คนละฟากฟ้า - บทที่ 11





เช้าวันเสาร์พราวพรายตื่นแต่เช้า ซักเสื้อผ้าขึ้นราวเสร็จก็ทำความสะอาดบ้านพัก วันนี้เธอต้องอยู่คนเดียวตามเคย สุนิสาหายไปกับอรรณพตั้งแต่เย็นวันศุกร์ ทานอาหารแล้วก็มานั่งเอนๆ หลับบ้างตื่นบ้างอยู่บนเก้าอี้ยาวหน้าจอโทรทัศน์ รู้สึกเบื่อหน่ายเป็นที่สุด ไม่ชอบวันหยุดเลยเพราะต้องอยู่คนเดียว สุนิสานั้นมีตารางเวลาแน่นอนที่จะไปอยู่กับอรรณพ ตั้งแต่เย็นวันศุกร์ถึงบ่ายหรือคืนวันอาทิตย์ ส่วนอมราก็มักจะไม่ค่อยว่าง ถ้าอยู่บ้าน เธอก็มีหน้าที่ช่วยมารดาทำบัญชีรายรับรายจ่าย รวมทั้งไปติดตามเก็บดอกเบี้ยเงินกู้รายสัปดาห์ จากลูกหนี้รายย่อยของคุณนายสังวาลย์  ซึ่งมีตั้งแต่แม่ค้าแผงลอยในตลาดไปจนถึงบรรดาเมียเช่าและพาร์ทเนอร์ทั้งหลาย หรือไม่ก็หายตัวไปกับผู้กองชลธิศ  ถ้าเขาเดินทางจากเขมราฐ มาราชการที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน


บางครั้งที่รู้สึกเบื่อและเหงาพราวพรายก็อดจะคิดถึงวิชชาไม่ได้ แม้จะบอกเพื่อนว่าตัดใจลืมเขาได้แล้วก็ตาม แต่เมื่อความเบื่อที่มักต้องอยู่คนเดียวเป็นประจำในช่วงวันหยุดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวก็มักจะบอกตัวเองว่าน่าจะลองหาแฟนสักคน ไว้พาไปเที่ยวหรือเอาอกเอาใจเหมือนสุนิสาและอมราบ้าง แต่ก็ไม่รู้จักผู้ชายดีๆที่น่าสนใจสักคน ความจริงทั้งอรรณพและชลธิศต่างก็พยายามพาเพื่อนฝูงหรือรุ่นน้องของพวกเขา มาแนะนำให้เธอรู้จักหลายคนแล้ว แต่พราวพรายก็เมินไปเสียแทบทุกครั้ง เพราะความไม่เข้าท่าของผู้ชายพวกนั้นในสายตาของเธอ ไม่รู้เลยว่าอรรณพเคยบ่นกับสุนิสาในทำนองหมั่นไส้หลายครั้ง


“ยายพราวมันหัวสูง เลือกมาก ไม่รู้จะเลือกอะไรนักหนา สวยก็ไม่สวย พูดจาก็ไม่เอาไหน แถมหน้าตายังไม่รับแขกเสียอีก แบบนี้ต้องปล่อยให้ขึ้นคานเสียให้เข็ด”

 สุนิสามักจะแก้ตัวแทนเพื่อนแทบทุกครั้งว่า  “แหม ก็พราวเขายังไม่ถูกใจใครนี่คะพี่ณพ  เขาอาจจะยังไม่ลืมแฟนเก่าของเขาคนที่อยู่เมืองนอกก็ได้ ชอบกันมาตั้งหลายปี อยู่ๆก็หายเงียบไปไม่รู้เหตุผล พราวเขาอาจจะยังทำใจไม่ได้”


พันตรีอรรณพทำหน้าเหมือนรำคาญ ที่สุนิสาชอบแก้ตัวให้เพื่อน


“โธ่ ไม่ต้องไปคิดหาเหตุผลอะไรให้ยุ่งยากหรอก ผู้ชายที่ไปเรียนหนังสือเมืองนอกแล้วเงียบหายไปน่ะ ร้อยทั้งร้อยมีแฟนใหม่ไปแล้วทั้งนั้น บอกยายพราวไปเลยว่าไม่ต้องรอให้เสียเวลาหรอก เดี๋ยวจะแก่ตายเสียเปล่าๆ แล้วก็อย่าเล่นตัวมากนัก แนะนำใครมาให้ก็ลองคบๆกับเขาดูบ้าง ไม่ใช่ทำท่าเย็นชามองเขาด้วยหางตาแบบนี้ เขาก็เผ่นหนีกันหมดแหละ อย่างเจ้านาไง ผู้หญิงไม่ได้มีคนเดียวในโลกหรอกนะ”


สุนิสาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอรรณพถึงไม่ค่อยชอบพราวพราย ทั้งๆที่เพื่อนเธอคนนี้ก็เคารพนบไหว้เขาเป็นอันดี เธอรู้แต่เพียงว่าเขามีอคติกับพราวพราย เขาเคยพูดทำนองหมิ่นๆว่าเพื่อนของเธอทำตัวหรั่งจ๋าไปหน่อย เห็นชอบพูดคุยหรือไปไหนมาไหนกับทหารผิวดำชั้นประทวน บางครั้งก็ไปสังสรรค์กับพวกเมียเช่า แม้สุนิสาจะพยายามแก้ตัวให้เพื่อนว่า การคบกับคนพวกนั้นของพราวพรายไม่ได้มีอะไรเสียหาย เป็นไปในแบบเพื่อนฝูงเท่านั้น แต่อรรณพก็ทำท่าไม่เชื่อ ความจริงเขาหมั่นไส้พราวพรายหลายเรื่องที่เขาไม่เคยเอ่ยปากบอกให้สุนิสารู้ เพราะอรรณพรู้ดีว่าสุนิสาจะไม่เชื่อ แล้วก็จะแก้ตัวแทนเพื่อนทุกครั้ง ส่วนสุนิสานั้นก็ไม่เคยเล่าเรื่องที่อรรณพพูดให้เพื่อนฟัง เพราะไม่อยากให้ไม่สบายใจ แต่พราวพรายก็ไม่โง่เสียจนดูอรรณพไม่ออก ว่าคิดอย่างไรกับเธอ 

หญิงสาวนั่งๆนอนๆหลับๆตื่นๆอยู่พักใหญ่ อมราก็ขับรถมาจอดที่หน้าบ้าน ลงจากรถอย่างรีบเร่งเข้ามาในบ้าน  

“พราว วันนี้มีแผนจะไปไหนหรือเปล่า”

 พราวพรายมองอมราซึ่งแต่งตัวสวยงามรัดกุม ในชุดกางเกงขาตรงสีดำกับเสื้อแขนยาวสีเหลืองลายดำ ที่มีสีหน้าค่อนข้างตื่นเต้น 

“ไม่มีหรอก ไม่รู้จะไปไหน แพตตี้แต่งตัวสวยจัง จะไปเที่ยวไหนหรือ”

อมราอึกอักเล็กน้อย  “ถ้าพราวไม่ได้ไปไหน ก็ช่วยไปเป็นเพื่อนเราหน่อยได้ไหม”

“ไปไหน

หญิงสาวผู้นั้นเม้มริมฝีปากบางๆนิดหนึ่ง สีหน้าค่อนข้างเจื่อน 

“จะไปหาพี่บ็อบที่กองร้อยฯ แต่ไม่อยากขับรถไปคนเดียว”

“ไปหาพี่บ็อบ? อ้าว..ทำไมล่ะ พี่บ็อบไม่มาหรืออาทิตย์นี้”

“หายไปสามอาทิตย์แล้ว ไม่รู้เป็นอะไรหรือเปล่า เราเลยเป็นห่วง”

 พราวพรายเพิ่งรู้ว่าชายหนุ่มผู้นั้นไม่ได้มาหาอมราหลายสัปดาห์แล้ว เท่าที่เธอรู้ เขาจะแอบมาหาอมราเกือบทุกสัปดาห์ แต่เธอก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมเพื่อนของเธอจึงต้องร้อนใจ ไปตามหาเขาถึงกองร้อยฯ ที่เขาเป็นผู้บังคับกองอยู่ ในเมื่อกองร้อยฯของเขาอยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลฯ ตั้งร้อยกว่ากิโลเมตร แล้วยังต้องลัดเลาะเข้าไปตามเส้นทางในป่า ใกล้ชายแดนระหว่างไทยกับลาวอีกหลายกิโลเมตร

เห็นพราวพรายยังนั่งนิ่งมองหน้าเธอเฉยอยู่ อมราซึ่งกำลังใจร้อนก็รีบรวบรัด

“พราวไปได้ใช่ไหม ถ้าแอ๋วอยู่เราคงชวนแอ๋ว แต่เขาไม่อยู่เราก็เลยไม่รู้จะชวนใคร พี่จันทน์ก็เกิดจะไม่อยู่เสียอีก ไปงานแต่งงานเพื่อนที่กรุงเทพฯ ไปๆ มาๆ ก็เห็นแต่พราวนี่แหละ ที่คงจะช่วยเราได้”

สีหน้ากระวนกระวายของอีกฝ่ายทำให้พราวพรายไม่มีทางเลือก 

“แพตตี้ไปถูกเหรอ ทางก็ไม่ใช่ใกล้ๆนะ ไม่ลองให้ใครวิทยุติดต่อเข้าไปที่กองร้อยฯของพี่บ็อบก่อนล่ะ ว่าเขาอยู่ที่โน่นหรือเปล่า แพตตี้ไม่คิดว่าเขาจะไปกรุงเทพฯบ้างหรอกหรือ”

อมราส่ายหน้า  “คงไม่หรอก นานๆพี่บ็อบถึงจะไปเยี่ยมบ้านที่กรุงเทพฯสักที ปกติเขาจะบอกให้เรารู้ แต่นี่เขาหายเงียบไปเลย ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

“ถ้าเข้าไปแล้วเขาเกิดไม่อยู่ล่ะ” พราวพรายยังพยายามให้ข้อคิดแก่เพื่อน

“ถ้าเขาไม่อยู่เราก็กลับน่ะสิ”

“แพตตี้ไปถูกหรือ”

“คงหาไม่ยากหรอก พี่บ็อบเคยบอกว่าพอถึงอำเภอเขมราฐ ก็จะมีป้ายบอกทางไปจนถึงกองร้อยฯ”

“ต้องขับรถเข้าไปในป่าจนเกือบติดชายแดนด้วยไม่ใช่หรือ”

“ใช่ อีกสักยี่สิบกิโลกว่าๆ เท่านั้น แต่จะว่าเป็นป่าก็ไม่เชิง เป็นถนนเล็กๆ ตัดตรงจากตัวอำเภอเข้าไปถึงหน้ากองร้อยฯเลย แถวนั้นมีหมู่บ้านสองสามแห่งด้วย คงไม่เปลี่ยวหรือลำบากอะไรหรอก”  แล้วอมราก็ทำหน้าน้อยใจเมื่อคิดว่าเพื่อนโยกโย้  “ไม่เป็นไร ถ้าพราวไม่สะดวก เราไปคนเดียวก็ได้                 

พูดจบหญิงสาวผู้นั้นก็ทำท่าจะออกจากห้องไป แต่พราวพรายดึงมือเพื่อนเอาไว้ 

“อย่าทำใจน้อยไปหน่อยเลย เราแค่ถามให้แน่ใจเท่านั้นเองว่าไปแล้วจะไม่หลงทาง จะไปเดี๋ยวนี้เลยหรือเปล่า” ก้มลงดูตัวเองแล้วถามว่า “ไปยังงี้ได้ไหม หรือต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

อมราหน้าชื่นขึ้นมาทันที เหลียวมามองอีกฝ่ายซึ่งอยู่ในกางเกงยีนส์เก่าๆสีฟ้าจาง กับเสื้อยืดแขนสั้นมีปกตัวหลวมโพลกสีดำ หน้ามันแผล็บเพราะเพิ่งทำงานบ้านเสร็จมาหมาดๆ   

“ตามใจสิ จะไปยังงี้ก็ได้ แต่หน้าตาล่ะ ดูซีดเซียวชอบกล ผัดหน้าทาแป้งเสียหน่อยไม่ดีหรือ”

ความจริงพราวพรายขี้เกียจทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งหน้าแต่งตา ปกติเวลาอยู่บ้านเธอไม่แต่งหน้าอยู่แล้ว แต่เมื่อเพื่อนทักว่าซีดเซียวและนึกไปถึงว่าต้องเจอชลธิศ ซึ่งเคยเห็นแต่หน้าตาที่แต่งเต็มที่ของเธอ ก็กลัวว่าเขาจะเห็นเธอน่าเกลียดหรือหน้าตาซีดเซียวขึ้นมาอีกคน ก็เลยรีบวิ่งเข้าไปโปะเครื่องสำอางเหมือนทุกวัน เสร็จเรียบร้อยก็ออกมาหาอมราที่นั่งคอยอยู่ คว้ากระเป๋าสะพายที่ใส่ของจิปาถะขึ้นมาจากโต๊ะใกล้ๆ สวมร้องเท้าผ้าใบสีดำคู่โปรด ยกมือขึ้นเสยผมสองสามทีก็ยิ้มแฉ่งให้เพื่อน 


“ไปได้แล้ว หน้าตาเราคงหายซีดเซียวแล้วนะ”


หญิงสาวจัดการปิดบ้านเรียบร้อย ขณะที่กำลังจะขึ้นรถเหลือบไปเห็นผ้าที่ซักตากไว้ก็ชะงัก ตอนนี้มันยังไม่แห้งเพราะเพิ่งขึ้นราวได้ไม่ถึงชั่วโมง คิดว่ากว่าจะกลับจากเขมราฐถึงบ้านในตอนเย็นผ้าก็คงแห้งแล้ว เอาไว้ค่อยมาเก็บตอนนั้นก็แล้วกัน แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วก็ได้แต่หวังว่า ฝนคงจะไม่เทลงมาจนทำให้ผ้าไม่แห้ง หรือทำให้ผ้าที่แห้งคาราวอยู่กลับต้องเปียกฝน จนต้องนำไปซักใหม่อีกครั้ง ถ้าเปลี่ยนจากอมราเป็นสุนิสา พราวพรายคงไม่ลังเลที่จะบอกว่าขอเวลาให้ผ้าแห้งก่อนจึงค่อยออกไป แต่นี่เป็นอมราซึ่งแม้จะเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่เธอก็สนิทกับสุนิสาและพูดจาขอร้องกันได้ทุกเรื่องมากกว่า เพราะพักอยู่บ้านเดียวกัน


รถแล่นอย่างเร็วไปบนถนนหลวง พราวพรายอดสังเกตไม่ได้ ว่ายิ่งใกล้เขตอำเภอเขมราฐเข้าไปเท่าไหร่ สีหน้าไม่ค่อยดีของอมราตอนก่อนจะขับรถออกมา ก็แช่มชื่นขึ้นเรื่อยๆเท่านั้น คงดีใจที่จะได้พบคนรักนั่นเอง หญิงสาวคิดอย่างเห็นใจเพื่อน


“เราจะกลับกันเย็นนี้ใช่ไหม”  เธอถาม เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่รู้เลยว่าอมราจะเอาอย่างไร

อีกฝ่ายนิ่งไปอึดใจเต็ม ก่อนจะตอบโดยที่ตายังจับจ้องไปข้างหน้า มองรถสองสามคันที่วิ่งสวนทางมา 

“ฮื่อ”  แต่แล้วก็ถามต่อว่า  “พรุ่งนี้พราวไม่ได้ทำอะไรไม่ใช่หรือ”

“เปล่า ไม่ได้ทำอะไรหรอก แต่ตอนเย็นต้องสอนพิเศษเด็กแถวบ้าน”

อมราเหลียวมามองแวบหนึ่ง  “ เห็นแอ๋วบอกเหมือนกันว่าพราวสอนพิเศษเด็กๆแถวนั้นมาเกือบสองเดือนแล้ว เด็กกี่คนล่ะ”

“ห้าหกคนเท่านั้นแหละ”

“นึกยังไงถึงสอนพิเศษ เงินเดือนไม่พอใช้หรือไง แต่เงินเดือนพราวก็แยะนี่นา”

พราวพรายส่ายหน้า  “เปล่า สอนฟรี ไม่ได้คิดเงินหรอก วันหยุดอยู่ว่างๆไม่มีอะไรทำ นึกเบื่อขึ้นมา ก็เลยจับเด็กๆแถวนั้นมาสอนภาษาอังกฤษ” 

ความเบื่อของเธอเกิดจากการที่ต้องอยู่โยงเฝ้าบ้านทุกเสาร์อาทิตย์ เลยต้องพยายามหาอะไรมาทำเพื่อช่วยให้หายเหงาหายเบื่อ

“ใจดีจัง ให้ไปสอนเด็กแบบพราวเราคงทำไม่ได้หรอก สอนใครไม่เป็น”

“ถึงอยากจะสอน แพตตี้ก็คงไม่ว่างละมัง ทำงานที่กองกำกับฯแล้วยังต้องช่วยคุณป้าดูแลบ้านเช่าไม่ใช่หรือ” เธอหมายถึงคุณนายสังวาลย์ มารดาของอมรา

“ถ้าจะสอนจริงๆก็พอเจียดเวลาได้หรอก แต่ไม่เอาละ ขี้เกียจรบกับเด็ก”

“เออ..บ้านเช่าของแพตตี้เต็มหมดหรือยัง”  พราวพรายเปลี่ยนเรื่องเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้


บ้านเช่าที่ว่านี้เป็นบังกะโลชั้นเดียวเล็กๆประมาณยี่สิบหลัง ที่มารดาของอมราผู้มีหัวการค้าสร้างไว้ให้พวกทหารต่างชาติเช่า ปกติจะไม่ค่อยว่าง มีทหารอเมริกันทั้งผิวขาวและผิวดำ พาเมียชั่วคราวของพวกเขามาเช่าอยู่กันเป็นคู่ๆ กิจการบ้านเช่าของคุณนายสังวาลย์เจริญรุ่งเรืองจนเธอกำลังคิดจะสร้างเพิ่มอีกหลายหลัง บนที่ดินแปลงใหญ่อีกผืนหนึ่งไม่ไกลจากแปลงแรก

“ตอนนี้เต็มหมดแล้ว ถามทำไม พราวจะมาเช่าอยู่หรือไงอมราถามอย่างขันๆ

พราวพรายยิ้มกว้างเมื่อตอบว่า  “เปล่า อยู่กับแอ๋วก็สบายดีแล้ว ไม่คิดจะย้ายไปไหนหรอก เท็ดดี้เพื่อนเราน่ะสิ เขามาถามเมื่อสองสามวันนี้ อยากรู้ว่ามีบ้านให้เช่าที่ไหนบ้าง เขาเพิ่งมีผู้หญิงมาอยู่ด้วยคนนึง ที่เก่ามันคับแคบเพราะมีเพื่อนอยู่ด้วย เลยคิดจะย้าย” เธออธิบายยืดยาว

“แม่เรากำลังจะสร้างเพิ่มอีกหลายหลัง เขาจะรอได้ไหมล่ะ

อีกฝ่ายหัวเราะ  “ไม่รู้เหมือนกัน  แต่เขาคงอยากได้เร็วๆ ถ้าเกิดมีหลังไหนว่างขึ้นมาช่วงนี้  แพตตี้บอกเราด้วยก็แล้วกันนะ”


ในที่สุดเมื่อสองชั่วโมงผ่านไปรถก็มาถึงทางแยกสุดท้าย สองสาวช่วยกันมองจนแน่ใจว่าเป็นทางแยก ที่จะนำไปสู่ที่ตั้งของค่ายหรือกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนแห่งนั้น อมราจึงเลี้ยวรถเข้าไปบนถนนดินแดงลูกรังสายเล็กๆที่ค่อนข้างขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อ พราวพรายมองไปรอบตัว เห็นต้นไม้ที่ขึ้นเป็นดง ทึบบ้างโปร่งบ้าง บางตอนก็เป็นพื้นที่ว่างเปล่า บางตอนก็เป็นไร่กล้วยไร่ข้าวโพด ฝนที่ตั้งเค้ามาแต่ไกลก็กำลังโปรย ปรายละอองบางๆลงมา


หลังจากรถแล่นมาได้พักใหญ่ แต่ยังมองไม่เห็นสิ่งปลูกสร้างที่น่าจะเป็นกองร้อยฯ พราวพรายซึ่งชะเง้อคอยาวมองหามาเรื่อยๆตั้งแต่ปากทาง  ถามอมราว่า “เอ๊ะ..ทำไมยังไม่ถึงสักที  เราเลี้ยวเข้ามาเกือบชั่วโมงแล้วนะ หรือว่าเราจะเลี้ยวผิด แค่ยี่สิบกิโลเท่านั้นไม่ใช่เหรอ น่าจะถึงได้แล้วนี่นา”

“ถนนมันไม่ดี วิ่งเร็วไม่ได้ ต้องค่อยๆคลานไปยังงี้แหละ เราคงมาได้ครึ่งทางแล้วละ เดี๋ยวก็คงถึง”

อีกพักใหญ่ต่อมารถที่อมราขับก็มาถึงที่ตั้งกองร้อยตำรวจตระเวนชาย แดน ตรงหน้าค่ายมีไม้กั้นขวางอยู่ มีบังเกอร์และกระสอบทรายวางเรียงรายเป็นแนวยาวอยู่ตลอดแนวรั้วลวดหนาม  ตำรวจที่สะพายปืนยืนยามอยู่เข้ามาไต่ถาม

“ผู้กองชลธิศอยู่ใช่ไหม” อมราเปิดกระจกสอบถาม

ตำรวจนายนั้นมองสำรวจเข้าไปในรถก่อนตอบว่า  “อยู่ครับ” 

พูดจบเขาก็ยกไม้กั้นออก ให้อมราเคลื่อนรถผ่านเข้าไปตามถนน ที่ทอดยาวไปจนถึงอาคารไม้ชั้นเดียวหลังใหญ่ ซึ่งเป็นที่ทำการกองร้อยฯ ด้านหลังอาคารนี้มีบ้านหลังเล็กๆตั้งอยู่หลังแนวต้นไม้ใหญ่  


ตำรวจอีกนายหนึ่งเดินออกมาจากที่ทำการกองร้อยฯ  เมื่อสอบถามรู้ว่าหญิงสาวสองคนนี้มาหาผู้กองชลธิศ เขาก็เดินนำหน้าพาเข้าไปในบ้านหลังเล็กที่อยู่ด้านหลัง ยกมือขึ้นเคาะประตูบานหนึ่งที่ปิดอยู่ เมื่อมีเสียงตอบอนุญาตเขาก็เปิดประตูเข้าไป ทำความเคารพผู้บังคับบัญชา พร้อมรายงานเสียงดังฟังชัด

“มีแขกสองคนมาขอพบผู้กอง ครับผม”

พราวพรายซึ่งยืนอยู่หลังอมราได้ยินเสียงคนข้างในถามว่า  “ใครวะ”

แล้วเจ้าของเสียงก็เดินออกมา พอเห็นอมราเขาก็ทำท่าตกใจ มีแววเจื่อนในดวงตา ที่ปกติจะรื่นรมย์กับชีวิตอยู่เป็นนิจ

“อ้าว..แพตตี้” ชลธิศมองเลยมาพบพราวพราย ก็ทักอย่างแปลกใจว่า “อ้อ...คุณพราวก็มาด้วย”

“มาหาพี่หรือ” เขาถามอมราโดยตรง “มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่า พอดีพี่มีงาน...”

ชลธิศพูดยังไม่ทันขาดคำ ผู้ชายหนุ่มในชุดพรางที่นั่งหันหลังให้ประตู กำลังขีดเขียนอะไรลงไปบนแผนที่แผ่นใหญ่ ที่กางอยู่บนโต๊ะทำงานตรงหน้า ก็เหลียวมามองก่อนที่จะเดินออกมาหาชลธิศที่นอกประตู ก้มศีรษะให้หญิงสาวทั้งสองเล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย

“ถ้าคุณมีธุระ เราพักกันสักครู่ก็ได้ ผมจะออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก”

พราวพรายทั้งแปลกใจและตกใจเมื่อเห็นว่าผู้ชายคนนั้นคือนิค ตั้งแต่กลับจากโขงเจียมเธอกับเขายังไม่เคยพบหน้ากันเลย  สงสัยว่าเขามาวุ่นวายอะไรไกลถึงที่นี่ หรือนายคนนี้เที่ยววิ่งหาข่าวหรือพยายามล้วงความลับของทางราชการ ไปเสนอประเทศของเขา อคติในใจทำให้หญิงสาวคิดเช่นนั้น

เมื่อนิคเดินออกจากบ้านไปแล้ว ชลธิศก็ถามอมราว่า  “นึกยังไงมาถึงนี่ ไม่ใช่ใกล้ๆเลยนะ”

อมราทำหน้ากระเง้ากระงอดพองาม   “ก็พี่บ็อบหายไปนี่คะ แพตตี้เป็นห่วง กลัวจะไม่สบายหรือเป็นอะไรไป ก็เลยต้องมาดู ดีที่มีพราวมาเป็นเพื่อน ไม่งั้นแพตตี้ต้องขับรถมาคนเดียว แย่เลย”

พราวพรายเห็นสีหน้าแปลกๆของฝ่ายชาย แม้เขาจะยังยิ้มแย้มตามปกติก็ตาม

“โธ่ ไม่น่าลำบากมาเลย พี่สบายดี ไม่ได้เป็นอะไรหรอก”

“งานยุ่งหรือคะ”  เสียงของอมราเริ่มแข็งขึ้นมาเล็กน้อย “หรือมีอะไรดีๆทางนี้ พี่บ็อบเลยลืมไปว่าไม่ได้ไปหาแพตตี้หลายอาทิตย์แล้ว”

“ไม่มีอะไร” ชายหนุ่มแก้ตัวไม่เต็มเสียง ยังยืนขวางประตูเฉยอยู่  “พี่ไม่ว่างน่ะ”

ท่าทางของชลธิศทำให้อมราหน้าเสีย หันมาบอกพราวพรายว่า  “พราวไปนั่งเล่นหรือเดินดูอะไรข้างนอกโน่นก่อนได้ไหม ขอเราคุยกับพี่บ็อบหน่อย”

ผู้กองหนุ่มมองหน้าอมรา แล้วหันไปมองพราวพราย 

“คุณพราวจะเดินเล่นก็ได้นะ ทางด้านโน้นเป็นบ้านพักของพวกครอบครัวตำรวจ”เขาชี้มือออกไปทางด้านหนึ่ง “เดินไปเรื่อยๆก็ถึง ไม่เปลี่ยวหรอก มีคนอยู่เยอะแยะ”

พราวพรายมองสีหน้าท่าทางของหญิงชายคู่นั้น คิดว่าเขาคงมีเรื่องส่วนตัวจะพูดคุยปรับความเข้าใจกันในฐานะคู่รัก เธอซึ่งเป็นคนนอกควรจะปลีกตัวไปเสียเพื่อให้โอกาสเขาได้พูดจากันโดยสะดวก หญิงสาวก็เลยเดินออกไปจากบ้าน ในขณะที่อมราเดินตามชลธิศเข้าไปในห้อง


หญิงสาวที่ตอนนี้กลายเป็นส่วนเกินของเพื่อนไปแล้ว เดินเล่นไปเรื่อยๆตามเส้นทางเล็กๆ ที่ทอดผ่านไประหว่างต้นไม้ใหญ่น้อย  ในที่สุดก็เห็นบ้านใต้ถุนสูงหลายหลังที่ตั้งอยู่ห่างๆกัน แต่ละหลังมีรั้วต้นไม้เตี้ยๆ แสดงอาณาเขตบ้านใครบ้านมัน ต้นไม้เหล่านี้มีลักษณะเหมือนปลูกแล้วปล่อยให้มันโตไปตามมีตามเกิด ผู้หญิงหลายคนที่คงจะเป็นภรรยาตำรวจ ทำอะไรวุ่นวายกันอยู่ใต้ถุนบ้าน  ทำกับข้าวบ้าง  ทอผ้าบ้าง ที่กำลังอุ้มลูกไว้แนบอก มือก็ทำงานบ้านไปเรื่อยๆก็มีอยู่หลายคน เด็กซึ่งมีอยู่หลายวัยทั้งผู้ชายผู้หญิง ซึ่งอยู่ในเสื้อผ้าเก่าๆ ขะมุกขะมอม หลายคนไม่ได้สวมรองเท้า กำลังจับกลุ่มเล่นกระโดดเชือกกันอยู่ 


หญิงสาวเข้าไปยืนมองสภาพความเป็นอยู่ ของตำรวจชายแดนและลูกเมียของพวกเขาอยู่ครู่หนึ่ง สัมผัสได้ถึงความยากไร้และกันดารของชีวิตความเป็นอยู่ ของผู้ที่ต้องทำหน้าที่พิทักษ์รักษาเขตแดนของประเทศชาติ ให้ปลอดภัยจากการรุกรานของอริราชศัตรู โดยได้รับค่าตอบแทนแต่เพียงน้อยนิด ปราศจากการเหลียวแลจากสังคมเท่าที่ควร เห็นแล้วก็รู้สึกสลดใจ

พอเห็นพราวพราย ทั้งผู้ใหญ่และเด็กหลายคนก็หันมามองอย่างสนใจ เด็กท่าทางกล้าๆสี่ห้าคนเข้ามายืนมุงมองเธอ ด้วยดวงตาแป๋วแหววที่ใสบริสุทธิ์ เด็กผู้ชายบางคนส่งยิ้มซื่อๆจนเห็นฟันหลอมาให้ พราวพรายพยายามชวนพวกเขาพูดคุยแต่เด็กๆเหล่านั้นไม่ตอบ ได้แต่หันไปหัวเราะต่อกระซิกผลักไสกันเองแล้วหันกลับมามองเธออีก พวกเขาคงอายหรือไม่เข้าใจคำพูดของเธอ เมื่อสื่อสารกันไม่รู้เรื่องก็เลยได้แต่ส่งยิ้มกันไปมา

อีกประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา ชลธิศก็ส่งพลตำรวจนายหนึ่งมาตามพราวพราย ให้กลับไปที่บ้านพักของเขาในกองร้อยฯ  เมื่อพบอมราอีกครั้ง พราวพรายสังเกตว่าเพื่อนของเธอมีสีหน้าแววตาที่สดใสขึ้นจนเห็นได้ชัด  อมรา ชลธิศและนิคนั่งล้อมวงกันอยู่ที่โต๊ะอาหารทำจากไม้หยาบๆ ตรงบริเวณหน้าบ้า น

พอเห็นเธอชลธิศก็บอกว่า  “คุณพราว เชิญทานอาหารกลางวันด้วยกัน คงพอทานได้นะ เมียตำรวจที่นี่เขามาช่วยทำให้ ก็พวกอาหารพื้นเมืองนั่นแหละ ที่พิเศษหน่อยก็ต้มยำไก่กับปลาดุกผัดเผ็ด”

พราวพรายนั่งลงข้างๆอมรา ซึ่งเงยหน้าขึ้นยิ้มรับเธอ

“รสชาติใช้ได้เลยแหละ พราว เมียตำรวจพวกนี้ทำกับข้าวกันเก่งๆ”

บนโต๊ะเล็กๆตัวนั้นมีกระติ๊บข้าวเหนียว ลาบหมู ปลาดุกผัดเผ็ด ไก่ย่างชิ้นโตๆ ต้มยำไก่ที่ชลธิศบอกในตอนแรก และชามสังกะสีขนาดกลางที่มีข้าวเจ้าบรรจุอยู่เต็ม 

“แย่หน่อยนะ มีแต่ไก่แทบทั้งนั้นเลย พวกเมียตำรวจเลี้ยงไก่กันทุกบ้าน ปลานี่ก็ตกได้จากลำธารทางโน้น” ชลธิศบอกพราวพราย ก่อนจะหันก็หันไปพูดกับนิค ซึ่งนั่งเงียบอยู่ข้างๆว่า  “ปลาดุกผัดเผ็ดนี่แกล้มเหล้าดี เอาเหล้าหน่อยไหม”

พราวพรายเห็นนายนิคส่ายหน้าปฏิเสธ 

“ไม่ไหวละ เพิ่งบ่ายโมงเอง งานก็ยังไม่เสร็จเลย”

ชลธิศทำหน้าที่เจ้าของสถานที่ ตักข้าวในชามสังกะสีใส่ลงไปในจานของนิค แล้วถามผู้หญิงสองคนว่าต้องการข้าวเจ้าหรือเปล่า แต่ได้รับคำปฏิเสธ  สองสาวเห็นตรงกันว่าอาหารบนโต๊ะเข้ากันได้ดีกับข้าวเหนียวมากกว่าข้าวเจ้า  แม้ไม่ได้ตั้งใจมองแต่พราวพรายก็เห็นจากหางตาว่าคู่อริของเธอ รับประทานข้าวกับไก่ย่างและต้มยำไก่ที่รสไม่ค่อยจัดนักเท่านั้น ไม่ได้แตะต้องลาบไก่และผัดเผ็ดปลาดุก ที่รสจัดและค่อนข้างเผ็ดสองจานนั้นเลย 

หลังอาหาร  ชายหนุ่มสองคนแยกตัวออกไปสูบบุหรี่และยืนคุยกันอยู่นอกบ้าน หลังจากนั้นอีกประมาณสิบนาทีก็หายเข้าไปด้วยกัน ในห้องที่มีโต๊ะทำงานของชลธิศตั้งอยู่

เมื่ออยู่กันตามลำพังกับอมรา พราวพรายซึ่งเห็นว่าขณะนั้นเกือบบ่ายสองโมงแล้ว ถามเพื่อนว่า  “เราจะกลับกันเมื่อไหร่ เกือบบ่ายสองแล้ว กว่าจะถึงบ้านก็คงมืด”

หญิงสาวผู้นั้นทำท่าอึกอักก่อนจะอ้อมแอ้มถามว่า  “พราวค้างที่นี่สักคืนได้ไหม”

พราวพรายตกใจ  “ ค้างที่นี่? ทำไมล่ะ ก็ไหนแพตตี้ว่าจะกลับวันนี้ไม่ใช่เหรอ”

“พี่บ็อบอยากให้เราค้างที่นี่ ค่อยกลับพรุ่งนี้  พราวว่าไงล่ะ”

อีกฝ่ายชักกลุ้มใจ ตอนมาชวนอมราไม่ได้พูดสักคำว่าจะค้าง ทำไมตอนนี้มาเปลี่ยนใจเอาดื้อๆ เธอจะทำอย่างไรดี ถ้ารู้เสียแต่แรกว่าจะต้องค้างเธอคงปฏิเสธที่จะมาเป็นเพื่อนอมรา ไหนจะห่วงผ้าที่ซักตากเอาไว้ แล้วยังเรื่องสอนพิเศษเด็กอีก ที่สำคัญคือจะต้องอยู่เผชิญหน้ากับเจ้านิคต่อไปอีกน่ะสิ แค่นี้ก็อึดอัดกับสีหน้ายโสของเจ้านั่นจะแย่อยู่แล้ว 

นอกจากนี้พราวพรายก็ยังไม่หายอับอายหลายเรื่อง ตั้งแต่เรื่องที่รู้จากสุนิสาว่าเธอเคยออกปากชวนเขาเป็นแฟน ยามที่เมาเหล้าไม่รู้ตัว ไปจนถึงที่เคยซุ่มซ่ามวิ่งไปชนเขา จนล้มเค้เก้อย่างหมดรูปลงไปบนพื้น แต่ความเกรงใจเพื่อนก็ทำให้พราวพรายพูดไม่ออก ได้แต่ทำท่ากระอักกระอ่วนจนอมราสังเกตเห็น

“ถ้าพราวค้างไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ”  อมราว่า

“อ้าว..ถ้าเรากลับ แล้วแพตตี้จะอยู่ได้ยังไงคนเดียว

อมราฟังคำพูดแบบไม่ประสีประสาของเพื่อนอย่างค่อนข้างอึดอัด ถ้าเป็นสุนิสาหรือจันทนาคงไม่ถามคำถามนี้ เพราะคงเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร แต่พราวพรายท่าทางเงียบๆ และที่สำคัญยังไม่มีแฟน ทำให้มองโลกแบบเด็กๆไปหน่อย พอเห็นอมราทำหน้าเก้อๆ พราวพรายก็ถึงบางอ้อ  คิดในใจว่าหรือว่าชลธิศกับอมราจะเข้าทำนองเดียวกันกับคู่ของอรรณพกับสุนิสา เพื่อนสนิทสองคนของเธอมีพฤติกรรมที่ไม่แตกต่างกันเลยหรือ แต่ถึงจะรู้สึกอย่างไร หญิงสาวก็เก็บไว้ในใจ

“งั้นแพตตี้ก็ค้างที่นี่แล้วกัน แต่เราเป็นห่วงผ้าที่ซักตากไว้ ห่วงเรื่องสอนพิเศษเด็กด้วย นัดจะเทสต์พวกเขาพรุ่งนี้ จะได้รู้ว่าที่สอนกันมาตั้งสองเดือนได้ผลเป็นยังไงบ้าง”

สีหน้าของอมรา แม้จะยังเจื่อนๆอยู่บ้างแต่ก็มีท่าทางโล่งใจปนอยู่ด้วย ที่ไม่ต้องเอ่ยปากเล่าอะไรให้พราวพรายฟัง แต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้ถึงเรื่องสำคัญ 

“เอ๊ะ..ถ้าพราวจะกลับวันนี้ แล้วจะกลับยังไงเนี่ย”

พราวพรายฟังแล้วยิ่งตกใจมากกว่าเก่า  “เออ..จริงด้วย เราจะกลับยังไง”

อมรานิ่งคิดแล้วดีดนิ้วเปาะ  “ไม่เป็นไร เดี๋ยวบอกพี่บ็อบให้พลขับที่นี่เอารถที่กองร้อยฯ ไปส่งพราว”

“ได้เหรอ เอารถราชการไปใช้แบบนี้ไม่มีปัญหาเหรอ” 

ที่เธอถามเช่นนี้เพราะชินกับการที่บิดาของเธอ ไม่ยอมให้ลูกเมียใช้รถประจำตำแหน่งของเขาไปไหนมาไหน โดยให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องงาน

“สบายมาก ใครๆเขาก็ทำกันแบบนี้ทั้งนั้น พราวไม่เคยเห็นหรือที่พวกคุณนายนายตำรวจนายทหารทั้งหลาย ใช้รถหลวงไปจ่ายกับข้าวไปส่งลูกที่โรงเรียนน่ะ”

สองสาวนั่งคุยกันอยู่อีกพักใหญ่ จนชลธิศเดินออกมาสูบบุหรี่นอกห้อง ส่วนนิคยังอยู่ข้างใน  เมื่อเห็นเขา อมราก็เดินเข้าไปหา

“พี่บ็อบคะ ให้รถที่นี่ไปส่งพราวที่บ้านได้ไหมคะ เขาอยากกลับก่อน มีธุระ”

ชลธิศหันไปมองพราวพรายที่ยืนอยู่ห่างออกไป พูดเบาๆกับอมราว่า “อ้าว..นึกว่าเขาจะค้างที่นี่เหมือนกัน เขามีธุระจริงๆหรือว่ากลัวเหงา” แล้วเขาก็ลดเสียงให้เบาลงไปอีก เมื่อพูดยิ้มๆทีเล่นทีจริงว่า “พี่กะว่าจะชวนเจ้านิคค้างที่นี่อีกคน จะได้ครบคู่ ไม่มีใครต้องเหงา”

พราวพรายไม่รู้ว่าอมรากับชลธิศพูดอะไรกัน เห็นแต่เพียงว่าชายหนุ่มคนนั้นเดินกลับเข้าไปในห้อง ถ้ามีหูทิพย์ตาทิพย์ เธอก็คงจะได้ยินสิ่งที่เขาพูดกับหนุ่มต่างชาติผู้นั้น

“เฮ้...นิค จะค้างที่นี่ไหมคืนนี้

ชายหนุ่มที่กำลังง่วนอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะ เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย  

“มีอะไรหรือ

นัยน์ตาของชลธิศวูบวาบเมื่อตอบยิ้มๆว่า  “แฟนผมเขาจะค้างกับผมที่นี่ แต่ยายพราวไม่ยอมค้าง คงจะกลัวเหงา ถ้าต้องอยู่คนเดียว ถ้าคุณไม่มีธุระที่ไหนก็ค้างที่นี่สักคืนเป็นไง จะได้ครบคู่  ยายพราวจะได้หายเหงาเสียที”

นิคเข้าใจความหมายของอีกฝ่ายดีเพราะเป็นผู้ชายด้วยกัน แต่เขาไม่ใช่คนมักง่ายเหมือนชลธิศ เขาไม่คิดจะเข้าใกล้หญิงสาวคนนั้นโดยไม่จำเป็น สีหน้าท่าทาง รวมทั้งวาจาที่แข็งกระด้างของเธอทำให้เขานึกระย่อ กิตติศัพท์ความเละเทะของเธอทำให้เขานึกเวทนา แม้จะยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ตาม ถ้าเธอจะผ่านอะไรกับใครต่อใครมามากมาย เหมือนที่อรรณพกับชลธิศเคยเกริ่นๆให้ฟังจริง นิคก็ไม่คิดจะซ้ำเติมเธอให้เสียหายเพิ่มขึ้นไปอีก


“ไม่ละ พรุ่งนี้เช้าผมมีธุระ คงค้างไม่ได้”  นิคปฏิเสธเรียบๆทั้งๆที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะค้างเพราะมีงานต้องทำร่วมกับชลธิศ   “เดี๋ยวเสร็จงานชิ้นนี้ผมก็จะกลับละ”

ชลธิศนิ่งคิดอยู่อึดใจเดียวก็กล่าวอย่างกระตือรือร้นว่า  “ดีเหมือนกัน งั้นฝากยายพราวกลับไปด้วยคน ไหนๆคุณก็จะเข้าอุบลฯอยู่แล้ว ช่วยแวะไปส่งเขาที่บ้านหน่อย จะได้ไม่ต้องให้พลขับที่นี่ไปส่ง”

อีกฝ่ายชะงัก แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ ได้แต่งึมงำว่า  “กว่าผมจะเสร็จงานชิ้นนี้ก็เกือบหกโมงเย็นนะ เขาจะรอไหวหรือ”

“ไหวสิ เขาคงไม่ว่าอะไรหรอก ก็อยากไม่ค้างเองนี่ จริงไหม

นิคไม่ตอบว่าอะไร ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป ส่วนชลธิศก็เดินออกไปบอกพราวพราย ให้รู้ว่านิคจะเป็นคนพาเธอไปส่งบ้าน หลังจากนั้นก็เดินกลับเข้าไปทำงานต่อกับนิคในห้องเดิม ทิ้งพราวพรายให้นั่งนิ่งทอดถอนใจ เมื่อนึกถึงว่า จะต้องทนนั่งรถร่วมทางไปกับเจ้าขี้เต๊ะอวดวิเศษคนนั้นอีกตั้งหลายชั่วโมง แต่ถ้าไม่ติดรถเขาออกไปแล้วใครจะไปส่งเธอ ถ้าปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผล ขอร้องชลธิศให้สั่งพลขับประจำกองร้อยของเขา ขับรถไปส่งเธอ นอกจากจะเปลืองน้ำมันหลวงแล้ว ทั้งอมราและชลธิศรวมทั้งเจ้านิค คงจะคิดว่าเธอทำอะไรไม่เข้าท่า ในที่สุดพราวพรายก็ต้องพยายามทำใจ เพราะไม่มีทางเลือก




Create Date : 10 ตุลาคม 2559
Last Update : 10 ตุลาคม 2559 10:05:40 น.
Counter : 518 Pageviews.

35 comments
  
เค้าว่า เกลียดอะไร มักจะได้อย่างนั้น
พ่อแง่แม่งอน เจอกันทนนั่งรถร่วมทางกัน

อำเภอเขมราฐ อยากไปเที่ยว ดูจากทีวีนำเที่ยว
ทั้งแก่ง น้ำตก และวัดวาอาราม รีสอร์ทสวยๆหลายแห่ง
แบบว่าเป็นเมืองเก่า ประมาณอ.เชีงยงคาน เลย ครับ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Music Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Music Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Travel Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: moresaw วันที่: 10 ตุลาคม 2559 เวลา:11:51:38 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog แวะมาส่งกำลังใจให้เช่นกันค่ะ

ขอบคุณมากๆ นะคะ
โดย: kae+aoe วันที่: 10 ตุลาคม 2559 เวลา:13:04:23 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
แวะมาโหวตให้คุณตุ้ยนะคะ

โดย: หอมกร วันที่: 10 ตุลาคม 2559 เวลา:13:36:02 น.
  
ป.ล. อาทิตย์ก่อนมีวันนึงฝนตกในเขตที่อยู่
94.5 มิลลิเมตร ท่วมทั้งซอยเข้าพื้นอิฐตัวหนอน
ในบ้านเลยค่ะ แต่ตัวบ้านสูงเลยรอดมาได้



โดย: หอมกร วันที่: 10 ตุลาคม 2559 เวลา:14:13:45 น.
  
แวะมาเยี่ยมชมค่ะ
โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 10 ตุลาคม 2559 เวลา:16:04:56 น.
  
มาติดตามตอนใหม่ของคนละฟากฟ้าค่ะ
ลงชื่อไว้ก่อนนะคะ ไว้พรุ่งนี้มาใหม่ค่ะ
ขอบคุณพี่ตุ้ยที่แวะฟังเพลงค่ะ

โดย: mambymam วันที่: 10 ตุลาคม 2559 เวลา:18:30:50 น.
  
ข้าวเหนียว ลาบหมู ปลาดุกผัดเผ็ด ไก่ย่าง ต้มยำไก่
มโนภาพอาหารไปด้วย นั่งน้ำลายยืด แต่ละอย่างนะ
อยากกินทุกเมนูเลยคะ
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Mitsubachi วันที่: 10 ตุลาคม 2559 เวลา:18:31:24 น.
  
ตามมาให้กำลังใจด้วยค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ขอบคุณนะคะที่แวะไปส่งกำลังใจให้ค่ะ
โดย: zungzaa วันที่: 10 ตุลาคม 2559 เวลา:20:08:19 น.
  
ดอกบานชื่นต้องปลูกให้เป็นดง และหลายๆสี
แต่เวลามันโทรมก็ต้องรื้อและลงใหม่ค่ะ

เขาโตเร็วและออกดอกเร็วมาก
โดยเฉพาะช้วงหน้าร้อน ดอกจะสู้แดดดีค่ะ
โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 10 ตุลาคม 2559 เวลา:20:20:18 น.
  
มาอ่านต่อครับ การเดินทางของสองสาวไปค่ายทหาร
ทำให้ผมนึกถึงอำเภอเล็กๆ เขมราฐเดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นอย่างไร

โหวต Literature Blog
โดย: Insignia_Museum วันที่: 10 ตุลาคม 2559 เวลา:20:59:55 น.
  
มาโหวตก่อนครับ ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 11 ตุลาคม 2559 เวลา:0:01:52 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย

ข้าวเหนียว ลาบหมู ปลาดุกผัดเผ็ด ไก่ย่างชิ้นโตๆ ต้มยำไก่
อ่านไปหิวไปด้วยค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog

โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 11 ตุลาคม 2559 เวลา:0:31:56 น.
  
มาส่งกำลังใจค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เจ็บไม่อั้น Food Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Music Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
Max Bulliboo Klaibann Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: newyorknurse IP: 192.99.15.166 วันที่: 11 ตุลาคม 2559 เวลา:4:33:16 น.
  
สวัสดีค่ะพี่ตุ้ย

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
บ้านต้นคูน Food Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: mambymam วันที่: 11 ตุลาคม 2559 เวลา:6:26:57 น.
  
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

ขอบคุณนะครับที่แวะไปเยือน

ถ้าคุณตุัยไปรัสเซีย... คงได้บรรยากาศมาประกอบนิยายเยอะเลย

มีคนเคร่งขรึม ต่างชาติแยะ บ้านเรือนสวยแบบโบราณยุโรป
อาหารบางร้านอร่อย..

คนสวยแยะ คนหล่อก็เยอะ..
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 11 ตุลาคม 2559 เวลา:8:06:29 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
หอมกร Movie Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

วันนี้ตื่นแต่เช้าเลยมีเวลามานั่งอ่านค่ะ แอบลุ้นไปด้วย คราวหน้าไปเคาะประตูเรียกหน่อยนะคะ อยากรู้ว่าเขาจะกัดกันนานไหม ? อิ อิ
โดย: Maeboon วันที่: 11 ตุลาคม 2559 เวลา:11:20:11 น.
  
อิอิ ในใจก็ลุ้นให้ค้างด้วยกันซะงั้น มาปฏิเสธตามฟอร์มกันเลยทีเดียวค่า
อิอิ




บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ซองขาวเบอร์ 9 Home & Garden Blog ดู Blog
lovereason Literature Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
Sai Eeuu Book Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog



โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 11 ตุลาคม 2559 เวลา:21:45:27 น.
  
หายไปนาน มาอีกทีก็ตอน 11 แล้ว ย้อนไปดูคำนำเป็นเรื่องที่เคยลงไว้เมื่อนานมาแล้ว ซึ่งผมก็เป็นคนนึงที่ยังไม่เคยอ่านครับ
ชอบแบ็คกราวด์ต่างประเทศแบบนี้แหละ ได้อ่านนิยายด้วย ได้เที่ยวไปด้วย อิอิ
เรื่องนี้คงไม่มีรักสามเส้าแบบเรื่องก่อนใช่ไหมครับ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เศษเสี้ยว Photo Blog ดู Blog
toor36 Book Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Photo Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
ข้ามขอบฟ้า Music Blog ดู Blog
บ้านต้นคูน Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ชีริว วันที่: 11 ตุลาคม 2559 เวลา:22:22:18 น.
  

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ซองขาวเบอร์ 9 Home & Garden Blog ดู Blog
ก้นกะลา Music Blog ดู Blog
Sweet_pills Food Blog ดู Blog
phunsud Food Blog ดู Blog
เศษเสี้ยว Photo Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

แหม ออกมาจากโขงเจียมแล้ว ยังติดใจอยู่เลย
โดย: ตุ๊กจ้ะ วันที่: 11 ตุลาคม 2559 เวลา:23:21:08 น.
  
................................................

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

................................................

ส่งกำลังใจให้พี่ตุ้ยค่ะ
นอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 11 ตุลาคม 2559 เวลา:23:56:38 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

---------------------------------

อะไร ๆ ก็ช่างบังเอิญได้พอดีเสมอนะคะ
บุพเพอาละวาด เริ่มทำงานเต็มที่คราวนี้แหละ อิอิ
ขอบคุณโหวตด้วยค่ะ
โดย: ฟ้าใสวันใหม่ วันที่: 12 ตุลาคม 2559 เวลา:11:11:30 น.
  
สวัสดียามเที่ยงค่ะคุณตุ้ย

ส่งกำลังใจให้ค่ะ

ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Raizin Heart วันที่: 12 ตุลาคม 2559 เวลา:12:20:37 น.
  
พระเอก นางเอก กลับด้วยกัน ตอนหน้าคงได้ปะคารมกันแน่เลยค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ความคิดถึงฉันหอมหวาน Travel Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Book Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Food Blog ดู Blog
life for eat and travel Food Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


ขอบคุณค่ะพี่ตุ้ย ชมซะหนูหน้าบานเลยค่ะ
โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 12 ตุลาคม 2559 เวลา:19:59:05 น.
  
สวัสดีจ้า
ขอบคุณคะแนนโหวตจ้ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

โดย: ก้นกะลา วันที่: 12 ตุลาคม 2559 เวลา:20:12:56 น.
  
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณคะแนนโหวตให้สูตรรักสูตรลับค่ะ ^^

โดย: NENE77 วันที่: 12 ตุลาคม 2559 เวลา:21:38:42 น.
  
มีปะทะคารมจิกกัดกันอีกแน่เลยคู่นี้



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ร่มไม้เย็น Dharma Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
sawkitty Food Blog ดู Blog
haiku Art Blog ดู Blog
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
Rinsa Yoyolive Travel Blog ดู Blog
Raizin Heart Movie Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 12 ตุลาคม 2559 เวลา:21:49:59 น.
  
อ่าน ๆ ไปเรื่อย ๆ ... ตอนนี้ค่อนข้างมั่นใจแล้วค่ะ ว่าใครเป็นพระเอก
มีตั้งแง่กับนางเอกด้วย คงต้องลุ้น ๆ กันต่อไปนะคะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Food Blog ดู Blog
moresaw Funniest Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
ฟ้าใสวันใหม่ Home & Garden Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: Tristy วันที่: 12 ตุลาคม 2559 เวลา:22:19:38 น.
  
จะได้อยู่กันสองต่อสองแล้ว คงรบกันไปตลอดทางแน่เลย

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ที่เห็นและเป็นมา Music Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: ALDI วันที่: 13 ตุลาคม 2559 เวลา:2:58:21 น.
  
บทนี้ไม่มีภาพประกอบ แต่สาระก็ยังเข้ม และ ข้น เหมือนเดิมค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 13 ตุลาคม 2559 เวลา:12:01:03 น.
  
ช่วงนี้มีปัญหาสายตาค่ะ ยังไม่ได้อ่านนะคะ
แต่ส่งกำลังใจแปะไว้ก่อนค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เจ้าหญิงไอดิน Home & Garden Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Literature Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
ชีริว Travel Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: เนินน้ำ วันที่: 13 ตุลาคม 2559 เวลา:18:46:21 น.
  
เมื่อวานมาอ่านค่ะ วันนี้มาส่งกำลังใจก่อน
ไว้ค่อยมาคุยด้วยนะคะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Tristy Food Blog ดู Blog

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 13 ตุลาคม 2559 เวลา:22:31:10 น.
  
มาอ่านต่อครับ
รออ่านตอนต่อไปครับ คู่กัดจะกลับด้วยกัน
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 13 ตุลาคม 2559 เวลา:23:44:42 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: **mp5** วันที่: 15 ตุลาคม 2559 เวลา:14:44:12 น.
  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เริงฤดีนะ Diarist ดู Blog
Insignia_Museum Diarist ดู Blog
Alex on the rock Diarist ดู Blog
ถปรร Diarist ดู Blog
พูดไม่เก่ง แต่เจ๋งทุกคำ Diarist ดู Blog
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
โดย: อุ้มสี วันที่: 15 ตุลาคม 2559 เวลา:21:16:39 น.
  
ส่งกำลังใจค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ


บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้ 

ผู้เขียน Blogหมวดเนื้อหาBlog ได้รับโหวต
mambymamMusic Blogดู Blog
ดอยสะเก็ดLiterature Blogดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: pantawan วันที่: 15 ตุลาคม 2559 เวลา:23:55:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ดอยสะเก็ด
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]



Group Blog
ตุลาคม 2559

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
31
 
 
Friends Blog
[Add ดอยสะเก็ด's blog to your weblog]