แล้วเด็กบ้านนอกคอกนา ก็บินมาอยู่ถึงนิวยอร์ค
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
17 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
คืนนั้นคืนไหน…ใจไม่เคยเปลี่ยนแปลง




https://www.youtube.com/watch?v=tCA-xdD9hPw

คืนนั้นคืนไหน…ใจไม่เคยเปลี่ยน

ตี 1 คืนวันอังคาร กำลังเอาผ้าชุบน้ำเย็นประคบไปที่ท่อนแขนข้างซ้าย เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและอาการแสบร้อน

เพิ่งกลับมาจากทำงาน หลังจากที่กัดฟันอดทนรอเวลากว่า 10 ชม. เพื่อให้วันนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่เวลาที่เรารอคอยมันมักเดินช้าเสมอ

เที่ยงวันลูกค้าเข้าร้านแน่นขนัด ชนิดที่ไม่มีโต๊ะ ยกอาหารออกมาแทบไม่หยุดจากในครัว ต้องเร็ว ไว ได้งาน ลงแอ๊บ ของกินเล่น กลับไปเอาอองเทร อาหารหลักของอีกโต๊ะมาเสิร์ฟ ลงอาหารเสร็จ ขากลับเก็บจานที่ลูกค้ากินหมดกลับไปลงกะบะไว้ล้าง ทุกคนทำงานเหมือนเครื่องจักร ใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้ม แต่จิตใจวุ่นวาย สับสน เพราะทำงานบนพื้นฐานของความเร่งรีบ เคร่งเครียด


ราดหน้า พร้อมข้าว 3 จานอยู่ในมือ มองออกไปที่กระจก เท้าผลักประตูออกไปก่อน เตรียมโยกตัวตามไป แต่ไม่ทันเห็นว่าก้อบ เดินสวนผ่านมาอีกทาง


“ปัง”


จานใบแรกยกขึ้น ถ้วยราดหน้าเคลื่อนลงมาอยู่หัวไหล่ พยายามตั้งสติ ประคองตัวเองกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง พร้อมทั้งรีบเช็ดจาน น้ำแกงที่หก แต่งใหม่ ก่อนยกออกมาอีกครั้ง


“โอ้ ฉันเอาใจช่วยเธอมากๆเลย นึกว่าจะไม่ได้กินเสียแล้ววันนี้”
“ขอบคุณมากครับ”
“เธอนี่เก่งจริงๆ”


ยิ้มให้ลูกค้าขาประจำอีกครั้ง ก่อนวิ่งเข้าครัวไปเอาอาหารออกต่อ กว่าลูกค้าจะซาก็เกือบบ่าย 3 มีเวลาแว๊บเข้าไปในห้องน้ำ รอยขอบจานที่เลื่อนลงมาร้อนจัด จนฝากรอยแดงเอาไว้เป็นวงที่ตามท้องแขน ใช้น้ำเย็นๆประคบพอให้หายแสบ แล้วพอตอนเย็น ลูกค้าก็กระหน่ำเข้ามาร้านอีก แทบไม่มีเวลาหยุดหายใจ



กลับมาถึงบ้านตอนเกือบตี 1 นั่งนับเงินทั้งหมดที่ทำได้ในวันนี้ จดบันทึกลง รายรับรายจ่าย สมุดบัญชีตามเคย ก่อนหาผ้าชุบน้ำเย็นมาประคบท้องแขน ซึ่งตอนนี้เหมือนมีรอบแผลจางๆเป็นสัญลักษณ์ไว้หลายจุด ตั้งแต่ทำงานในครัวมา มีหลายแผลแล้ว มีดบาดมือบ้าง น้ำแกงลวก หรือแม้แต่ฝ่ามือตอนนี้ก็หยาบ สาก กร้าน เหมือนกรรมกรคนทำงานหนัก

แอบถอนหายใจอยู่เงียบๆคนเดียว มองรูปพ่อแม่ที่ตั้งไว้หัวเตียง แล้วอยากร้องไห้ พ่อแม่จะรู้ไหมหนอว่าตอนนี้ลูกของท่านมาอยู่นี่ มาทำอะไรบ้าง เจออะไร เหนื่อยไหม ท่านคงไม่รู้หรอก เพราะเราไม่เคยบอกเลยสักครั้ง

“ทำงานเป็นยังไงบ้างลูก”
“สบายดีแม่ งานไม่หนักหรอก เวลาฝรั่งสั่งอาหารก็กดลงคอมฯแล้วยกออกไปให้เขาทาน”
“เหนื่อยไหมลูก”
“ไม่เหนื่อยเลยแม่ แค่นี้เอง ตอนไปทำงานโรงานเหนื่อยกว่าอีก แค่นี้สบายมาก เงินดีด้วยแม่”


ฉันมักบอกแม่อย่างนี้เสมอเวลาคุยโทรศัพท์กัน รู้ทั้งรู้ว่าหลายอย่างไม่ใช่ แต่เพื่อความสบายใจของแม่และทุกคนทางบ้าน นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่ฉันพอจะทำได้

เท้าเริ่มปวด ฉันเดินออกไปครัวอีกครั้ง เอาผ้าชุบน้ำอุ่นมานวดเฟ้น แล้วฉันก็เจอแผลเป็นอีกจุดที่หลังเท้าขวา ฉันใช้มือลูบมันเบาๆเหมือนเตือนความทรงจำให้กลับมาอีกครั้ง

แม้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แต่ฉันก็เหมือนเด็กอีสานทั่วไปที่ไม่อยากนิ่งดูดายอยู่บ้าน เมื่อยามว่าง หลังจากสอบเอ็นทรานส์จบลง ฉันขอแม่เก็บกระเป๋าเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ ความรู้แค่ ม.6 ที่ฉันพกใบประกาศมาจากบ้านนอก ทำให้ฉันได้งานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมที่บางปู

ฉันไปอาศัยอยู่กับเพื่อนบ้านในห้องแคบๆที่อยู่กันทั้งหมด 7 คน แค่ที่นอนก็แทบจะกระดิกตัวไม่ได้ พื้นข้างล่างก็เต็มไปด้วยน้ำเน่าเสีย บางคืนตอนน้ำลง ฉันยังจำกลิ่นเค็มๆเหม็นหื่นๆได้ มันติดจมูกมาจนถึงทุกวันนี้

ทุกเช้าฉันจะรีบตื่น เพื่อรอรถบัสฯพนักงานมารับไปโรงงาน เข้างานตอน 8 โมงเช้า ฉันทำงานอยู่หน้าเบ้าหลอม หน้าที่หลักคือยกแท่งตะกั่ว แท่งล่ะ 20 กิโลฯ เข้าเบ้าหลอม เพื่อปั้มออกมาเป็นโลโก้สินค้า อุณหภูมิในการหลอมอยู่ที่ 1,250 องศาได้ รอบๆเตาจึงร้อนเหมือนร่างกายจะมอดไหม้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ


ฉันกำลังป้อนแท่งตะกั่วเข้าเบ้าหลอม จังหวะนั้น แท่นปั้มหลวม ตะกั่วไม่อัดเข้าไป ทำให้เกิดช่องว่าง


“ปัง”


ประกายไฟพร้อมของเหลวร้อนสีแดงแตกกระจายไปทั่ว ด้วยสัญชาติญาณฉันกระโดดออกมาทัน พอหายตกใจ เริ่มรู้สึกเหมือนได้กลิ่นเนื้อไหม้ พร้อมกับอาการปวดแสบปวดร้อนที่เท้า เมื่อถอดรองเท้าออกจึงพบว่า ก้อนตะกั่วไปเกาะติดที่หลังเท้าแล้ว ทะลุผ่านรองเท้า ถุงเท้าเป็นรูเล็กๆ ฉันเดินเข้าห้องน้ำเอาน้ำล้าง ก่อนค่อยๆแกะเม็ดตะกั่วออกจากหลังเท้า ผิวหนังกับเศษเนื้อไหม้ติดออกมาด้วย



คืนนั้นฉันบอกตัวเองว่าจะไม่ร้องไห้ ต้องสู้ จะไม่กลับบ้าน เพราะเรื่องแค่นี้ ฉันต้องอดทนให้มากที่สุด ฉันอยากเก็บเงินก้อนนี้เป็นค่าเทอม ถ้าหากฉันสอบติดเข้ามหาวิทยาลัยได้

ฉันยังจำความมีค่าของเงิน 3 พันบาทที่หาได้ ในวันจ่ายเงินลงทะเบียนนักศึกษาใหม่ที่ศาลาอ่างแก้ว มช.ได้ ฉันภูมิใจมากกับน้ำพักน้ำแรงของฉันเอง


คืนนี้ ฉันบอกตัวเองเช่นเดียวกัน ฉันจะไม่ยอมอ่อนไหวกับเรื่องแค่นี้ งานร้านอาหารมีปัญหามากมายให้พบเจอ ชีวิตในเมืองนอกก็แสนลำบาก รู้หน้าไม่รู้ใจ หาคนจริงใจก็ยากเต็มทน แต่ฉันต้องอดทนให้มากที่สุด ฉันเหลียวมองไปที่เสื้อสีดำชุดทำงานของวันพรุ่งนี้ ยิ้มทักทายกับโลโก้จระเข้สีเขียว

“ขอบใจแกนะ เพราะแกแท้ๆเลยที่ฝากรอยแผลเป็นที่หลังเท้าไว้ให้ฉันได้คิด ฉันจะไม่ลืมแกเลยโรงงานลาคอส บางปู”






Create Date : 17 กันยายน 2550
Last Update : 17 กันยายน 2550 9:58:46 น. 12 comments
Counter : 482 Pageviews.

 
สู้ๆนะคะ
ตั้งใจทำงาน เก็บเงินเยอะๆ
เอาใจช่วยค่ะ้


โดย: Nurosy^0^ วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:21:01:55 น.  

 
อีกไม่นานคับ
ขออย่างเดียวได้ไหมคับ

อย่าลืมดูแลตัวเองไปด้วยนะคับ

เป็นห่วงอ่ะ


โดย: Kurt Narris วันที่: 18 กันยายน 2550 เวลา:2:15:11 น.  

 
อดทนไว้นะค่ะ เข้มแข็งให้มาก เราจะเป็นกำลังใจให้อีกแรงค่ะ สู้ๆจ้า...


โดย: Jan IP: 203.154.155.18 วันที่: 18 กันยายน 2550 เวลา:8:59:22 น.  

 
เอากำลังใจมาส่งค่ะ สู้ ๆ นะคะ ส่วนเรื่องแผลพี่ว่าหายาทาสักหน่อยดีกว่านะคะ กำลังใจจากทางนี้ส่งไปให้ทางโน้นเสมอค่ะ


โดย: PoH13 วันที่: 18 กันยายน 2550 เวลา:9:02:36 น.  

 
สู้สู้ สู้ตายนะเจ๊หมิว...ตามอ่านชีวิตเจ๊มาตลอดแหละ เป็นกำลังใจให้เสมอนิ...


โดย: eCahba~ IP: 202.93.62.2 วันที่: 18 กันยายน 2550 เวลา:10:58:24 น.  

 
เจ๊.....สู้ๆ นะ


โดย: ยิปโซ>_< วันที่: 18 กันยายน 2550 เวลา:12:14:07 น.  

 
Don't ever give up, you will find your way soon.

If I did it, you could do as well.

don't just work, play too.


โดย: me me (The Zephyr ) วันที่: 19 กันยายน 2550 เวลา:6:58:58 น.  

 
แวะมาเยี่ยมให้หายคิดถึงก่อนค่ะ
แล้วยีนส์จะแวะมาอ่านเรื่องเล่าของพี่นะค่ะ
ยังติดใจงานเขียนของพี่อยู่เลยค่ะ
ยีนส์ขอให้พี่มีความสุขมาก ๆนะค่ะ

เดี่ยววันหยุดจะแวะมาใหม่ค่ะ


โดย: roslita วันที่: 19 กันยายน 2550 เวลา:9:37:58 น.  

 
สู้ๆ นะคะ เอาใจช่วยอยู่ค่ะ


โดย: Martin IP: 68.226.250.49 วันที่: 20 กันยายน 2550 เวลา:23:09:00 น.  

 
I am working hard as well and form Issan too. Cheerful ka


โดย: Issan girl IP: 70.137.131.189 วันที่: 22 กันยายน 2550 เวลา:10:47:48 น.  

 
ชีวิตคนที่ต้องต่อสู้ๆ มัน ยุ่งยากกว่าละครที่เขาสร้าง เขาทำกันอีกนะครับ

คนที่เราเห็นหรือว่าเขามีความสุขสบาย ความจริงใครจะไปรู้ได้ละครับ

บางครั้ง สำหรับบางคนดูเหมือนไม่มีอะไร ท่าทางไม่มีความสุข ถ้าเอามาชั่งน้ำหนัก เขาอาจจะสุขกว่าเราอีก

เหนื่อย ท้อ แต่ใจต้องสู้ เพราะความเหนื่อย และท้อ คนที่ต่อสู้ ต้องมี กันทุกคนแหละครับ

ขอพระเจ้าอวยพระพร ครับ


โดย: redPoTatO วันที่: 26 กันยายน 2550 เวลา:21:57:31 น.  

 
มีคำถามที่อยากให้ตอบน่ะค่ะ ติดต่อกลับด้วยนะคะ(พี่โรงงานลาคอส บางปู)
barbies_s2008@yahoo.com


โดย: จ๊ะเอ๋ IP: 222.123.9.128 วันที่: 30 ตุลาคม 2550 เวลา:23:43:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Be a good guy
Location :
New York CityBoy United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เด็กจากทุ่งกุลาร้องไห้ฯฝันไกลในนิวยอร์ค
Friends' blogs
[Add Be a good guy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.