แล้วเด็กบ้านนอกคอกนา ก็บินมาอยู่ถึงนิวยอร์ค
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
ตอน 5 ฝึกงานรันเนอร์โหด






“ม่ายเคยจาเปนอารายอย่างนี้ อย่างที่มีกาบเทอร์ในจาย อยากพบอยากคุยกับเทอร์เรื่อยปาย อยากใกล้เทอร์ให้นานเท่านานๆๆๆ” เสียงเพลงแว่วมาเหมือนในฝัน
“ตื่นได้แล้วย่ะ”
“กรี๊ด.................เก่าได้ใจมาก ว้าบบอย แร๊พเตอร์หล่อนไปขุดจากไหนมา”
“อิอิ...แกไม่รู้หรือว่าที่นี่เขาฮิตเพลงเก่ากัน ชอบจัง นึกถึงสมัยอยู่ม.ต้น”
“ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมีทั้งอัลบั้มเลยป่ะ”
“มีดิ”
“ไหนๆๆๆมีเพลงไรอีก”
“ม่ายเอาน่าเกรงจาย ไม่ดีหรอกเกรงจาย”
“555555555555555555 แกเต้นท่าโหนรถเมล์ได้เหมือนมากนังก้อบ เอาใหม่ดิ”
เช้าวันนี้ตื่นมาด้วยอารมณ์เบิกบานเต้นเพลงแร็พเตอร์กันแต่เช้า หลังจากเริ่มเพลงแรก การขุดกรุเพลงเก่าจากไอ้ป็อด(I-pod)ก็ร่ายยาวต่อไป ปุ๊ปกี้ Sha la la ยาย สมชาย จรดปลายเท้า บอดี้การ์ด แล้วก็แอบถอนสายบัวเลย ของนุ๊ก สุทธิดา

“เจาะเธอกี่ครั้งก็ยังปอด ปอด คิดแล้วมันปอด ต้องถอยทุกครั้งเลย.........”
“ปั้ง ปั้งๆ เบาๆหน่อยโว้ยๆๆๆๆๆๆ” ชิ้งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
“ขอโทษคะ”
แล้วไอ้ป็อดก็เงียบเสียงลงแบบตายสนิท สองสาวได้แต่แอบหัวเราะคิกคักอย่างไร้สำนึก แล้วรีบแต่งตัวหนีออกจากบ้าน
“วันนี้ไปเที่ยวเซ็นทรัล ปาร์คกันเถอะ”
“ได้ๆ แกขำนะ แกทนอยู่บ้านนี้ได้ไงนี่ เป็นชั้นนะ ไม่อยู่หรอก แมร่ง”
“ทำไงได้ ค่าเช่ามันถูก ทนๆไป ไว้แกได้งาน เราลองไปหาที่อยู่ใหม่กัน”
“แก...คนนั้นน่ะ น่ากินมากเลย”
“ไหนๆคนไหน”
“45 องศา เสื้อเขียว”
“อีนี่กินเด็ก”
“ก้อบ ก้อบ เบาๆเหมือนมีคนแอบมองเราอ่ะ ค่อยๆหันนะ หลังแก”
“อุ๊ย...คนไทยแน่ๆเลยแก”
“นั่นสิ อายจัง”
“ฉันถึงบอกแกไง อยู่ที่นี่ห้ามนินทาใครโดยไม่มองรอบๆก่อนเพื่อนฉันเคยนินทาเจ้านายกับเพื่อนที่ทำงานร้านเดียวกัน พอลงรถชีก็นั่งอยู่โบกี้เดียวกันนั่นล่ะ”
“ว้าย...น่าอายจัง คริคริ”

โผล่จากรถใต้ดินขึ้นมากลางเมืองใหญ่ที่ล้อมรอบไปด้วยตึกสูงเสียดฟ้า ฉันต้องตลึงกับภาพที่อยู่เบื้องหน้า ต้นไม้ใหญ่สีเขียวยังกะป่าดิบผุดแทรกขึ้นมาท่ามกลางโอบกอดของกองตึก ทางเส้นเล็กๆนำฉันเหมือนเดินย้อนไปในอดีต ทำไมมันช่างแตกต่างกันได้ถึงเพียงนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ใจกลางเมืองได้
“ชอบจังเลยแก สวยมาก”
“ฉันชอบที่นี่ที่สุดเลย ชอบการวางผังเมืองของฝรั่งเขานะ แกว่าไหม เมืองใหญ่ขนาดนี้ เขาก็สร้างสวนไว้เป็นปอดของเมือง”
“เห็นตัวอย่างดีแบบนี้แล้วอยากเอาไปใช้ที่ประเทศเราจัง”
“แหม....จะลงสมัครสส.หรือจ๊ะ”
“ก็ดีนะ แต่ฉันต้องมีเงินมากๆก่อน”
“ทำไมล่ะ”
“เอาไว้ซื้อเสียงไง”
“นั่นว่าล่ะ”

แม้จะเป็นวันธรรมดา แต่ผู้คนในเซ็นทรัล ปาร์คก็คึกคัก มีทั้งมานั่งอ่านหนังสือ นอนเล่นบนผืนหญ้า พาหมามาวิ่ง ตลอดจนเดินควงกันแบบคู่รัก นักท่องเที่ยวก็เพียบ มุมเล็กๆข้างรูปปั้ม มี 2 ศิลปินหนุ่มพเนจร เล่นกีต้าร์จังหวะแบบละตินแล้วขับกล่อมเพลงอย่างไพเราะ แม้ไม่เข้าใจภาษาสเปน แต่ภาษาดนตรีที่เป็นสากลก็สะกดฉันกับก้อบให้ยืนนิ่งฟังอย่างมีความสุข
“เอ๊ะ....แกมีคนฝากข้อความเข้า”
“ไหน เปิดให้ฟังดิ”

“พี่โทรจากร้านทะเลนะครับ ที่มาสมัครงานไว้ อยากให้เข้ามาเทรนงาน ถ้าว่างแล้วติดต่อกลับพี่ด้วยครับ”
“กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ฉันกับก้อบโผเข้ากอดกันอย่างกับนางงามตอนได้มงกุฎ
“โห....แกนี่มันแน่นะ ร้านนี้บี๊มาก ร้านใหญ่ แขกเยอะ ได้คืนเป็น 100 เหรียญ ไปเลยแก รีบโทรไปเลย”
“พระเจ้าย่อมเข้าข้างคนสวย เสมอ”

บ่ายแก่ๆของอีกวัน ฉันแทบจะนั่งไม่ติด รู้สึกตื่นเต้นแบบลนลาน รีบไปถึงร้านก่อนเวลาตามเคย เพื่อนพนักงานหนุ่มหล่อ หน้าตาดีมาก พาฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดฝึกงานของฉันในคืนนี้คือกางเกงสะดอ เสื้อพื้นเมืองและสวมหมวกเหมือนมุสลิม ดูไปดูมาได้บรรยากาศดั่งย้อนไปสู่วัน รับน้องขึ้นดอย ของเหล่าลูกช้างมช.ที่ฉันเคยสัมผัส

งานที่ฉันได้รับมอบหมายก็คือการเป็นรันเนอร์ จะด้วยหุ่นอันบึกบึน กล้ามเนื้อเป็นมัดๆกระมังที่ผจก.คงเล็งเห็นว่าฉันทำได้ ฉันเริ่มที่การต้องออกไปจำโต๊ะทั้งหมดของร้าน พยายามจำให้ได้ทั้งหมด แต่ก็ยากจังเลย เพราะร้านใหญ่มาก ไล่ไปตั้งแต่แถวเอถึงแอล แล้วก็ยังมีโต๊ะเล็กโต๊ะน้อยอีก พอเข้ามาในครัวซึ่งมีรันเนอร์ทั้งหมดสี่คน ฉันได้รับมอบหมายให้ไปปั่นแครอท

ปั่นไปเรื่อยๆจนได้แครอทเป็นกะละมัง มือเริ่มสั่นด้วยความอ่อนแรง ฉันถูกเรียกไปห่อปอเปี๊ยะต่อ จากนั้นก็ไปฝึกแพ็ค ทูโก พร้อมทั้งต้องจำหน้าอาหารให้มันได้ อาหารบางอย่างฉันก็ไม่เคยรู้มาก่อน
“นี่น้อง...มัสมั่นกับพะแนง ทำไมแยกกันไม่ออกว่ะ”
“กับข้าวที่เป็นเส้นไม่แถมข้าวนอกนั้นได้ข้าว ตักข้าวให้ครบตามออเดอร์นะ”
“จะไหวไหมนี่” มองเหยียดๆ
“น้องจะมายกจานออกแค่ครั้งล่ะ 3 ไม่ได้นะ ที่นี่ร้านบีซี่ต้องออกให้ได้ครั้งล่ะ 4 จานเป็นอย่างน้อย อย่ามาคิดกินแรงคนอื่น” (ออก 3 คือ มือซ้ายถือจานอาหาร 2 ใบ มือขวา 1 ใบ ออก 4 คือ คีบมือซ้าย 3 จาน มือขวาได้อีก 1 จาน ไว้ลงอาหาร)

ทุกครั้งที่ถูกว่า ฉันได้แต่ ครับ แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป แขนเริ่มล้ามากยิ่งขึ้น ดูเหมือนทุกคนไม่สนใจ กลับพยายามฝึกให้ฉันจับคีบผัดไทย 3 จานในมือซ้ายแล้วเอาแกงอีก 1 ถ้วยมือขวา ออกไปพร้อมกัน ฉันพยายามฮึดสู้ จับจานให้มั่น เดินออกไปอย่างไว จะด้วยความเร่งรีบบวกกับความไม่สามารถหรืออย่างไร ฉันไปไม่ถึงจุดหมายอย่างที่คิด ก่อนที่จานใบแรกจะหล่นลงพื้น ฉันตัดสินใจวางทุกจานลงบนโต๊ะอีกตัว ฝรั่งทำหน้างงๆ

“อาหารโต๊ะไหน”
“ไม่ใช่โต๊ะนี้ครับ พอดีผมกลัวมันตก เลยวางก่อน”
“มาวางแบบนี้ได้ไง ยกออกไปเลย”

ฉันรีบจับจานขึ้นมาอีกครั้ง เหลืออีก 1 ใบวางไว้ แม่สาวเสริ์ฟใจยักษ์ยกตามฉันมาแบบหัวเสีย ก่อนวางเสริ์ฟให้ลูกค้า ฉันเดินกลับเข้าครัวหน้าหงอยๆก่อนที่หล่อนจะตามมาอาละวาดในครัว หาว่าฉันไปเสิร์ฟอาหารผิดโต๊ะ
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ช่างเป็นคืนที่ทรมานเสียจริง ฉันเริ่มฝึกงานตั้งแต่ 4 โมงเย็น นี่เกือบเที่ยงคืนแล้วก็ไม่มีทีท่าว่าแขกจะน้อยลง ฉันเดินเข้าเดินออกมาพร้อมจานอาหารนับ 100 เที่ยว ถ้ามีเข็มวัดระยะทางมาติดที่ขา ไม่อยากคำนวณเลยว่าจะได้กี่สิบกิโล จนเกือบตี 2 ร้านจึงปิด

ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนออกจากร้าน นั่งรถใต้ดินแบบหมดอาลัยตายอยาก สุดเส้นทาง มารอต่อรถอีกสาย เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ฉันไม่รู้ จิตใจที่เคยเข้มแข็งเริ่มต่อต้าน ความรู้ที่ร่ำเรียนมา ปริญญาที่เคยภาคภูมิใจ ฉันมาทำบ้าอะไรที่นี่

“แก....ตื่นได้แล้ว ไม่สบายหรือเปล่า”
“อืม....ปวดหัว”
“เป็นไงบ้าง งานหนักหรือ”
“ใช่ เพื่อนร่วมงานไม่ค่อยเป็นมิตรด้วย”
“อดทนเอาหน่อยนะแก เดี๋ยวถ้าแกเป็นงาน แกก็สบาย”
“ทำไมล่ะก้อบ ทำไมเขาไม่คิดว่าฉันเพิ่งมา ฉันจะไปยกได้ไงครั้งล่ะ 4 ใบ 5 ใบ ฉันไม่เก่งเหมือนพวกเขา”

“มันก็อย่างนี้ล่ะแก คนมันมักลืมตัว ไม่จำวันแรกที่มากัน”
“ต่อไปนะ ถ้าฉันได้สอนใครทำงาน ฉันจะไม่ทำแบบนี้เด็ดขาด ฉันจะไม่ลืมวันแรกของชีวิตฉันในนิวยอร์ค” ฉันบอกก้อบจากใจจริง

กว่าจะสมัครงานได้ก็ลำบากแล้ว มาเจอการทำงานที่ยากกว่าที่คิดไว้ แล้วฉันจะรอดไหมนี่ ทางบ้านก็คงรอความหวังจากฉันอยู่ แล้วฉันจะทำอย่างไรต่อไปดี ฉันแอบถอนหายใจเบาๆก่อนใช้มือป้ายเค้าท์เตอร์เพนนวดเฟ้นที่ขาและฝ่าเท้า เพราะตอนนี้ปวดจนไม่อยากลุกขึ้นเดินไปไหนแล้ว





Create Date : 21 มีนาคม 2550
Last Update : 22 มีนาคม 2550 11:56:35 น. 12 comments
Counter : 7242 Pageviews.

 
แวะมาอ่าน แวะมาเยี่ยมด้วยจ้า น้องสหมิว


โดย: ตา (Febie ) วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:19:36:19 น.  

 
ชีวิตเมืองนอกไม่ได้สบายแบบที่หนูคิดเลย
เอาใจช่วยนะคะ


โดย: Noo-Dew (Dewreeya ) วันที่: 21 มีนาคม 2550 เวลา:20:00:51 น.  

 
อ่านแล้วโมโห
งานมันก็หนักมากอยู่แล้ว
เจอเพื่อนร่วมงานที่ไม่ยอมเปิดใจให้โอกาส
มันแย่กว่างานที่ว่าหนักอีก

ผมคิดคล้ายๆคุณ
ตอนผมเป็นเทรนเนอร์ให้กับเด็กฝึกบินรุ่นน้อง
ผมจะบอกเค้าทันทีว่าผมเป็นเพื่อนนะไม่ใช่ผู้ตรวจการ

ต่อโลด


โดย: Kurt Narris วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:6:19:06 น.  

 


อ่านมาหลายหน้า แล้วค่ะ แบบว่าอ่านแล้วน้ำตารินอ่ะ

แต่ถ้าเราผ่านมาได้ ต่อไปก้จะดีขึ้นเองนะคะ


โดย: onelove01 วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:17:49:01 น.  

 
ชีวิตเป็นของคุณจริงๆครับ ใช่มันให้คุ้ม!


โดย: redPoTatO IP: 202.139.223.18 วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:21:26:42 น.  

 
อ่านแล้วน้ำตาซึม เป็นกำลังใจให้ สู้ๆนะ


โดย: Cheese IP: 121.220.200.191 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:11:48:57 น.  

 
ผมไม่เคยเสียใจเลยนะที่ไม่มีวีซ่าแล้ว มันก็เหมือนเล่นพนันนั่นแหละ........ชีวิตมันก็ต้องมีซักวันแหละที่พลาด เรื่องไรนั้นมันก็เป็นคนๆ ไป ชั่วไม่เคยมีดีไม่เคยผ่าน พวกนี้มีเรื่องหน่อยก็โดดตึกแล้ว


โดย: Woody IP: 203.122.112.22 วันที่: 9 ตุลาคม 2550 เวลา:4:11:25 น.  

 
woody ไว้มาอ่านต่อนะ


โดย: Be a good guy วันที่: 11 ตุลาคม 2550 เวลา:0:41:45 น.  

 
แวะเข้ามาอ่านเจอ โดนใจจริงๆๆค่ะ ประสบการณ์ของคุณ สอนอะไรในชีวิตให้คนอื่นๆได้หลายอย่าง เราเอง ก็กำลังจะไปเป็นแบบคุณ ด้วยภาระทางบ้าน ซึ่งคล้ายๆกันกับคุณ ยังไงมีอะไรแนะนำ ก้อแนะนำด้วยนะคะ ....


โดย: g IP: 203.121.163.146 วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:19:03:27 น.  

 
แวะเข้ามาอ่านเจอ โดนใจจริงๆๆค่ะ ประสบการณ์ของคุณ สอนอะไรในชีวิตให้คนอื่นๆได้หลายอย่าง เราเอง ก็กำลังจะไปเป็นแบบคุณ ด้วยภาระทางบ้าน ซึ่งคล้ายๆกันกับคุณ ยังไงมีอะไรแนะนำ ก้อแนะนำด้วยนะคะ ....


โดย: Gamkaew IP: 203.121.163.146 วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:19:04:41 น.  

 
555555555555555555555555555555555555555+


โดย: นหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหหห5 IP: 203.149.16.31 วันที่: 9 เมษายน 2551 เวลา:17:51:37 น.  

 
ผมว่าแล้วมันก็จะผ่านพ้นไปครับ วันนึงกลับมามองแล้วจะภูมิใจที่ครั้งนึงเราเคยมีประสบการณ์ตรงนั้นครับ ดีใจด้วยที่อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสตรงนี้


โดย: kalavin IP: 69.127.113.53 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:58:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Be a good guy
Location :
New York CityBoy United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เด็กจากทุ่งกุลาร้องไห้ฯฝันไกลในนิวยอร์ค
Friends' blogs
[Add Be a good guy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.