แล้วเด็กบ้านนอกคอกนา ก็บินมาอยู่ถึงนิวยอร์ค
Group Blog
 
<<
เมษายน 2550
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
18 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
ตอน 19 ลูกค้าดี ลูกค้าเลว


ตอน 19 ลูกค้าดี ลูกค้าเลว

ทำงานร้านอาหารทำให้ฉันมีภูมิต้านทานความอ่อนแอเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ความเขี้ยวเกิดจากการเรียนรู้ความเขี้ยวกว่าของลูกค้า วิทยายุทธ์ต่างๆจึงได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
สั่งอาหารต้องทวนรายการให้ลูกค้า ท่องไว้เลย ลูกค้าสั่งนั้น เพิ่มนี่ เอาโน้น จะวิปลาสแค่ไหนก็ตามต้องจดให้หมด แล้วสรุปให้ฟังอย่างชัดเจน จนเข้าใจตรงกัน แล้วค่อยคีย์เข้าไปสั่งในครัว แต่บางครั้ง แม้ฉันมั่นใจเต็มที่แล้วก็ไม่วายพลาด
“ฉันสั่งผัดวุ้นเส้น ทำไมมันมีไก่มาด้วย”
“อ๋อ เราใส่ไก่ครับ ถ้าไม่ได้สั่งพิเศษ”
“แต่ฉันกินเจ”
“อ้าว...ไม่ได้บอกไว้ครับ เดี๋ยวผมเปลี่ยนให้” ฉันยอมเปลี่ยนให้ แม้จะถูกแม่ครัวด่า หาว่าฉันฟังไม่รู้เรื่อง พอผัดวุ้นเส้นกลับไปเสริ์ฟอีกครั้ง ฉันเห็นคราบมันๆติดขอบปากของหล่อน แถมบนจานมีเนื้อเป็ดย่างชิ้นหนึ่งวางอยู่ เป็นเจแต่กินเป็ดมารยาชัดๆ
เส้นผม มุกนี้ลูกค้านิยมใช้บ่อยมากที่สุด ฉันยกอาการออกไปเสิร์ฟ แล้วต้องกลับมาอีกครั้ง เมื่อผัดไทยหมดไปครึ่งจานแล้ว พร้อมกับเส้นผมเล็กๆที่ลูกค้าหวีดร้องขึ้นมาว่าโผล่อยู่ในจานได้อย่างไร
“ป้า ดูสีสิ มันสีทองนะ”
“เออ...ใช่”
“มันหาเรื่องชัดๆในครัวก็มีแต่พวกเรากับโก้หัวดำทุกคนจะเอาผมสีทองที่ไหนไปหล่นใส่ล่ะ”
“เอางี้ล่ะกัน เอาผัดไทยมา” จากนั้นฉันก็ยกผัดไทยจานเดิม แต่งเพิ่มนิดหน่อย กลับออกไปเสิร์ฟ ชิ ฝันไปเถอะว่าจะเปลี่ยนให้ ร้ายมาก็ต้องมารยากลับ
เหตุผลต่อไป อาหารรสชาติเปลี่ยน ไม่อร่อยเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด การทำทุกอย่างก็เหมือนกัน ผัดไทยจานเดิม สั่งกินกันสองผัวเมีย ผัวบอกว่าไม่อร่อย เมียเฉยๆ พอฉันบอกว่าจะเปลี่ยนให้ กลับอยากเปลี่ยนเป็นข้าวผัดสัปปะรดแทน อ้าวแพงกว่านิ ความคดโกงแสดงออกอย่างนอกหน้าแบบนี้ไม่ไหวแล้ว
“ฉันเปลี่ยนให้ได้นะ แต่ต้องเป็นอาหารชนิดเดียวกัน เพราะราคามันไม่เท่ากัน”
“แต่ฉันไม่อยากกินผัดไทยแล้ว”
“ถ้าเธอยืนยันเช่นนี้ ฉันก็ต้องจ่ายเงินส่วนต่างให้กับเธอ ฉันทำงานได้ค่าแรงน้อย หากฉันต้องมารับผิดชอบเรื่องเงินให้ลูกค้า ฉันคงแย่แน่ๆ” ฉันแกล้งพูดรำพึงรำพัน
“งั้นก็เอาผัดไทยก็ได้” มารยากว่าชนะเลิศ
แต่บางครั้งมาแนวโหดสุดๆ เมื่อฉันยกจานกลับเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับเศษแก้ว สงสัยเป็นฝรั่งจากเขมร คนเล่นของ ท่าทางจะพกมาจากบ้านเลยทีเดียว เพราะลักษณะแก้วที่แตกนั้น มันไม่ใช่แก้วที่มีในร้านของฉันแน่นอน พวกนี้จะเน้นโวยวาย เพื่อให้ลูกค้าคนอื่นๆสนใจด้วย วิธีการจัดการคือต้องเงียบไว้ แล้วเปลี่ยนให้ แต่ก่อนออกจากร้าน ให้บอกพนักงานทุกคนเลยว่าจดไว้ในบัญชีหนังหมา ถ้าเจอคนนี้กลับมากินอีกครั้งให้ระวัง จับให้มั่นคั้นให้ตาย
ลืมเอาบัตรมาไม่มีเงินสด เรื่องนี้เป็นความพลาดครั้งใหญ่หลวงของชีวิตสาวเสิร์ฟผู้อาภัพอย่างฉัน เพราะหนุ่มหล่อหุ่นมาดแมนคนนั้น เข้ามากระซิบบอกฉันว่า วันนี้เขาเลี้ยงเพื่อนๆแต่ลืมเอาบัตรมา เงินสดไม่พอจ่าย ทำงานอยู่ตึกตรงข้ามนี้เอง เดี๋ยวจะกลับไปเอามาจ่ายให้นะ นะ นะ
ไม่รู้ความหน้ามืดตามัวหรือความโง่ เพราะเพิ่งไปจากเมืองไทยใหม่ๆยังมองโลกในแง่ดีกันแน่ บ่ายก็แล้ว ค่ำก็แล้ว จนดึกดื่นปิดร้าน พ่อหนุ่มรูปงามก็ไม่มาหาเจ้าหญิงอย่างฉันเสียที วันนั้นฉันต้องเอาทิปส่วนตัวออกให้ร้านแทน เสียค่าโง่ไป 40 เหรียญ กลับบ้านต้องรีบส่องกระจกกลัวมีเขางอกออกมาบนหัว

เรื่องลูกค้าแย่ๆนี้มีส่วนน้อยมาก นานๆมาสักทีเป็นสีสัน ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ฉันรู้จักมักเป็นคนดี โดยปกติฉันทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ แถมทำเต็มวันอีกต่างหากตั้งแต่เช้าจรดดึก จึงเจอลูกค้ามากกว่าใคร คนที่ฉันจำได้ดีเสมอ คือ พี่สาวของฉันเอง ฉันขออุปโลกเอา เพราะชีมีรูปร่างหน้าตาคล้ายฉันมาก หากฉันใส่วิกผมทอง อิอิ
พี่สาวชอบมานั่งเหงาๆคนเดียว ขีดๆเขียนๆจิบไวน์อยู่เงียบๆ ถ้าวันไหนที่พี่สาวเข้ามาในร้าน แกจะยิ้มหวานช่วยให้ร้านสดใสแล้วก็สั่งทุกอย่างเหมือนเดิม ขนมจีบ ผัดขี้เมาปลาหมึกกับไวน์ชีราส ฉันจะเตรียมแก้วใส่น้ำแข็งยกออกไปเสิร์ฟให้ด้วย เพราะฉันรู้ว่าพี่สาวชอบกินไวน์ ใส่น้ำแข็ง การเอาใจส่ลูกค้าด้วยการจดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆทำให้พี่สาวดื่มด่ำกับไวน์อย่างมีความสุข
“จะทำงานที่นี่อีกนานไหม”
“นานครับ”
“ดีๆฉันจะได้เจอเธอทุกวัน”
จู่ๆพี่สาวก็เอ่ยถามฉันขึ้นมา ในวันที่ฉันกำลังลังเลว่าจะตัดสินใจกลับเมืองไทยดีหรือว่าอยู่ต่อเป็นโรบินฮู้ด ทุกวันนี้พี่สาวคงยังไม่รู้ว่าฉันหายไปไหน ฉันไม่มีเวลาแม้แต่จะเอ่ยคำว่า ลาก่อน แต่สักวันพี่คงรู้ว่าฉันมีความจำเป็นจริงๆที่ไม่อาจบอกพี่ได้

เจ๊อีกคนที่ฉันปลื้มเป็นผู้หญิงมาดเท่ ฉันเป็นอะไรไม่รู้ มักถูกชะตากับลูกค้าผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ อิอิ ฉันเจอเจ๊ครั้งแรกเจ๊มาแบบปกติ กินข้าวกันเพื่อนๆนั่งคุยสนุกสนาน ฉันก็เข้าไปดูแลโต๊ะให้ตามธรรมดา ฉันชอบเจ๊และเพื่อนๆตรงที่ให้เกียรติคนอย่างฉัน การขออะไรทุกครั้ง เจ๊พูดอย่างสุภาพ ที่สำคัญเรื่องทิปเจ๊ให้แบบใจปั้ม
เที่ยงวันหนึ่ง ฉันกำลังยุ่งอยู่ที่หลังบาร์ จู่ๆก็มีเสียงทักทาย ฉันเงยหน้าขึ้นมาพร้อมอัตโนมัติยิ้มก่อนที่หน้าจะแอบซีดเผือก เจ๊มาในชุดตำรวจกับเพื่อนอีกคน ฉันเป็นแรงงานต่างด้าว เจ๊เป็นตำรวจหรือนี่ เจ๊จะมาจับฉันหรือเปล่า แอบตกใจเล็กน้อย
“จำฉันไม่ได้หรือไง ทำไมเหมือนไม่สบาย”
“จำได้ๆครับ พอดีร้านบีซี่มาก เหนื่อยครับ”
“ฉันมาสั่งทูโก เดี๋ยวต้องไปออกตรวจ ขอผัดไทยกุ้ง 2 กล่องนะ” เจ๊ยิ้มให้ฉันก่อนเดินออกจากร้านไป สักพักเจ๊กลับมาอีกครั้ง ฉันยื่นถุงผัดไทยให้ เจ๊ยิ้มจ่ายเงินมา ฉันรับเงินส่งไปให้แคชเชียร์ทอน เจ๊เอาเงินที่เหลือวางลงบนมือของฉัน
“Have a nice day take care”
บางครั้งเรื่องเงินก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับงานบริการ หากลูกค้าให้เกียรติเรา เราก็พร้อมที่จะทำงานให้อย่างดีที่สุด เพราะมิตรภาพแบบนี้คงไม่สามารถแปลเปลี่ยนเป็นเงินตราได้

กลุ่มสุดท้าย 3 หนุ่ม D2B อันนี้ฉันตั้งเองนะ 3 หนุ่มนี้มาครั้งแรกก็ชวนฉันพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเมืองไทย เพราะเขาทั้ง 3 มีความหวังว่าก่อนเรียนจบยูจะต้องเก็บเงินแบ็กแพ็คเกอร์ไปเที่ยวเมืองไทยให้ได้ ฉันเพิ่งมาจากเชียงใหม่ อันเป็นเมืองหนึ่งในจุดหมายปลายทาง เขาทั้ง 3 จึงสนใจข้อมูลที่ฉันบอกเล่าเป็นพิเศษ
นอกจากนั้นฉันยังอธิบายเรื่องสถานที่ของภาพถ่ายที่ปรากฎอยู่ในร้าน ผลงานหัตถกรรมของตกแต่งต่างๆให้เขาฟังอย่างมีความสุข พอเช็คบิลมาเขาให้ทิปจำนวนพอดีกับแทค ซึ่งฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่คำพูดที่เขาบอกในวันนั้นทำให้ฉันซึ้งใจเป็นอย่างมาก
“ขอบคุณมากที่เล่าเรื่องต่างๆให้เราฟัง”
“ไม่เป็นไรครับ”
“พวกเราคิดไม่ผิดที่รักเมืองไทย อยากไปเที่ยวเมืองไทย เราจะพยายามทำงานพิเศษให้มากขึ้น”
“เอาไว้ไปเที่ยวเมืองไทยหรือครับ”
“ใช่ แล้วอยากกลับมากินข้าวที่นี่อีกด้วย”
“ยินดีต้อนรับ มาบ่อยๆก็ได้”
“คงไม่ได้ เพราะเราเรียนอยู่ ร้านอาหารไทยราคาแพง เราต้องเก็บเงินก่อน ถึงจะมาอีกที”
ฉันยังคงยิ้มอย่างมีความสุข แม้ทั้ง 3 หนุ่ม จะกลับไปแล้ว อยู่เมืองไทยเราเก็บเงินไปกินแม็คฯ กินพิซซ่า อยู่เมืองนอก ฝรั่งเห็นคุณค่าต้องหาเงินมากินอาหารไทย
ฉันก็ขอเอาใจช่วย 3 หนุ่ม D2B ด้วยล่ะกันนะ หวังว่าสักวันหนึ่ง ฉันจะได้เห็นภาพถ่ายของทั้ง 3 คน กับฉากหลังของเมืองไทย หรือไม่แน่ฉันนี่ล่ะจะเป็นไกด์พาเที่ยวทั่วเชียงใหม่








Create Date : 18 เมษายน 2550
Last Update : 18 เมษายน 2550 21:45:28 น. 1 comments
Counter : 396 Pageviews.

 
ผมชักสงสารเด็กรันเนอร์มากกว่าเวทเทอร์ซะแล้วสิ


โดย: Kurt Narris วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:7:19:01 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Be a good guy
Location :
New York CityBoy United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เด็กจากทุ่งกุลาร้องไห้ฯฝันไกลในนิวยอร์ค
Friends' blogs
[Add Be a good guy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.