แล้วเด็กบ้านนอกคอกนา ก็บินมาอยู่ถึงนิวยอร์ค
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
24 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
วันเวลาที่เปลี่ยนไป

หลายๆปีก่อน เวลาโทรศัพท์คุยกับเพื่อน เรื่องที่มักเม้าท์แตกจนแบตมือถือหมดไม่วายต้องเป็นเรื่องเที่ยว จิกผู้ชาย อกหัก รักคุด เสียน้ำตารักเศร้า ท้อแท้กับชีวิต แต่อีกไม่กี่วันก็ลืมซะ หาผัวใหม่

สองสามปีก่อน เวลาโทรศัพท์คุยกับเพื่อน มักมีเรื่องงาน เรื่องเครียดๆโผล่เข้ามาแจมอยู่เรื่อย แต่ไม่วายเรื่องที่เป็นประเด็นส่วนมากก็ยังคงเป็นวันหยุดไปเที่ยวไหนดี เธคไหนคนเยอะ ผับไหนเกร๋ๆผู้ชายโทรหามีใจรึเปล่า

ปีก่อนคุยกันกับเพื่อน ก่อนบอกลาว่าต้องมาเมกาแล้วนะ เหมือนเพื่อนมีปัญหาหนักใจรุมเล้า แต่ไม่สามารถบอกได้ ที่บ้านเป็นหนี้เยอะ พ่อแม่คาดหวังไว้สูง งานไม่เป็นหยั่งที่คิด เบื่อกับการใช้ชีวิตเป็นเกย์ไปวันๆแบบนี้

8 เดือนก่อน ขาดการติดต่อกับเพื่อนที่เคยคุย เพื่อนหายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับคุณแม่ที่ตระเวณออกตามหาไปยังที่ต่างๆที่คาดว่าเพื่อนจะไป

6 เดือนต่อมาทุกคนเริ่มสิ้นหวัง เพราะการตามหาเริ่มงวดเข้าไปถึงขั้นบัญชีคนสูญหาย คนตาย ตามโรงพยาบาลหรือตามโรงพัก

4 เดือนที่แล้ว แม่ของเพื่อนมาที่บ้านพร้อมกับน้ำตา เพื่อขอให้คุณแม่ของฉันช่วยพาไปหาแม่หมอที่ตำหนักทรงติดชายแดนไทย-เขมร

“มันยังไม่ตาย แต่กลับมาไม่ได้”
“มีคนกักขังมันไว้”

คำบอกเล่าของร่างทรง ทำให้ชีวิตหัวอกของคนเป็นแม่แทบแตกสลายไปต่อหน้า แกร้องไห้ตลอดเวลาที่ฉันโทรไปหา พลางขอร้องให้ช่วยตามหาลูกให้ด้วย ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม ขอแค่ให้ลูกกลับบ้าน


ฉันไม่รู้จะทำอย่างไรดี ฉันอยู่ห่างจากบ้านเกิดเมืองนอนมาอีกซีกโลก แต่ต้องมารับรู้ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถที่จะช่วยเหลืออะไรไปได้มากกว่านี้


“อยู่ทางโน้นดูแลตัวเองให้ดีนะ แม่เป็นห่วง เงินที่หามาได้ แม่แทบไม่อยากใช้เลย เพราะแม่รู้ว่าลูกลำบาก” แม่มักพูดกับฉันเสมอด้วยน้ำเสียงที่แสดงความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง ฉันแทบน้ำตาคลอเมื่อรู้ว่าหลายอย่างที่ฉันเจอที่นี่ แม้ไม่เคยเล่า แต่แม่ก็รับรู้ได้

“แม่ เสกกลับบ้านหรือยัง”
“ยังเลย สงสารแม่มันมาก แกชอบมาดูบ้านที่เรากำลังสร้างแล้วร้องไห้”


ฉันยังคงถามหาเพื่อนเสมอ ด้วยในใจยังหวังว่าสักวันหนึ่ง เพื่อนคงคิดได้และเดินทางกลับบ้าน ยังไงเสีย เกิดเป็นคนอีสาน เกิดที่ไหน ย่อมเป็นคนของที่นั้น ไม่มีใครลืมบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองได้หรอก ฉันยังหวังว่าเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ม.ต้นจะคิดได้เข้าสักวัน


คืนก่อน ฉันกลับมาบ้านพร้อมความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แต่ด้วยความเคยชิน ฉันมักเข้าไปเช็คอีเมลล์ ด้วยหวังว่าเพื่อนจะติดต่อกลับมา พร้อมกับออนไลน์ถามข่าวจากน้องสาวของเพื่อนเสมอ

“พี่อย่าไปบอกใครนะ พี่เสกโทรมาหาแล้ว พี่จะเอาเบอร์ไหม”
“เอาสิ มันไปไหนมา ทำไมทำแบบนี้”
“พี่ใจเย็น พี่พูดกันเองดีกว่า”


ในตอนนั้นฉันกดมือถือติดต่อกลับไปทันที พลางภาวนาในใจขอให้เพื่อนยอมรับสาย เพื่อคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เพราะฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมถึงหายไปทิ้งให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องมาเป็นทุกข์ขนาดนี้

“ทำไมล่ะเสก”
“กูขอโทษ กูผิดไปแล้ว กูรู้ว่ากูผิด”
“กลับบ้านเถอะ กลับไปขอโทษพ่อกับแม่ซะ อย่าให้ท่านต้องเป็นทุกข์อีกเลยแก”
“ได้ กูขอโทษเวลาของกูเหลืออีกไม่มาก”
“แกเป็นไรทำไมพูดแบบนี้”
“กูเป็นมะเร็ง”



เหมือนสายจากเมืองไทยเงียบไปพร้อมกับเสียงสะอื้น หัวใจฉันหยุดเต้นเหมือนไม่อยากรับรู้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“กูไม่อยากให้ใครรู้ ไม่อยากให้เขาต้องมาเป็นห่วง ไหนจะค่ารักษา หนี้ก็เยอะ พ่อแม่กูก็ทำอะไรให้ไม่ได้สักอย่าง”
“เสกพอเถอะ กลับบ้านเราเถอะนะ ยังไงแกยังมีเวลา”

^
^
^
^
^
^

หลายปีก่อน ฉันเคยฟังเรื่องราวสนุกๆจากเพื่อน ทั้งเรื่องเรียน ความรัก เรื่องงาน เรื่องตลกโปกฮา


หลายปีต่อมาแม้จะมีเรื่องเครียดๆมาบ้างแต่ยังไม่มีอะไรที่ร้ายแรงเหมือนครั้งที่เพิ่งคุยกันไป


เวลาของชีวิตผ่านไปเร็วเหลือเกิน เรายังอายุไม่ถึง 30 กันเลยนะ ทำไมเวลาต่างๆที่เราทุกคนเคยกลัวมันคืบคลานเข้ามาหาเราเร็วกว่าที่คิดเอาไว้มาก

หรือทุกเรื่องที่ก้าวเข้ามา เพื่อช่วยเตือนให้ฉันรู้ว่า จงอย่าใช้ชีวิตอย่างประมาท และใช้ชีวิตให้คุ้มค่า ทั้งเพื่อตนเองและทุกคนรอบข้าง






Create Date : 24 มิถุนายน 2551
Last Update : 24 มิถุนายน 2551 13:50:06 น. 18 comments
Counter : 437 Pageviews.

 
เศร้า จงเตือนตนด้วยตนเอง


โดย: GTX IP: 61.7.174.47 วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:13:48:15 น.  

 
ขอบคุณค่ะที่ทำให้คิดได้


โดย: หน้าหวาน IP: 124.120.105.159 วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:14:36:49 น.  

 
ชีวิตของคนเรา เอาแน่ไม่ได้ค่ะ บางครั้งเราคิดว่าเราทุกข์แล้วนะ คนอื่นทุกข์กว่าเราซะอีก ไม่รู้ว่าในวันข้างหน้าจะเป็นไง มีคนให้ข้อคิดว่า แต่ละวันให้คิดว่าเป็นวันสุดท้ายของชีวิต เราจะได้ทำแต่สิ่งที่ดี กอบโกยทุกวินาทีที่จะผ่านไปในแต่ละวัน ทำแต่ละวันให้มีความสุขเท่าที่จะทำได้น่ะค่ะ จริงแล้วพูดง่าย แต่ทำยากน่ะคะ แต่ก็แค่ให้ฉุกคิดบ้าง ก็น่าจะโอเคมะคะ


โดย: Lionne13 วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:15:21:06 น.  

 
ชีวิตที่เป็นชีวิต จริง ๆ


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:18:03:04 น.  

 
thanks a bunch krub, the story you share makes me realize, eventually, it's time to get my life back on track. :- )


โดย: A-Mon IP: 125.27.126.32 วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:19:41:15 น.  

 
ชีวิต เป็นสิ่งที่ไม่มั่นคงจริงๆค่ะ... เสียใจด้วยนะคะเรื่องเพื่อน..

หนูว่า.. อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเดาได้ สิ่งเดียวที่พวกเราพอจะทำได้ ก้คือทำวันนี้ให้ดีที่สุด...

ขอบคุณที่มาเขียนเตือนใจค่ะ..


โดย: KoKi-MAAN วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:19:47:33 น.  

 
By the way be strong na krub, this dark cloudy storm will pass away even before you know it.


โดย: A-Mon IP: 125.27.126.32 วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:21:17:18 น.  

 
ถึงเรื่องจะไม่คล้ายกันนัก แต่แกทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์ปีที่แล้วที่เกิดกับฉัน
ฉันรู้สึกว่า อะไรๆ ที่มันอยู่รอบๆ ตัวเรา มันพร้อมจะเป็นบทเรียนให้เราโตขึ้นเสมอ

ฉันเรียนรู้ว่า เราควรเอาใจใส่คนใกล้ชิดกันให้มากขึ้น อย่างน้อยก็ดูแลความรู้สึกกันให้มากขึ้น มีอะไรไม่ควรจะเก็บไว้ และอีกอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกดีมากๆ คือ ฉันโชคดีที่ได้มีเพื่อนดีๆ

คิดถึงนะ


โดย: เพื่อนสาวสุดสยาม (kenmania ) วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:23:37:46 น.  

 
เสกยอมที่จะแบกทุกข์ไว้คนเดียว แต่เขาไม่รู้เลยเนอะว่าแม่นั้นทุกข์ยิ่งกว่าที่ไม่รู้ว่าลูกหายไปไหน

ขอให้เสกกลับบ้านก่อนที่อะไรจะสายไปนะคะ


โดย: ป้ามะลิกับลุงมะระ วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:23:43:13 น.  

 
สวัสดียามดึกครับ

ขอบคุณนะครับสำหรับถ้อยคำแสดงความยินดี

.........................

อ่านเรื่องราวของเสกแล้วอึ้งครับ
ผมคิดแทนเสกไม่ได้
แต่รู้สึกแทนได้ว่าในห้วงยามสุดท้ายของชีวิต
ที่ยังมีความสับสนในใจนั้น

มัน "เจ๊บปวด" มากแค่ไหน

เพราะญาติมาดามก็เพิ่งจากไปด้วยโรคมะเร็งได้ไม่นานนี้เองครับ



โดย: ก๋า เก็กเสียง (กะว่าก๋า ) วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:0:44:38 น.  

 
อ่านแล้วเศร้าค่ะ สงสารหัวอกคนเป็นแม่

น้องก็น่ารักน่ะค่ะ ส่งเงินไปให้ที่บ้านตลอ มิหนำซ้ำคุณแม่น้องก็น่ารักเข้าใจหัวอกน้องในการทำงาน

ตอนนี้ยังมีใครรังแกน้องอีกหรือเปล่า หุ หุ


โดย: jiney6 (สวยตลอดกาล ) วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:3:52:12 น.  

 


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:9:31:34 น.  

 
เรื่องแบบนี้ไม่เกิดกับตัวเองก็ไม่รู้หรอกครับ



เศร้าจังครับ ชีวิตจริงคนเราก็เศร้ากันทุกคนแต่คนละเรื่องเท่านั้นเองครับ



เรื่องของผมเองก็เศร้าเหมือนกัน


โดย: redPoTatO วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:17:37:05 น.  

 
Khun Samew, are you really a feminine gay? I think you just put the expressions just for the readers' fun. I am jsut curious. To me, you dont look like one. Anyway, I really admire your works. They are funny and lots of time meaningful.


โดย: chok IP: 204.52.215.17 วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:22:33:45 น.  

 



" ชีวิต " ของคนเราก็เหมือนเรือ

ที่แล่นสวนกันไปมาในรัติกาลของห้วงทะเลชีวิต

พบกัน ... ผ่านกันไป ...

แล้วก็กลืนหายไปในความมืดของรัตติกาล ...

ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก ...


โชคดีมีแต่ความสุขค่ะ

ปล. ป่าไผ่เขียวที่เห็น คือ เชียงใหม่ค่ะ


โดย: ทิวาจรดราตรี วันที่: 26 มิถุนายน 2551 เวลา:22:00:25 น.  

 
สวัสดีคะ แวะมาเยี่ยมพร้อมทั้งส่งความคิดถึงด้วยจ้า


โดย: หน่อยอิง วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:16:09:31 น.  

 
อย่างว่าแหละนะ คนรามีเหตุผลเป็นของตัวเอง
พี่อ่าน Chasing Day Light: ไล่ล่าแสงตะวัน ทำให้รู้ว่าชีวิตของคนเราไม่แน่นอนจริงๆ สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนให้ข้อคิดคือ เราต้องทำทุกนาทีในชีวิตให้ป็น นาทีที่สมบูรณ์แบบ


โดย: พี่เนาว์ IP: 58.8.3.36 วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:49:49 น.  

 
ใช่เสกเดียวกะที่ชั้นรู้จักหรือเปล่าอ่ะ


โดย: สกี IP: 61.19.197.158 วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:5:41:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Be a good guy
Location :
New York CityBoy United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เด็กจากทุ่งกุลาร้องไห้ฯฝันไกลในนิวยอร์ค
Friends' blogs
[Add Be a good guy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.