แล้วเด็กบ้านนอกคอกนา ก็บินมาอยู่ถึงนิวยอร์ค
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
26 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
ตอน 8 วันสดใสกับงานใหม่




ตามกฎของร้านช้างน้อย ฉันต้องฝึกงานทั้งหมด 7 วันเต็ม ซึ่งสำหรับคนเพิ่งมาใหม่นับว่าหนักพอสมควร แต่ฉันก็ไม่ย่อท้อ ไปร้านทุกวัน แม้จะเดินทางค่อนข้างไกลก็ตามที หน้าที่หลักของฉันตอนนี้ที่ได้รับมอบหมาย คือฝึกการเป็นรันเนอร์กับบัสบอย

ผ่านการฝึกงานไปได้ 4 วันแล้ว พร้อมกับพัฒนาการที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แขนที่เคยอ่อนแรง กล้ามเนื้อล้า จนสั่น เวลายกจานหนักๆคงเริ่มชินปรับสภาพยอมรับแล้วกระมัง ทำให้ตอนนี้ฉันสามารถยกจานใบโต ออกมาพร้อมกันได้ 3 ใบ พอเริ่มทำงานคล่องเป็นกฎว่าฉันต้องย้ายไปฝึกอีกร้าน ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก

ร้านช้างน้อย สาขาแรกตั้งมากว่า 7 ปี ขายอาหารไทยเป็นหลักทำให้เป็นที่รู้จักของบรรดาฝรั่งย่านนี้ เมื่อเข้าไปในร้าน ฉันต้องประหม่า ร้านแคบๆขนาดห้องแถว 2 บล็อก อัดแน่นไปด้วยลูกค้าทุกโต๊ะ แถมยังมีที่เข้าคิวรออยู่ที่หน้าร้านอีกเพียบ

พนักงานในร้านทุกคนดูกระชับกระเฉง เดินไปมาอย่างอย่างคล่องแคล่ว เช่นเคยฉันเข้าไปในครัว เพื่อฝึกการเป็นรันเนอร์ การเตรียมของค่อนข้างยุ่งยาก พอสมควร เพราะต้องเตรียมผักแต่งจานเอง ฉันฝึกซอยหัวหอม กรีดพริกหยวกลูกโตแล้วเอาไปแช่น้ำให้ม้วนงอเป็นเกสรดอกไม้ ตลอดจนยกถังน้ำแข็งขนาดใบเท่าถังน้ำมันปั้มหลอดออกไปเติมให้เวทข้างนอก

“พี่ คืนนี้พี่ทำงานเลยนะ ขาดคน” น้องพีท รันเนอร์ที่เพิ่งรู้จักกันบอกฉัน พลางสาระวนทำงานไม่หยุด
“อ้าว....ทำเลยหรือครับ”
“ใช่ ผจก.บอกมาแล้ว ไหนๆพี่ก็มาฝึกแล้ว ทำจริงเลยดีกว่า”

“แขกเยอะไหมครับ”
“เยอะมากครับ ปกติคืนวันศุกร์-เสาร์ ใช้รันเนอร์ 2 คน ผมยกคนเดียวไม่ไหวหรอกครับ คืนนี้อย่างต่ำคง 4 เทิน”(1 เทิน คือลูกค้าเข้าร้านเต็ม 23 โต๊ะ แล้วลุกออกรับกลุ่มใหม่)

“ขนาดนั้นเลยหรือครับ จะไหวไหมนี่”
“ต้องไหวพี่ ช่วยๆกัน”

พอ 5 โมงเย็น แขกกลุ่มใหญ่เริ่มเข้าร้าน บรรยากาศจึงดูคึกคัก เสียงปริ้นเตอร์ส่งดุ๊ป เข้ามาไม่ขาดสาย ฉันรับจานต่อจากน้องพีท แล้วเดินออกไปเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว พอกลับเข้ามาอีกที อาหารก็เสร็จอีกชุดใหญ่ จากแอ๊ป ไปอองเทร แล้วจบด้วยดีเสริ์ท แทบไม่ได้หยุดพักหายใจ คำว่าร้านบีซี่ ฉันเพิ่งเข้าใจก็คืนนี้ล่ะ

“พี่ผัดไทยไปไหนแล้ว”
“พี่ยกออกไปแล้ว”

“อ้าว....นั่นมันผัดไทยกุ้งนะ ของอีกโต๊ะ รีบไปเอากลับมาเลย” ฉันรีบเดินไปที่โต๊ะลูกค้าอีกครั้ง ก่อนพูดแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งด้วยความสำนึกผิด ที่เอาอาหารมาส่งผิดโต๊ะ

“พี่ต้องระวังหน่อยนะ ฝรั่งบางคนโง่ กุ้งกับไก่ยังแยกกันไม่ออก กินๆไปเกิดมันแพ้ขึ้นมา ช็อกตายคาร้านจะยุ่งไปกันใหญ่”
“ได้....โทดที”

พีทบอกฉันต่อไปว่า ต้องพยายามอ่านดุ๊ปและเช็คอาหารให้ถูกต้องด้วย บางคนแพ้ถั่ว อีกคนไม่กินหอม กระเทียม ต้องพยายามอ่านรายละเอียดปลีกย่อยด้วย เพราะถ้าเสิร์ฟอาหารที่ผิดออกไป ลูกค้าจะโวยทันทีแล้วต้องทำให้ใหม่ เสียเวลา แม่ครัวหงุดหงิด งานหยุดชะงัก แล้วอาหารบางอย่างก็แพงมาก ผิดบ่อยๆจะซวยได้

ยิ่งดึกลูกค้ายิ่งแน่น ตอนนี้ฉันแทบไม่มีพื้นที่จะเดิน มือถือจาน 3 ใบออกมา ต้องตะแคงตัวเดิน เอี้ยวหลบลูกค้าที่ยืนรอโต๊ะกันแน่นที่หน้าบาร์ ลงอาหารเสร็จปุ๊ป ฉันรีบกวาดสายตาหาจานที่ลูกค้ากินเสร็จแล้ว เก็บกลับด้วยทันที พอลูกค้าลุกในจังหวะที่ฉันมีเวลาว่างสัก 1 นาที ฉันต้องรีบปรี่เข้าไปเก็บจานทั้งหมดจากโต๊ะ(บัสบอย) รวมทั้งแก้ว เพื่อให้เวทเอากระดาษมาปู เซ็ตโต๊ะใหม่รับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ทุกคนทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เร่งรีบ แข่งกับเวลา เอาชนะลูกค้า เพราะยิ่งเทินโต๊ะได้หลายรอบ เงินทิปก็จะได้มากยิ่งขึ้น ฉันในยามนี้ เดินเข้าออกครัวกับร้านจนนิ้วเท้าเริ่มชา ไร้ความเจ็บปวด แต่บางจังหวะที่ยกอาหารหนักมาก ทำให้ก้าวแต่ล่ะก้าวที่เดินไปเหมือนฉันกำลังเดินไต่ขึ้นไปบนดอยอันสูงชัน

“โอวววววววววววววววววว มายก็อด”
“โนว์ โนว์”

ฉันกำลังงงกับปฏิกิริยาที่ลูกค้ามีต่ออาหารตรงหน้า เป็นอะไรกัน ฉันมองไปก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ ปลาตัวเขืองขาวจั๊วะนอนเกลือกอยู่บนใบตอง อาจเพราะนอนนานไปหน่อยกว่าจะนึ่งสุก ทำให้น้องปลาอ้าปากหวอ ตาปูดโปนทักทายคนสั่งกิน

“ช่วยเอาไปตัดหัวออกได้ไหมครับ”
“ที่รัก ฉันกลัว โอวว”

ฉันทำหน้านิ่ว อะไรกันกลัวปลา กลัวแล้วจะสั่งกินทำไมนี่ ฉันรีบยกจานกลับเข้ามาในครัวอีกครั้ง พร้อมกับบอกน้องพีท ชั่วเวลาไม่ถึง 10 วิ น้องพีทเอาช้อนจิกลงไปที่คอปลาแล้วกระซวกส่วนหัวออก พร้อมส่งจานมาให้ฉันอีกครั้ง ปลาหัวขาดถูกนำไปวางเสิร์ฟ สองผัวเมียแช่มชื่นแทะเล็มกินอย่างเอร็ดอร่อย

“เดี๋ยวๆอยู่ไปพี่ก็จะชินเอง ผมนะเจอมาสารพัดรูปแบบ นี่ง่ายนะ บางคนยกปลาออกไปแล้ว มันกลัวก้างติดคอ ให้เราไปช่วยเอาก้างออก บ้าหรือเปล่า ใครจะมีเวลาไปทำให้”

“แล้วเราจะทำไงดี ถ้าเจอแบบนั้น”
“ก็ต้องอธิบายว่า เราทำให้ไม่ได้ ในเมนูอาหารมันบอกวิธีการทำไว้แล้ว ถ้ามีปัญหามากๆก็เรียกเวทโซนนั้นให้มาดูแลหรือเรียกผู้จัดการไปเลย”

“แย่เหมือนกันนะ ยุ่งยากชะมัด”
“ทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวชินเองพี่”

น้องพีท พูดให้กำลังใจ ฉันพยายามยิ้มสู้ นี่ถ้าคนฝึกงานให้ฉันที่ร้านก่อน มีน้ำใจกับฉันสักนิดเหมือนที่น้องพีททำ ฉันก็คงไม่เสียความรู้สึกกับในไทยด้วยกันขนาดนี้ อย่างว่าคนไทยที่มาอยู่เมืองนอก จะให้ทุกคนเป็นคนดีเหมือนกันหมดก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อย เป็นคนไทยด้วยกัน น่าจะเห็นใจเพื่อนร่วมชาติบ้าง

ลูกค้าโต๊ะสุดท้าย ลุกไปตอนเที่ยงคืนครึ่ง ฉันกับพีทช่วยกันเก็บกวาด ทำความสะอาดในครัวอย่างแข็งขัน ตลอด 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา ฉันทำงานไม่หยุด แต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยมากเท่าวันก่อนๆ จะมีบ้างก็ตรงนิ้วเท้าที่ยังเจ็บแปลบเป็นช่วงๆเวลาลงน้ำหนักผิด

“นี่เงินของพี่ครับ”
“ทำไมเยอะจังครับ พี่เพิ่งมาฝึก”
“วันนี้ถือว่าพี่ทำงานเขาเลยให้เยอะ เพราะขาดคน”

ฉันรับเงิน 50 เหรียญมาด้วยใจที่เปี่ยมสุข คืนเดียวฉันทำงานได้เงินเกือบ 4,000 บาท พลางวาดฝันถึงวันต่อๆไป นี่ถ้าฉันได้ตารางงานวันศุกร์-เสาร์ก็ดีสินะ ฉันคงสามารถเก็บเงินส่งไปให้แม่ได้ทันก่อนดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบจะพอกพูนไปมากกว่านี้

“พรุ่งนี้ น้องสมิงมาทำงานที่นี่นะคะ” พี่อร ผจก.ร้านบอกกับฉัน พร้อมทั้งหันไปบอกพนักงานทุกคนว่า ให้แบ่งเงินให้ฉันตามเปอร์เซ็นต์ (บางร้านจะแบ่งทิปให้พนักงานใหม่ไม่เท่าคนเก่า) ที่ควรจะได้ เพราะถือว่าฉันได้เริ่มทำงานให้ร้านแล้ว

ฉันแอบกรี๊ดในใจแบบไม่ออกนอกหน้า ฉันได้งานแล้วหรือนี่ บทจะได้ก็มาแบบไม่ทันตั้งตัว โชคเริ่มเข้าข้างแล้ว ต่อไปก็คงเป็นเวลาที่ฉันต้องพิสูจน์ตัวเองแล้วล่ะ สตรีเหล็กคนนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง ฉันต้องยกจานออก 4 ใบ พร้อมกันให้ได้

คืนนั้นตอนตี 3 ฉันยังเอาขวดโค้กลิตรใส่น้ำเปล่ามาฝึกยกก่อนนอน



Create Date : 26 มีนาคม 2550
Last Update : 26 มีนาคม 2550 13:51:23 น. 4 comments
Counter : 303 Pageviews.

 
โห มันส์มากเลยอ่ะ

คิดถึงตอนทำแมคโดนัลด์วันเสาร์อาทิตย์เลย

เดินทั้งวัน หน้ามันแผล่บ

สู้ๆนะคะ


โดย: anita ลูกยายจี๊ด (antz_anita ) วันที่: 26 มีนาคม 2550 เวลา:15:30:46 น.  

 
ดีใจด้วยคับ
ผมชอบตอนนี้จัง
อยากให้มีวันนี้กับทุกๆคนที่กำลังหาอยู่

เท้าที่เปิดตอนนี้เป็นไงบ้างอ่ะคับ

ของผม
มันหายแล้วอ่ะ
แต่อาการเล็บขบมันมาแทน
เพราะนิ้วมันเสียรูปไปเพราะแผลอ่ะ

ต่อโลดดดด


โดย: Kurt Narris วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:6:36:54 น.  

 


สุดยอด นี่แหละที่เค้าเรียกว่าความพยามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ก้าวแรกอาจจะไม่ดีแต่คนดีอย่างเราโชคเข้าข้างค่ะ


โดย: onelove01 วันที่: 19 กรกฎาคม 2550 เวลา:18:13:59 น.  

 
ทำให้ผมดีใจ อย่างน้อยคนไทยที่น่ารัก นิสัยดีก็ยังมีอยู่


โดย: redPoTatO IP: 202.139.223.18 วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:22:07:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Be a good guy
Location :
New York CityBoy United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เด็กจากทุ่งกุลาร้องไห้ฯฝันไกลในนิวยอร์ค
Friends' blogs
[Add Be a good guy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.