แล้วเด็กบ้านนอกคอกนา ก็บินมาอยู่ถึงนิวยอร์ค
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
21 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
เสียงกระซิบ อันแผ่วเบา


“เอี๊ยด............โครม”……..เหมือนเหตุการณ์ทุกอย่างที่เห็นอยู่ตรงหน้าเป็นภาพเสมือนจริงที่จินตนาการขึ้น แต่เมื่อพบว่าตอนนี้ตัวเองถูกร่างกายของคนอื่นอัดทับแนบไปกับโบกี้รถไฟ ทำให้ฉันเริ่มมีสติกลับคืนมาสู่ความเป็นจริง

ย้อนหลังไปเมื่อ 30 วินาทีก่อน รถไฟใต้ดินยังวิ่งมาด้วยความเร็วปกติ ยามค่ำคืนเช่นนี้ ทั้งโบกี้แออัดยัดเยียดไปด้วยเหล่าแรงงานราคาถูก หรือที่ชาวตะวันตกชอบมองอย่างหยันๆว่าเป็นพวกแรงงานทาสตามร้านอาหารทั่วไป ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ยืนทรงตัวอย่างไม่สบายนัก เพราะต้องตะกายมือไปโหนราวที่สูงกว่าความเป็นจริงของชาติพันธุ์เอเชีย

ฉันจำได้ว่ารถวิ่งมาด้วยความเร็วไม่มากนัก ก่อนกระตุก เหมือนถูกกระชากอย่างรุนแรงจนโบกี้กระทุ้งเอาทุกคนไปกองรวมกันไว้

ฉันเริ่มปวดแปลบไปที่ข้อมือ ก่อนลามไปถึงลำตัวซีกซ้าย แต่ที่กำลังดันเต้นออกมาจนแทบจะทะลุอกคือหัวใจ เพราะเหมือนว่าเส้นเลือดทุกอณูในร่างกายของฉันในตอนนี้ต้องการสารอาหารส่งไปหล่อเลี้ยงอย่างเร่งด่วน ด้วยช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่ผ่านมานั้น เหมือนทุกอย่างหยุดนิ่งไปพร้อมกับความช็อคในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


ฉันพยุงตัวลุกขึ้น ก่อนพยายามตั้งตัวเองให้ตรง แล้วสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตัวเอง ก่อนกวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อนร่วมชะตากรรมทุกชาติพันธุ์ต่างตื่นตระหนกในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่างไปกับหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ในตัวของฉัน

“เกิดอะไรขึ้นนี่ ทำไมรถหยุดกระทันหันแบบนี้”

“……………………”

“…………..” สาระพัดคำหยาบคายที่พ่นสำรอกออกมา เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจกับเรื่องราวที่ทุกคนต้องพบเจอในเวลายามวิกาลเช่นนี้

“ไม่มีอะไรนะลูก เดี๋ยวรถก็วิ่งได้แล้ว “เหมือนฉันได้ยินเสียงแว่วจากผู้หญิงคนหนึ่ง แม้มันจะบางเบาจนเหมือนเป็นเสียงกระซิบ แต่มันก็ทำให้จิตใจของฉันในยามนี้แอบอบอุ่นไปตามพลังแห่งความรักของความเป็นแม่ที่แผ่ซ่านออกมาให้ฉันได้สัมผัสด้วย


“เอาผ้าซิ่นแม่ไปนะ ไม่ว่าลูกจะไปอยู่ที่ไหน ลูกจะปลอดภัย” เหมือนฉันแว่วได้ยินเสียงแม่เข้ามาในโสตประสาทอีกครั้ง พร้อมทั้งเสียงขอพรพระคุ้มครองฉันทุกครั้ง ยามฉันโทรศัพท์กลับไปเมืองไทย

“แม่ครับ ผมคิดถึงแม่เหลือเกิน” เสียงอันแผ่วเบาจนคล้ายเสียงกระซิบส่งกลับไปยังหลายคนที่อยู่รอบตัว


รถยังคงหยุดนิ่ง แต่เวลานี้เหมือนมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเกิดขึ้นในทุกโบกี้ เมื่อปรากฎร่างของเจ้าหน้าที่การรถไฟของมหานครนิวยอร์ค ก้าวเข้ามาโบกี้ที่ฉันอยู่ พร้อมกับตรงดิ่งเข้าไปหาจุดที่คาดว่าจะมีการดึงเบรคฉุกเฉินที่มีไว้ทุกโบกี้

ร่างหนานั้นแม้จะใหญ่โตไปด้วยไขมันดูเข้มแข็ง แต่ดวงหน้ากับซีดเผือกเหมือนคนที่ต้องแบกรับภาระอันใหญ่หลวงไว้ เขาทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย ก่อนใช้มือแหวกผู้คนเพื่อพยุงร่างที่หนักเหมือนท่อนซุงนั้นไปยังอีกโบกี้

ความยาว 1 โบกี้ ประมาณ 10 เมตร 1 ขบวนมีเกือบ 20 โบกี้ ถ้าหากเขาต้องเดินตั้งแต่หัวขบวนไปจนถึงท้ายสุดขบวน เพื่อหาสาเหตุของการดึงเบรกครั้งนี้ ฉันเริ่มมองหาที่ยึดไว้อีกครั้ง เพราะคาดว่าเวลาที่ฉันจะติดอยู่ในอุโมงค์รถไฟ คงไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงเป็นแน่แท้

“อากาศจะพอหายใจไหมนะ” ฉันเริ่มหวั่นๆ เพราะตอนนี้เหมือนเครื่องปรับอากาศจะเริ่มหรี่ลงอย่างเห็นได้ชัด

“สถานีถัดไปไกลไหมนะ” ฉันนึกไปอีก เพราะเคยได้ยินเพื่อนเล่าให้ฟังว่า เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแล้วทุกคนต้องปีนออกจารถไฟทางหน้าต่างแล้วต่อแถวเดินกันไปตามรางรถไฟอันมืดมิด เพื่อไปขึ้นยังอีกสถานี

ฉันนึกแล้วขนลุกซู่ขึ้นมาทันที ขนาดเวลาปกติตอนที่ฉันรอรถไฟ เมื่อสายตาเจ้ากรรมมองลงไปยังรางรถไฟเมื่อไหร่ ฉันมักจะต้องสบตากับกองทัพหนูนับ 10 ตัวที่วิ่งออกหากินยามวิกาล แถมพอรถไฟมาก็หาทางหลบหลีกกันอย่างเก๋าเกมส์

ไหนจะขยะ น้ำเน่าเหม็นที่ไหลซึมมาตามท่อต่างๆ เพียงคิดแค่นี้ ฉันก็อยากหลับตาปี๋แล้วลืมขึ้นมาอีกทีแล้วพบว่า ฉันนอนอยู่บ้าน แล้วเหตุการณ์ทั้งหมดคือฝันไป ฉันอยากจบแบบนั้นจริงๆแต่ไม่สิ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเวลานี้ล้วนแต่เป็นเรื่องจริง

“ประกาศ ท่านผู้โดยสาร ขออภัยในความไม่สะดวก ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเช็คว่ามีการดึงเบรคฉุกเฉิน ขอให้ทุกท่านมีความอดทน โปรดให้ความร่วมมือ” ภาษาอังกฤษแบบพอเอาตัวรอด แต่ไม่ปราดเปรื่องของฉันแปลคำต่อคำออกมาได้ประมาณนี้ล่ะ พอได้ยินเสียงประกาศเหมือนทุกคนจะผ่อนคลายความกังวลในจิตใจลงไปบ้าง

“วันนี้ร้านยุ่งนะ เหนื่อยมากเลย แกล่ะเป็นไงมั่ง”
“ไม่ค่อยได้เงินเลย ลูกค้าให้ทิปน้อย” โก้สองคนเริ่มเปิดบทสนทนากันเหมือนช่วงชีวิตปกติ ฉันพยายามเหงี่ยหูฟังเสียงกระซิบอีกครั้ง แต่คราวนี้เหมือนมันจะเบาบางมาก จนไม่ทันจับได้ว่า สองแม่ลูกนั้นพูดอะไรกันอีก

“รถพร้อมออกเดินทางแล้ว สถานีต่อไปแกรนด์ เซ็นทรัล” เหมือนยกตึกสูงๆในนิวยอร์คออกไปจากอก ระดับการเต้นของหัวใจเริ่มสม่ำเสมอ สรรพเสียง หลากสำเนียงเริ่มกลับเข้ามาสู่ประสาทหูอีกครั้ง ฉันกระชับแขนให้มั่นไว้กับที่ยึด หากมีอะไรเกิดขึ้นอีก เชื่อแน่ว่าคราวนี้ ฉันจะไม่ล้มลงไปกองกับพื้นเป็นแน่แท้


“ดีใจจังรถวิ่งได้แล้ว” ฉันหันไปยิ้มให้กับหมวยน้อย ซึ่งตอนนี้คุณแม่กำลังคลายอ้อมกอดออก ในใจเริ่มรู้สึกว้าเหว่กับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า


เมื่อ 10 นาทีก่อน เพียงเสียงเบาๆที่เหมือนการกระซิบ เพียงอ้อมกอดอันอบอุ่นของผู้หญิงคนหนึ่ง นั่นก็ทำให้หมวยน้อยคลายความทุกข์ใจลงไปได้


ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันโผล่ขึ้นบนพื้นดินอีกครั้ง พระจันทร์ส่องสว่างในคืนวันเพ็ญ สายลมเย็นพัดมาปะทะร่าง หอบเอาความหนาวเหน็บเข้ามาด้วย ฉันซุกมือกอดอกเดินช้าๆ เมื่อใจนิ่งเหมือนได้ยินเสียงแม่ก้องอยู่ในหู ย้อนรำลึกไปถึงความทรงจำก่อนจากบ้านมา

ฉันเกือบลืมอะไรไปหลายๆอย่าง ฉันเกือบลืมเสียงกระซิบของแม่ ถ้าไม่มีเหตุการณ์คืนนี้ บางทีฉันอาจจะลืมผ้าซิ่นผืนเก่าเก็บที่พกไว้ในกระเป๋าเงินก็เป็นได้






Create Date : 21 กันยายน 2551
Last Update : 22 กันยายน 2551 0:32:19 น. 17 comments
Counter : 266 Pageviews.

 
แวะมาทักทายค่ะ


โดย: โยเกิตมะนาว วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:14:14:36 น.  

 
พ่อแม่ คือ พระองค์แรกของลูก
เวลามีอะไรไม่สบายใจหรือต้องการ
กำลังก็ได้พ่อแม่นี่แหละ ว่าแล้วก็
คิดถึงแม่พี่จัง เจอแม่ได้แค่ปีละสองครั้งเอง


โดย: พี่วัธ (Mcintosh.Net ) วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:14:15:53 น.  

 


โดย: เฉิดโฉมไฉไล วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:14:21:51 น.  

 
เวลามีเรื่องร้ายแรง

คนแรกที่จะนึกถึงก็คือแม่

ความรัก ความอบอุ่นของแม่

อยู่กับเราเสมอ ...


โดย: ห ยุ่ ย ยุ้ ย IP: 58.9.25.253 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:15:35:15 น.  

 
ดีนะคะที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี ปลอดภัยทุกคน ยังไงอย่าลืมโทร.หาคุณแม่นะคะ มี

ความสุขกับการทำงานนะคะ


โดย: nanida วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:17:01:04 น.  

 
มาทักทายนะครับ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: เพกร วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:19:49:47 น.  

 
เขียนเก่งจังเลยค่ะ


โดย: GlowPopJigglyJam วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:22:37:21 น.  

 
หมิวเป็นไรหรือเปล่าคะ ยังมีอาการปวดอยู่หรือป่าว ยาลืมหายามาทะซะนะ เป็นห่วงค่ะ



โดย: ป้ามะลิกับลุงมะระ วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:0:40:05 น.  

 
Just dropping by to say hello ka.


โดย: CrackyDong วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:2:42:00 น.  

 


โดย: Borken วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:2:58:46 น.  

 
อ่านแล้วคิดถึงแม่เหมือนกันคะ แต่แม่เราไม่ได้นุ่งผ้าซิ่นงะ
มีครั้งนึง เราเห็นครอบครัวนึง มีแม่ ลูกสาว และลูกของลูกสาว มาจ่ายเงินที่เคาเตอร์เรา ลูกสาวกำลังนับเงินจะจ่ายค่าสินค้าอยู่ เจ้าตัวเล็กก็ร้องไห้งอแง สงสัยจะหิว คนที่อุ้มอยู่ก็คือคุณยาย ของหลานตัวน้อย พยายามจะประคอง โอ๋ พยายามให้เด็กน้อยสงบลง ณ ตอนนั้น ลูกสาวที่เป็นแม่ของเด็ก หันกลับไปตวาดแม่ตัวเอง ทำนองว่า ทำอะไรอยู่ ทำไมไม่หาทางปลอบเด็ก ประมาณนั้น เราฟังแล้วอึ้งเลยคะ เพราะตัวแม่นั้นเค้าก็คงรักทั้งลูกและหลานมาก เค้าก็หน้าเสีย ดูจากสายตาแล้วเค้าคงเสียใจมาก ที่ลูกมาตวาดเค้า
ตอนนั้นคิดถึงแม่ น้ำตาซึมเลยคะ อยากจะบอกลูกสาวเค้าว่า ไม่มีใครรักเธอและลูกเธอได้มากเท่าผู้หญิงที่เธอตวาดไปเมื่อกี้นี้หรอก


โดย: แม่ไข่หก วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:5:45:27 น.  

 
ฉันรู้สึกเป็นลูกเลวไปเลย ....
พักนี้มีอะไรชวนให้คิดถึงแม่บ่อยๆ แต่ก็นะ ... เดินทางง่ายกว่าแต่ก่อนตั้งเยอะ ฉันยังไม่ค่อยได้กลับไปหาแม่เลย

คิดถึงนะ ฝากความคิดถึงให้คุณแม่มือใหม่ด้วยล่ะ


โดย: kenmania วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:13:14:12 น.  

 
หวัดดีๆๆ บลอคนี้ซึ้งจัง


โดย: Tang_Siri วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:13:52:00 น.  

 
ตั้งแต่พฤษภาคมที่ผ่านมา นิวยอร์คมีบัตรเมโทรการ์ดสีเขียวแล้วจ๊ะ เช้ย เชยมากๆ


โดย: KL IP: 69.38.230.2 วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:6:37:52 น.  

 
โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

คุณพระคุ้มครองนะจ๊ะพี่หมิว


โดย: หมูแพนด้าขาใหญ่ วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:18:00:20 น.  

 
ตั้งแต่พฤษภาคมที่ผ่านมา นิวยอร์คมีบัตรเมโทรการ์ดสีเขียวแล้วจ๊ะ เช้ย เชยมากๆ


แหม บัตรสีเขียวเลยหรือ แล้วแต่เดือนหรือเปล่า เพราะซื้อมาล่าสุดก็ยังเป็นเหมือนเดิม หรือว่า รอล็อตนี้หมดก่อน

แต่ชอบสีเหลืองมากกว่านะ ได้อารมณ์เมโทรการ์ดดี


โดย: สหมิว (Be a good guy ) วันที่: 28 กันยายน 2551 เวลา:23:06:29 น.  

 
น่ากลัวเหมือนกันเนอะครับพี่หมิว


โดย: ปอน IP: 58.9.19.181 วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:19:09:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Be a good guy
Location :
New York CityBoy United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เด็กจากทุ่งกุลาร้องไห้ฯฝันไกลในนิวยอร์ค
Friends' blogs
[Add Be a good guy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.