แล้วเด็กบ้านนอกคอกนา ก็บินมาอยู่ถึงนิวยอร์ค
Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
18 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
ตอน 24 บทเรียนจากการทำงาน


ตอน 24 บทเรียนจากการทำงาน

ตอนนี้ตารางงานของฉันพอคำนวณชั่วโมงออกมาแล้ว ฉันทำงานเยอะกว่าโก้ที่ล้างจานอยู่ในครัวเสียอีก  ตลอดสัปดาห์มีเรื่องยุ่งๆเจอปัญหามากมายให้ต้องแก้ไข บางครั้งก็หน้าบานบางครั้งก็หน้าหุบ บางบทสรุปที่จบไม่สวยแก้ไขไม่ได้ก็ต้องขายผ้าเอาหน้ารอดไปเป็นวันๆ
ทุกคืนวันศุกร์-เสาร์ ฝรั่งทั่วทั้งย่านเบย์ไซต์เหมือนตายอดตายอยาก พร้อมใจกันเดินขบวนแบบหิวโหยตรงมายังร้านช้างน้อย ตั้งแต่ 1 ทุ่ม เป็นต้นไป โต๊ะเต็มทุกตัว หน้าบาร์ก็ยืนรอกันล้นแล้วล้นอีก ส่วนข้างหน้าร้าน พวกที่เข้ามาไม่ได้ก็ยืนรอคิวท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บของเดือนธันวาคม
“ใครก็ได้ไล่โต๊ะ 23 ให้ที ใครไล่ได้แบ่งทิปให้เพิ่ม” พี่อร ผู้จัดการร้านของค่ำคืนนี้เดินประกาศกับพนักงานทุกคน ฉันมองไปยังกลุ่มเป้าหมายเบื้องหน้า ชาย-หญิง วัยทำงาน นั่งจูบปากกันในท่าบนกล่องยาจุดกันยุงตราห่านฟ้า จากนั้นก็ไซร้เห็บไซร้เหาแบ่งกันกินอย่างเอร็ดอร่อยไร้ยางอายในร้าน

“ประจำเลยคู่นี้ ชอบมาโชว์ น่าเบื่อมาก ไม่ยอมลุกซะที จะเทินโต๊ะก็ไม่ได้” ออยเริ่มบ่น เพราะออยต้องรับผิดชอบเซกชั่นของโต๊ะนี้
“ทำไงดีออย เดี๋ยวเราช่วยไล่ให้”
“หมิว ไปเก็บแก้วออกเลย”
“ได้”
ฉันเดินเข้าไปหาทั้งคู่ พยายามเอี้ยวตัวหลบ เพราะกลัวโดนน้ำลายที่ทั้งสองพ่นออกมา เพื่อบูชาความรักอันดูดดื่ม
“เสร็จแล้วใช่ไหมครับ ขอเก็บแก้วนะครับ”
“ได้ๆ” ไม่มีทีท่าสนใจ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เมาน้ำลายกันต่อ ฉันเดินออกมาด้วยความเคียดแค้น ปกติมารยาทสากล ถ้าไปทานอาหารที่ไหนแล้วกินหมดทุกขั้นตอน มีเวทมาถามว่ารับไรอีกไหม ขอเก็บแก้ว มันคือสัญญาณว่าถึงเวลาลุกแล้ว
“ออย ไม่ได้ผล หน้าหนามากๆ เอาไงดี”
“ก่อกวนไปเรื่อยๆ”

เอาไงดีละทีนี้ แล้วฉันก็ได้ไอเดีย มีชื่อว่า ยุให้รำตำให้รั่ว ฉันเดินไปอยู่ข้างๆโต๊ะ ในมุมที่ผู้หญิงหันมาหา มองสบสายตาแล้วแอบยิ้มๆสื่อความนัย แล้วก็เปลี่ยนไปยังอีกมุมด้านผู้ชาย ก่อนสบสายตาแล้วมองแบบมีนัยยะอยากบอก ทั้งคู่ก็ยังคงนิ่งเฉย แม้ในแววตาเริ่มรับรู้และเกิดข้อสงสัยว่าฉันมีความลับอะไรอยากบอกเขาทั้งคู่ แล้วโอกาสก็มาถึง เมื่อผู้ชายลุกไปเข้าห้องน้ำ ฉันรีบปรี่เข้าไปหาชะนีช่วงโหนกิ่งไม้รอผัว
“เป็นยังไงครับคืนนี้”
“มันเยี่ยมมากเลยคะ”
“ฉันล่ะอิจฉาเธอจัง”
“อูย...ทำไมละคะ” ทำเสียงหัวเราะคิกคัก
“ก็ได้ควงผู้ชายหล่อๆ เธอนี่ช่างโชคดีเหมือนผู้หญิงหลายๆคนที่ฉันเคยเจอมาก่อนหน้านี้”
หล่อนหน้าเปลี่ยนสีทันที ส่วนฉันรีบหนีออกมา บรรยากาศในโต๊ะเริ่มตึงเครียด จากนั้นทั้งคู่ก็พร้อมใจกันลุกออกไปจากร้าน ท่ามกลางความยินดีของพนักงานทุกคน แต่ไม่วายพี่อรก็แอบมาจิกฉันต่อว่ามุกนี้ ห้ามไปใช้กับลูกค้าคนอื่นๆเด็ดขาด เพราะจะทำให้เสียลูกค้าได้ แต่สำหรับคู่นี้สมควรโดนเป็นที่สุด
ฉันนึกกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าตัวเองเริ่มแน่มากๆ จึงเดินพล่านไปทั่วร้าน ทักโต๊ะนั้น นิดหยอดโต๊ะนี้หน่อย ก่อนมาสะดุดที่โต๊ะ 2 ผัวเมีย “ชีวจิต” ซึ่งฉันจำได้ว่าทั้งคู่มาทานอาหารที่นี่ติดกันเป็นวันที่ 3 แล้ว พอเจอลูลู่ ซึ่งทำงานวันพุธอันเป็นวันหยุดของฉัน จึงรีบเข้าไปสอบถามข้อมูล
“อ๋อ เจ๊นั่นหรือ กินแกงผักมา 4 วันละ เพิ่งเคยเจอลูกค้ามา 4 วันติดกัน”
“โหดมาก น่าจะปลูกกินเองที่บ้านได้แล้วแบบนี้”
“ก็ดีสิ มาทุกวันให้ทิปเยอะนะนั่น”
“แบบนี้ต้องเข้าไปบริการซะหน่อย”
ฉันเดินอย่างมั่นใจปานอยู่ในแคทวอคเข้าไปหาลุงกับป้า ก่อนบรรจงรินน้ำลงในแก้วอย่างสวยงามพอดี 2 เซ็นติเมตรจากขอบปากแก้ว (บางร้านเขี้ยวมาก หากเห็นน้ำลูกค้าพร่องมากเกิน 4 เซ็นติเมตรตัดเงินเวทเซกชั่นนั้นทันที)

“อาหารเป็นไงบ้างครับ”
“ดีมากคะ”
“เยี่ยมครับ”
“ทานแต่แกงผักนะครับ อิอิ”
“เออ....อร่อยดีคะ”
“ไม่ลองทานอย่างอื่นบ้างครับ”
“เออ....ชอบคะ”
“วันก่อนก็มานะครับ”
“เออ.....มา 2 วันแล้วคะ เหอๆๆๆๆ”
บรรยากาศดูจืดชืดไปถนัดตา พร้อมกับสัญญาณความไม่เป็นมิตรจากคุณผู้ชาย ทำให้ฉันเองต้องรีบผละออกมา

“แก...ไปถามแบบนั้นได้ไง”
“ก็ฉันอยากหาเรื่องคุยเอ็นเตอร์เทนลูกค้า”
“ได้...แต่ต้องไม่ใช่วิธีแบบนี้ แกเล่นไปถามแบบนี้ แทนที่เขาจะรู้สึกดี มันเหมือนแกไปจับผิดเขารู้ไหม ฝรั่งเขาถือเรื่องความเป็นส่วนตัว”
“อ้าวหรือ....ไม่น่าเลยชั้น”
ลูลู่เอ่ยเตือนขึ้นมา เมื่อฉันไปเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ฉันเริ่มจ๋อยกับบทเรียนราคาแพง เล่นอะไรก็ควรมีลิมิตบ้าง เพราะวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน บางครั้งที่ฉันคิดว่าอย่างนี้ทำได้ มันก็อาจทำไม่ได้เมื่ออยู่บ้านเมืองอื่น
เหตุการณ์หลังจากนั้นทำให้ฉันระมัดระวังคำพูดมากยิ่งขึ้น เพราะหลังจากคืนนั้นแล้ว เกือบ 1 เดือนผ่านไป ฉันก็ไม่เคยเห็นผัวเมียชีวจิตแวะมากินแกงผักที่ร้านอีกเลย จนถึงค่ำคืนหนึ่งทั้งคู่ก็กลับมาอีกครั้ง ฉันขอโอกาสแก้ตัว
“สวัสดีครับ ทานอะไรดีครับ”
“แกงผัก ข้าว 2 ถ้วย” ฉันพยายามทำไม่ให้มีพิรุท
“รับไวน์เพิ่มดีไหมครับ ช่วงนี้หนาวแล้ว จิบไวน์จะช่วยให้อุ่นและสุขภาพดี”
“อืม....ดีเหมือนกัน เอาไวน์ไรดีนะ”
“เอาเหมือนเดิมไหมครับ ผมจำได้ว่าท่านชอบดื่มชีราส เล็กซ์”
“ได้ๆเอาเหมือนเดิม”
ฉันเดินกลับมาด้วยรอยยิ้มที่เต็มใบหน้า หันกลับไป 2 ผัวเมียก็ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ คงเพราะสิ่งที่ฉันมอบให้ไปนั่นคือความเอาใจใส่ต่อลูกค้า เก็บรายละเอียดเล็กๆน้อยๆให้ลูกค้ามีความรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญ

“อาหารเป็นอย่างไรบ้างครับ”
“อร่อยมากเลย”
“โอกาสต่อไปยินดีรับใช้นะครับ”
“แน่นอนเราต้องกลับมาอีกครั้ง”
“ครับ ผมจะบริการให้เต็มที่เลยครับ”

แล้ววันต่อมา ฉันก็ยกแกงผักกับข้าว 2 ถ้วยออกไปเสิร์ฟให้ 2 ผัวเมียชีวจิตอีกเหมือนเคย  หากแต่ครั้งนี้บรรยากาศไม่เหมือนวันวาน ตอนที่ฉันยังปากเสียอยู่ คริคริ




Create Date : 18 เมษายน 2550
Last Update : 18 เมษายน 2550 23:39:07 น. 1 comments
Counter : 231 Pageviews.

 
ค่อยๆเรียนรู้ไปเนอะ


โดย: Kurt Narris วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:7:37:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Be a good guy
Location :
New York CityBoy United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เด็กจากทุ่งกุลาร้องไห้ฯฝันไกลในนิวยอร์ค
Friends' blogs
[Add Be a good guy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.