความสุข


 "ฝืนยิ้ม"  เป็นการกดริมฝีปากทั้งสองแน่น แล้วทำท่ายิ้ม พบได้แม้ในตัวคุณเอง เมื่อเพื่อนจอมยืม (เงิน) โผล่มาเยี่ยมอีกแล้ว


กระจกจ๋ากระจก


 สาว ๆ ทุกคน ก่อนออกจากบ้าน ควรจะส่องกระจกดูตัวเอง ตั้งแต่หัวจรดเท้า เท้าย้อนขึ้นไปบนหัวให้ดีเสียก่อน เพราะ คุณอาจจะพบรอยเกร็งของกล้ามเนื้อ ที่บริเวณต้นคอและขากรรไกร รอยย่นบนหน้าผาก หรืออื่น ๆ ที่จะบ่งบอกถึง ความไม่สดใส โดยที่คุณเองก็ไม่รู้ตัว ฝึกทดสอบตัวเองกับกระจก โดยการยิ้มให้สวยที่สุด แล้วพูดคำว่า "ฉันเกลียดเธอ" คุณก็จะพบว่า คุณก็ยังยิ้มออกได้ แม้ถูกคนบอกว่า "เกลียด" ในทางกลับกัน หากคุณทำหน้าบึ้งตึง ถลึงใส่กระจก แล้วพูดคำว่า "ฉันรักเธอ" คุณก็จะพบความน่าเกลียดของตัวเอง แม้ถูกคนบอกว่า "รัก"


 ฉะนั้น หากคุณฝึกที่จะเป็นคนยิ้มสู้กับ ทุกสถานการณ์ได้ คุณก็จะเข้ากับสังคมได้ดี เป็นที่ชื่นชอบของสังคม และ การรู้จักเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ของสีหน้าคน ก็จะทำให้คุณรู้ว่า คนอื่นเขาคิดอย่างไร และ เข้าใจถึงความรู้สึกของคนอื่น ที่มีต่อคุณ คราวนี้คุณก็คงรู้แล้วซินะว่า "ใคร...ปิ๊ง...คุณ" ว้าว....น่าอิจฉาจังเลย.....






Free TextEditor


Create Date : 14 มกราคม 2553
Last Update : 14 มกราคม 2553 12:48:36 น. 3 comments
Counter : 172 Pageviews.

 
ผมจะลองจำทริกในบล้อกนี้เอาไว้นะครับ
เผื่อมีใครจะมาปิ๊งผมบ้าง
ผมจะได้รู้

ถึงผมจะหมดสิทธิ์ปิ๊งตอบแล้วก็ตาม 5555





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 มกราคม 2553 เวลา:13:27:29 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณพี่







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 มกราคม 2553 เวลา:7:59:42 น.  

 
วันนี้ จะไปส่งสายตา ไม่รู้จะได้ผลอ่ะป่าว


โดย: ชิโยจัง วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:16:03:27 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chinanod
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สมถะ เรียบง่าย กันเอง
Background.MyEm0.Com
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chinanod's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.