I'm not a Chef...but I sure am a Good Cook!
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2562
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
3 พฤศจิกายน 2562
 
All Blogs
 
❤ แกงรัญจวนกุ้ง หอมกะปิเย้ายวนใจ ❤

แกงรัญจวน





ที่มาของชื่อ "แกงรัญจวน" เป็นอาหารไทยชาววัง ตำรับสวนสุนันทาอีกชนิดหนึ่ง
ที่ประยุกต์จากเนื้อที่เหลือในแต่ละวัน มาทำให้เป็นกับข้าวมื้อใหม่ เนื่องด้วยสมัยก่อน
เจ้านายแต่ละองค์เสวยพระกระยาหารน้อยมากในแต่ละมื้อ บางครั้งเสวยแค่คำสองคำ
ทำให้เนื้อวัวเหลือมากมาย จึงต้องแปลงมาเป็น 'แกงรัญจวน' จึงเป็นที่มาของชื่อแกง
โดยมีหม่อมเจ้าหญิงแย้มเยื้อน สิงหราฯ เป็นผู้คิดค้นสูตร คุณนิจ เหลี่ยมอุไร เล่าว่า
การทำแกงไม่ได้มีวิธีการที่ยากอะไร เคล็ดลับอยู่ที่การตำน้ำพริกกะปิให้มีรสชาติอร่อย
มีรสเผ็ด เปรี้ยว และเค็ม นำเนื้อมาต้มให้เปื่อย จากนั้นใส่น้ำพริกกะปิที่ตำไว้ลงไป
ใส่ใบโหระพาตามลงไป ปรุงรสชาติตามรสปาก ก่อนเสิร์ฟตกแต่งด้วยใบโหระพา
และพริกชี้ฟ้าแดงอีกครั้ง เท่านี้ก็จะได้แกงไทยที่รัญจวนใจจริง ๆ

เครดิตภาพแกงรัญจวนเนื้อ ของคุณหมอหนึ่ง AdrenalineRush





แกงรัญจวนแบบดั้งเดิมโบราณปรุงด้วยเนื้อวัว หรือ เนื้อหมู
คุณบี๊ห์เปลี่ยนจากเนื้อมาเป็นแกงยุตสมัยใหม่โดยใช้เนื้อกุ้ง

 แกงรัญจวนกุ้ง
ส่วนประกอบ
กุ้งแชบ๊วย 10 ตัว
ข่าแก่ 3 ชิ้น
ตะไคร้ 2 ต้น
ใบมะกรูด 3 ใบ
หอมแดง 3-4 หัว
ใบโหระพา (มากน้อยตามชอบ)









 
ส่วนผสมน้ำพริกกะปิ
กะปิย่างไฟ 1 ช้อนโต๊ะ
กุ้งแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนู 10 เม็ด (ชอบเผ็ดใส่เพิ่ม)
กระเทียมไทย 5 กลีบ
น้ำตาลปีบ 1-2 ช้อนชา
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
มะนาว 2-3 ช้อนโต๊ะ
 
วิธีตำน้ำพริกกะปิ
เอากุ้งแห้งใส่ในครก โขลกให้ละเอียด ใส่พริกขี้หนู กระเทียม กะปิย่าง
โขลกทั้งหมดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาลปีบ บีบมะนาว ใส่น้ำปลา
ชิมน้ำพริกให้มีรสเผ็ดนำเปรี้ยวตาม เสร็จแล้วพักส่วนน้ำพริกกะปิไว้ก่อน






วิธีทำแกงรัญจวน
เอาน้ำเปล่าหรือน้ำซุบใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งเตา รอให้น้ำเดือดใส่หอมแดง
ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด รอให้น้ำเดือดอีกครั้งจึงใส่น้ำพริกกะปิลงไป







ใส่น้ำพริกกะปิ ตามด้วยกุ้ง จากนี้เบาไฟลง บุบ ๆ พริกขี้หนูหอมเม็ดเล็กใส่ลงไป
ต้มต่อสักครู่พอให้มีกลิ่นหอม ชิมรสก่อน หากรสชาติของน้ำพริกกะปิยังไม่เข้มข้น
ปรุงรสเพิ่ม ขาดรสใดใส่เพิ่มเข้าไป รอให้แกงเดือดอีกครั้งจึงใส่ใบโหระพาลงไป
ไม่ต้องต้มนานจนเนื้อกุ้งสุกมากจนแข็ง ใส่ใบโหระพาแค่ให้ใบสลดปิดไฟเตาได้

หมายเหตุ - ฉันปรุงรสเพิ่มด้วยดอกเกลือ 1 ช้อนชา






แกงรัญจวนสูตรต้นตำรับโบราณของวังสวนสุนันทา เขาจะใช้เนื้อวัว
ก่อนทำก็ต้องเคี่ยวเนื้อส่วนติดมันให้เปื่อยก่อน ค่อยเอามาทำแกง







ฉันชอบกลิ่นหอมของใบโหระพามาก สดชื่น โหระพามีสรรพคุณดีงามนักแล
ใส่ในอาหารหลายอย่างเข้ากัน อาทิ ใส่ในเไข่เจียว ใส่ในนึ่งหอย หอมสดชืน


 









ใครไม่ทานเนื้อวัว และเนื้อหมู เปลี่ยนเป็นกุ้งแบบนี้ก็อร่อย
ฉันเคยเห็นมีคนใช้ซี่โครงอ่อนหมูทำแกง เขาว่าเด็ดนักเชียว

















 



Create Date : 03 พฤศจิกายน 2562
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2562 16:44:04 น. 0 comments
Counter : 2753 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณตะลีกีปัส, คุณทนายอ้วน, คุณhaiku, คุณSweet_pills


BlogGang Popular Award#15


 
บ่งบ๊ง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1889 คน [?]




ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่บ้านแห่งความสุขค่ะ วันทั้งวันหมกมุ่นแต่เรื่องทำกิน ทั้งวี่ทั้งวันวุ่นวายแต่เรื่องในครัว เรื่องสังสรรค์เฮฮาพอมีประปราย

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่แวะมาเยือน นำพามาซึ่งความสุขและสิ่งดีงามมีสาระ มาร่วมแชร์ความคิดเห็น นำเสนอเรื่องราวการทำอาหารและขนม รวมถึงเทคนิคต่าง ๆ แบบไม่ปิดบังซ่อนเล้น มีความสุขกับการเข้าครัวในทุกวัน ซึ่งถือเป็นการคลายเครียดอีกทั้งจรรโลงโลกใบนี้ให้น่าอยู่และงดงามตราบนานเท่านาน ....



เมี่ยงคำกลีบบัว

หมี่กรอบโบราณ

น้ำจิ้มเมี่ยงคำ

เมี่ยงมะม่วง

ยำส้มโอ

ข้าวตังหน้าตั้ง

กระทงทอง

มัสมั่นไก่และเนื้อ

เนื้ออบสูตรประจำตระกูล

ปีกไก่ทอดซีอิ้ว

กล้วยเชื่อมแดง

ไก่อบเกือบจะ S&P

Filipino Chicken Adobo

ซอสเย็นตาโฟในตำนาน

น้ำจิ้มสุกี้ชาบูเลอเลิศ

น้ำพริกสะระแหน่-น้ำจิ้มลุยสวน

น้ำจิ้มชนิดต่างๆ

ซอสเทอริยากิ

ไข่ตุ๋นเนื้อเนียน

Mango Cheese Cake

Strawberry Cheese Cake

Cheese Pie

New York Cheese Cake

เค้กมะตูมสูตรอร่อย

เค้กอินทผลัม Dates Cake

ปลาทูต้มเค็ม

ไข่พะโล้-ต้มเค็มพะโล้-ก๋วยจั๊บ

ข้าวหน้าไก่สูตรเด็ด

บะหมี่หน้าไก่

อุ๊กไก่-ไก่พม่า

ซุปไก่มุสลิม

ผักดอง-Veggies Chutney

ครองแครงกรอบสูตรประจำตระกูล

กุ้งหวานบ้านฉัน

เค้กกล้วยน้ำว้า

หลนกุ้ง

กะปิคั่ว-กะปิหลน

Friends' blogs
[Add บ่งบ๊ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.